นักวิจัยเผย ‘คนคิ้วดก’ มักมีนิสัยหลงตัวเอง

ผลการศึกษาจากวารสารว่าด้วยเรื่องบุคลิกภาพจากมหาวิทยาลัยโตรอนโตในแคนาดาเปิดเผยว่าคนที่มี คิ้วดก มักมีนิสัยหลงตัวเอง และลักษณะของคิ้วที่ดกดำก็มีส่วนให้ผู้อื่นมองออกด้วยว่าบุคคลนั้นเป็นคนหลงตัวเอง ศาสตราจารย์นิโคลัส รูล จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ผู้ทำการวิจัยในเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่าในการศึกษานี้ ทีมนักวิจัยได้ถ่ายภาพใบหน้าของกลุ่มนักศึกษาแบบไม่ต้องแต่งหน้า และให้นักศึกษากลุ่มนี้ทำแบบสอบถามลักษณะนิสัยหลงตัวเอง ซึ่งผลปรากฎว่านักศึกษาที่มีคิ้วดกมักจะตอบคำถามในเชิงบวกเกี่ยวกับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็ให้กลุ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาดูภาพใบหน้าของนักศึกษาที่ทำแบบสอบถาม โดยจะให้ดูภาพใบหน้าแบบแยกส่วนกัน คือเฉพาะครึ่งบนที่เห็นตาและคิ้ว และครึ่งล่างของใบหน้า แล้วก็ให้ตัดสินดูว่านักศึกษาคนไหนที่น่าจะเป็นคนหลงตัวเอง ซึ่งกลุ่มที่เข้าร่วมการวิจัยต่างตัดสินว่านักศึกษาที่มีคิ้วดกเป็นคนหลงตัวเอง แต่เมื่อนักวิจัยตกแต่งภาพด้วยการเอาคิ้วของออกไปหน้าของนักศึกษา กลุ่มที่เข้าร่วมการวิจัยก็บอกไม่ได้กว่านักศึกษาคนไหนเป็นคนหลงตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคิ้วมีส่วนสำคัญในการตัดสินลักษณะนิสัย ทั้งนี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโตรอนโตยังมีแผนศึกษาต่อว่าความหลงตัวเองพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไร และมีผลอย่างไรในสายตาคนอื่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักวิจัยไทยค้นพบ ‘เห็ดเยื่อไผ่’ เจ๋งกว่าหอยทาก อนาคตต่อยอดผลิตเครื่องสำอาง-อาหารเสริม

นักวิจัยไทยสุดยอด ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วิจัยพบ “เห็ดเยื่อไผ่”  พืชสุดมหัศจรรย์  อุดมไปด้วยสารมีคุณประโยชน์สูงทุกส่วนประกอบ ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งมะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดริ้วรอย และเร่งผลิตเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งพบสารสำคัญที่สามารถนำมาผลิตยาโด๊ปขนานเอกได้ เผยเร่งต่อยอดงานวิจัยผลิตอาหารเสริมและเวชสำอาง พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพาะเห็ดเยื่อไผ่ คาด 1 ปี คนไทยได้ใช้แน่ วันนี้ (27 เม.ย. 61) ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วรวิกัลยา  เกียรติ์พงษ์ลาภ  นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา มี ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา หัวหน้าโครงการวิจัยต้นแบบการผลิตเห็ดเยื่อไผ่ในสวนไผ่ครบวงจร ภายใต้ทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบและสารสำคัญของเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาว  เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้านต่างๆ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) เป็นที่นิยมบริโภคในประเทศจีนมานาน เนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยามากมาย […]

ที่พึ่งสุดท้าย! แม่เด็ก 7 ขวบอยากให้ลูกหายจากโรคร้ายเข้าคิวรับยาหมอแสง

ในทุกๆวันหยุดสัปดาห์แรกต้นเดือน ‘หมอแสง’ จะแจกยาฟรีให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมารับยาไปทาน ซึ่งเดือนนี้ก็เช่นกันมีประชาชนเรือนหมื่นมานอนรอรับยา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.60 มีผู้ป่วยโรงมะเร็งพร้อมญาติ กว่า 30,000 คน ได้เดินทางมาเตรียมเข้าคิวที่บริเวณบ้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หมอแสง’ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรอการเรียกเข้าคิวเพื่อตรวจสอบหลักฐาน ก่อนที่จะรับยา จนกระทั่งเวลาประมาณ 24.00 น. ทางทีมงานหมอแสงเริ่มแจ้งให้เข้าคิว ซึ่งในเดือนนี้มีผู้ป่วยมาขอรับยาสมุนไพรมากกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา และการแจกยาเดือนนี้ เริ่มเวลา 24.00-04.00 น. นางนาราดา เดชอาภรณ์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี อาชีพค้าขาย พาบุตรชายวัย 7 ขวบ นั่งรถเข็นเพื่อขอรับยาจากหมอแสง โดยกล่าวว่า บุตรชายไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ก้านสมอง ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางแพทย์ให้การรักษาโดยการฉายแสง 30 ครั้ง พร้อมกินยาคีโม ต้องเสียค่ารักษาเดือนละประมาณ 4 – 5 หมื่นบาท แต่ลูกอาการไม่ดีขึ้นทางแพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน จนมาทราบว่า หมอแสงมีสมุนไพรรักษามะเร็ง […]

อีก 3 เดือนรู้เรื่อง! ‘ยาหมอแสง’ รักษามะเร็งได้จริงหรือไม่ พร้อมแจกอีกรอบธ.ค.นี้

จากกรณีของหมอแสง หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ได้การแจกแคปซูนยาสมุนไพร ที่อ้างว่าสามารถใช้รักษาอาการป่วยจากโรคมะเร็งได้ จนทำให้ประชาชนทั้งใน จ.ปราจีนบุรี และทั่วประเทศ จำนวนหลายพันคนเดินทางหลั่งไหลกันมาเพื่อขอรับยาฟรีนั้น นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันว่ายาสมุนไพรที่ประชาชนได้รับแจกนั้นมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในการรักษาโรคมะเร็งหรือไม่ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้หมอแสงเข้ามาอยู่ในคณะวิจัยนี้ด้วย ทั้งนี้การศึกษาจะแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ การศึกษาประสิทธิผลเบื้องต้นต่อเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ และการศึกษาลักษณะประชากรและประเมินกลุ่มเสี่ยงในผู้ป่วยมะเร็งที่มารับยาสมุนไพร ซึ่งการวิจัยจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 หากพบว่ายาสมุนไพรดีมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และปราศจากผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ก็จะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบและยาต้นตำรับนี้ต่อไป ขณะที่หมอแสง บอกว่า ยืนยันว่า ยาสูตรนี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมมาจากสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งจะใช้ได้ผลดีกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่ให้โอกาสนำยาสมุนไพรตัวนี้มาร่วมวิจัย แม้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็จะยังเดินหน้าพัฒนาตัวยาสมุนไพรรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป นอกจากนี้หมอแสงบอกด้วยว่า แม้จะเคยได้รับการติดต่อจากต่างชาติให้นำยาตัวนี้ส่งขายต่างประเทศ แต่โดยส่วนตัวมองว่าอยากให้คนไทยได้ใช้ของดีๆ ก่อน และในเดือนธันวาคมนี้ก็จะยังคงเปิดให้มีการมารับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งเช่นเดิม โดยคาดว่าจะมีผู้ป่วยเดินทางมาขอรับยาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน

keyboard_arrow_up