ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ คนนามสกุลดัง “วงษ์สุวรรณ” เป็นบุคคลล้มละลาย

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรื่อง คําพิพากษาให้จําเลยที่ 1 ล้มละลายและ นัด ไต่สวน จําเลยที่ 1 โดยเปิดเผย ณ ศาลล้มละลายกลางคดีหมายเลขแดงที่ล. 2295/2560 กองบังคับคดีล้มละลาย 5 ศาลล้มละลายกลาง กรมบังคับคดีกระทรวงยุติธรรม ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคํา พิพากษาเมื่อ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ให้ นางรัศมี วงษ์สุวรรณ ที่ 1 จําเลยล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ผู้ล้มละลายที่ 1 ไม่ปรากฏอาชีพ เกิดวันที่ 12 ธันวาคม 2506

ร.10 โปรดเกล้าฯ ให้เรียกประชุมรัฐสภา 22 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ ๑๔ พ.ค.๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้ว และตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มี การเรียกประชุมรัฐสภาภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.

วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมีความว่า… มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1. นายประจวบ สวัสดิประสงค์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. 2. นายอุทิศ บัวศรี ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. 3. นายกิตติ ลิ้มพงษ์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. 4. นายทินกร เขมะวิชานุรัตน์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. […]

โปรดเกล้าฯ พระราชทาน เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ แด่สมเด็จพระบรมราชินี

วันที่ 11 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ ความว่า… มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 แก่สมเด็จพระราชินีสุทิดา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ ความว่า… มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์แก่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2562

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ 15 รายชื่อรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก ความว่า… ด้วยได้มีรัฐมนตรีขอลาออกจากตำแหน่ง จำนวน 15 ราย คือ 1. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 2. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี 3. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 5. นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 6. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 7. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8. นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 9. นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 10. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 11. […]

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล “ผิดวินัยร้ายแรง-ออกจากราชการ”

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่งและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า… ตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายพิทักษ์ เริ่มก่อกุล ดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2560 นั้น บัดนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งว่า ประธานศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ นายพิทักษ์ เริ่มก่อกุล ข้าราชการตุลาการ ตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา (ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2561 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และต้องพ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 32 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 จึงขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และขอพระราชทานพระราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ทั้งนี้ […]

คำสั่ง คสช. ตั้ง “พชร อนันตศิลป์” นั่งประธานบอร์ดกองสลากฯ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2562 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ใจความว่า… ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) ที่ 1/2558 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงวันที่ 1 พฤษภําคม พุทธศักราช 2558 นั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 (1) ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาควํามสงบแห่งชาติ ที่ 11/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2558 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ 1.ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้ําคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) ที่ 1/2558 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2558 […]

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ “คุณหญิงทิพยา ยังพัธนา” เบียดบังพระราชทรัพย์โดยมิชอบ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการ เรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ความว่า… สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยตุลจอมเกล้า และ จตุตถจุลจอมเกล้า เนื่องจากคุณหญิงทิพยา ยังพัธนา มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมและเบียดบังพระราชทรัพย์ไปโดยมิชอบ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยตุลจอมเกล้า และ จตุตถจุลจอมเกล้า ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ เรื่องการถวายพระเกียรติยศ ราชาศัพท์กราบทูลพระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง การถวายพระเกียรติยศ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีทุกประการ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 แล้วนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้คำราชาศัพท์และคำกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระเกียรติยศแก่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสมอด้วยคำราชาศัพท์ และคำกราบบังคมทูลพระกรุณาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกประการ ดังต่อไปนี้ คำขึ้นต้น ใช้ว่า “ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท” คำลงท้ายในหนังสือราชการ ใช้ว่า “ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม” คำลงท้ายคำกราบบังคมทูล ใช้ว่า “พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม” หรือ “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม” สรรพนามบุรุษที่ ๑ ใช้ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” สรรพนามบุรุษที่ ๒ ใช้ว่า “ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” ประกาศ […]

พระบรมราชโองการ พระราชทานเครื่องราชฯ “คุณพลอยไพลิน-คุณสิริกิติยา”

วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงาน เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ ความว่า… พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ ดังนี้ 1. คุณพลอยไพลิน เจนเซน เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2 2. คุณสิริกิติยา เจนเซน เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ […]

โปรดเกล้าฯ สถาปนา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเรื่อง สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ความว่า… พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ตามราชประเพณีสืบมาแต่โบราณ เมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสี ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และในครั้งนี้ก็มีพระราชหฤทัยประสงค์ที่จะให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีนั้น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีดังกล่าวนั้น จงทุกประการ ขอพระอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเทพเจ้าทั้งหลาย จงดลบันดาลอภิบาลรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้ทรงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคล อัฐวิบูลย์มนูญผล สกลเกียรติยศ เดชานุภาพมโหฬารทุกประการ เทอญฯ ประกาศ ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช […]

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศแจ้งการเลิก “สมาคมมูลนิธิ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์”

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดสงขลาเรื่อง การเลิกสมาคม ด้วย นายชัยรัตน์ เสถียร ได้แจ้งการเลิกสมาคมมูลนิธิ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยนายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดสงขลา ได้อนุมัติรายงานการชำระบัญชี และจำหน่ายชื่อสมาคมออกจากทะเบียนแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ วรณัฎฐ์ หนูรอต ปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายทะเบียนสมาคมประจำจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดสงขลาเรื่อง จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของ “มูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา” ด้วย นางสาวศุลีพร เพชรเรียง […]

หัวหน้า คสช. งัด ม.44 เร่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีรายละเอียดดังนี้… โดยที่ปัจจุบันการจัดการบริการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – แบริ่งช่วงบางหว้า – สนามกีฬาแห่งชาติช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตยังมีปัญหาในการบูรณาการ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการโครงการและการบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟฟ้า ที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพจําเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) อํานวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชนผู้โดยสาร และมีการกําหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมเป็นธรรมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชน เพื่อให้การเข้าถึงการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนเป็นไปอย่างเท่าเทียม และทั่วถึงอันจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพต่อระบบคมนาคมขนส่งและระบบเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา๒๖๕ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ๑ในคําสั่งนี้“โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – อ่อนนุชและช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน“โครงการส่วนต่อขยายที่๑” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสถานีสะพานตากสิน – สถานีบางหว้าและช่วงสถานีอ่อนนุช – สถานีแบริ่ง“โครงการส่วนต่อขยายที่๒” หมายความว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการและช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต“สัญญาสัมปทาน” หมายความว่าสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนกทม. ระหว่างกรุงเทพมหานครกับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจํากัดและที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ๒ให้กรุงเทพมหานครดําเนินการจ้างผู้ประกอบการเอกชนเพื่อติดตั้งระบบรถไฟฟ้าจัดการเดินรถไฟฟ้าและบริหารการเดินรถไฟฟ้าโครงการส่วนต่อขยายที่๒ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยคํานึงถึงการให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าโดยเร็วสะดวกและประหยัดค่าโดยสารรวมทั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเดินรถเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโครงการส่วนต่อขยายที่๑การจ้างตามวรรคหนึ่งไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ข้อ๓เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโครงการส่วนต่อขยายที่๑และโครงการส่วนต่อขยายที่๒สามารถเดินรถแบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through […]

พระราชโองการฯ ให้ “ทหาร-ตำรวจ” พ้นตำแหน่งราชองครักษ์พิเศษ 1,261 นาย พบชื่อ “ปรีชา-พัชรวาท”

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้นายทหารสัญญาบัตร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ ความว่า… สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตร และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 6 และมาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 มาตรา 4 มาตรา 6 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสานัก พ.ศ.2495 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 1,261 นาย ตามบัญชีรายชื่อที่แนบ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2562 ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 […]

ราชกิจจาฯ ประกาศถอดยศ “ทักษิณ” พ้นนายกองใหญ่ กองอาสารักษาดินแดน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2562 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน โดยระบุว่า… สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ตามที่ทรงมีพระราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา นายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่นๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ประกาศลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๒ แล้วนั้น บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เนื่องจากมีการกระทำความผิด ศาลพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาแล้วหลบหนีไป ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติยศและเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตถอดยศกองอาสารักษาดินแดน นายทักษิณ ชินวัตร ออกเสียจากยศ นายกองใหญ่ ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ […]

มีผลแล้ว!! ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศนิรโทษครอบครอง “กัญชา” ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ฉบับแรก คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ฉบับที่ 2 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ.2562 ใช้บังคับให้ไม่ต้องรับโทษ ฉบับที่ 3 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแจ้งการมีไว้ในครอบครองกัญชา สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 และบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ป่วยตามมาตรา 22 […]

แต่งตั้ง “อำพน-อภิรัชต์” นั่งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์คนใหม่

วันที่ 7 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง นายอำพน กิตติอำพน และ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พร้อมแต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ใหม่ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตามประกาศลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แล้วนั้น บัดนี้ ทรงพระราชดำริว่า สมควรแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพิ่มขึ้น และปรับปรุงที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์บางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และให้ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ดังต่อไปนี้ ๑. แต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ นายอำพน กิตติอำพน กรรมการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กรรมการ ๒. ให้ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์พ้นจากตำแหน่ง […]

ราชกิจจาฯ ประกาศปรับค่าจ้าง 19 อาชีพ เริ่ม 1 ม.ค. 62

วันที่ 26 ธันวาคม 2561 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ โดยปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในกลุ่มสาขาอาชีพช่างเครื่องกล กลุ่มสาขาอาชีพอุตสาหกรรมศิลป์ กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ รวม 19 อาชีพ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 มีมติในวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ให้ปรับปรุงอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือดังกล่าว 19 อาชีพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ได้แก่… 1. สาขาอาชีพช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 440 บาท ระดับ 2 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 550 บาท และระดับ 3 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 585 บาท 2. สาขาอาชีพช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ระดับ 1 เป็นเงินไม่น้อยกว่าวันละ 465 บาท […]

keyboard_arrow_up