ใกล้ได้กลับบ้าน! สธ.เผยอาการ “13 หมูป่า” ดีขึ้น-ผลเลือดปกติ คาดออก รพ. เดือนนี้

วันที่ 13 ก.ค. 61 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลัง ได้รับรายงานจาก นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่า ทีมแพทย์ พยาบาล ยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้อง ๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี และโค้ช ในหอผู้ป่วยชั้น 8 ที่จัดไว้เป็นการเฉพาะอย่างใกล้ชิด และไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด ทั้งนี้ ผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด อย่างไรก็ดี อาการของทั้ง 13 คนดีขึ้นตามลำดับ บางคนไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ ขณะที่บางคนที่พบปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนผู้ที่มีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลางได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน ขณะที่สภาพจิตใจของผู้ป่วย และญาติ มีทีมจิตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ทุกคนไม่มีความเครียด ไม่มีอาการของคนนอนไม่หลับ และหากอาการของน้องทั้ง 13 คนดีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ จะสามารถออกจากโรงพยาบาลฯ ได้ภายในเดือนนี้ ทั้งนี้ สำหรับหน่วยซีลทั้ง 4 นาย […]

ทุลักทุเลแต่ปลอดภัย! ‘บิณฑ์’ นำทีมช่วย ‘น้องเมย์หนัก 150 กก.’ มีอาการขากางออกเองหุบไม่ได้ (คลิป)

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหญิงอายุ 25 ปี น้ำหนักตัวกว่า 150 กิโลกรัมออกจากบ้านไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ภายหลังที่เพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์ข้อความ และรูปภาพขณะที่คุณบิณฑ์เข้าไปช่วยเหลือน้องผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 25 ปี ป่วยเป็นโรคประหลาด คือ ขากางออกเองแล้วก็หุบไม่ได้ มีน้ำหนักตัวมากถึง 150 กิโลกรัม ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น ความคืบหน้า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราจิตอาสา นำกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยกันรื้อฝาผนังห้องพักของนางสาวรัตนาพร พลเทพ หรือ น้องเมย์ อายุ 25 ปี ซึ่งมีน้ำหนักตัวกว่า 150 กิโลกรัม ภายในชุมชนล็อค 1 คลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย หลังพบว่าน้องเมย์มีปัญหาขาทั้ง 2 ข้างกางออกหุบไม่ได้ ปวดตลอดเวลา พร้อมกับมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ และมีภาวะความดันโลหิตสูง เพื่อนำตัวออกจากบ้านไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทย นายอิทธิพล พลเทพ พ่อของน้องเมย์ […]

‘พลายชมพู’ ช้างป่าตกคลอง ถึงสถาบันคชบาลแล้ว! จนท.เร่งรักษา (คลิป)

จากกรณีช้างป่าเพศผู้ถูกน้ำป่าพัดตกคลอชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และได้มีการช่วยเหลือขึ้นมาได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 60 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่พยายามเคลื่อนย้ายช้างป่าขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อเพื่อนำไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง โดยใช้รถแบ็กโฮ 2 คันพยุงช้างให้ใช้ขาหน้าที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าระยะทาง 400 เมตรแต่เนื่องจากช้างป่าที่บาดเจ็บ 2 ขาหลังทำการการเคลื่อนตัวทำได้อย่างลำบาก ต้องหยุดพักเป็นช่วงๆ ทีมแพทย์ต้องให้ยากระตุ้นและน้ำเกลือเป็นระยะ พร้อมกับให้น้ำเพื่อให้ช้างคลายเครียด ซึ่งมีประชาชนคอยลุ้นและให้กำลังใจช้างสีดอตัวนี้กันทั้งวัน โดยใช้เวลาร่วมกว่า 5 ชั่วโมงครึ่ง จึงสามารถนำช้างสีดอขึ้นรถบรรทุก10ล้อได้สำเร็จ ล่าสุดวันนี้ (20 ต.ค. 60) เมื่อเวลา 05.00 น.ช้างตัวดังกล่าวได้เดินทางถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสถาบันคชบาล แห่งชาติในพระอุปถัมภ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปางแล้ว โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวไปยังจุดที่ให้การรักษาชั่วคราว ที่บริเวณภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยฯ ซึ่งเป็นสถานที่สงบ ห่างไกลผู้คน เหมาสมแก่การรักษา เมื่อมาถึงพบว่าทางทีมสัตว์แพทย์ฯ ได้เตรียมโรงเรือนชั่วคราว สถานที่พักช้างและดูแลช้างอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่การที่จะเอาช้างลงจากรถคงต้องใช้เวลาอีกนานและต้องรอให้มีแสงสว่างให้มากที่สุด นายสัตวแพทย์ทวีโชค อังควานิ หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยฯ จ.ลำปาง […]

ขาหลังยังเจ็บ! เตรียมย้าย ‘ช้างป่า’ รักษาตัวต่อที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง

ทีมแพทย์เตรียมย้ายช้างป่าพลัดตกคลองชมพู จังหวัดพิษณุโลก ไปรักษาต่อที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง นายสมชาย ตรีณาวงษ์ นายอำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการช้างที่ถูกน้ำป่าซัดไปอยู่ในคลองชมพู พื้นที่หมู่ 3 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ช่วยช้างขึ้นมาได้ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ ขณะนี้อาการของช้างดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังทีมสัตวแพทย์เข้าให้ความช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยช้างสามารถกินผลไม้ได้ตามปกติ ด้าน ดร.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมอุทยานสัตว์ป่าฯได้มาดูอาการช้างพร้อมกับสอบถามอาการกับนายสัตวแพทย์ทวีโชค อังควานิช จากสถาบันคชบาลฯ ซึ่ง พบว่าขณะนี้ ขาหลังทั้ง 2 ข้างบาดเจ็บยังไม่สามารถใช้การได้ต้องใช้รถแบคโฮพยุงเพื่อช่วยในการทรงตัว และต้องดำเนินการรักษาแบบช้างบ้าน โดยจะต้องนำไปรักษาตัวต่อที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง เนื่องจากอุปกรณ์การรักษาที่พร้อม สามารถให้การรักษาได้เต็มรูปแบบ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติไม่นำตัวไปรักษา ช้างป่าตัวนี้อาจจะเสียชีวิตได้ ส่วนการขนย้ายช้างนั้นทางเจ้าหน้าที่กำลังหาวิธีการอยู่ เพราะเส้นทางที่เข้าไปรับช้างค่อนข้างเละ เป็นดินโคลน อาจจะทำให้รถที่เข้าไปรับตัวช้างเชือกนี้ติดหล่มได้โดยเบื้องต้นประสานหาแผ่นเหล็กมาเพื่อให้รถบรรทุกวิ่งเข้าไปรับช้างออกมา หรือใช้รถแบ็คโฮดึงรถบรรทุกออกมาแต่ยังต้องประเมินวิธีการขนย้ายก่อน เพราะช้างป่าตัวดังกล่าวค่อนข้างดุเกรงว่าถ้านำใส่รถบรรทุกไปจะตื่นสะบัดตัวทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถที่ขนไปได้ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ยังได้ร่วมใจกันตัดต้นอ้อย และกล้วยมาให้ช้างกิน โดยชาวบ้านบอกว่า หากเจ้าหน้าที่นำช้างไปรักษาที่จังหวัด ลำปาง จริงเมื่อหายดีแล้วก็อยากให้นำกลับมาคืนถิ่น พร้อมทั้งอยากให้ตรวจเลือดและดีเอ็นเอเก็บไว้ด้วย.

ส่อซวยซ้ำ! เด็ก 5 ขวบหมารุมขย้ำญาติโดนแจ้งจับฉกทอง – ฝั่งเจ้าของหมาขอแจง (คลิป)

จากกรณีที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์ภาพบาดแผลของเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีรอยแผลที่บริเวณท่อนล่างของร่างกายจำนวนหลาย 10 แผล ซึ่งระบุว่าถูกสุนัขจากข้างบ้านรุมกัด ทำให้สังคมออนไลน์ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวจำนวนมาก ล่าสุด (2 ก.ค.60) ทีมข่าวเดินทางมาบ้านผู้เสียหายที่อยู่ติดกับบ้านคู่กรณี พบน้องมิ้นท์ วัย 5 ขวบ ขณะนี้น้องอยู่ระหว่างพักรักษาตัว โดยมีบาดแผลบริเวณต้นขาทั้ง 2 ข้าง และหัวไหล่ขวาด้านหลัง เป็นบาดเเผลที่ถูกสุนัขกัด ขณะนี้น้องยังคงมีอาการหวาดกลัวและบ่นว่าเจ็บแผลอยู่เป็นระยะ ขณะที่ น.ส.เสาวนีย์ ถวิลรักษ์ อายุ 24 ปี อาของน้องมิ้นท์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา18.10 น. ขณะนั้นหลานกำลังจะเดินออกมาหาตนที่ทำงาน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 50 เมตร จากนั้นตนได้ยินเสียงกรี๊ดของเด็กผู้หญิง แล้วคิดว่าเสียงเหมือนหลานสาวจึงวิ่งออกมาดู พบว่ามีคนในพื้นที่วิ่งเข้าไปช่วย ส่วนตัวตอนนั้นรู้สึกตกใจที่เห็นหลานสาวถูกสุนัขกัด หลังจากเกิดเหตุตนได้พาหลานไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยขณะไปรักษาพยาบาล แพทย์ที่ดูแล พูดว่า “หาที่ว่างของเนื้อไม่เจอ” ซึ่งถูกเย็บไปกว่า 30 เข็ม ปกติหลานตนเป็นคนกลัวสุนัขอยู่แล้ว จะไม่เข้าไปเล่น ไปยุ่งกับสุนัขแน่นอน […]

ยุ้ย ปัทมวรรณ อัพเดตอาการ “แม่ทุม” บอกขอไม่คิดอะไรล่วงหน้า

ภายหลังที่ แม่ทุม ปทุมวดี ภรรยาของ รอง เค้ามูลคดี ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง จนต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมานานหลายปีนั้น ล่าสุด ยุ้ย ปัทมวรรณ ลูกสาว ได้ออกมาอัพเดตอาการของแม่ทุมว่า “อาการถือว่าทรงๆ ตอนนี้ดูแลทุกเรื่องเลย เพราะเราไม่รู้ว่า วันไหนอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณแม่​ อีกทั้งเรามองไม่เห็นข้างในของคุณแม่ว่า ข้างในมันเป็นอะไรบ้างแล้ว ด้วยโรคมันจะค่อยๆ อ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่คุณหมอ และพยาบาลระวังมากที่สุดคือ ระวังไม่ให้ติดเชื้อ ทุกวันนี้เวลาไปเยี่ยม คุณแม่ก็มียิ้มให้บ้าง หน้าตาสดใส แม้ว่าไม่พูดไม่คุยแล้ว แต่ยุ้ยมั่นใจว่า คุณแม่รับรู้อยู่เสมอ”.

keyboard_arrow_up