สาวญี่ปุ่นล่ารายชื่อ ยกเลิกกฎใส่ ‘รองเท้าส้นสูง’ ไปทำงาน

ที่ญี่ปุ่นกำลังมีการปลุกกระแสเรื่องความเสมอภาคทางเพศ ล่าสุดมีแคมเปญล่ารายชื่อเพื่อขอให้ที่ทำงานยกเลิกกฏบังคับพนักงานหญิงให้ใส่รองเท้าส้นสูง โดยที่มาของแคมเปญนี้เกิดจากทวีตของหญิงสาวชื่อว่ายูมิ อิชิกาวะ ระบุเธอถูกบังคับให้สวมรองเท้าส้นสูงไปทำงาน ซึ่งต่อมา ปรากฏว่าข้อความของเธอถูกแชร์ต่อกว่าสามหมื่นครั้ง หลังจากนั้น จึงเกิดแคมเปญในโลกออนไลน์ และมีการติดแฮชแทก #kutoo ซึ่งมาจากคำว่ารองเท้าในภาษาญี่ปุ่น และเป็นการเล่นคำกับกระแส #metoo ที่เรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคของผู้หญิง ข้อเรียกร้องของแคมเปญนี้คือขอให้สถานทีทำงานยกเลิกกฎที่บังคับให้พนักงานหญิงต้องสวมรองเท้าส้นสูง และให้เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่ารองเท้าส้นแบนก็เป็นทางการไม่ต่างจากรองเท้าผู้ชาย ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ ราวศตวรรษที่ผ่านมา บรรดาหนุ่มนักธุรกิจต่างสวมสูทผูกไทด์ไปทำงาน ต่อมาในปี 2005 รัฐบาลเริ่มสนุบสนุนแคมเปญ cool biz ลดความเป็นทางการของชุดทำงาน จุดประสงค์เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแคมเปญ #kutoo มีเป้าหมายเพื่อยุติการเลือกปฏิบัติและสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และให้ทุกคนทุกเพศสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไม่ปลื้ม! แฟนซีรีส์ล่ารายชื่อ จี้ถ่ายทำ Game of Thrones ซีซั่น 8 ใหม่

สถานีโทรทัศน์เอชบีโอ (HBO) กำลังตกที่นั่งลำบาก หลังปล่อยตอนล่าสุดของซีรีส์ชื่อดัง เกม ออฟ โธรน (Game of Thrones) ซีซั่น 8 ให้แฟน ๆ ได้ชมไปเมื่อคืนวันอาทิตย์(12 พ.ค.) ที่ผ่านมา และปรากฎว่าทำเอาคนดูช็อคกับฉากจบในตอน 6 จนถึงขั้นรวมตัวล่ารายชื่อ เพื่อให้ทีมผู้สร้างผลิตซีซั่น 8 ออกฉายใหม่ทั้งหมด แฟน ๆ ให้สาเหตุว่าคนเขียนบทของตอนล่าสุดนี้ขาดความเข้าใจตัวละคร ทำให้การกระทำไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ปูเรื่องมาตั้งแต่ตอนแรก ๆ ถือเป็นการไม่เคารพเจ้าของบทประพันธ์ และดูเหมือนว่าการถ่ายทำเป็นไปอย่างเร่งรีบ ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อในเว็บไซต์ change.org แล้วกว่า 7 แสนคน ซึ่งทางเจ้าของแคมเปญตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านคน ก็ต้องรอดูว่าหลังจากนี้ทาง HBO จะมีท่าทีอย่างไร ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เจอสายตรง! นศ.มรภ.พิบูลย์สงคราม ประกาศยกเลิกกิจกรรมล่ารายชื่อ ถอดถอน กกต.

นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลย์สงคราม ประกาศยกเลิกกิจกรรมล่ารายชื่อ ถอดถอน กกต. หลังมี จนท.สันติบาลติดต่อเข้าไปที่มหาวิทยาลัย หวั่นถูกฟ้องร้อง วันนี้ (2 เม.ย.62) ทวิตเตอร์เกี่ยวกับกฎหมายชื่อดังอย่าง iLawFX เปิดเผยว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลย์สงคราม ได้ประกาศยกเลิกการจัดกิจกรรมล่ารายชื่อถอดถอน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  เนื่องจากได้มีเจ้าหน้าที่สันติบาลติดต่อเข้าไปที่มหาวิทยาลัย ทางผู้บริหารมีความกังวลจึงแจ้งให้นักศึกษายกเลิกการจัดกิจกรรม เพราะหากไม่ยกเลิกอาจจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

มธ. ล่า 6.6 หมื่นรายชื่อ ยกเลิกระบบใช้เงินประกันตัว ลั่น ‘ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน’ !?

อีกหนึ่งกระแสที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Prinya Thaewanarumitkul โดยระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีโครงการรณรงค์ผ่านทางเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องการปฏิรูประบบประกันตัว ให้ใช้วิธีการอื่นที่แทนการใช้เงิน โดยให้เหตุผลว่า ในแต่ละปีมีคนจำนวนมากที่ต้องติดคุกตั้งแต่ศาลยังไม่พิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว โดยมีเป้าหมายล่ารายชื่อทั้งหมด 66,000 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม สำหรับใครที่สนใจร่วมสนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ สามารถไปร่วมลงชื่อกันได้ที่เว็บไซต์ change.org ตามลิ้งข้างล่างนี้เลย (ขอ 6 หมื่นชื่อแสดงพลัง เปลี่ยนระบบเงินประกัน “ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป) ที่มา – change.org / facebook.com :prinya.thaewanarumitkul

ชาวฮินดูเดือด! ล่าชื่อถอดโฆษณาเนื้อแกะออสซี่ ฐานลบหลู่ศาสนา-ล้อเลียน ‘พระพิฆเนศ’

หน่วยงานรัฐของออสเตรเลียทำโฆษณาตัวใหม่เป็นเทพเจ้าและศาสดาจากศาสนาต่าง ๆ มาร่วมรับประทานเนื้อแกะในงานฉลอง หนึ่งในนั้นคือพระพิฆเนศ เมื่อชาวฮินดูเห็นเข้าก็รู้สึกโกรธ เพราะเป็นที่เชื่อกันว่าพระพิฆเนศไม่เสวยเนื้อสัตว์ ชาวฮินดูล่ารายชื่อกว่า 2,000 รายชื่อเรียกร้องให้หน่วยงาน “มีท แอนด์ ไลฟ์สต๊อก ออสเตรเลีย” (Meat & Livestock Australia) ถอดโฆษณาตัวใหม่ที่อ้างว่าทำการตลาดให้เนื้อแกะเป็นเนื้อที่คนทุกชนชาติ ทุกศาสนารับประทานได้โดยไม่ขัดต่อหลักความเชื่อ ตัวโฆษณานั้นเป็นเทพเจ้าและศาสดาจากหลากหลายความเชื่อ ทั้งพระเยซู, พระพุทธเจ้า, โมเสส, เทพซีอุส, เทพีวีนัส, แอล รอน ฮับบาร์ด ผู้ก่อตั้งลัทธิไซเอนโทโลจี แม้แต่ลุค สกายวอล์คเกอร์จากสตาร์ วอร์ส แต่ปรากฏว่าหนึ่งในนี้คือพระพิฆเนศ เทพในศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าพระพิฆเนศนั้นไม่เสวยเนื้อสัตว์ ทำให้ชาวฮินดูโกรธมาก เพราะถึงแม้ในโฆษณาจะไม่เห็นพระพิฆเนศเสวยซี่โครงแกะตรงๆ แต่ตอนท้ายคลิปจะเห็นว่าซี่โครงแกะนั้นหายไปจากจานตรงหน้าแล้ว ผู้สนับสนุนให้ถอดโฆษณาระบุว่านอกจากจะหลบหลู่ศาสนาแล้ว ยังไม่ให้เกียรติชาวฮินดู มุสลิม และพุทธ และขอให้นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะได้รับความสนใจจากสื่อต่างชาติและทำให้ชาวออสเตรเลียมีภาพลักษณ์เหยียดศาสนา  

‘แทค’ เหวอ เจอล่าชื่อถอดจากละคร ‘ล่า’ ยอมรับโพสต์ห่ามผิดจริง แต่ไม่ถึงขนาดฆ่าใครตาย

ถูกชาวเน็ตเสิร์ฟยำดราม่าทันที หลังหนุ่ม “แทค ภรัณยู” นักแสดงจากละครรีเมกเรื่อง “ล่า” ได้โพสต์ภาพและข้อความในประเด็นอ่อนไหวลงในเฟซบุ๊กตนเอง ซึ่งชาวเน็ตมองว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้คำพูดในเชิงล้อเล่น ซึ่งต่อมาเจ้าตัวก็ลบภาพต้นตอดราม่าทิ้ง พร้อมโพสต์ข้อความขอโทษทั้งในส่วนเฟซบุ๊กแฟนเพจและอินสตาแกรม แต่กระแสดราม่าก็ยังไม่หยุด เมื่อมีการจัดแคมเปญล่ารายชื่อเพื่อถอดหนุ่มแทคออกจากละครเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรก ต่อกระแสโจมตีในโลกออนไลน์ โดยแทคกล่าวขอโทษ ยืนยันไม่มีเจตนาไม่ดี ต่อไปจะระวังในการใช้คำให้มากขึ้น พร้อมขอบคุณ “บอย ถกลเกียรติ” ผู้บริหารช่อง ที่เข้าใจและให้โอกาสตนได้ทำงานต่อ “ขอบคุณพี่บอยที่ให้โอกาสผมถ่ายละครต่อไป แน่นอนว่าละครเรื่อง “ล่า” เป็นละครดังที่นำกลับมาทำใหม่ ความกดดันย่อมอยู่ที่พวกเรานักแสดง เพราะเวอร์ชั่นก่อนหน้าทำไว้ดีมาก เราก็อยากทำให้ดีเทียบเท่า ก็เต็มที่กันมาก ต้องขอบคุณพี่บอยที่มองเห็นถึงความตั้งใจของผมและเราอยู่ในบทนั้นจริงๆ สำหรับดราม่าที่เกิดขึ้น เราต้องแต่งตัว ทีนี้มันก็ต้องอินอยู่ในบทของเรา มันเป็นความผิดของผมด้วยแหละที่พูดไม่ทันคิด และเราก็โพสต์ไป พอโพสต์เสร็จพวกแฟนคลับที่รู้จักผมเขาก็จะมาสนุกสนานกัน สักพักก็จะมีดรามาขึ้นมา ถ้าเรารู้ว่าเราผิดเราก็ขอโทษไป คือจบ เราก็ทำงานต่อ” แต่ดูเหมือนจะไม่จบเพราะมีการล่าชื่อรายชื่อถอดเราออกจากละคร? “ถามว่ารู้สึกตกใจมั้ย มันก็ตกใจเล็กๆ ถามว่ามันมีส่วนที่ต้องปลดอะไรมั้ย ผมว่ามันไม่มีอะไรมากมาย ถามว่าร้ายแรงมั้ย มันอาจจะเซนสิทีฟกับใครหลายๆ คน อาจจะกลุ่มนึง แต่ถามว่าร้ายแรงถึงขนาดที่ ผมต้องไปฆ่าคนหรอ ผมต้องชนแล้วหนีหรอ หรือไปโกงบ้านโกงเมืองเขาก็คงไม่ขนาดนั้น ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกัน […]

keyboard_arrow_up