เกาหลีใต้ จ่อใช้ระบบ ETA คัดกรองนักท่องเที่ยว สกัด “ผีน้อยไทย” ลักลอบเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ มีการเผยแพร่ข่าวการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 4 โดย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนอยู่ในระดับที่ดี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางมาไทยประมาณ 1.8 ล้านคนต่อปี และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ประมาณ 5 แสนคนต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีที่ใกล้ชิดและดำเนินมาครบ 60 ปีแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ต้นทางเพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวโดยสุจริต เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนคนไทยที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีเป็นจำนวนมากประมาณ 14๐,๐๐๐ คน โดยภายหลังสิ้นสุดการดำเนินมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีที่ให้แรงงานต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้กระทำผิด ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 31 มีนาคม 2562 ยังมีคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีถึงร้อยละ 39 ของจำนวนคนต่างชาติทั้งหมดที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี โดยสาธารณรัฐเกาหลีก็จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาทำงานและนำคนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงยุติธรรมสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการอำนวยความสะดวกการโยกย้ายถิ่นฐานแบบปกติและการป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันของหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยได้หารือกับฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อแสวงหาช่องทางการรับแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มเติมจากระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System – […]

หากลักลอบค้า “ตัวนิ่ม” จะต้องเผชิญโทษทางกฎหมายอย่างไร!?

อีกหนึ่งสัตว์ป่าที่พบเห็นบนหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากปัญหาการลักลอบล่าและค้าอวัยวะสัตว์ป่า นั่นคือ ตัวนิ่ม (Pangolin) หนึ่งในสัตว์ป่าที่ สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (The World Conservation Congress) หรือ IUCN จัดให้อยู่ในบัญชีสีแดง เพราะมันถูกคุกคามอย่างหนักจนเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เนื่องจากความเชื่อในเรื่องยาอายุวัฒนะที่อยู่ในเกล็ดของมัน และเนื้อที่เชื่อว่ามีสรรพคุณเสริมพลังทางเพศ ทำให้ตัวนิ่มจำนวนมากถูกล่าจากหลายพื้นที่ เพื่อนำไปขายในตลาดมืดทั่วโลก ซึ่งมีแหล่งรับซื้อใหญ่อยู่ที่ประเทศจีนและเกาหลี โดยในปี ค.ศ. 2013 เคยมีการยึดซากและชิ้นส่วนของตัวนิ่มจากเรือบรรทุกจีนที่เกยตื้นในฟิลิปปินส์ได้ถึง 11 ตัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามนุษย์นั้นล่าตัวนิ่มมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นชุดเกราะที่ทำจากเกล็ดของตัวนิ่มทั้งชุด ซึ่งถูกทำขึ้นเพื่อถวายให้กับพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อปี ค.ศ.1820 ด้วย ปัจจุบัน ตัวนิ่มชวา (M. javanica) ที่พบได้ในแถบภาคใต้ของประเทศ จัดเป็นตัวนิ่มที่ถูกคุกคามจากการล่ามากที่สุด จนกลายเป็นสัตว์หายาก เพราะมีรายการสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ แถมยังมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000-3,000 บาท หรืออาจมีราคาสูงถึง 3,500 บาท สำหรับตัวนิ่มขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การค้าตัวนิ่มไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของซาก นิ่มที่ยังมีชีวิต หรืออวัยวะบางส่วนของตัวนิ่ม ก็นับเป็นสิ่งผิดกฎหมาย […]

รวบตัวสาวเวียดนามคาด่านนครพนม หลังลักลอบขนงาช้างแอฟริกาเข้าไทย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานว่าเมื่อวัรันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา นายกฤษฎา สาคาวงศ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม ร่วมกับ ด่านศุลกากรนครพนม, ตม.นครพนม, ศปทส.ภ.นครพนม, สภ.เมืองนครพนม, ร้อย ทพ.2107, ร้อย ตชด.236, กกล.สุรศักดิ์มนตรี, มว.คทร.ที่ 3 ได้ตรวจพบการกระทำผิด พบงาช้างและเครื่องประดับที่ทำจากงาช้างแท้ ซึ่งผู้กระทำผิดคือ นาง NGUYEN THI THANH (ทัน เหวียน กี่ ทัน) อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560, ครอบครอง,นำเข้าซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่รับอนุญาตจากอธิบดี เป็นความผิดมาตรา 19,23,24 แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535, นำเข้างาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี เป็นความผิดมาตรา 5 แห่งพ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 ณ […]

หมาตายไป 3 ตัว! อย.เตือนยาจุดกันยุงเถื่อน ‘ก็อตซิลล่า’ สุดอันตราย-พบขายขอบ กทม.

อย.เตือนประชาชน อย่าซื้อยาจุดกันยุงพม่ายี่ห้อ “ก็อตซิลล่า” มาใช้ หลังพบมีการลักลอบจำหน่ายในพื้นที่ขอบกรุงเทพฯ เตือนสุดอันตรายมีสารต้องห้าม พบมีผู้ซื้อไปใช้ทำสุนัขตายแล้ว 3 ตัว มีรายงานข่าวว่าในพื้นที่ย่านบางแค บางบอน บางขุนเทียน และพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพฯ รวมถึงร้านค้าในจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีกลุ่มผู้ค้าลักลอบนำยาจุดกันยุงยี่ห้อ “ก็อตซิลล่า” จากประเทศเมียนมา มาจำหน่าย โดยรายงานระบุว่า มีลูกค้าชาวไทยซื้อยาจุดกันยุงดังกล่าวไปใช้ แต่กลับทำให้ลูกสุนัขพันธุ์ชิวาว่าที่เลี้ยงไว้ 3 ตัวตาย และเมื่อสูดดมก็มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ จึงคาดว่ายาจุดกันยุงดังกล่าวอาจมีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ ลักษณะของยาจุดกันยุงก็อตซิลล่า มีลักษณะเป็นกล่องสีแดง มีภาษาอังกฤษเขียนว่า GODZILLA นอกนั้นจะเป็นภาษาเมียนมาทั้งหมด มีการบอกวิธีใช้แต่ไม่บอกสถานที่ผลิต ในกล่องมียาจุด 12 ขด สีม่วง จุดไฟมีกลิ่นแรงคล้ายยากันยุงทั่วไป แต่ไล่ยุงได้ดีกว่ายากันยุงตามท้องตลาด จำหน่ายกล่องละ 20-25 บาท และมีผู้ซื้อไปใช้จำนวนมาก เนื่องจากมีประสิทธิภาพไล่ยุงได้ดี แม้มีกลิ่นที่รุนแรง ส่วนมากจะลักลอบเข้ามาทางชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ติดกับประเทศเมียนมา ขณะที่เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2560 ทาง อย.ได้ออกมาเตือนยาจุดกันยุงเถื่อนพม่ายี่ห้อ ก็อตซิลล่า แล้ว […]

อย่าเอาความจนมาอ้าง! โซเชียลรุมสวดแรงงานไทยลักลอบทำงานในเกาหลี หลังมีคลิปหลุดนาทีหนี ตม.

ปัญหาแรงงานไทยการลักลอบเข้าทำงานในเกาหลีใต้แบบไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นประเด็นที่ถูกเผยแพร่ทั้งบนหน้าสื่อและในโลกออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้งยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยที่หลายฝ่ายยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังไม่สามารถห้ามปรามกลุ่มคนที่ต้องการไปแสวงโชคในต่างแดนกลุ่มนี้ได้ อย่างเช่นกรณีล่าสุด ที่เพจเฟซบุ๊ก โคตรห้าว V.4 ได้เผยแพร่คลิปที่หลุดมาจากแรงงานไทยลักลอบทำงานในเกาหลี ซึ่งเป็นนาทีขณะคนไทยหลายสิบคนกำลังวิ่งหนีไปตามร่องนา เนื่องจากถูก ตม. บุกไปตรวจค้นที่ทำงาน ทั้งนี้เพจดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า…กูละเหนื่อยใจกับตรรกะของแรงงานไทยที่ลักลอบทำงานในเกาหลี เอาความจนมาเป็นข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย สารพัดจะสรรหาคำพูดมาตอบโต้เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคือเรื่องที่ถูกต้อง ผิดก็คือผิดนะ ไม่ว่ามึงจะหยิบยกเหตุผลอะไรมาก็แล้วแต่ เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกมึงก็คือคนที่เห็นแก่ตัวและเอาเปรียบคนอื่นอยู่ดี

กฎมีไว้แหก! รวมอาวุธหน้าตาแปลกๆ ที่ถูกยึดได้จากผู้โดยสารที่กำลังจะขึ้นเครื่องบิน

เป็นที่ทราบกันดีว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยบนสารการบินนั้นมีความเข้มงวดอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงหลังที่มีข่าวเกี่ยวกับการก่อการร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ยิ่งทำให้สายการบินต่างๆ ต้องยกระดับการตรวจค้นเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการแอบลักลอบนำอาวุธต่างๆ ขึ้นไปบนเครื่องบินได้ แต่ถึงจะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้โดยสารมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่อาจจะไม่เข้าใจ หรือละเลยต่อข้อห้ามเหล่านั้น โดยการนำอุปกรณ์บางชิ้น ทั้งที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูเป็นของอันตราย และบางชิ้นที่แม้ว่าจะดูเป็นของเล่นมากกว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำร้ายคน แต่เพื่อความปลอดภัย หากผู้โดยสารไม่สามารถนำมันโหลดใส่ใต้เครื่อง หรือเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าไม่สมควรให้อยู่บนเครื่องเด็ดขาด พวกเขาก็ต้องทิ้งมันไว้ที่สนามบินนี่แหละ และค่อยทำเรื่องให้ส่งของตามไปทีหลัง หากพวกเขาต้องการมันจริงๆ อย่างเช่นบรรดาอาวุธหน้าตาแปลกๆ ที่ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (tsa : Transportation Security Administration) สามารถตรวจยึดได้ และนำมาเผยแพร่ทางไอจีข้างล่างนี้ ที่มา – instagram.com/tsa

อีกขั้นของต่างด้าว! ศุลกากรแม่สาย รวบหนุ่มเมียนมาลอบขนอาวุธปืนข้ามฝั่งไทย

เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย ร่วมกับทหารและตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นหีบห่อสัมภาระ และตรวจค้นยานพาหนะ อยู่ในบริเวณด่านพรมแดน สะพานข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่1 ช่องทางขาออกไปท่าขี้เหล็ก ได้เรียกตรวจค้นรถตู้สีขาว ติดป้ายทะเบียนเมียนมา 1M2049SHN มีนายจายหน่อ อายุ27ปี สัญชาติเมียนมา เป็นคนขับ ผลการตรวจค้นภายในรถพบ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนเล็กยาวยี่ห้อ CZ455 ผลิตในประเทศสาธารณัฐเช็ค ขนาด.22 จำนวน 3 กระบอก พร้อมด้วยเครื่องกระสุนขนาด .22 อีกจำนวน 2,500 นัด นายจายหน่อรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้าง ในการขน ครั้งนี้ 2000 บาท เพื่อไปส่งที่เมียนมา จ.ท่าขี้เหล็ก จึงควบคุม นายจายหน่อคนขับ พร้อมของกลางดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 พร้อมทั้งจะได้สืบสวนหาที่มาที่ไปของอาวุธปืนเหล่านี้ และติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

มูลนิธิสืบฯ ขอบคุณตำรวจทำคดีเสือดำ พร้อมดำเนินข้อหา ‘เจตนาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง’

วันที่ 16 มี.ค.61 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์เฟซบุ๊ก แถลงการณ์ ฉบับที่ 3 กรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยเนื้อหาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก 3 คน ในกรอบเวลา และดำเนินคดีข้อหาเจตนาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง และร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้อความระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน ที่ได้เข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมทั้งได้มีการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และปลอกกระสุนปืน ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาของสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ให้กับสำนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน คือนายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้ต้องหาที่1 นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 โดยมีข้อหารวม 9 ข้อ ตามคดีหมายเลขดำที่ […]

‘บิ๊กป้อม’ ยันเดินหน้าหาหลักฐานเอาผิด ‘เปรมชัย’ ขอทุกฝ่ายอย่ากังวล

รองนายกรัฐมนตรี ระบุ กรณีการสอบสวนเรื่องเสือดำ ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นไปตามพยานหลักฐานและขอทุกฝ่ายอย่ากังวล ยืนยันทำการโปร่งใส ส่วนความคิดเห็นข้อกังวลของอดีตอัยการสูงสุดเรื่อง DNA เป็นเพียงข้อคิดเห็นและควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิสูจน์ วันที่ 12 มี.ค.61 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวกังวลเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร บนมีดกับเขียงของคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ว่า เป็นแค่ความคิดเห็นของอดีตอัยการสูงสุด จึงต้องให้คณะทำงานปัจจุบันได้พิสูจน์ ส่วนเรื่องกรอบเวลาในการทำคดีจะเสร็จสิ้นเมื่อใดตนเองไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าต้องหาพยานหลักฐานให้รวดเร็ว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมขออย่ากังวลเรื่องความไม่โปร่งใส เพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งใจทำคดีนี้ จึงยืนยันว่าจะไม่มีปัญหา ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการทำคดี หากจะมีการฟ้องกลับจะสามารถทำได้หรือไม่ ตนเองไม่ทราบและขอให้ดูในข้อกฎหมาย

‘เมื่อใช้เขาผมก็ต้องไว้ใจเขา…’ ผบ.ตร. ระบุคดีเปรมชัย ‘ยังไม่พบพิรุธ’ ในการทำงานของ ‘ศรีวราห์’ (คลิป)

วันที่ 9 มี.ค.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังแถลงสรุปสำนวนคดีหวย 30 ล้าน ครั้งที่ 2 ถึงกรณีคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก ลักลอบล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น เมื่อถามว่า ผบ.ตร.มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู และจะมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวน หรือผู้ดูแลรับผิดชอบหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผมเป็นผู้นำองค์กรสูงสุด ในคดีเปรมชัย ผมดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นคดีใหญ่ เพราะเป็นคดีที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ ขณะนี้คดีนี้ ผมยังไม่พบพิรุธในการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เลย ไม่เหมือนกับคดีที่เมืองกาญจน์ ถ้าพบพิรุธเมื่อไหร่ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ช้าแน่นอน ผมต้องลงไปแก้ไข เพราะตำรวจผมเองต้องเป็นหลักประกัน อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน ให้สังคม “ขณะนี้ผมยังไม่พบพิรุธของท่านศรีวราห์ พบเมื่อไหร่ผมก็ปรับหน้าที่ ซึ่งท่านก็ไม่ได้ทำสำนวนเพียงแต่ไปควบคุมกำกับดูแลในส่วนของสอบสวนกลาง ป่าไม้หรืออะไรก็ว่าไป ท่านไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวน ท่านเป็นผู้ที่ไปกำกับดูแลสอบสวนกลาง ถ้ามีพิรุธไม่ชอบมาพากลก็คงต้องเปลี่ยน แต่โอกาสนี้ผมเชื่อว่า […]

มูลนิธิสืบฯ ออกแถลงการณ์จี้รัฐทำคดี ‘เปรมชัย’ ล่าช้า ยันเจตนาซุกปืนเพื่อล่าสัตว์ป่า

จากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 3 คน ในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และปลอกกระสุนปืนนั้น จนวันนี้ผ่านมาครบระยะ 1 เดือนแล้วแต่การสอบสวนเพื่อการดำเนินคดีต่อนายเปรมชัยกับพวกกลับดำเนินไปอย่างล่าช้าในสายตาของสาธารณชน มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร จึงขอแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ 1. เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี พบข้อเท็จจริงว่า นายเปรมชัยกับพวกลักลอบนำอาวุธปืนซุกซ่อนไว้ในรถก่อนขอ อนุญาตเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนที่จะลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ในเส้นทางและบริเวณพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปซึ่งเป็นบริเวณที่สงวนไว้สำหรับการอยู่อาศัยและหากินของสัตว์ป่าตามธรรมชาติอีก แสดงให้เห็นว่า นายเปรมชัยกับพวกมีเจตนาเข้าไปภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อล่าสัตว์ป่า ตั้งแต่แรกแล้วมิได้มีเจตนาเข้าไปเพียง เพื่อการพักผ่อน อย่างที่กล่าวอ้าง ประกอบกับเสียงปืนที่ดังมาจาก บริเวณที่ไม่อนุญาต ให้เข้าไปจึงมีเพียงกลุ่มของนายเปรมชัยกับพวกเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่เข้ามา พร้อมกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน และปลอกกระสุน รวมถึงซากสัตว์ป่า และร่องรอยกระสุน บนซากสัตว์ป่า เศษซากกระดูกสัตว์ป่าที่พบในลำห้วย รวมถึงการประกอบอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ป่า ที่ตรวจพบในบริเวณที่ตั้งแคมป์ล้วนเป็นพยานวัตถุสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ที่ชัดเจนยิ่งว่านายเปรมชัยกับพวกได้ร่วมกันกระทำความผิดสำเร็จฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครองภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้วนอกเหนือจากความผิดฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง และฐานซ่อนเร้น และความผิดประกอบอื่นๆ 2. จากพฤติการณ์แห่งคดีและพยานหลักฐานที่ปรากฎทำให้เห็นได้ชัดว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีที่ซับซ้อนจึงขอเร่งรัดให้ฝ่ายที่ดูแล และรับผิดชอบการดำเนินคดี โดยเฉพาะตำรวจ เร่งรัดดำเนินการเพื่อสรุปสำนวน พร้อมความเห็นไปยัง อัยการและส่งฟ้องศาลอย่างรวดเร็วและอย่าพยายามเบี่ยงเบนประเด็นการสอบสวนโดยการมุ่งไปสู่การเสาะหาพยานวัตถุที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ 3. ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล […]

ผบ.ตร.ยืนยันทุกคดีที่เป็นคดีอาญาจะตั้งใจทำ ไม่เว้น ‘คดีเปรมชัย’ ลั่น ‘ตำรวจชั่ว-เลว …ออก!’

วันที่ 28 ก.พ.61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังแถลงสรุปสำนวนคดีหวย 30 ล้าน ถึงกรณีคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลักลอบล่าสัตว์ป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อถามว่า ในยุคสมัยของท่านจะไม่มีมวยล้มต้มคนดู รวมถึงคดีของนายเปรมชัย ด้วยหรือไม่ว่า “ทุกคดีที่เป็นคดีอาญา เราตั้งใจทำทุกคดี เราต้องเป็นหลักประกันให้กับประชาชน ใครที่เป็นตำรวจชั่ว ตำรวจเลว ออก หรือมีพฤติกรรมรีดไถ่ กรรโชกทรัพย์ รังแกประชาชน ออก ชัดเจนนะครับ” . นาทีที่ 35.20 น. เป็นต้นไป

เยอะสุดที่เคยเจอมา!! เซินเจิ้นยึด ‘เกล็ดตัวนิ่ม’ ยัดกระสอบกว่า 11.9 ตัน ลักลอบนำเข้าจากแอฟริกา

นอกจากนอแรดและชิ้นส่วนของเสือแล้ว ตัวนิ่มคือสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่มีการลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศจีนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ยังมีชีวิต ซากแช่แข็ง หรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถูกชำแหละตัดแต่งแล้ว และล่าสุดศุลกากรเซินเจิ้นสามารถยึดของกลางเป็นเกล็ดตัวนิ่มที่ลักลอบนำเข้ากว่า 11.9 ตันจากแอฟริกา ซึ่งถือเป็นการค้นพบเกล็ดตัวนิ่มในปริมาณที่มากที่สุด เพราะเกล็ดทั้งหมดนี้ต้องรวบรวมจากตัวนิ่มอย่างน้อย 20,000 ตัวเลยที่เดียว ทั้งนี้ ตัวนิ่มและชิ้นส่วนของตัวนิ่มถูกขึ้นบัญชีเลขที่ 1 (Appendix I) ที่ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และในประเทศไทยเองก็ถูกจัดให้เป็นสัตว์ต้องห้ามนำเข้าหรือนำผ่านตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ที่มา – chinanews.com / wikipedia.org

นรกของนกแก้ว!? เผยเบื้องหลังของเหล่านกสวยงาม ที่ถูกขายโดยคนซื้อไม่รู้ที่มา

ด้วยความงามของสีขน ความหายากของสายพันธุ์ และพฤติกรรมเฉพาะตัวของนกป่าแต่ละชนิดนี้ ทำให้นกจำนวนมากที่แม้จะเป็นสายพันธุ์ที่สามารถเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงได้แล้ว ก็ยังถูกจับจากธรรมชาติออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นกรณีการจับกุมที่เกิดขึ้นบนเกาะ Halmahera ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า Wildlife Conservation Society (WCS) และกระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินโดฯ สามารถยึดนกแก้วได้กว่า 125 ตัว นกกระตั้ว 41 ตัว และนกชนิดอื่นๆ อีก 84 ชนิด ที่ถูกลักลอบขนย้ายโดยใช้ท่อ PVC ผ่านทางเรือบรรทุกสินค้าของอินโดนีเซีย ที่หลุดรอดการตรวจสอบออกมาได้ก็ใช้เวลาอีกเป็นเดือน จากการตรวจข้อมูลพบว่า นกเหล่านี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มคนเลี้ยงนกสวยงามบางประเภทที่เชื่อว่า นกป่านั้นมีลักษณะและสีสันที่ดีกว่าสัตว์ที่เกิดจากการเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงมาก จึงทำให้มีกลุ่มผู้ลักลอบจับนกเหล่านี้ออกจากผืนป่าหลายแห่งทั่วโลก โดยใช้การตบตาขนไปปะปนไปกับสิ่งของอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้มีนกบางส่วนได้รับบาดเจ็บหรือตายระหว่างการขนส่งด้วย ที่มา – Facebook.com / WCS Indonesia

ตำรวจ ทหาร สำนักพุทธชัยภูมิ สนธิกำลังกวาดจับ ‘พระเขมร’ ลักลอบเข้าไทย

พันตำรวจโทสมาน เชาว์มะเริง สวส.สส.สภ เมืองชัยภูมิ พร้อมด้วยทหารชุดกกล.รส.จว ชัยภูมิ อส. และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดชัยภูมิ สนธิกำลังกันเข้าทำการวางแผนจับกุมพระเขมร ที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศางด้านด่านช่องระงำ อำเภอสังขบุรี จังหวัดสุรินทร์ เข้ามมาพักอาสัยที่วัดแสงทอง ตำบลคลองเรียง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จำนวนกว่า10รูป โดยได้ร่วมกันจับกุมมาได้จำนวน4รูป เนื่องจากพระทั้ง4รูปไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ ชุดสืบสวนจึงได้เชิญรตต.วิเชียร พรหมบุตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีความสามารถพูดภาษาเขมรได้มาทำหน้าที่ล่ามแปลภาษา ซึ่งจากการสอบสวนพระทั้ง4รูปทารบชื่อคือพระเสนา ตูน อายุ 25ปี พระลอง วันนา อายุ 24ปี พระตือ รันต์ อายุ 22ปี และพระจิ นะ อายุ21ปี ซึ่งหมดอาศัยอยู่ที่พระตะบอง ประเทศเขมร ยอมรับสารภาพว่า แอบลักลอบเข้ามาทางด่านช่องระงำ จังหวัดสุรินทร์ โดยการเดินเท้าลัดเลาะมาตามป่า จากนั้นได้เดินทางโดยรถยนต์โดยสาร และโบกรถยนต์มาเรื่อยๆ จุดประสงค์เพราะต้องการมาเที่ยวเพราะเห็นว่าเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเป็นจำนวนมาก และในช่วงนี้เป็นช่วงที่จังหวัดชัยภูมิกำลังจะมีงานเทศกาลชมดอกกระเจียวบานที่อำเภอเทพสถิต จึงได้เข้าพักที่วัดแสงทอง ตำบลคลองเรียง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 30 พค.60 […]

โจ่งครึ่ม! นาเกลือใต้ลักลอบเปิดขายบริการทางเพศ เผยนักท่องเที่ยวรู้แหล่งดี

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าบริเวณหลังปั้มเอสโซ่ ถนนสุขุมวิท ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการเปิดขายการบริการทางเพศแบบโจ่งครึ่ม แบบไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านบริเวณดังกล่าว หลังจากรับการร้องเรียนผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่หลังปั้มเอสโซ่ ถนนสุขุมวิท ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวรู้จักกันที่เรียกติดปาก “นาเกลือใต้ หรือ นากาตะ” ซึ่งพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ปลูกติดกันหลายคูหา และมีซอยแยก 2 ซอย เมื่อรถยนต์วิ่งเข้าไปในซอยจะมีหญิงสาวหรือสาวประเภท 2 มายืนดักหน้ารถให้รถหยุด ก่อนหญิงสาวเหล่านั้นจะเดินมาที่บริเวณกระจกรถ แล้วเข้ามาชักชวนไปร่วมหลับนอน โดยในคลิปดังกล่าวมีหญิงสาวรูปร่างอวมคล้ายเป็นแม่เล้ามีพูดคุยบอกราคา โดยคิดค่าบริการครั้งละ 1,100 ต่อ 1 ครั้ง ต่อ 1 ชม. โดยชี้ไปร่วมหลับนอนในโรงแรมที่ห่างจากการติดต่อหญิงสาวไปไม่ไกลหนัก นอกจากนั้นได้ถามคนที่มาติดต่อว่าเปิดถึงกี่โมง หญิงคนดังกล่าวตอบมาว่า “ยันเช้าก็ได้” หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้บอกว่าเดียววนดูและคิดดูก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่เติมว่าบริเวณดังกล่าวนักเที่ยวทั่วไปทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดจะรู้จักกันดี แต่ไม่นานมานี้ทาง พ.ต.อ.จักรทิพย์ พาราพันธกุล ผกก.สภ.บางละมุง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และยืนยันว่าไม่มีการค้าประเวณีที่บริเวรดังกล่าวตามสื่อที่ตีแผ่ออกไป ซึ่งความจริงตรงกันข้ามกับำยืนยันที่ทาง ผกก.สภ.บางละมุงกล่าว จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและจับกุมพื้นที่ดังกล่าวที่ลักลอบเปิดขายบริการทางเพศแบบไม่เกรงกลัวกฏหมาย

เหนือชั้น!! เมื่อแก๊งค้ายาเสพติดหวังใช้ ‘นกพิราบ’ ขนสินค้าข้ามพรมแดน…แต่แผนแตกซะก่อน

แม้เทคโนโลยีต่างๆ จะทำให้นกพิราบสื่อสารนั้นหมดความสำคัญ แต่ก็ดูเหมือนจะมีคนบางกลุ่มที่นำนกหน้าตาบ้านๆ ที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่าไหร่นี้มาทำเรื่องผิดกฎหมาย อย่างเช่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศคูเวต ได้บังเอิญจับนกพิราบสื่อสารต้องสงสัยตัวหนึ่งได้ เพราะพบว่ามันแบกถุงใบเล็กๆ ไว้บนหลัง และเมื่อเปิดออกมา เขาก็พบว่าภายในนั้นอัดแน่นด้วยยาเสพติดไม่ทราบชนิดจำนวนกว่า 178 เม็ด แม้จะดูเหมือนเรื่องบังเอิญ แต่มีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้รับรายงานเกี่ยวกับการขนถ่ายยาเสพติดข้ามแดนด้วยนกพิราบมาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการแกะรอยนกพิราบตัวดังกล่าวซึ่งบินมาจากประเทศอิรัก ก่อนจะมาถูกดักจับได้ที่เหนือดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งในเมืองอับดาลี ใกล้กับเขตชายแดนอิรัก และทำการสืบค้นข้อมูลเพื่อหาเป้าหมายปลายทางของเจ้านกตัวนี้ต่อไป ที่มา – Twitter.com / AlArabiya_Eng

มักง่าย!! เมืองพัทยาจับผู้รับเหมาลักลอบขนขยะทิ้งในพื้นที่เอกชน

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 พ.ค. 60 พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ ผอ.ส่วนรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมผู้รับเหมาลักลอบทิ้งขยะพื้นที่เอกชน บริเวณป่าหลังห้างโลตัส พัทยาเหนือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทั้งนี้ สามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้จำนวน 3 คน นายธนาวุฒิ สมเงิน อายุ 46 ปี ผู้รับเหมา และลูกน้องชาวกัมพูชาจำนวน 2 คน พร้อมของกลางรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อิซูซุ สีขาว ทะเบียน 50-0252 กรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ลักลอบทิ้งขยะในที่สารธารณะและเอกชน เป็นไปตามนโยบาย พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา ให้กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง […]

keyboard_arrow_up