ชาวพิษณุโลก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งหยุดการเผาทุกชนิด หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งเข้าขั้นวิกฤต

วันที่ 17 ม.ค.63 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบลสมอแข และองค์การบริหารส่วนตำบลวังพิกุล นำรถบรรทุกน้ำ เข้าดับไฟไหม้พื้นที่ป่าหญ้าประมาณ 5 ไร่ ในเขตพื้นที่บ้านหนองตอ หมู่1 ตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็นกลุ่มควันและไฟไหม้ป่าหญ้าใกล้เคียงบ้านเรือนประชาชนในที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันไฟสีดำและขาวมองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าเร่งดับไฟ สกัดไม่ให้รุกราม ใช้เวลาราว 30 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งนี้ยังพบว่ามีกลุ่มควันไฟจำนวนมากลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศของจังหวัดพิษณุโลก ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สอดคล้องกับการรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน วิเคราะห์จากข้อมูลดาวเทียม ระบบ MODIS ของ GISTDA เมื่อเวลา 10.55 น. วันนี้พบว่า พื้นที่มากกว่าครึ่งของจังหวัดพิษณุโลก ยังคงอยู่ในเกรณ์ดัชนีคุณภาพอากาศ สีส้ม คือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และจากสภาพปัญหา เรื่องคุณภาพอากาศของจังหวัดพิษณุโลกในขณะนี้ ในสื่อสังคมออนไลน์ ของชาวจังหวัดพิษณุโลก เรียกร้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดการเผาทุกชนิด ตรวจสอบควันดำ หรือตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาคุณภาพอากาศในจังหวัดพิษณุโลกบ้าง […]

กว๊านพะเยาน้ำลดฮวบ เหตุร้อนจัด-ภัยแล้ง ชาวบ้านหวั่นซ้ำรอยวิกฤตปี 59

วันที่ 3 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำใน กว๊านพะเยา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมทั้งผลิตน้ำประปาที่สำคัญของจังหวัดพะเยา มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุมาจากปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและอัตราการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ในบางพื้นที่ของกว๊านพะเยา สามารถสังเกตเห็นตะกอนดินผุดเป็นเนินได้อย่างชัดเจน และบางพื้นที่เกิดการตื้นเขินของน้ำ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดภาวะการขาดน้ำในช่วงฤดูแล้งนี้ และหากไม่มีฝนตกในช่วงนี้อาจเกิดวิกฤตภัยแล้งกว๊านพะเยา เหมือนในปี 2559 ที่กว๊านพะเยามีปริมาณน้ำเหลือเพียง 9 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบต่อการผลิตประปา โดยล่าสุดในขณะนี้ปริมาณน้ำในกว๊านพะเยามีปริมาณน้ำอยู่ที่ 15.90 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุทั้งหมด 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่หน่วยงานจังหวัดได้รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดในช่วงนี้ โดยยืนยันว่าสภาวะขาดน้ำกว๊านพะเยาจะไม่เกิดวิกฤต เหมือนในปี 2559 อย่างแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำสำรองในแหล่งน้ำอื่น ๆ ปีนี้มีปริมาณที่ดีกว่า ปี 2559 ในห้วงระยะเวลาเดียวกัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เวเนซุเอลาขาดแคลนอย่างหนัก ปชช.เผย ‘น้ำสะอาด’ มีค่ายิ่งกว่าทองคำ

จากการบริหารจัดการเครือข่ายน้ำและไฟฟ้าที่ผิดพลาดของรัฐบาลเวเนซุเอลาในตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวเมืองเผชิญวิกฤตน้ำและไฟครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี จนในขณะนี้ ชาวเวเนซูเอลาใช้น้ำได้เพียง 2-3 ลิตรต่อวัน และปัจจุบันพวกเขายอมรับว่าน้ำมีค่าไม่ต่างจากทองคำ สำนักข่าวรอยเตอร์ ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ชาวเวเนซุเอลาหลายครอบครัว ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดโดยไม่มีน้ำประปาใช้เป็นเวลาหลายเดือน หลังเหตุไฟดับครั้งใหญ่ ตัดระบบจ่ายน้ำ และท่อประปาก็ขัดข้องเนื่องจากขาดการซ่อมบำรุง ครอบครัวเหล่านี้ จึงต้องกักตุนน้ำจากม่น้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือไม่ก็ซื้อน้ำจากร้านค้า โดยจะใช้น้ำเพียงสองสามลิตรต่อวัน ในการอาบ ซักผ้า ล้างจาน และทำกับข้าว ไม่ว่าจะเป็นย่านชุมชนแออัดที่ยากจนที่สุด ไปจนถึงย่านที่อยู่อาศัยของคนรวยที่สุดของประเทศ ทุกคนต่างเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ หลังเวเนซูเอลาประสบวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ปัจจุบัน น้ำถังขนาด 5 ลิตร ที่ขายในซูเปอร์มาเก็ตในกรุงการากัสซึ่งเป็นเมืองหลวง มีราคากว่า 60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ครอบครัวยากจนในเวเนซูเอลาไม่อาจเอื้อมถึง เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำของพวกเขาอยู่ที่ราว 190 บาทต่อเดือน หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์ที่อาศัยอยู่บนอาคารสูง 10 ชั้นใจกลางกรุงการากัส บอกว่า ครอบครัวของเธอต้องซีไซเคิลน้ำ ด้วยการนำมาใช้ราดโถชำระ และใช้ครัวและห้องอาบน้ำเป็นที่เก็บถังน้ำ ที่เธอต้องถือเดินขึ้นที่พักทั้งหมด 9 ชั้น เนื่องจากลิฟต์ไม่ทำงาน ผู้นำเวเนซุเอลา โบ้ยว่าปัญหาขาดแคลนน้ำเกิดจากภาวะแห้งแล้งที่ยาวนาน และกล่าวหากลุ่มที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหานี้ ขณะที่ฝ่ายค้าน โต้กลับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการขาดการซ่อมบำรุงเครือข่ายน้ำและไฟฟ้าในเวเนซูเอลาตลอดระยะเวลาหลายปี เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เวเนซุเอลาเผชิญความโกลาหลหนักกว่าเดิม หลังไฟฟ้าดับนานราว […]

ยังวิกฤต!! คพ. เผยค่าฝุ่นพิษ PM2.5 เกินมาตรฐาน 18 จุด หนักสุดริมถนนกาญจนาภิเษก

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 50 – 84 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน 18 จุด ดังนี้ 1. บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 2. แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 3. แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 4. แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 5. ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 6. ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 7. ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ […]

กรีนพีช เผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 8 เมืองคุณภาพอากาศแย่ หลังเจอวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5

อย่างที่ทราบโดยทั่วกันแล้วว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลกำลังเผชิญปัญหาฝุ่นละออง pm2.5 อย่างหนัก และมีหลายพื้นที่เข้าเกณฑ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม และที่ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะในเขตถนนกาญจนาภิเษกที่มีค่าฝุ่นละออง pm2.5 มากถึง 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 มกราคมคม 2562 กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยสถิติ การจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก โดยอันดับ 1 ใน 10 นั้น กรุงเทพมหานคร อยู่ในลำดับที่ 8 ของเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศเลวร้าย

‘แม่น้ำเหลือง’ ระดับน้ำสูงขั้นวิกฤตหลังฝนตกหนัก รบ.จีนเร่งผันน้ำ-ยันไม่กระทบเกษตร

จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเหลืองและลำน้ำสาขาในจีนเพิ่มปริมาณขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดในรอบปี โดยรายงานข่าวระบุว่า จุดที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤต คือ แม่น้ำเหลืองช่วงที่ไหลผ่านเมืองต่งกวน ในมณฑลส่านซีซึ่งพบปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 4,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบปีนี้ ทำลายสถิติเดิมที่เขตหัวเซียนที่พบกระแสน้ำไหลบ่าที่อัตรา 3,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านหน่วยงานควบคุมและจัดการน้ำของรัฐบาลจีนประกาศจะเร่งผลักดันน้ำส่วนเกินลงสู่ทะเลโดยเร็ว และยืนยันว่าการผันน้ำออกสู่ทะเลจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร ขณะที่พยากรณ์อากาศล่าสุดยืนยันว่า หลายพื้นที่ของจีนมีแนวโน้มจะเผชิญกับภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องอีกตลอดทั้งสัปดาห์นี้

หดหายไปทุกปี! เมื่อผืนป่าของบอร์เนียวกับเผชิญวิกฤตจากธุรกิจปาล์มน้ำมัน

แม้จะมีความพยายามในการสร้างความบาลานซ์ระหว่างความเจริญก้าวหน้าและการรักษาสภาพแวดล้อม แต่ดูเหมือนแนวทางทั้งสองจะยังคงเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางลากมาเจอกันได้ แถมมักลงเอยด้วยหายนะของผู้แพ้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ธรรมชาติก็มักจะอยู่ในฝั่งที่ต้องยอมก้มหัวให้กับอำนาจทุนนิยมของมนุษย์ และตัวอย่างความพ่ายแพ้ที่ชัดเจนที่สุดคงจะหนีไม่พ้นผืนป่าบนเกาะบอร์เนียว ที่กำลังเผชิญกับการทำลายล้างอย่างหนักจาก ธุรกิจปาล์มน้ำมัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากเกาะกรีนแลนด์ และเกาะนิวกินี ทั้งยังอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่พืชและสัตว์บางสายพันธุ์ไม่อาจพบได้ที่มุมอื่นใดในโลก แต่เนื่องจากปริมาณทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่จัดมามีอยู่มากสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้บอร์เนียวเป็นที่หมายตาของนักลุงทุนจากทั่วโลก ที่หวังหาประโยชน์จากดินแดนนี้ให้ได้มากที่สุด และเมื่อทรัพยากรด้านพลังงานถูกครอบครองจากบางกลุ่มทุนอย่างชัดเจนแล้ว นักแสวงโชคทุนหนารายอื่นๆ ก็ต้องมาหาช่องทางใหม่ในการหารายได้ ซึ่งนั่นก็คือธุรกิจปาล์มน้ำมัน ปฎิเสธไม่ได้ว่าปาล์มนน้ำมันนั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่มักสอดแทรกอยู่ในหลายๆ กระบวนการผลิตที่เราไม่รู้ตัว ตั้งแต่ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมข้นหวาน ครีมและเนยเทียม ไปจนถึงเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่ ผงซักฟอก เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งอาหารสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ปาล์มนน้ำมันยังจัดเป็นพลังงานทดแทนที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานอย่างมาก แม้มันจะแลกมากด้วยการถางพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก เพื่อให้ได้ปริมาณการผลิตน้ำมันที่มากพอจะหมุนเวียนในธุรกิจนี้ได้ แต่ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า การปลูกปาล์มน้ำมันสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการของภาวะโลกร้อนได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อโต้แจ้งจากฝ่ายนักอนุรักษ์ทั่วโลก ที่ไม่เห็นความจำเป็นในการทำลายป่าไม้ธรรมชาติ เพื่อทำสวนปาล์มขึ้นมาแทนพื้นที่สีเขียวเดิม โดยอ้างเหตุผลในเรื่องการลดปัญหาโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจปาล์มน้ำมันยังคงเฟื่องฟูในบอร์เนียว และกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทำลายป่า เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตปาล์มน้ำมันให้ทันต่อความต้องการในตลาดโลก ซึ่งผลลัพท์นั้นถูกสะท้อนผ่านภาพเปรียบเทียบการหายไปของพื้นที่ป่าธรรมชาติในบอร์เนียว โดยทาง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้คาดการณ์แนวโน้มการหดหายอย่างต่อเนื่องทุกปี และหากอัตราการทำลายป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันยังคงขยายตัวในอัตราเดิมต่อไป ในปี 2020 […]

ยังวิกฤต! ค่าฝุ่นควัน PM10 เชียงใหม่ยังเกินมาตรฐาน บดบังวิวดอยสุเทพ

จากกรณีที่สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบมาเป็นเวลาหลายวัน ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจะพบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ยังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเผยภาพแชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก DustView ที่ได้โพสต์ภาพบบรยากาศในเมือง ที่พบว่ากลุ่มหมอกควันในวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งบดบังดอยสุเทพจนมองไม่เห็น ทั้งยังแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานด้วย

วิกฤตสุขภาพ!! ผอ. กรีนพีซ สวดหน่วยงานรัฐ ‘ไร้ประสิทธิภาพ’ แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5

จากกรณีที่มีผู้โพสต์คลิปแสดงภาพฝุ่นละอองจำนวนมากซึ่งปลิวไปมาในอากาศบริเวณด้านหน้าสวนลุม และทางกรมควบคุมมลพิษที่ได้เผยแพร่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ได้เปิดเผยว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 4 สถานี ที่บริเวณริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ (อ่านเพิ่มเติมที่ : นี่หรืออากาศที่เราหายใจ!? หนุ่มส่อง ‘สปอตไลต์’ ขึ้นฟ้า และพบว่า…ฝุ่น กทม. เยอะมาก) ล่าสุด นายธารา บัวคำศรี ผอ.ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tara Buakamsri โดยกล่าวถึงปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นว่า…นี่คือวิกฤตด้านสุขภาพของประชาชน ถ้ารัฐกระจอกงอกง่อย ไร้น้ำยา ไม่มีประสิทธิภาพ กินภาษีของประชาชนไปวันๆ หมดเวลางานก็แต่งหล่อแต่งสวยกลับบ้าน ประชาชนก็จะลงมือติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศกันเอง นอกจากนี้ นายธารา ยังบอกอีกว่า ค่าเฉลี่ย PM2.5 ที่บางนาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้อยู่ที่ 61.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อนำเอาความเข้มข้นฝุ่นพิษดังกล่าวไปหา “ดัชนีคุณภาพอากาศ” (ซึ่งออกมาเป็นตัวเลขที่ไม่มีหน่วยไม่มีจุดทศนิยม) ตามวิธีการของ […]

ท่าศาลายังวิกฤต! กว่า 30 ครัวเรือนจมน้ำท่วมสูง 2 เมตร ต้องการ ‘น้ำดื่ม’ มากที่สุด

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.ท่าศาลา กว่า 30 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ที่ชุมชนบ้านทุ่งน้ำเค็ม ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กว่า 30 ครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร และต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดในตอนนี้ คือ น้ำดื่ม สำหรับไว้ใช้อุปโภค และบริโภค เนื่องจากน้ำปะปาไม่สามารถใช้การได้ ทั้งนี้ ทีมข่าวได้นั่งเรือเข้าไปสำรวจ ในชุมชนบ้านทุ่งน้ำเค็ม หมู่ 12 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พบว่าบ้านเรือนกว่า 30 หลังคาเรือน ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 2 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 วัน มีระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร เนื่องจากตรงนี้เป็นพื้นที่แอ่งกระทะ และรับน้ำมาจากน้ำตกอ้ายเขียว ถึงแม้น้ำจะเข้าท่วมสูง […]

ยังวิกฤต!! ประมวลภาพสภานการณ์น้ำท่วมในภูเก็ต หลายจุดจมบาดาล

หลังจากที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจ. ภูเก็ต เกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากระบายไม่ทัน สถานที่ราชการ ร้านค้า รวมถึงอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ยังเกิดเหตุดินสไลด์ในหลายจุดๆ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนักหลักๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อาทิ พื้นที่หมู่ 7 ทุ่งทอง, น้ำตกโตนไทร ซอย 1 อ.ถลาง, ถนนเทพกระษัตรี แถวบ้านลิพอน,  คลองบางใหญ่ ถนนพังงาถนนภูเก็ต วงเวียนสุรินทร์ และอีกหลายที่จุดในตัวเมืองภูเก็ต ที่มา – Facebook.com / เสียงประชาชน คนภูเก็ต

ยังวิกฤต! เผยสภาพพื้นที่การเกษตรใน อ. เกษตรวิสัย ที่ยังกลายเป็นเมืองจมน้ำ

แม้สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนครจะเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็ตาม แต่ในหลายพื้นที่ของภาคอีสานยังคงวิกฤตเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง และต้องคอยเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ทรงฤทธิ์ คำดี ได้ทำการแชร์ภาพพื้นที่การเกษตรของชาวนาในอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดที่อยู่ในสภาพจมน้ำเป็นพื้นที่กว้าง ที่มา – Facebook.com / ทรงฤทธิ์ คำดี

สุดอัดอั้น! สาวโพสต์ระบายวิกฤตน้ำท่วมเมืองสกลฯ ย้ำไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ จากภาครัฐ

หลายจากผ่านมาเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ ดูเหมือนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนครและหลายจังหวัดภาคอีสานจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็สร้างความเจ็บปวดและเกิดคำถามมากมายให้ผู้คนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะในเรื่องของการแจ้งเตือนก่อนเกิดภัยพิบัติ และข้อมูลเกี่ยวกับแนวกั้นของอ่างเก็บน้ำที่ได้รับความเสียหายจนแตกอย่างที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ของ Karnkeerati Thip U ผู้ใช้งาน Facebook ซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดสกลนครและได้รับผลกระทบจากเกตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ระบุว่า ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ทั้งมีเพียงการบอกว่าจะมีพายุเข้าฝนตกหนัก ทั้งที่มีเวลากว่า 5 ชั่วโมงก่อนที่มวลน้ำก้อนใหญ่จะไหลเข้ามา ทั้งยังบอกอีกว่าเมื่อภาครัฐนำอาหารมาแจกและผ่านหน้าบ้าน ได้มีคนงานเดินไปขอ แต่กลับบอกให้ไม่ได้ ต้องลุยน้ำไปเอาที่ศาลากลางเอง ทั้งยังมีเพียงเอกชนเท่านั้นที่เข้ามาแจกในพื้นที่ประสบภัยจริงๆ ที่มา – Facebook.com / Karnkeerati Thip U

ยังวิกฤต! บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ‘คำชะโนด’ จมมิด ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.2 เมตร

อีกหนึ่งพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่อยู่ในความสนใจของคนจำนวนมาก นั่นคือที่บริเวณเกาะคำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าด้านในของเกาะบริเวณที่สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 120 เซนติเมตร จึงได้มีคำสั่งจากอำเภอบ้านดุงให้ปิดเกาะคำชะโนดไปจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ที่มา – Facebook.com / ราชสีห์ จิตอาสา

ไม่มี ‘ต่างด้าว’ ก็อยู่ไม่ได้! ผู้ประกอบการโอดขาดแรงงาน หลังขยายกรอบ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว

จากกรณีที่มีประกาศ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวกลับประเทศเป็นจำนวนมาก วันนี้ผู้สื่อข่าวของเรา คุณวิจิตรา คะสะธรรม ได้เดินทางไปยัง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวสูงเป็นอันดับต้นๆ นายจตุพน พลมาลา เจ้าของธุรกิจแพปลา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ที่แพของตนมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเมียนมาประมาณ 35 คน ขณะนี้ต้องให้หยุดงานไปกว่า 10 คนแล้ว เนื่องจากยังมีบัตรไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด หากให้มาทำงานก็เสี่ยงที่ต้องเสียค่าปรับ 4 แสนบาทต่อคน ส่วนงานก็ต้องลดปริมาณลงให้ลูกจ้างที่เหลือสามารถทำงานได้ ทำให้ส่งผลกระทบไปหมดทุกด้าน ทั้งรายได้ ลูกค้า ถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนปรนการบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือน แต่ก็ไม่กล้าให้ลูกน้องมาทำงาน เพราะก็เสี่ยงที่จะโดนจับ ทั้งนี้ การทำบัตรของแรงงานต่างด้าวต่อคน ต้องมีบัตร 3 ใบ ประกอบด้วยบัตรชมพู จะคล้ายๆ กับบัตรประชาชน ต้องระบุประเภทงานและชื่อนายจ้าง พาสปอรต์ที่ระบุชื่อนายจ้าง และเอกสารเวิร์คเพอร์มิทหรือใบอนุญาตทำงาน ซึ่งบัตรแต่ละใบต้องทำคนละที่ และใช้เวลานาน ทำให้เป็นอุปสรรค นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับนายอ่อง เนอ ทุน แรงงานชาวเมียนมา ที่เข้ามาทำงานที่แพปลาได้ประมาณ 10 […]

keyboard_arrow_up