เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ…! โพสท่าให้ปัง สนุกไปกับศิลปะข้างถนน ‘ลำปางสตรีทอาร์ต’

สายฮิพมารวมตัวตรงนี้ วันนี้อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ มีสถานที่สุดฮิตที่สายฮิพอย่างเราต้องไป “ลำปางสตรีทอาร์ต” แบกกล้องเที่ยว แชะ สนุกไปกับศิลปะข้างถนน เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดลำปางได้เปิดตัวแคมเปญ “ลำปาง ปลายทางฝัน” บูรณาการรอบด้านพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองเขลางค์นคร นอกจากวัดวาอาราม, ร้านอาหาร และตลาดคนเดินแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่เที่ยว ที่สายฮิพอย่างเราต้องไปปักหมุด นั้นคือ สตรีทอาร์ต (Street Art) “ลำปางสตรีทอาร์ต” ปัจจุบันมี 2 แห่งให้สายฮิพตามล่าภาพสนุกๆ แห่งแรกอยู่บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก และกาดกองต้า ถนนคนเดินเก่าแก่ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองลำปาง ความสวยงามของสตรีทอาร์ตบริเวณนี้คือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวัง ทำให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน   แห่งที่ 2 อยู่บริเวณตลาดรัตน หรือตลาดเก๊าจาว หรือตลาดสงครามโลก สตรีทอาร์ตบริเวณนี้จะบอกเล่าวิถีชีวิตของคนลำปางในอดีตจนถึงปัจจุบัน จากอาชีพหาบเร่สู่ตลาดค้าขาย รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง “อุโมงค์ขุนตาน” โดยเพื่อนๆ ที่จะมาเช็กอินที่นี่ก็มาไม่ยาก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟลำปาง เปิดกูเกิ้ลแมพปักหมุดมาที่ตลาดเก๊าจาว เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ราว 10 นาทีก็ถึง ไฮไลต์สุดว๊าวของสตรีทอาร์ตที่ตลาดเก๊าจาวคือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานบนตัวอาคารเก่าแก่สมัยสงครามโลก บอกเลยว่าใครที่ไปเที่ยวลำปาง ไม่แวะถือว่าพลาดมากๆ … […]

ผู้นำโลกร่วมพิธีรำลึก 100 ปียุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฝรั่งเศส

ผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นำโดยประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เดินทางเข้าร่วมพิธีรำลึกที่กรุงปารีส เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี การลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก ที่นำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 1 รายงานข่าวระบุว่า บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ต่างเดินทางมารวมตัวกันบริเวณประตูชัย ที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดินโปเลียน แห่งฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1806 โดยพิธีรำลึกนี้ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของทางการฝรั่งเศส ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.1918 ผู้แทนกลุ่มประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นฝ่ายชนะสงคราม กับผู้แทนของรัฐบาลเยอรมนีที่แพ้สงคราม ได้เดินทางมาลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก บริเวณป่ากงเปียญ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส นำไปสู่การสิ้นสุดของการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีระหว่างปี ค.ศ.1914-1918 และคร่าชีวิตทหารไปกว่า 10 ล้านคน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

ย้อนรอยอดีต! เผยสภาพซากเมือง ‘ฮิโระชิมะ’ หลังจากถูกทิ้งบอมบ์ไปแล้ว 8 เดือน

ภาพเหล่านี้คือส่วนหนึ่งจากวิดีโอนี่ถูกถ่ายโดยทหารอากาศของสหรัฐอเมริกา ซึ่งบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองฮิโระชิมะหลังจากถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์จนไม่เหลือชิ้นดี ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าความเป็นอยู่ของผู้คนในเวลานั้นยากลำบากแค่ไหน เพราะนอกจากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับความอดอยากและการสูญเสียที่ฝังใจชาวญี่ปุ่นจำนวนมากมาจนถึงทุกวันนี้ และย้ำเตือนความคิดที่ว่า…สงครามนั้นไม่เคยให้ประโยชน์กับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นคนเริ่มต้นมันขึ้นมา หรือแม้แต่กับผู้บริสุทธิ์ ที่มา : Cryptome1

ไม่ใช่แค่กล้องวงจรปิดที่เป็นดัมมี่ แต่ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ‘รถถังดัมมี่’ ก็มีเหมือนกัน

อย่างที่เคยเป็นข่าวคราวใหญ่โตเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่าน เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดแบบ ‘ดัมมี่’ ที่ทำขึ้นมาเพื่อตบตาและสร้างความกลัวให้โจรขโมยเผลอคิดไปว่ามีกล้องที่จับภาพได้ แต่ความจริงแล้วข้างในนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย จนอาจมีหลายต่อหลายคนที่เชื่อว่านี่เป็นเทคนิคการตบตาแบบใหม่ ที่เพิ่มคิดค้นได้ในยุคนี้ แต่ถ้าลองย้อนกลับไปในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เทคนิคตบตานี้ก็เคยถูกงัดเอามาใช้ในยุทธวิธีทางทหารเช่นกัน และถูกแสดงออกมาในรูปของ รถถังดัมมี่ หรือ รถถังปลอม นั่นเอง อาจฟังดูไม่มีเหตุผลอะไรที่ทหารจะต้องยอมทำอะไรแบบนี้ แต่เนื่องจากวัตถุดิบหลักในการสร้างรถถังนั้นคือเหล็ก ซึ่งในอดีตนั้นมีราคาที่สูงมาก และการสร้างรถถังจริงๆ สักคันนั้นใช้งบประมาณและเวลาพอสมควร แต่เพื่อเป็นการข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม และแสดงความน่าเกรงขามด้านยุทโธปกรณ์ ทำให้รถถังเหล่านี้ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อใช่ในแง่จิตวิทยา และถูกส่งไปในสนามรบจริงๆ เพื่อใช้เป็นเป้าล่อในการระบุตำแหน่งของฝ่ายตรงข้าม หรือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะถึงจะยิงไม่ได้แถมไม่ได้หุ้มเกราะจริงๆ แต่ลำพังเพียงรูปลักษณ์ที่คล้ายกับรถถังจริงๆ ก็เพียงพอจะทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวในแสนยานุภาพได้แล้ว ที่มา – mashable.com

อดีตนักวิเคราะห์ซีไอเอเตือน เสี่ยงเกิดสงครามเกาหลีครั้งที่ 2 + สงครามโลกครั้งที่ 3

  บรู๊ซ คลิงเนอร์  อดีตนักวิเคราะห์ประจำสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เผยผ่านสื่อดังอย่าง “นิวส์วีค” ระบุ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีแนวโน้มจะตอบโต้เอาคืนอย่างหนักหน่วงหากถูกสหรัฐฯ ลงมือโจมตีก่อน อดีตนักวิเคราะห์ของซีไอเอซึ่งปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการเอเชียตะวันออกประจำสถาบัน Heritage Foundation ระบุว่า เกาหลีเหนือสามารถเปิดการโจมตีต่อกรุงโซล และพื้นที่อื่นๆทั่วเกาหลีใต้ได้อย่างราบคาบด้วยปืนใหญ่และขีปนาวุธนานาชนิด โดยที่เกาหลีเหนือไม่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายกำลังทหารแม้แต่รายเดียว คำเตือนจากคลิงเนอร์ซึ่งเป็นอดีตนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของซีไอเอระบุว่า โอกาสเกิด “สงครามเกาหลีครั้งที่ 2” และ “สงครามโลกครั้งที่ 3” อยู่ใกล้แค่เอื้อม ตราบใดที่ทั้งฝ่ายเกาหลีเหนือ และสหรัฐฯยังคงไม่ยุติพฤติกรรมยั่วยุกันไปมาเป็นรายวัน ด้านวิคเตอร์ ชา อดีตเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (เอ็นเอสซี) เตือนว่า เกาหลีเหนืออาจเปิดฉากโจมตีเกาหลีใต้ด้วยการใช้ “อาวุธเคมี” ที่จะทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก  ก่อนจะส่งกำลังทหารโสมแดงเข้าสู่แผ่นดินเกาหลีใต้ ชาระบุว่า มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า รัฐบาลคอมมิวนิสต์เปียงยางมีหัวเชื้ออาวุธเคมีมากกว่า 600 หัวรบ ซึ่งพร้อมนำไปติดตั้งกับขีปนาวุธ “สกั๊ด” และใช้ในการยิงถล่มสนามบิน สถานีรถไฟ ท่าเรือ และจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี ชา เชื่อว่า ในระยะยาวแล้ว  สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ […]

keyboard_arrow_up