“ประยุทธ์” โต้ไม่เคยพูดหาเสียงเรื่องความสงบ ชี้เป็นเรื่องของ พปชร.ไม่เกี่ยวกัน

“บิ๊กตู่” ปัด พูดหาเสียง “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” ลั่น เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เกี่ยวกับตน อย่าเอามาโยงเป็นประเด็น เชื่อไม่ใช่แรงจูงใจให้วางระเบิดป่วนกรุง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถาม กรณีที่ก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐ ได้หาเสียงเอาไว้ว่า “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” อาจเป็นเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุระเบิดหรือไม่ โดยระบุว่าไม่เกี่ยวกัน และตนไม่ได้เป็นคนพูด ใครจะเลือกใครเป็นเรื่องของการเมืองก็เลือกไป ในช่วงนั้นตนพยายามที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากยังเป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ไปก้าวล่วง เห็นหลายพรรคก็หาเสียงกันทุกเรื่อง อย่าเอาประเด็นโยงกันไปมา แค่นี้ปัญหาก็เยอะพอสมควรอยู่แล้ว “ไม่อยากให้บ้านเมืองสงบหรือไร คนที่ไม่ดีและดำเนินการที่จะทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศชาติก็ต้องถูกดำเนินการ” นายกฯ กล่าว

นายกฯสั่งเร่งจับขบวนการบึ้มป่วนกรุง ไม่ฟันเอี่ยวการเมือง วอนอย่าเพิ่งด่วนสรุป

นายกรัฐมนตรี ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของฝ่ายความมั่นคง ในการติดตามคดีเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในกทม. หลังพบ มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 10 กว่า คน ขณะนี้ไม่ได้ตัดสาเหตุจูงใจใดทิ้ง ส่วนที่มีโอกาสที่กลุ่มการเมืองจะอยู่เบื้องหลังนั้นยังไม่ทราบ อย่าเพิ่งด่วนสรุป วันนี้ ( 5 ส.ค.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ เรื่องมีผู้ไม่ประสงค์ดี ก่อเหตุลอบวาง ระเบิดในกรุงเทพมหานคร หลายจุดว่า ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องตรวจสอบทุกมุม ขอให้ใจเย็นๆ เพราะมีผู้เกี่ยวข้องอีก 10 กว่าคนที่ต้องตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ ขณะนี้ยังไม่ได้มุ่งหมายว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใดเพราะมีการยึดโยงกันและยังไม่ทราบว่ามีกลุ่มการเมืองเกี่ยวข้องหรือไม่ส่วนที่แม่ของผู้ต้องสงสัยคดีวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมมองว่า เป็นธรรมดาที่แม่ต้องเป็นห่วงลูก แต่ทุกอย่างเป็นไปตามวัตถุพยานและกล้องวงจรปิด รวมถึงหลักฐานที่ตรวจสอบพบ จึงขอให้ฟัง 2 ทาง และส่วนผู้บาดเจ็บได้ให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแล และขอประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายในขณะที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเป็นไปตามประชาธิปไตย ส่วนที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุระเบิดในครั้งนี้มีพิรุธ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขอสื่ออย่าโยงประเด็น เพราะช่วงที่เกิดขึ้นมีการประชุมใหญ่ระดับประเทศ คือ การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอาเซียน จึงขอให้มองว่า การกระทำที่เกิดขึ้นต้องการสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ และรัฐบาลจะเป็นผู้ก่อเหตุหรือสร้างสถานการณ์เองทำไม จึงขอให้สื่อคิดอย่างมีตรรกะ

“ประยุทธ์” ทวิตข้อความประณามผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดป่วนเมือง

พลเอก ประยุทธ์ ทวิตข้อความประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ระเบิดป่วนเมือง พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชน วันนี้ (2 ส.ค. 62)  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า  “เหตุการณ์ระเบิดเช้าวันนี้ ผมขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสถานการณ์ ที่ทำลายความสงบสุขและภาพลักษณ์ประเทศ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วนแล้วครับ”

นายกฯสั่งสอบด่วน! เหตุระเบิดป่วนกรุง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังใกล้ชิด

พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งเร่งสอบสวนเหตุระเบิดป่วนกรุง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังใกล้ชิด นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานเหตุระเบิดในเช้านี้ (2 ส.ค.62) แล้ว และได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวน เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และร่วมมือในการเฝ้าระวัง พบเห็นสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้ เหตุวางระเบิดป่วน กทม.เพราะหมดอำนาจ ม.44

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เชื่อ ระเบิดหลายจุดป่วน ช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.62) เป็นการสร้างสถานการณ์ แต่ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวางระเบิดที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวานที่ผ่านมา (1 ส.ค.62) และการก่อเหตุวางระเบิดอีกหลายจุดทั่วกรุงเทพว่า สำหรับเหตุที่วางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เราสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน ส่วนเหตุวางระเบิดได้รับรายงานมาว่ามีอยู่ 5 จุด แต่ยังไม่ได้รับรายงานอย่างละเอียด และยังไม่รู้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ แต่ลักษณะการก่อเหตุก็ยืนยันได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์แน่นอน ทั้งนี้ท่านนายกไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการก่อเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะว่าไม่มี อำนาจ คสช.และ อำนาจของ ม.44 แล้วใช่หรือไม่ ท่านรองนายกตอบเพียงว่า “ไม่รู้สิ”

เคนย่าสังหารกลุ่มติดอาวุธ ก่อเหตุโจมตีโรงแรมเครือดุสิตธานีแล้ว

จากกรณีกลุ่มติดอาวุธก่อเหตุโจมตี และบุกยึดโรงแรมดุสิตดีทู ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย ในจำนวนนี้มีชาวอังกฤษและสหรัฐฯรวมอยู่ด้วย และมีผู้บาดเจ็บ 30 คนนั้น (อ่านเพิ่มเติม วางระเบิด-กราดยิงโรงแรมดุสิตธานีในเคนย่า ดับอย่างน้อย 15 ราย) ล่าสุดประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา ผู้นำเคนย่าเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่จัดการสังหารกลุ่มติดอาวุธ ที่ก่อเหตุบุกโจมตี และยึดโรงแรมดุสิตดีทู ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวในเครือดุสิตธานีของไทยในกรุงไนโรบี หลังยิงปะทะกันนานหลายชั่วโมง พร้อมกับเปิดเผยว่าทีมเจ้าหน้าที่ยังช่วยนำตัวผู้ที่ติดอยู่ภายในโรงแรมมากกว่า 700 คนออกมาได้สำเร็จ ด้านบริษัทดุสิตโฮเทล แอนด์ รีสอร์ทของไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับบอกว่าความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานทุกคนของโรงแรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งบริษัทจะดูแลอย่างเต็มความสามารถ และขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ สำหรับพนักงานไทยของบริษัทฯ นั้น ได้รับคำยืนยันจากสถานทูตไทยในประเทศเคนย่าว่าทุกคนปลอดภัย ส่วนโรงแรมได้หยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว โดยทางโรงแรมกำลังประสานงานในการนำแขกที่เข้าพักก่อนหน้านี้ และมีกำหนดจะเข้าพัก ส่งต่อไปยังโรงแรมอื่นในตัวเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วางระเบิด-กราดยิงโรงแรมเครือดุสิตธานีในเคนย่า ดับอย่างน้อย 15 ราย

เมื่อวานนี้(15 ม.ค. 62) เวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุระเบิดอย่างน้อย 1 ครั้ง และเหตุกราดยิงที่โรงแรมดุสิต ดีทู ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า ทำให้พนักงานของโรงแรมต้องพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด โดยกลุ่มติดอาวุธอัล ชาบับ ที่มีฐานที่มั่นในโซมาเลียได้ออกมายอมรับว่าลงมือก่อเหตุโจมตีโรงแรมดุสิตดีทูในกรุงไนโรบีของเคนย่า ซึ่งเป็นโรงแรมหรูในเครือของดุสิตธานีของไทย เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ากลุ่มติดอาวุธอัล ชาบับได้โยนระเบิดใส่รถยนต์ที่จอดบริเวณลาดรถก่อนที่จะบุกเข้ามากราดยิงผู้คนในโรงแรมดุสิตดีทู และบริเวณสำนักงานของโรมแรมด้วย ทำให้ผู้คนภายในโรงแรมต่างวิ่งหนีด้วยความแตกตื่น ขณะที่เหล่าพนักงานก็เข้าไปหลบในห้องพัก โดยเหล่าผู้รอดชีวิตจากเหตุโจมตีเปิดเผยว่ากลุ่มติดอาวุธใช้ระเบิดและปืนยาวในการก่อเหตุ ขณะที่ตำรวจได้รุดมายังที่เกิดเหตุ โดยเมื่อช่วงคืน(15 ม.ค. 62)ที่ผ่านมา ทางการเคนย่าระบุว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ในโรงแรมไว้ได้แล้ว แต่ก็ยังคงมีเสียงปืนยิงโจมตีมาจากโรงแรม เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย แต่ยังไม่มีการยืนยันจำนวนแน่ชัดในขณะนี้ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้มีชาวสหรัฐฯอยู่ด้วย 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีราว 30 คน ด้านตำรวจเคนย่ายังขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุโจมตีโพสต์คลิปภาพขณะเกิดเหตุ เนื่องจากอาจเป็นการยุยงให้กลุ่มติดอาวุธก่อเหตุในลักษณะนี้อีก ขณะที่สถานทูตไทยประจำกรุงไนโรบีเปิดเผยผ่านทางเฟสบุคว่าได้ประสานคนไทย ที่ทำงานในโรงแรมดุสิตดีทูแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

บึ้มรูปปั้น สนั่นหาดสมิหลา ผู้ว่าฯ สั่งปิดหาดหลังพบมีระเบิดเพิ่ม (คลิป)

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 22.00 น.  เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ในเวลาไล่เลี่ยกันบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา โดยจุดที่เกิดระเบิดอยู่ตรงบริเวณรูปปั้นนางเงือกทอง และรูปปั้นหนูกับแมว ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ของชายหาดแหลมสมิหลา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นาน คล้อยหลังการเดินทางมาในพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในจังหวัดสงขลาวันนี้ ล่าสุดหน่วยกำลังด้านความมั่นคงทั้งทหาร จากทัพเรือภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ยังคงร่วมกันปิดกั้นจุดเกิดเหตุ ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากยังคงพบมีสิ่งของต้องสงสัยที่อาจเป็นระเบิดอยู่อีกจำนวนหนึ่ง โดยเมื่อเวลา 07.15 น. เจ้าหน้าที่อีโอดี ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในถังขยะ 1 ลูก ทำการเก็บกู้ทำลาย และเมื่อเวลา 8.00 น. ที่ผ่านมา มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น บริเวณหิน ห่างจากรูปปั้นเงือกทอง มาทางโรงแรมบีพี สมิหลาประมาณ 30 เมตร ทั้งนี้ ตลอดคืนที่ผ่านมา พบว่าเกิดเหตุระเบิดแล้วรวม 3 ครั้ง […]

พบระเบิดมือใต้ต้นโพธิ์ให้เลขเด็ด สงสัยเจ้ามือหวยก่อกวน (คลิป)

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบระเบิดบริเวณตลาดนัดต้นโพธิ์ภายในซอย 16 ถนนมิตรสัมพันธุ์ ต.บ้านปึก อ.เมืองชลบุรี  ประสานงานเจ้าหน้าที่ EOD มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นระเบิดสีฟ้าอยู่ในสภาพพร้อมใช้ เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ EOD พบว่าเป็นระเบิดชนิด M26A2 ที่เอาไว้ใช้ฝึกซ้อมซึ่งไม่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ไว้ได้เรียบร้อย จากการสอบถามนาย มานะ จันทร์แจ่มหล้า อายุ 65 ปีเป็นพนักงานดูแลตลาดนัดได้เข้ามาทำความสะอาดศาลเจ้า สังเกตเห็นกระเป๋าสีดำวางไว้ในซอกต้นโพธิ์จึงหยิบขึ้นมาดูพอเปิดดู ก่อนตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเป็นระเบิด จึงรีบวางไว้ทันทีและรีบแจ้วเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ โดยบริเวณดังกล่าวเป็นตลาดนัดมีต้นโพธิ์เก่าแก่และมีศาลเจ้าที่อยู่กับต้นโพธิ์ ซึ่งมีชาวบ้านมากราบไหว้ขอหวยเป็นประจำและถูกหวยกันตลอด จึงคาดว่าเจ้ามือหวยเห็นคนมาขอหวยแล้วถูกบ่อย จึงเอาระเบิดมาวางไว้เพื่อข่มขู่ให้คนเล่นหวยกลัว อีกศาลหนึ่งที่เจ้ามือหวยหวาดหวั่นนั่นคือ “ศาลเจ้าพ่อแบงก์กาโม่” ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสุขุมวิท ติดรั้วสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.ฉาง จ.ระยอง โดยศาลแห่งนี้ถูกรื้อสองครั้งติด ๆ ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้คอหวยต่างสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือเจ้ามือหวยเหมือนครั้งก่อน ทำให้นักแสวงโชคต่างพากันสาปแช่ง อ้างว่าลบหลู่ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามที่ชาวบ้านมีความเชื่อถือ ซึ่งการรื้อถอนดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นเวลาเช้ามืด เพราะหัวค่ำวานนี้ยังมีชาวบ้านมากราบไหว้อยู่ การรื้อถอนศาลดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วหลังจากเคยถูกรื้อถอนไปรอบแรก โดยชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของเจ้ามือหวยใต้ดิน ที่แค้นเคืองศาลดังกล่าว เพราะมีคนถูกหวยกันหลายราย นอกจากนี้ต้นโพธิ์ ที่ขึ้นอยู่ริมถนน ซึ่งเป็นต้นที่ชาวบ้านใช้โรยแป้งเพื่อหาเลขเด็ดก็ถูกถอนไปด้วยกัน ซ้ำยังมีการปรับปรุงพื้นผิวถนนดังกล่าวจนราบเรียบ ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งเกิดความสงสัยว่า อาจมีคนไปร้องเรียนกับทางการให้มารื้อถอนหรือไม่ […]

มือดีขู่วางระเบิดสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่อพยพพนักงานโกลาหล

เจ้าหน้าที่ตำรวจในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เร่งอพยพพนักงานและผู้บริหารของเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์หมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 2,200 ล้านคน ออกจากสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก ที่เมืองเมนโล่ พาร์ค หลังมีมือดีโทรศัพท์มาขู่วางระเบิดสำนักงานใหญ่ของบริษัท เหล่าพนักงานต้องอพยพอยู่นานหลายชั่วโมงเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแคลิฟอร์เนียและผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเข้าตรวจค้นภายในสำนักงานใหญ่ ซึ่งหลังการตรวจค้นโดยละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบวัตถุระเบิด รวมถึงหีบห่อต้องสงสัยใด ๆ ภายในสำนักงาน และเตรียมตามล่าตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขู่วางระเบิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่พนักงานของเฟซบุ๊กก้ได้รับแจ้งให้กลับเข้าทำงานภายในสำนักงานใหญ่ได้ตามปกติแล้ว ด้านทีมโฆษกของเฟซบุ๊ก ออกคำแถลงยืนยันว่า ไม่มีพนักงานของตนได้รับบาดเจ็บจากเหตุระทึกขวัญครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า คณะผู้บริหารระดับสูงของเฟซบุ๊ก ทั้งมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานและซีอีโอ, เชอรีล แซนด์เบิร์ก ประธานฝ่ายปฏิบัติการ, และเดวิด เวห์เนอร์ ประธานฝ่ายการเงิน ต่างก็ปลอดภัยดี แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า ในขณะที่เกิดการอพยพนั้น ผู้บริหารทั้งสามอยู่ภายในสำนักงานใหญ่หรือไม่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ครอบครัวมั่นใจ “ด.ต.เมธี” ไม่เอี่ยวคดีระเบิด เชื่อถูกใส่ร้าย ลั่นแม้อโหสิกรรมให้ แต่คนทำผิดต้องรับผลกรรม

จากกรณี ดาบตำรวจเมธี ไชยฉิม อายุ 49 ปี สังกัดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 ระนอง ได้ใช้อาวุธปืนอาวุธปืนประจำตัว ขนาด 11 มม. จ่อหัวยิงตัวเองเสียชีวิตที่บ้านพัก เนื่องจากความเครียดสะสมที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 61 นั้น (อ่าน : เปิดจดหมายลาตาย “ดาบเมธี” เครียดถูกใส่ร้ายเอี่ยวปมบึ้มรถ “สิบเอกหมึก” แฉมีคนบงการ) วันที่ 12 ต.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโรงพยาบาลระนองส่งมอบศพของดาบตำรวจเมธี ไชยฉิม อายุ 49 ปี ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อยตชด.415 ให้กับญาติหลังผ่านการชันสูตรเรียบร้อยแล้ว นางสุดารัตน์ ไชยฉิม และนายภูมิพัฒน์ ไชยฉิม ภรรยาและลูกชาย พร้อมเพื่อนร่วมงาน ได้นำศพของดาบตำรวจเมธีไว้ที่บ้านพักริมถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร เยื้องสถานีตำรวจภูธรชะเมา ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเดิมของดาบตำรวจเมธีและมีนางพร้อย ไชยฉิม มารดา อายุ 72 […]

ฆ่า “สิบเอกหมึก” ญาติสงสัยคนในเอี่ยวบึ้มรถ ซุกระเบิดจุดคนขับ (คลิป)

กรณีรถเก๋งโตโยต้า โซลูน่า สีน้ำเงิน ทะเบียน บง 9413 นราธิวาส เกิดระเบิดขึ้นภายในบริเวณบ้านพักกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 บ้านบางนอน หมู่ 1 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง ส่งผลให้ ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัย มากประสิทธิ์ หรือ หมึก ทหารชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย มทบ.44 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 61 โดยญาติของผู้เสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรืออุบัติเหตุ แต่คิดว่ามีผู้ไม่หวังดี ตั้งใจทำให้เกิดขึ้น (อ่าน : สุดโหด “ส.อ.” สตาร์ตเก๋งบึ้มร่างเละคาค่ายทหาร แม่พุ่งเป้าแก๊งยา ฆ่าล้างแค้น) วันที่ 7 ต.ค. 61 ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านพักกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 อ.เมือง จ.ระนอง โดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้เข้าด้านใน จุดเกิดเหตุ โดยอยู่ในระหว่างการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ทีมข่าวเดินทางมาที่ สภ.เมืองระนอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 […]

ชาวอินโดฯ สวดไว้อาลัยเหยื่อระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์-ยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ

ชาวมุสลิมในอินโดนีเซียได้มารวมตัวกันที่มัสยิดอิสติกลัลในกรุงจาการ์ตาในช่วงก่อนเริ่มการถือศีลอดเพื่อสวดมนต์ไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ ทั้งเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 คน และเหตุกลุ่มคนร้าย 4 คนใช้ดาบซามูไรไล่แทงตำรวจในเมืองเปกันบารู ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จนทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และมีตำรวจบาดเจ็บอีก 2 นาย ซึ่งกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีทั้งสองแห่ง ในเวลานี้ตำรวจอินโดนีเซียสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ได้แล้ว 13 ราย แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องสงสัยกับกลุ่มไอเอส โดยเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ดังกล่าวเป็นฝีมือของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ที่พ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 9 ถึง 18 ปีร่วมกันขับรถจักรยานยนต์ และแยกย้ายกันไปก่อเหตุตามโบสถ์คริสต์ต่างๆ ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้ยกระดับรักษาความปลอดภัยตามสนามบิน และตามพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อป้องกันเหตุโจมตี หลังเกิดเหตุก่อการร้ายต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

อินโดฯ ยังไม่สงบ! เกิดระเบิดซ้ำโจมตีสนง.ตำรวจ-สถานทูตเตือนคนไทยระวัง

เกิดเหตุระเบิดโจมตีสำนักงานตำรวจในเมืองสุราบายาของอินโดนีเซียในวันนี้(14 พ.ค. 61) หลังก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 61 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย ขณะที่สถานทูตไทยในอินโดนีเซียได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่เมืองสุราบายาให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว เหตุระเบิดโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่สำนักงานตำรวจในเมืองสุราบายา เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้า ผู้ก่อเหตุมี 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้ชายทำหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายมาด้วย โดยได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในบริเวณสำนักงานตำรวจ จากนั้นก็จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายตรงด่านตรวจ เบื้องต้นมีรายงานว่าเหตุระเบิดนี้ทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 7 นาย เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่เพิ่งเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายาเมื่อช่วงเช้าของวานนี้(13 พ.ค. 61) เหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บอีก 44 คน ขณะที่ผลการสอบสวนเหตุระเบิดในเวลานี้ทราบว่าครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ที่มีสมาชิก 6 คนเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยผู้ที่ก่อเหตุเป็นพ่อแม่และลูก ๆ อีก 4 คน ด้านตำรวจเปิดเผยว่าครอบครัวนี้เพิ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่ซึ่งเกิดการสู้รบในซีเรีย แต่ไม่ได้ระบุว่าครอบครัวนี้เดินทางเข้าไปในซีเรียเพื่อเหตุใด ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียได้โพสข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เตือนคนไทยในพื้นที่เมืองสุราบายาเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เมือดังกล่าว หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเมืองสุราบายาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา […]

โปสเตอร์ขู่บึ้มรถไฟนิวยอร์ก ว่อนทั่วเน็ต! ด้าน ‘ไอเอส’ ปัดไม่ได้ทำ

มีการเผยแพร่ภาพในสังคมออนไลน์ของเครือข่ายกลุ่มก่อการร้าย เป็นภาพชายสวมเสื้อยืดสะพายเป้ มีข้อความเขียนเป็นภาษาอังกฤษและอาหรับว่า “คุณไม่มีทางเดาได้ว่าเราจะโจมตีที่หมายใด” ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟใต้ดินบรู๊คลิน ในนิวยอร์ก มีระเบิดวางที่โคนเสาและยังมีคำว่าไอซิสเขียนอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม กลุ่มวาฟา ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของไอเอสยืนยันว่าไม่ได้เป็นคำขู่ของกลุ่มตน ก่อนหน้านี้ เคยมีการเผยแพร่โปสเตอร์ขู่โจมตีฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะจัดขึ้นที่รัสเซีย โดยเป็นภาพการเล็งเป้าที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ยืนอยู่บนโพเดียมกลางสนามกีฬา ด้านล่างมีข้อความเขียนว่า ปูตินจะต้องรับผิดชอบที่ฆ่าชาวมุสลิม

หนุ่มนิรนามปาระเบิดใส่ ‘สถานทูตสหรัฐฯ’ ในมอนเตเนโกร ก่อนฆ่าตัวตาย ตร.เร่งสอบสวน

เกิดเหตุชายนิรนามขว้างระเบิดมือเข้าใส่อาคารที่ทำการสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงป็อดโกริก้า เมืองหลวงของมอนเตเนโกร ก่อนที่คนร้ายจะฆ่าตัวตายด้วยการระเบิดตัวเองในอีกไม่กี่นาทีต่อมา สื่อท้องถิ่นของมอนเตเนโกรรายงานโดยอ้างประชาชนในพื้นที่ว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อย 2 ครั้งในเวลาห่างกันไม่นานเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจท้องที่ได้เข้าปิดกั้นถนนหลายสายรอบสถานทูตสหรัฐฯ และเร่งตรวจสอบร่างที่แหลกเหลวจากแรงระเบิดของคนร้าย เพื่อหาข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร รายงานข่าวระบุว่า อาคารสถานทูตสหรัฐฯ แทบไม่ได้รับความเสียหายใดๆ จากเหตุระเบิดครั้งนี้และไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่สถานทูตได้รับอันตราย ขณะที่ทางกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศให้ความร่วมมือกับรัฐบาลมอนเตเนโกร อย่างใกล้ชิดในการสืบสวนเหตุการณ์นี้ รวมถึงการสืบหาแรงจูงใจของคนร้าย ต่อมาด้านสถานทูตสหรัฐฯ ประกาศปิดทำการเป็นเวลา 1 วันในวันนี้ (22 ก.พ. 61) และออกคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันอยู่ห่างจากสถานทูต และสถานที่สาธารณะที่มีผู้คนรวมตัวเป็นจำนวนมาก ในเมืองหลวงของมอนเตเนโกร

ผู้ค้ายัน! ไม่เคยเห็น 2 ชายต้องสงสัยบึ้มตลาดพิมลชัย จนท.เพิ่มมาตรการคุมเข้ม (คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุ จยย.บอมบ์ในตลาดสดพิมลชัย ในเขตเทศบาลนครยะลา จนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิต 3 รายบาดเจ็บ 18 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการการปลอดภัยอย่างเข้มงวดนั้น ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ตลาดสดพิมลชัย และนำภาพถ่ายของผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ฝ่ายความมั่นคงคุมตัวไว้ได้มาให้ชาวบ้านในตลาดดู พบว่า พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านในพื้นที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นหน้าของชายทั้ง 2 คนมาก่อน และคิดว่าหากคนร้ายนับถือศาสนาอิสลามก็ไม่น่าจะเข้ามาในพื้นที่ของตลาด เนื่องจากภายในมีแผงขายหมูเป็นจำนวนมาก และจุดเกิดเหตุก็อยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยบรรยากาศภายในตลาด มีพ่อค้าแม่ค้ากลับมาค้าขายตามปกติ แต่ผู้มาซื้อสินค้าน้อยลงอย่างชัดเจน รอบๆ ตลาดมีการตั้งด่านตรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รถยนต์ทุกคันต้องลดกระจกเพื่อให้กล้องวงจรปิดจับใบหน้าของคนขับ หากเป็นรถกระบะขนของติดหลังคาสูงจะต้องมีการเปิดให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูสิ่งของภายใน ส่วนของรถจักรยานยนต์จะมีการสุ่มตรวจบางคัน

คาร์บอมบ์สนง.องค์กร ‘เซฟ เดอะ ชิลเดรน’ ในอัฟกานิสถาน คาดเอี่ยวไอเอส

เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ บริเวณสำนักงานขององค์กรการกุศลเพื่อเด็ก “เซฟ เดอะ ชิลเดรน” (Save The Children) ที่เมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานวันนี้ (24 ม.ค.) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน ซึ่งหลายคนในจำนวนนี้มีอาการสาหัส รายงานข่าวระบุว่า นอกจากเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าวแล้วยังมีรายงานว่า พบกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุ และเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่จากกองกำลังความมั่นคงของอัฟกานิสถาน ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยทางการท้องถิ่นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า องค์กรการกุศล “เซฟ เดอะ ชิลเดรน” คือเป้าหมายของการโจมตีที่แท้จริงหรือไม่ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งขององค์กรและหน่วยงานระหว่างประเทศหลายแห่ง ขณะที่รัฐบาลอัฟกานิสถานระบุว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้ เนื่องจากนักรบของกลุ่มไอเอสเคยเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เมืองจาลาลาบัดและจังหวัดนันการ์ฮาร์

keyboard_arrow_up