ปากลำโพง l อร่อยบอกต่อ ‘คอหมูพระราม 5’ เมนูหมูๆ รสชาติสุดหรู แถมเชฟงานดี๊

ปากลำโพง l อร่อยบอกต่อ กับ ร้านคอหมูพระราม 5 ร้านบ้านๆ แต่รสชาติไม่บ้าน จานเด็ดที่ใครแวะเวียนมาก็เป็นเมนูหมู หมู ไม่ว่าจะเป็นข้าวคอหมูย่าง, ซี่โครงหมูเสฉวน และแคปหมูก็เด็ด เมนูทั้งหมดถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเจ้าของร้าน อดีตเชฟร้านอาหารชื่อดัง เชฟยีสต์ เจ้าของร้านคอหมูพระราม 5 เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงานร้านอาหาร แต่พอถึงจุดๆ หนึ่ง เรารู้สึกว่า เบื่อ มุมมองเรากับเจ้าของร้านมันเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจที่จะรับเงินเดือนต่อ ก็เลยออกมาทำเอง “ตอนที่ออกมาก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะทำอะไรแบบนี้ คิดแค่ว่าจะออกมาขายหมูปิ้ง แต่ระหว่างหาที่ ก็เจอตึกที่น่าสนใจเพียงแต่มันใหญ่จะขายแค่หมูปิ้งคงไม่ถูกต้อง ก็เลยเกิดเมนูหมูๆ ขึ้นมาอีกราว 5-6 เมนู” เชฟยีสต์ กล่าว พิกัดร้านคอหมูพระราม 5 ตั้งอยู่ใกล้ๆ โฮมโปร ราชพฤกษ ตรงวงเวียนพระราม 5 เปิด 11.00-21.00 น. หยุดทุกวันศุกร์ หรือโทร. 092-516-6535.

หายนะของ Great auk นกโบราณที่รสชาติดีทั้งเนื้อและไข่ จนต้องกลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์

หากไม่นับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่โหดร้ายเสียจนสัตว์บางชนิดปรับตัวไม่ทันและต้องสูญพันธุ์ไปในที่สุด อีกปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมของธรรมชาติ และเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้สัตว์โบราณบางชนิดต้องสูญพันธุ์ไป นั่นคือการถูกล่าจากมนุษย์ ที่หวังจะได้ชิ้นส่วนบางอย่างจากพวกมันมาครอบครอง หรืออาจต้องการลิ้มลองรสชาติที่ว่ากันว่าอร่อยนักหนา อย่างเช่นเรื่องราวสุดหายนะของนกโบราณที่ชื่อว่า Great auk Great auk หรือ นกอ๊อคใหญ่ คือนกที่บินไม่ได้ ในสกุลพินกวินัส (Pinguinus)ซึ่งเป็นนกชนิดเดียวในสกุลนี้ที่รอดชีวิตผ่านยุคน้ำแข็งมาได้ มีความโดดเด่นที่จงอยปากใหญ่หนา มีท้องขาว หลังสีดำแบบนกเพนกวิน ทั้งยืนตัวตรงและเดินเตาะแตะเหมือนกัน โดยมีความสูง 75 – 85 ซม. หนัก 5 กิโลกรัม และเคยพบได้มากมายแถบชายฝั่งตะวันตกของยุโรปตั้งแต่สเปนถึงนอร์เวย์ รวมทั้งเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกทางเหนือไปจนถึงกรีนแลนด์และแคนาดา ซึ่งพวกมันจับคู่สร้างรังและอยู่รวมกันเป็นนิคมขนาดใหญ่ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่จนน่าจะมีนักล่าตามธรรมชาติน้อยมาก แถมพวกมันยังมีจำนวนมหาศาลจนไม่มีใครคาดคิดว่านกพวกนี้จะสูญพันธุ์ จนกระทั่งนักเดินเรือชาวยุโรปได้ลิ้มลองรสชาติของนกอ๊อคใหญ่เป็นครั้งแรก และพบว่าทั้งเนื้อและไข่ของมันมีรสอร่อยมาก ทำให้การล่านกโบราณชนิดนี้เริ่มต้นขึ้น โดยในศตวรรษที่ 16 นิคมของนกอ๊อคใหญ่บนชายฝั่งตะวันตกของยุโรปถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง มีการประมาณว่านกกว่าล้านตัวถูกสังหารเพื่อนำเนื้อและไข่ไปขายเป็นอาหาร และนำขนหน้าท้องไปยัดหมอน นอกจากนี้ ยังมีบันทึกเล่าถึงการล่านกอ๊อคใหญ่ บนเกาะฟังค์ซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งแคนาดาและเคยเป็นนิคมของนกอ๊อคใหญ่นับแสนตัวในทศวรรษที่ 1800 ที่เล่าด้วยเนื้อหาสุดเหี้ยมโหดว่า “ในการนำขนของนกอ๊อคใหญ่มาใช้นั้น เราไม่ต้องฆ่ามันให้เสียเวลา เพียงแค่จับพวกมันให้มั่น แล้วถอนขนออกจากตัวทั้งๆ แบบนั้น เมื่อขนโดนถอนจนหมดการถลกหนังก็ทำได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องกังวลว่าที่ไร้หนังจะทรมาน […]

“ย่ำสวาท” ปลาทะเลราคาสูงรสอร่อย และเปลี่ยนเพศไปตามน้ำหนักตัว

แม้ชื่อจะดูติดเรทไปสักนิด แต่สำหรับคออาหารทะเลทั้งหลายที่ได้ยินชื่อ “ย่ำสวาท” เป็นต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอแบบไม่รู้ตัว เพราะนี่คือหนึ่งในปลาทะเลรสชาติขั้นเทพ และมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 1,000 บาท ซึ่งแพงกว่าปลากะรังชนิดอื่นที่ขายในท้องตลาดมาก และเป็นปลาเศรษฐกิจที่พบได้ในท้องทะเลบ้านเราที่ใช้ชื่อเรียกว่า “ปลากะรังจุดฟ้าจุดเล็ก” ปลากะรังจุดฟ้าจุดเล็ก หรือ ปลาย่ำสวาท นั้นจัดเป็นปลากระดูกแข็งในวงศ์ปลากะรัง (Serranidae) วงศ์ย่อย Epinephelinae และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น “ปลากุดสลาด” และ “ปลาเก๋าจุดฟ้า” เป็นต้น โดยปลาชนิดนี้สามารถโตเต็มที่ได้ยาวถึง 1.2 เมตร บริเวณรอบดวงตาแบน ไม่มีเกล็ด ก้านซี่เหงือกจำนวน 6–10 อัน หลังมีก้านครีบแข็ง 7–8 ก้าน ครีบที่ 3 หรือ 4 ยาวที่สุด ก้านครีบอ่อน 10–12 อัน ครีบอกมีก้านครีบอ่อน 15–17 อัน ครีบก้นมีก้านครีบแข็ง 3 อัน และก้านครีบอ่อน 8 อัน หางเป็นแบบตรงเว้ากลางเล็กน้อย สีลำตัวมีหลากหลายตั้งแต่สีเขียวมะกอกถึงแดงน้ำตาล สีส้มแดงถึงแดงเข้ม […]

รสชาติแห่งออสเตรเลีย!! เมื่อ “เนื้อจิงโจ้” ได้รับความนิยม เพราะโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เข้มข้นกว่าเนื้อวัว

แม้การนำสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติมาทำเป็นอาหารนั้น อาจเป็นเรื่องทำใจยากสำหรับหลายๆ คนอยู่บ้าง แต่เพราะการเพิ่มประชากรของจิงโจ้ที่ไร้การควบคุม จนทำให้เกิดปัญหาวิวาททั้งกับผุ้คน และสัตว์พื้นเมืองอื่น แถมมันยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน เพราะจิงโจ้นั้นมักจะกระโดดตัดหน้ารถทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงทำให้เกิดนโยบาย “การุณยฆาตจิงโจ้” ขึ้น โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้อนุญาตให้มีการล่าจิงโจ้อย่างถูกกฎหมายขึ้น ซึ่งทางรัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเพื่อไม่ให้โควต้าการล่าแต่ละครั้งต้องสูญเปล่า จึงได้มีการรณรงค์ให้ชาวออสซี่หันมาบริโภคเนื้อจิงโจ้กันมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มนักล่าจิงโจ้ที่มีใบอนุญาตทั้งหลาย ที่มีความอยากรู้อยากเห็นว่าเนื้อจิงโจ้ที่เขาเพิ่งลั่นไกสังหารไปนั้น จะมีรสชาติเป็นอย่างไร จากข้อมูลพบว่า การปรุงจิงโจ้ที่ดีที่สุดคือการปรุงโดยไม่ทำให้เนื้อสุกเกินไป หรือก็คือทำให้สุกในระดับ Medium Rare เท่านั้น เพราะจิงโจ้นั้นเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และกล้ามเนื้อที่ทรงพลังของมันนี้เอง ที่ทำให้เนื้อจิงโจ้แทบไม่มีไขมันแทรกเลย ฉะนั้นการปรุงเนื้อจนสุกจะยิ่งทำให้เนื้อนั้นแข็งเหนียวไม่ต่างจากยางรถยนต์เลย นอกจากนี้ เนื้อจิงโจ้ยังมีรสชาติรสเข้มข้นกว่าเนื้อวัว แต่กลับไม่มีกลิ่นสาบที่น่ารำคาญจมูกแม้แต่น้อย อีกทั้งในเนื้อจิงโจ้ยังมีกรด Linoleic Conjugated ซึ่งมีมากกว่าเนื้อสัตว์ที่เรากินกันในทุกวันนี้ในน้ำหนักเท่าๆ กัน โดยเจ้ากรดตัวนี้นั้นมีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและที่สำคัญคือมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างยิ่ง ถึงจะฟังดูคล้ายโฆษณาชวนเชื่อ และเราอาจคิดว่าคงไม่มีใครให้ความร่วมมือกินเจ้าสัตว์น่ารักชนิดนี้ได้ลงแน่ แต่เชื่อเถอะว่า…คุณสามารถหาเนื้อจิงโจ้ได้ง่ายกว่าคิดมากนัก เพราะในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วออสเตรเลียเองก็มีเนื้อจิงโจ้วางขายอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำมาปรุงเป็นสเต็ก เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิในการปรุงได้ง่ายกว่า และยังทานง่ายกว่าเมนูยอดนิยมอัดนดับสองอย่างสตูว์เนื้อด้วย

รู้ไว้ไม่โดนหลอก เพราะ ‘หอยหวาน’ ที่เราชื่นชอบ อาจถูกย้อมแมวด้วย ‘หอยหมาก’

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูซีฟู้ดที่ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติความอร่อย จนคออาหารทะเลต่างไม่ยอมพลาดอย่างเด็ดขาด หากมีโอกาสได้แวะไปนั่งร้านริมทะเล หรือตามร้านอาหารหรูๆ ที่มีเมนู ‘หอยหวาน’ เสิร์ฟขึ้นโต๊ะให้ลิ้มลองกัน แต่ก็มีบางครั้งที่หลายคนมักรู้สึกว่าหอยตัวเดิมๆ ที่เคยกินนั้น มันรสชาติไม่ค่อยจะคงที่สักเท่าไหร่ เพราะมีบางครั้งก็อร่อยจนไม่อยากกลืน แต่ก็มีบางคราวที่อยากจะรีบๆ กลืนให้มันผ่านคอไปซะอย่างงั้น ซึ่งนั้นก็ไม่แปลก เพราะหอยหวานที่เราเห็นๆ กันนี้ มีบางทีที่มันถูกย้อมแมวแทนที่ด้วยหอยอีกชนิดที่มีรูปร่างลวดลายคล้ายกันจนแทยแยกไม่ออก นั่นคือเจ้า ‘หอยหมาก’ เห็นรูปร่างกันผ่านๆ แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงยังแยกไม่ออก หรืออาจจะบอกไม่ถูกว่า ‘หอยหวาน’ กับ ‘หอยหมาก’ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และมันส่งผลต่อรสชาติในซีฟู้ดจานนั้นขนาดไหน งั้นเอาเป็นว่ามาฟังคำตอบไปพร้อมๆ กับ AmarinTV เลยละกัน ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันที่เจ้าหอยหมาก (Spiral babylon snail) หรือที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อเก๋ๆ ให้มันว่า Babylonia spirata ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับหอยหวานมาก แต่มีความแตกต่างกันที่ หอยหมากจะมีเปลือกสีอ่อนกว่า และมีแต้มสีน้ำตาลจำนวนมากกว่า ส่วนหัวที่เป็นเกลียวจะเป็นร่องลึก มีขนาดเล็กกว่าหอยหวาน ทั้งยังถูกพบในประเทศไทยจำนวนน้อยกว่าหอยหวาน ซึ่งโดยมากจะอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน แถบจังหวัดระนอง และพบมากในต่างประเทศ เช่นที่ ปากีสถาน ศรีลังกา จนถึง ไต้หวัน […]

AmarinTV NEXT l พาไปกินอาหารไทย ระดับมิชลินไกด์ ‘Blue elephant’

มื้อนี้ขอเอ็กซ์คลูซีฟ AmarinTV NEXT x ชีพจรลงพุง ในวาระพิเศษ ขอพาแฟนรายการไปกินอาหารไทย ระดับมิชลินไกด์ ที่ร้านอาหาร BLUE ELEPHANT (บลูเอเลเฟ่นท์) ถนนจันทน์ กับ 5 เมนูอาหารไทยที่ครบเครื่องความ “เบญจรงค์” คือ ใน 1 จานอาหารจะต้องประกอบด้วย ความหวาน, ความมัน, ความเผ็ด, ความเค็ม และเครื่องสมุนไพร ซึ่งทั้ง 5 สัมผัสนี้ถือเป็นจุดเด่น เป็นเสน่ห์ที่ทำให้อาหารไทยมีความอร่อยมากขึ้น ไม่รอช้า เราไปสัมผัสกับ “5 เมนูอาหารไทย” ที่นำมาเสิร์ฟกันเลย เริ่มที่ ตับห่านซอสมะขาม, แกงขี้เหล็กเนื้อย่าง, ยำเป็ดลิ้นจี่, โครเก็ต แกงเขียวหวานกุ้ง และทุเรียนชีสเค้ก นอกจากนี้ ยังได้นั่งคุยสบายๆ กับ “เชฟ นูรอ โซ๊ะมณี สเต๊ปเป้” Founder & Executive Chef เผยถึงความนิยมของอาหารไทยในต่างแดนว่า คนต่างชาติชอบทานอาหารไทยมาก […]

keyboard_arrow_up