‘ศรีวราห์’ ฟ้อง ‘จั๊กกะบุ๋ม’ ปมวิจารณ์ใบอนุญาต “บินโดรน-เจาะถ้ำ” ช่วย 13 หมูป่า

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ทางเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ของทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้โพสต์ภาพและข้อความซึ่งระบุว่า… วันนี้พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนรเศรษฐ์ ทรงกลด หรือ ”จั๊กกะบุ๋ม” ตลกชื่อดัง กรณีวิพากษ์วิจารณ์พลตำรวจเอกศรีวราห์ กรณีหมูป่า 13 คนติดถ้ำหลวง เกี่ยวกับเรื่องใบอนุญาตโดรนและใบอนุญาตเจาะถ้ำ ใครที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนนี้ ก็ต้องระมัดระวังตัว เพราะว่าท่านเอาจริง มีการดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับผู้พวกที่ด่าทาง Facebook จำนวนหลายคดี ผมเองรับหน้าที่เป็นทนายความให้กับจำเลย เพื่อต่อสู้กับท่านศรีวราห์ มีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ วันนี้พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจั๊กกะบุ๋มตลกชื่อดังกรณีวิพากษ์วิจารณ์พลตำรวจเอกศรีวราห์กรณีหมูป่า 13… โพสต์โดย ทนายคลายทุกข์ เมื่อ วันพุธที่ 23 มกราคม 2019

ศาลนัดสืบพยาน ‘ศรีวราห์-หัวหน้าวิเชียร’ คดีเสือดำ

วันนี้ (27 พ.ย. 61) ศาลทองผาภูมิ นัดสืบพยานโจทก์ คดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรฯ นัดแรก 2 ปาก คือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล กับ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก คดีนี้ เป็นคดีที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ในคดีล่าเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ใน 6 ข้อหา 1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ 10 นัด (32 ปาก) เริ่มวันนี้วันแรก ไปจนถึงวันที่ 18 ธ.ค.2561 โดยพยานโจทก์มีทั้งหมด จากนั้นถึงจะนัดสืบพยานจำเลย 17 […]

ชีวิตสำคัญกว่า! “อ. ปรเมศวร์” ชี้ เจาะถ้ำช่วย 13 ชีวิต ทำผิดกฎหมาย แต่ “จำเป็น” จึงไม่ต้องรับโทษ

วันที่ 29 มิ.ย. 61 สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอ ขณะ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รับฟังการรายงานจากทีมขุดเจาะถ้ำหลวง วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระบายน้ำออกจากถ้ำ เปิดทางให้ช่วยเหลือกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่แม่สายที่ติดอยู่ภายในถ้ำ และได้มีการยกอ้างข้อกฎหมายเตือนเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังการเจาะถ้ำหลวง เพราะอาจผิดกฏหมายบางมาตรา จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า “การเจาะถ้ำหรือกระทำการอื่นใดในเขตอุทยานหรือป่าไม้ แม้จะมีความผิดตาม พรบ.อุทยาน หรือ พรบ.ป่าไม้ แต่ถ้ากระทำเพื่อช่วย ๑๓ ชีวิต ก็เป็นการกระทำความผิดด้วย “ความจำเป็น” เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตน มิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแต่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้อง รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ ครับ ทุกท่านที่กำลังช่วยน้องๆ ทำไปเถอะครับ ไม่ต้องดูหรอกว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร ชีวิตน้องๆ เหล่านั้นสำคัญกว่ามาบังคับใช้กฎหมายในยามนี้”

‘ศรีวราห์’ นำทีมแพทย์ตร. ดูแลครอบครัว ‘ทีมหมูป่า’

พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้เดินทางเข้าไปภายในเต็นท์ที่พักของญาติ เพื่อพูดคุยให้กำลังใจญาติของเด็กๆ โดยได้นำคณะแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจไปตรวจเยี่ยมญาติ และตรวจประวัติการรักษาของเด็กๆ เบื้องต้น หลังทราบว่ามีเด็กบางคนมีประวัติอาการหืดหอบและอาการทางเลือดที่แพ้ยาบางชนิด จึงได้บันทึกข้อมูลประวัติเอาไว้เพื่อจัดเตรียมทีมแพทย์และอุปกรณ์ไว้คอยช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษหากเจอตัว โดยภายในเต๊นท์ของญาติวันนี้ (28 มิ.ย. 61) ก็ยังมีพ่อแม่ผู้ปกครองมารอลุ้นการค้นหาเช่นเดิม แต่ค่อนข้างบางตากว่าทุกวัน หลายคนเริ่มมีอาการอิดโรย บางคนป่วยด้วยโรคหวัดเนื่องจากมีฝนตกตลอดเวลา นายอ้าย บุญธรรม ลุงของ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุข อายุ 14 ปี หนึ่งในเด็กที่ติดอยู่ในถ้ำ กล่าวว่าตามปกติหลานชายของตนมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงตนจึงเชื่อมั่นว่าเขาสามารถอยู่ได้จนกว่า จนท.จะเข้าไปพาตัวออกมาได้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงหลานซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นตายดีอย่างไรแต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวรา กล่าวว่า ทางรัฐบาลและตำรวจมีความห่วงใย และสั่งการให้สนับสนุนการช่วยเหลือครั้งนี้อย่างเต็มที่ จึงได้นำคณะแพทย์มาช่วยนอกเหนือจากกำลังพล ด้านรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ทาง รพ.ตร.เป็นหน่วยสนับสนุน และหากทางศูนย์บัญชาการแจ้งมาก็พร้อมเข้าไปทันที เบื้องต้น ประเมินว่า เด็กกลุ่มนี้มีสภาพร่างกายแข็งแรงเพราะเป็นนักกีฬา แต่สิ่งที่กังวลคือเรื่องสายตาที่มองความมืดและอากาศเย็น จึงต้องเตรียมการรองรับดังกล่าว โดยทาง จนท.เตรียมแว่นกันแดดและอุปกรณ์รองรับการรักษาไว้แล้ว ส่วนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ได้เตรียมท่อหายใจแบบพิเศษรองรับ

โต้เดือด! นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า โพสต์สวน ‘ศรีวราห์’ หลังให้ข่าวกล่าวหาทำลายหลักฐาน

จากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าทางแล็บนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานฯ ตรวจพบดีเอ็นเอของเสือดำซึ่งเป็นเสือดำตัวเดียวกันกับที่ถูกฆ่า และยังพบดีเอ็นเอคนในวัตถุพยานดังกล่าวด้วย แต่คิดว่าดีเอ็นเอที่พบบนอาวุธนั้นไม่น่าจะใช่อาวุธที่ใช้ชำแหละเสือดำ และยังบอกอีกว่าหลักฐานที่ส่งมานั้นถูกทำลายจากสารเคมีกรมอุทยานฯ แล้ว ล่าสุด ดร.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในฐานะผู้รับผิดชอบและควบคุมดูแลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอสัตว์ป่าในคดีดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Kanita Ouitavon เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ดดยมีเนื้อหาดังนี้…

โซเชียลเปิดแฮชแท็กแรง ‘เราไม่เอาศรีวราห์’ ยอดแชร์กระหน่ำเฉียดสองหมื่น!!

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพเพจเฟซบุ๊ก Maajer ที่มีข้อความเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยุติการทำหน้าที่คลี่คลายคดี นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก กรณีลักลอบล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัด กาญจนบุรี โดยเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกัน ติดแฮชแท็ก #เราไม่เอาศรีวราห์ พร้อมระบุข้อความว่า…โถ่ศรี!!ทำคดีให้”หลุดคดีรายวันใครจะทนได้ หลักฐานที่มีอยู่ ไม่ช่วยอะไรก็เปลี่ยนเถอะ” คงจะต้องถึงจุดที่เราจะต้องเรียกร้องให้เปลียน”ศรีวราห์” พ้นทำคดี เสือดำ เปลี่ยนก่อนที่จะต้องเห็น “เปรมชัย” หลุดคดีเรื่อยไป

ศรีสุวรรณ ออกแถลงการณ์ จี้สอบจริยธรรม ‘ศรีวราห์’ ก้มหัวต่ำรับไหว้ ‘เปรมชัย’ ชี้เข้าข่ายเลือกปฏิบัติ

จากกรณีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลี่ยนไทย และผู้ต้องหารวม 4 ราย ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และในโลกโซเชียลได้แชร์ภาพ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กำลังไหว้ นายเปรมชัย ก่อนจะมีการสอบสวนคดีภายในห้องสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู ถึงความไม่เหมาะสม (อ่านเพิ่มเติมที่ : “เปรมชัย” ดอดมอบตัว โลกโซเชียลแชร์ว่อน ภาพตำรวจไหว้เจ้าสัว ที่แท้แค่รับไหว้ (คลิป)) ล่าสุดเมื่อวันที 3 มีนาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ ก.ตร. ตั้งกรรมการสอบจริยธรรมและสอบวินัย ล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กรณีก้มหัวต่ำรับไหว้ผู้ต้องหาในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2490 ซึ่งไม่เคยปรากฏการกระทำลักษณะดังกล่าวมาก่อน และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีสัมพันธ์พิเศษส่วนตัวกับผู้ต้องหาในคดีหรือไม่

“ศรีวราห์” สั่งสอบ 15 ตร.ภูเก็ต จับ 142 ต่างด้าวไม่ส่งตัว ตม.

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 15 นายตำรวจ หลังพบว่า จับต่างชาติทำผิดกฏหมาย แล้วไม่ส่งตัวให้ ตม. พร้อมกำชับตำรวจ จ.ภูเก็ต ทุกพื้นที่กวดขันจับกุมต่างชาติทำผิดกฏหมาย วันที่ 10 พ.ย.60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ภายหลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “สปอร์ทไลท์ ภูเก็ต (Spotlight Phuket)” โพสต์ข้อความระบุว่า มีข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานอื่นฯ เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการ และคนต่างด้าว โดยละเว้นไม่กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวนั้น กรณีดังกล่าวถ้าหากเป็นความจริงก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งขัดต่อนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้กำกับดูแลรับผิดชอบ ด้านความมั่นคง และหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) และ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังตลอดมา ซึ่งได้รับรายงานจาก กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (บก.ภ.จว.ภูเก็ต) ได้ตรวจพบว่ามีการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาต่างด้าว จำนวน […]

‘ศรีวราห์’ ตรวจความพร้อมถวายความปลอดภัยในช่วงงานพระราชพิธีฯ ยืนยันการข่าวไม่พบความผิดปกติ

รอง ผบ.ตร.ตรวจความพร้อม การถวายความปลอดภัยในช่วงงานพระราชพิธี ยืนยันการข่าวไม่พบความผิดปกติ ส่วนการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ได้เตรียมตำรวจน้ำกว่า 130 นาย ตระเวนรักษาความปลอดภัยเต็มพื้นที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมด้วย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมตรวจเยี่ยม สถานีตำรวจน้ำ 2 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในช่วงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพร้อมชมการสาธิตวิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำ โดยชุดมนุษย์กบ ตำรวจน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจน้ำเฝ้าระวังเรื่องอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประชาชน ใช้การโดยสารทางเรือเป็นจำนวนมาก ขณะที่ด้านการข่าวขณะนี้ ยืนยัน ยังไม่พบความผิดปกติ โดยเชื่อว่าไม่มีการก่อเหตุในช่วงงานพระราชพิธีอย่างแน่นอน เบื้องต้นได้ประสานกับผู้บังคับการศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลจุดคัดกรองทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีบุคคลต้องสงสัยเข้าไปในพื้นที่ และภาพรวมดำเนินการเรียบร้อยดี ขณะที่ พ.ต.อ.ธนพล ศรีโสภา รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจน้ำได้เตรียมเรือตรวจการ 19 ลำ ตระเวนตรวจตราในพื้นที่เขตพระนครตอนในและอีก 3 ลำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยระดมกำลังตำรวจน้ำทั้งสิ้นกว่า 130 นายในการตระเวนรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่ พร้อมได้ส่งกำลังตำรวจประจำในพื้นที่ 9 ท่าเรือที่คาดว่าประชาชนจะใช้บริการเป็นจำนวนมาก อีกท่าละ 4 นายเพื่อคอยนับจำนวนประชาชนไม่ให้ลงไปในโป๊ะเกินจำนวนที่สามารถรับน้ำหนักได้ รวมถึงเตรียมพร้อมเรือลิฟท์จำนวน 2 ลำที่มีความเร็วสูง […]

ผลตรวจดีเอ็นเอไม่ชัด ไร้หลักฐานเอาผิด ม.157 ‘ชัยฤทธิ์’ พา ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี

ความคืบหน้ากรณีผลการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี หลังผลการเทียบเคียงดีเอ็นเอ ออกมาแล้ว พบว่ายังไม่สามารถเทียบเคียงได้ เนื่องจากมีการปนเปื้อนจำนวนมาก ทำให้การเอาผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง ตาม ม.157 ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ แต่ในส่วนคดีอื่น ๆ ยังคงเดินหน้าเอาผิด เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึง ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง นำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว หลบหนี ว่า ล่าสุดได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ถึงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในรถเก๋ง โตโยต้ารุ่นคัมรี่สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น. 5 ให้การว่าใช้เป็นพาหนะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาส่วนตัวหลบหนี จาก กทม. ไปยัง […]

พฐ.เร่งคัดแยกวัตถุพยานบ้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ หาจุดเชื่อมโยงดีเอ็นเอหญิงสาวบนรถเก๋งคัมรี่

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐ.) เปิดเผยว่า วัตถุพยานที่ตรวจยึดจากบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ซอยโยธินพัฒนา3 ทั้งหมด กว่า 17 รายการ 100 ตัวอย่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ คัดแยกดีเอ็นเอ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วันจะแล้วเสร็จ ซึ่งการตรวจครั้งนี้จะตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของหญิงสาวที่พบในรถโตโยต้าคัมรี่ เพื่อหาความเชื่อมโยง ส่วนจะมีการเชิญบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น จุดประสงค์การตรวจต้องการแค่หลักฐานที่มีความเชื่อมโยงกับรถโตโยต้า คัมรี่เท่านั้น ส่วนการเก็บวัตถุพยานที่คอนโดย่านวังทองหลาง ซึ่งเป็นของ น.ส.นิลุบล กลิ่นประทุม เลขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของหญิงสาว ที่พบในรถโตโยต้า คัมรี่ อีกทั้งจะนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอ ภายในรถฮอนด้า แอคคอร์ด ซึ่งเป็นของ น.ส.นิลุบล ซึ่งจอดอยู่ใต้คอนโดว่าตรงกันหรือไม่

‘ศรีวราห์’ นำทีมค้นบ้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมตรวจกระเป๋าตำรวจโชว์! แสดงความบริสุทธิ์ใจ

วันนี้ (28 ก.ย. 60) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองพิสูจน์หลักฐาน กว่า 20 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 หลังศาลอาญาอนุมัติหมายค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่ม พร้อมเก็บดีเอ็นเอไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอภายในรถยนต์คัมรี่ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ณข 2532 กรุงเทพมหานคร ที่ต้องสงสัยว่าพาอดีตนายกฯ หลบหนี ว่าเป็นของอดีตนายกฯ หรือไม่ โดยก่อนการเข้าตรวจค้น พลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้มีการแสดงตัวชุดตรวจค้น และตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทุกนาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สำหรับการค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นวัตถุพยานที่เป็นของใช้ส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี หากพบว่าหลักฐานนั้น เป็นดีเอ็นเอเดียวกันกับภายในรถคัมรี่ ก็จะสามารถดำเนินคดีกับพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ทันที และนำไปประกอบกับคำรับสารภาพของพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ว่าเป็นผู้พานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนี ส่วนการดำเนินการทางวินัยนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดตรวจสอบ    

keyboard_arrow_up