เพจดังโต้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดไทม์ไลน์ ‘คดีแหม่มอังกฤษ’ ถูกข่มขืนบนเกาะเต่า วอนสื่ออย่ารีบด่วนสรุป

สืบเนื่องจากกรณี น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี ที่อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง แต่ยังไม่พบหลักฐานหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : พิสูจน์จุดแหม่มสาวร้องตะโกน ขอช่วยอ้างถูกขืนใจ คนเกาะเต่าท้ากลับมาถ้าพูดจริง (คลิป) / “บิ๊กโจ๊ก” ยัน ไม่มีข้อมูลชี้ชัด แหม่มอังกฤษถูกข่มขืน บนเกาะเต่า) จากประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง CSI LA ที่เป็นคนจุดประเด็นดังกล่าวขึ้นมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากนำเสนอที่คลาดเคลื่อน จนกลายเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงประเทศหรือไม่ ทั้งยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าแอดมินเพจกำลังเข้าสู่ยุคมืด เพราะมือตกในการทำคดีผ่านทางโซเชียลมีเดียหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้โพสต์ข้อความลำดับไทม์ไลน์การติดต่อระหว่างแม่ผู้เสียหายที่พยายามติดต่อตำรวจท่องเที่ยวไทย และสถานทูตอังกฤษเเละมีการสื่อสารกันตลอด พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงบอกว่าเหยื่อไม่เคยติดต่อสถานทูตอังกฤษที่เมืองไทย และข้อให้สื่อมวลชนไทยอย่าเพิ่งรีบสรุปคดีนี้ว่าเป็นการกุข่าว

อยากอยู่ไทยต่อ…!? จับ ‘แก๊งอินเดีย’ แอบอ้างจดทะเบียนสมรสกับหญิงไทยนับร้อยราย

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแถลงผลการจับกุมชาวอินเดีย ที่หลอกนำชื่อของหญิงไทยไปจดทะเบียนสมรสโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเป็นข้ออ้างในการอยู่ต่อในไทย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาชาวอินเดียทั้งหมด 8 ราย โดย 3 ใน 8 มีความผิด ในการใช้ทะเบียนสมรสที่ได้มาโดยมิชอบทางกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาติสิ้นสุด ส่วนอีก 5 ราย ถูกพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า หลังตำรวจท่องเที่ยว ขยายผลจับกุมชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด หรือ โอเวอร์สเตย์ โดย ขยายผลตรวจสอบรายชื่อบัตรประชาชนหญิงไทย มากกว่า 2,000 ราย ที่ถูกปลัดอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี จำนวน 2 ราย และเจ้าหน้าที่ธุรการ 1 ราย รวมทั้งสิ้น 3 ราย ร่วมกันทุจริตนำรายชื่อ อาทิ สำเนาการกู้ยืมเงิน หรือรายชื่อที่ถูกคนใกล้ชิดนำไปส่งต่อ จดทะเบียนสมรสโดยมิชอบ ก่อนส่งกลับไปให้ชวอินเดีย เพื่อรับเงินค่านายหน้ารายชื่อละ 2,000 บาท ซึ่งขณะนี้ผู้กระทำผิดที่เป็นคนไทยทั้ง 3 […]

keyboard_arrow_up