ย้อนชมความงาม “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำให้ภาพสวยๆ  ที่เคยถูกบันทึกไว้ในมหาวิหารแห่งนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอทิก นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ “ครีบยันลอย” ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร “บริเวณร้องเพลงสวด” หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง […]

ชาวบ้านวอน! เร่งแก้ไขปัญหา ‘ไฟไหม้ปริศนา’ กินนอนลำบากต้องระวังทั้งวันทั้งคืน

หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมแก้ไขปัญหาไฟปริศนาที่ลุกไหม้บ้าน 4 หลัง ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ดร.กานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมมลพิษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมธรณีวิทยา พร้อมทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยสำรวจธรณีประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าสำรวจพบรอยแตกของแผ่นหินชั้นล่างใต้ดิน ลักษณะเหมือนมีโพรงที่ความลึกประมาณ 30 เมตร และกรมมลพิษได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดไฟ เบื้องต้น พบสารในอากาศ 5 ชนิด และมี 4 ชนิด ที่สามารถติดไฟได้ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยในวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะได้นำเครื่องขุดเจาะมาติดตั้ง เพื่อเจาะลงพื้นหินด้านล่างความลึก 30 เมตรนำหินชั้นล่างขึ้นมาตรวจสอบหาความผิดปรกติของสารบางอย่างอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ เจ้าของบ้านที่เกิดไฟปริศนาลุกไหม้บอกกับทีมข่าวว่าหลังจากที่เกิดไฟปริศนามาเกือบ 5 เดือนรวมกว่าร้อยครั้ง ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างลำบากมาก การกินนอนก็ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม ต้องคอยระวังทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อก่อนเคยนอนที่นอน แต่ตอนนี้ต้องขนออกมาไว้นอกบ้านทั้งหมด ต้องนอนกับพื้นที่ปูกระเบื้อง เพราะว่าไฟจะเกิดได้ถ้ามีเชื้อที่ติดไฟง่าย อยากให้หน่วยงานต่างๆ หาข้อสรุป และแก้ไขให้ได้ แม้แต่ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดก็อยากจะทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร.

เจ้าของรอดหวุดหวิด! ไฟไหม้บ้านกลางสวน วอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

วันที่ 14 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ได้รับเเจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ บ้านเลขที่ 48/9 หมู่ที่ 3 ตำบลซากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง และรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลชากไทย และเทศบาลตำบลพลวง จำนวน 2 คัน ไปที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึง พบไฟกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้อย่างหนัก ที่อยู่กลางสวนผลไม้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงจึงต้องช่วยกันระดมน้ำฉีดสกัดเพลิง หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายทั้งหมด ต่อมาทราบชื่อ เจ้าของบ้าน คือ นายกฤษดา มาฆะสิทธิ์ อายุ 53 ปี หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบ พบว่าต้นเพลิงมาจากแผงวงจรไฟฟ้าทางขึ้นชั้นที่ 2 ที่เกิดการช็อต และทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่ง ด้าน นายกฤษดา มาฆะสิทธิ์ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่เพราะได้ออกไปตัดหญ้าภายในสวนอีกที่หนึ่งมารู้อีกทีคือมีคนงานโทรมาตาม ซึ่งตนเองไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้มีแต่เพียงลูกสาวอยู่กัน […]

keyboard_arrow_up