วิเคราะห์ก่อนวิจารณ์! เผยภาพถ้ำแบบตัดขวาง กับสาเหตุที่การช่วยเหลือ ’13 นักบอล’ ไม่ง่ายอย่างที่ ‘ชาวเน็ต’ วิพากษ์

สืบเนื่องจากกรณีนักเรียนทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี พร้อมผู้ฝึกสอนอายุ 25 ปีจาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน ผลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมาทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยส่งทีมเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าว โดยได้มีการตั้งกองอำนวยการบริเวณปากถ้ำเพื่อแบ่งทีมเข้าค้นหา อย่างต่อเนื่องนั้นรวมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีศักยภาพให้ร่วมสนับสนุนการค้นหา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณืการทำงานต่างๆ ของผู้คนในโลกออนไลน์ ที่ติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด (อ่านเพิ่มเติม : ค้นหา 13 นักบอลสูญหายในถ้ำหลวงอย่างต่อเนื่อง-หน่วยซีลเข้าช่วย เชื่อยังปลอดภัย (คลิป)) ล่าสุด ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Teerayut Ninmon ซึ่งได้อธิบายรายละเอียดถ้ำแบบตัดขวาง พร้อมสาเหตุที่การช่วยเหลือไม่เป็นไปตามที่ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งข้อสังเกต ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้…. ข้อความที่จะเขียนนี้ ตั้งใจจะพยายามอธิบายให้กับเพื่อนหลายๆคนของผมในเฟสที่ไม่เข้าใจสภาวะของถ้ำและเขียนวิพากษ์กันไปต่างๆนาๆ ผมเป็นคนชอบเที่ยวถ้ำ แต่พ่อแม่ปู่ย่าจะสอนเสมอว่า ไม่ให้ไปเที่ยวถ้ำหน้าฝน ให้ไปหน้าร้อน เพราะฝนตกที่ไหน เราไม่รู้ […]

ได้หมดถ้าสดชื่น! เผยคลิปหนุ่มญี่ปุ่น กำลังฟอกสบู่อาบน้ำให้ ‘จระเข้’ สายพันธุ์เคแมน

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่นพากันวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังอาบน้ำให้กับสัตว์เลี้ยงของเขาซึ่งเป็น “จระเข้” สายพันธุ์เคแมน รายงานข่าวระบุว่า ชายชาวญี่ปุ่นใช้ชื่อสมมุติว่า ยุนซูเกะ ได้ร้องขอให้แฟนสาวของเขาช่วยถ่ายคลิปวิดีโอนี้เอาไว้ โดยภาพจากคลิปแสดงให้เห็นหนุ่มรายนี้ กำลังอาบน้ำฟอกสบู่ให้กับเจ้าจระเข้เคแมนอย่างตั้งใจภายในห้องน้ำ พร้อมยอมรับว่า ได้อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงแสนรักแบบนี้เป็นประจำ ขณะที่สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น ยืนยันว่า ภาพจากคลิปวิดีโอนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในห้องพักห้องหนึ่ง ที่เมืองโคมากิ ในจังหวัดไอจิ ทางตอนกลางของประเทศ. คลิปวิดีโอขอบคุณ ViralHog

เรื่องใหม่แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก! ขณะไทยกำลังวิพากษ์ ‘ถอดเก้าอี้ MRT’ ต่างประเทศก็ทำมาหลายปีแล้ว

จากกรณีที่บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ตัดสินใจเพิ่มพื้นที่ว่างในขบวนรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ด้วยการถอดที่นั่งผู้โดยสารแถวกลางออก เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้มากขึ้น ซึ่งมีกระแสตอบรับทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย เพราะสามารถช่วยรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีฝ่ายที่มอง วิธีดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และควรให้เพิ่มขบวนรถมากกว่า (อ่านเพิ่มเติมที่ : เริ่มวันแรก! MRT ทดลองถอดเก้าอี้ผู้โดยสารออก เพื่อเพิ่มที่ยืนในขบวนรถ) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้นที่มีการถอดเก้าอี้ผู้โดยสารออก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในตู้ให้จุคนได้มากขึ้น แต่ในประเทศที่คนไทยชอบเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ก็มีขบวนรถไฟฟ้าที่ทำการถอดเก้าอี้ผู้โดยสารแถวกลางออกในตู้ออก ซึ่งส่วนเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งผู้โดยสารได้จริง  North South Line และ East West Line ของสิงคโปร์ MRT จากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง East Japan Railway จากประเทศญี่ปุ่น ตัวอย่างขบวนไร้ที่นั่งของรถไฟฟ้าในสิงคโปร์ ที่มา – Facebook.com : BKKTrains.com / ชมรมคนรักรถไฟฟ้า

เหมาะหรือไม่!? โซเชียลวิพากษ์สองนักศึกษาสาว ถ่ายรูปชู 2 นิ้ว หน้าพระเมรุมาศ

เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังจากได้มีการเปิดให้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศวันนี้เป็นแรก และมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อชมความงามของพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในรอบทดลอง ก่อนที่จะเปิดให้เข้าจริงในลำดับต่อไป แต่ล่าสุดได้มีการแชร์ภาพหญิงสาว 2 คน ที่ไปเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ และได้โพสท่าถ่ายรูปชูสองนิ้ว จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสม เนื่องจากได้มีประกาศให้ประชาชนผู้เข้าชมอยู่ในท่าทางสำรวม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นภาพดังกล่าวอย่างมาก นอกจากนี้ แหม่ม – สุรัสวดี เชื้อชาติ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ มาม่า บลูส์ ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาอิสระ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Surussavadi Chuarchart ว่าในการเปิดรอบทดลองนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่กระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการเซลฟี่แบบไม่สำรวม ยืนถ่ายรูปหลังพิงกำแพงจิตรกรรม บางคนนั่งกอดกระถางเพื่อถ่ายรูป และมีแม้กระทั่งหยิบเอาเม็ดดินที่ปั้นเป็นกระสุนแอบเอากลับบ้าน ทั้งยังบอกด้วยว่า…พระเมรุมาศ ไม่ใช่สวนสาธารณะ ไม่ใช่สถานที่จัดงานอีเวนต์ ไม่ใช่สวนดอกไม้เมืองหนาว ที่จะตะเกียกตะกายกันโครมคราม เพื่อยื้อแย่งกันถ่ายรูป เซลฟี่ ด้วยกิริยาไม่สำรวม ที่มา – Facebook.com / Surussavadi Chuarchart

มันทำผิดอะไร!? โซเชียลวิพากษ์กรณี ‘ล่าจระเข้ภูเก็ต’ ฉะแรงกลัวการท่องเที่ยวพังมากกว่าสิ่งแวดล้อม

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของจระเข้ขนาดใหญ่ กำลังว่ายน้ำว่ายน้ำอยู่ในทะเล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา และได้มีการตามล่าตัวจนสำเร็จนั้น ( อ่านเพิ่มเติมที่ – จับได้แล้ว! ‘ไอ้เข้ภูเก็ต’ ใช้เวลาล้อมจับกว่า 8 ชม. ปิดปฏิบัติการระดมไล่ล่า 2 วัน 2 คืน (คลิป) ) ซึ่งสร้างความสบายใจให้กับหลายฝ่ายอย่างมาก แต่ขณะเดียวกัน…ประเด็นดังกล่าวก็กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่!? จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ พบว่ามีเพจและผู้คนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการตามล่าตัวจระเข้ในครั้งนี้ โดยในเพจ สิ่งละอันพันละนก ได้ให้ข้อมูลว่าจระเข้ตัวดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นจระเข้ที่ยังไม่สามารถระบุตัวได้ว่าเป็นจระเข้ตามธรรมชาติ หรือจระเข้เลี้ยงที่หลุดมา และสถานที่ที่จระเข้ถูกจับได้นั้น เดิมทีก็เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของจระเข้มาก่อนแล้ว ทั้งยังเสริมด้วยว่า อัตราการตายเพราะโดนจระเข้ทำร้ายในประเทศไทยนั้นมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการโดนสุนัขกัดหรือถอดปลั๊กไฟ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากเพจ siamensis.org ได้มีการเปรียบเทียบสถิติการเสียชีวิตระหว่างอุบัติเหตุทางรถยนต์ กับการโดนจระเข้น้ำเค็มทำร้ายออกมาด้วย นอกจากนี้ยังมีเพจ Nature Toon การ์ตูนสื่อความหมายธรรมชาติ ที่ได้วาดภาพพร้อมกับใส่คำอธิบายว่า มีหลายประเทศที่คนสามารถอยู่ร่วมกับจระเข้ได้อย่างสงบสุข อย่างในออสเตรเลียที่กันพื้นที่ธรรมชาติไว้สำหรับจระเข้น้ำเค็ม และเป้นคนซะเองที่ต้องคอยระวังการบุกรุกเข้าไปในถิ่นของจระเข้ หรือในสหรัฐอเมริกาที่คนกับจระเข้ตีนเป็ด หรือ แอลลิเกเตอร์ สามารถอยู่ร่วมกันได้ แถมการทำร้ายส่วนใหญ่มักเกิดจากคนที่ไปรบกวนจระเข้เสียมากกว่า […]

แซวแรง!! โชเซียลวิพากษ์ ‘รถเมล์ไทยโฉมใหม่’ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่การปฏิรูปอย่างที่คิด

หลังจากเปิดตัวใช้งานจริงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ใหม่ 269 เส้นทาง ซึ่งมาพร้อมกับการทดลองเดินรถในเส้นทางใหม่จำนวน 8 เส้นทาง เพื่อทดสอบผลกระทบว่ามีผลดีหรือเสียต่อประชาชนอย่างไรบ้าง ก่อนจะนำเข้าเสนอต่อ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปฏิรูปเส้นทางเดินรถทั้ง 269 สายต่อไป อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ ได้มีการวิพากษืวิจารณ์ในเชิงจิกกัดประชดประชันกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของสีรถที่ไม่ได้เปลี่ยนทั้งคัน แต่เปลี่ยนแค่สีหน้ารถ รวมทั้งป้ายรหัสภาษาอังกฤษที่ยากต่อการจดจำ จนดูเหมือนไม่ช่วยให้การใช้บริการของประชาชนสะดวกขึ้นแม้แต่น้อย ทั้งยังมีการทำภาพเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่คิด กับสิ่งที่ได้จากการปฏิรูปครั้งนี้ขึ้นมาด้วย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่ากรณีที่นำใช้ตัวหนังสือภาษาอังกฤษนั้น ทางด้าน ขสมก. เองก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด เพราะเป็นหน่วยงานที่เป็นผู้ปฎิบัติการ ส่วนเส้นทางรถเมล์ไทยที่ได้รับการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ใหม่กว่า 269 เส้นทางนั้นจะมีอะไรบ้าง สามารคอ่านเพิ่มเติมได้ที่ – เตรียมเคลียร์เมมในสมอง ขสมก.ปฏิรูปรถเมล์ เปลี่ยนสายรถใหม่มีตัวอักษรอังกฤษนำหน้า หั่นเส้นทางสั้นลง

keyboard_arrow_up