ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! ผู้ใช้ Face App ระวังถูกล้วงข้อมูล

หลายๆ คนที่เล่นโซเชียลมีเดียกันวันนี้คงงงเป็นไก่ตาแตกเลย เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ หลายคนทำไมหน้าตาแก่ลงเยอะได้ขนาดนั้น หรือว่าเรานอนนานเกินไปหลับทีเวลาบนโลกก็ผ่านไปหลายปีแล้ว แต่พอหันมองดูปฏิทิน เอ๊ะ! นี่ก็ปี 2019 นี่นา แล้วทำไมเกิดอะไรขึ้นทุกคนถึงแก่กันไปหมด ก็ไม่ต้องสงสัยอะไรกันมากมาย เพราะกระแสเปลี่ยนหน้าให้ดูแก่นี้กำลังเป็นกระแสที่คนเล่นกันทั่วโลกในชื่อ Face App ที่โหลดใช้งานทั่วไปผ่านทางแอปฯ สโตร์ในสมาร์ทโฟนของเรานี่แหละ ต้องบอกก่อนว่าเจ้า Face App นี้เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับแต่งหน้าผู้ใช้ให้แก่ขึ้น เด็กลง เปลี่ยนเพศ อะไรทำนองนี้ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งตอนนี้คนแห่แหนกันดาวน์โหลดและเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าเป็นแอปฯ ปกติทั่วไปก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เมื่ออะไรที่เป็นกระแสก็ต้องมีผู้ที่ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับมัน โดยมีทางผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้ออกมาเตือนผู้ที่กำลังเพลิดเพลินกับการแต่งรูปเกี่ยวกับการทำงานที่ดูแล้วน่าสงสัย ทั้งการดึงรูปไปประมวลผลไปจนถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ซึ่งถ้ายังจำกันได้เมื่อปีก่อนทางเฟซบุ๊กเองก็ถูกฟ้องจากกรณีแอบขายข้อมูลผู้ใช้บริการเพื่อหวังผลทางการเมืองจนต้องชดใช้ค่าเสียหายไปมหาศาล หรือล่าสุดเมื่อตอนต้นปีกับแอปฯ แต่งรูปจากจีนที่มีการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด โดยเจ้า Face App นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากประเทศรัสเซีย และเราก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกนำข้อมูลไปใช้ยังไงหรือไม่ แต่ปลอดภัยไว้ก่อนก็คงจะดีกว่านะครับ

พีคขั้นสุด!! สาวไลฟ์สดหลอกคุย ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ นานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเอาคืนแบบเจ็บแสบ

แม้จะมีข่าวคราวเกี่ยวกับการแจ้งจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ดูเหมือนจะยังมีมิจจาฉาชีพจำนวนไม่น้อย ที่ยังใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเพื่อล้วงข้อมูลเหยื่อ อย่างล่าสุด ที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปอม ปอม ได้แชร์คลิปวิดีโอไลฟ์สด ขณะกำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อเข้ามาเพื่อหลอกว่าเลขบัญชีธนาคารของเธอ โดยอ้างว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงิน จำเป็นต้องอายัดบัญชี แต่ดูเหมือรงานนี้เจ้าตัวรู้ทัน จึงวางแผนตลบหลัง ด้วยการทำทีคุยโทรศัพท์นานนับชั่วโมง โดยหลอกว่าตนมีอยู้ 2 บัญชี ซึ่งบัญชีแรกมี 250,000 บาท และอีกบัญชีมี 8,000,000 บาท ก่อนที่ทางแก๊งมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้เธอทำธุรกรรมทางการเงิน โดยตอนแรกทางฝ่ายหญิงสาวก็ทำเนียนเหมือนจะออกไปจริงๆ และเริ่มบอกว่า ความจริงแล้วเธอนับตัวเลขทศนิยมผิด เพราะจริงๆ แล้วบัญชีแรกมีแค่ 80 บาท ส่วนบัญชีก็มีแค่ 25 บาทเท่านั้น งานนี้ทำเอาแก๊งมิจฉาชีพปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะต่อว่าเธอและกลายเป็นการทะเลาะถกเถียงทางโทรศัพท์ ก่อนที่อีกฝ่ายจะต่อว่าเธออย่างรุนแรงและรีบตัดสายทิ้งไป

ไม่รู้ไม่เห็น! หนุ่มเจ้าของบัญชีปัดเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงินสาวแบงก์

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เชิญตัวช่างซ่อมรถไปสอบปากคำ หลังปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกพนักงานแบงก์แห่งหนึ่ง ให้โอนเงินกว่า 2 แสนบาท  วันที่ 1 ธ.ค.60 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เชิญตัว นายพูลสวัสดิ์ หรือ โย อายุ 37 ปี ชาว ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง อาชีพช่างซ่อมรถไปสอบสวน หลังมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แก๊งคอลเซนเตอร์นำไปใช้โทรศัพท์หลอกพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะพนักงานถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนมีการเผยแพร่ในโลกโซเซียลออยู่ในขณะนี้ เบื้องต้น นายพูลสวัสดิ์ ให้การว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว แต่เคยได้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ได้รู้จักกัน มาเจอกันโดยบังเอิญ ก่อนจะชักชวนมาเปิดบัญชีให้ โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ส่วนสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มบุคคลดังกล่าวได้เก็บไปทั้งหมด ซึ่งในวันที่ไปเปิดบัญชีกบัธนาคาร ก็มีคนไปเปิดบัญชีลักษณะดังกล่าวเหมือนตนอีก 3 คน โดยผู้ว่าจ่างระบุชัดเจนว่าต้องการบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารตอนเปิดบัญชี ผู้ว่าจ้างก็จะเตรียมมาให้ด้วย ทั้งนี้นายพูลสวัสดิ์ ได้ร้องขอให้ตำรวจ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเองอีกด้วย  ขณะที่ พันตำรวจเอกกฤษดา พันธ์เกษม […]

เกิดผล โต้ทนายดัง ยัน ‘สาวแบงก์’ ไม่ผิด ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่

จากกรณีที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า (อ่านเพิ่มเติมที่ – ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. สถาบันการเงิน พ.ศ 2551 ตามความเห็นของท่านทนายคนดังกล่าว แต่อย่างใด ที่มา – Facebook.com / เกิดผล แก้วเกิด

ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?

จากกรณีที่มีพนักงานธนาคารหญิงรายหนึ่งที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร. หา เพื่อหลอกให้โอนเงิน แต่เจ้าตัวรู้ทัน และได้ทำการตลบหลัง ด้วยการล้วงเอาชื่อ ที่อยู่ของโจรแสบออกมาแฉ (อ่านเพิ่มเติมที่ : สาวแบงก์สุดสวย แฉนาทีตลบหลัง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำโจรเงิบ ห่วงคนแก่เป็นเหยื่อ (คลิป)) ล่าสุด ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า โดยระบุว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือพิจารณาคดี เปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อ เปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าถูกเผยแพร่ออกไปเป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการตีความด้วยกฎหมายดังกล่าว ทั้งยังตั้งคำถามว่า เหตุใดกฎหมายถึงได้ทำร้ายคนดี แต่กลับให้ท้ายคนร้าย ล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. […]

keyboard_arrow_up