“อนุทิน” เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนโยบายสำคัญด้านสาธารณสุข

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าทำงานขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสาธารณสุขและเร่งแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน พร้อมเชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาลไร้ปัญหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงาน หลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.62) ว่า จะเริ่มขับเคลื่อนในนโยบายที่สำคัญ เกี่ยวกับการสาธารณสุขทุกๆ ด้าน ไม่ใช่นโยบายกัญชาเสรี เท่านั้น เมื่อถามว่า จากนี้ 3 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ นายอนุทิน บอกทุกอย่างต้องดีขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าการทำงานของภาคการเมือง กับข้าราชการประจำจะไม่มีปัญหา ส่วนการการทำงานหลังจากนี้ จะทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควบไปกับการเป็น ส.ส.หรือไม่ นายอนุทิน บอก “เป็นกรรมของหัวหน้าพรรคการเมือง และเลขาธิการพรรค ที่ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เพราะงานสภาก็สำคัญ งานบริหารราชการแผ่นดินก็สำคัญ เอาเป็นว่า ไม่เบิกโอที” พร้อมตอบคำถามการทำงานของรัฐบาลจะมีเสถียรภาพหรือไม่ เพราะมีพรรคร่วมรัฐบาลถึง 19 พรรค นายอนุทิน บอกว่า ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง โดยยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย พร้อมยอมรับนโยบายพรรคอื่นๆ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน หากเป็นนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์กับประชาชน

องค์กรสตรีจี้ รมว.สาธารณสุข ลงดาบข้าราชการลวนลามสาว คาดสรุปผลสอบสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 60 นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วย เครือข่ายชุมชนที่ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผ่าน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องให้มีมาตรการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน กรณีข้าราชการในสังกัดกระทรวงลวนลามพนักงานลูกจ้างสาว โดยเรียกร้องให้มีการเพิ่มช่องทางการร้องเรียนภายใน ที่เป็นอิสระ และมีบทลงโทษรุนแรงให้เกิดความหลาบจำ ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกำลังทำการสอบข้อเท็จจริงกับข้าราชการคนดังกล่าวอยู่ คาดจะมีการสรุปผลภายในสัปดาห์หน้า ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปเพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากผิดก็ต้องมีการสอบวินัยร้ายแรง ทั้งนี้ หากข้าราชการคนดังกล่าวลาออกจากราชการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ขอให้สบายใจ เนื่องจากการสอบสวนทางวินัย มีผลถึง 6 เดือน ส่วนเรื่องอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แยกกันดำเนินการ รายงานข่าวระบุว่า สำหรับข้าราชการชายที่ถูกกล่าวหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สภ.นนทบุรี แล้วเมื่อวานนี้ พร้อมให้การปฏิเสธ โดยตำรวจได้ส่งฟ้องศาลก่อนที่เจ้าตัวจะใช้หลักทรัพย์ 2 แสนบาทยื่นขอประกันตัวไป

keyboard_arrow_up