เข็ดกันได้แล้ว “น้องสาวจาตุรนต์” ช่วย “อนาคตใหม่” หาเสียง เอาชนะเผด็จการ

“ฐิติมา ฉายแสง” ประกาศจุดยืน เอาชนะเผด็จการไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หาเสียงในจังหวัดฉะเชิงเทรา “ฐิติมา ฉายแสง” น้องสาวนายจาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ยกคะแนนที่ประชาชนจะสนับสนุนตนเองให้เป็น ส.ส. เขต 1 จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปให้กับ ผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ส่งผลให้ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทษช.ทุกคนหมดสิทธิ์รับเลือกตั้ง แต่ตามกฎหมายแล้วยังสามารถช่วยพรรคอื่นหาเสียงได้ โดยระบุข้อความว่า “ครอบครัวฉายแสง ยังคงยืนหยัดสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อไปค่ะ พลังของประชาชนเท่านั้นที่จะเอาชนะเผด็จการไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจต่อได้ เผด็จการนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำเศรษฐกิจบ้านเมืองเสียหายหนักขนาดนี้มาเกือบ 5 ปีแล้ว พี่น้องประชาชนยังจะทนต่อไปอีกหรือ? พวกเราต้องเข็ดกันได้แล้วค่ะ 24 มีนาคม เข้าคูหากาพรรคฝั่งประชาธิปไตย เขต 1 ฉะเชิงเทรา เลือกพรรคอนาคตใหม่ กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ เบอร์ 10 ค่ะ”

“หมอพรทิพย์” ชี้ ยุบ ทษช.ไม่ควรโทษกฎหมาย ฉะคนเบื้องหลังเป็นต้นเหตุ

วันที่ 8 มี.ค. 62 แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Porntip Rojanasunan แสดงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่า “หากใช้ความคิดบวกวิเคราะห์สิ่งที่เป็นเหตุแห่งการยุบพรรคครั้งนี้ อย่างแรกจะเห็นความตั้งใจความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาทำงานการเมืองซึ่งมีในทุกพรรค พลังส่วนหนึ่งคือความตั้งใจดี แต่บางส่วนแฝงด้วยการถูกใช้อำนาจผ่านเขาเหล่านั้น อย่างที่สองความไม่รู้สิ่งที่ควรและไม่ควรดึงราชวงศ์ลงมา ไม่น่าจะเกิดจากความคิดของเขาเหล่านี้ฝ่ายเดียว แต่จะต้องมีผู้ที่อยู่ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องบน ซึ่งผลที่เกิดทำให้คนกลุ่มนี้ต้องยุติบทบาททางการเมือง อย่างที่สามกฎหมายเป็นเพียงกรอบหยาบๆ หลวมๆ ที่คอยกำกับตรวจสอบและดำเนินการ ซึ่งมีข้อจำกัดคำตัดสิน จึงไม่อาจนำความจริงมาตีแผ่ได้หมด ว่าใครเป็นผู้คิด ใครสนับสนุนความคิด ใครตัดสินใจในการดำเนินการครั้งนี้จนนำไปสู่การตัดสินยุบพรรค ความตั้งใจของคนหนุ่มสาวในการเมืองเป็นเรื่องดี นี่เป็นอีกครั้งที่สังคมต้องตั้งสติให้ดีว่า เขาไม่ได้หมดสิทธิ์เพราะกฎหมาย ไม่ควรโทษกฎหมาย แต่ทั้งหมดเกิดจากความคิดของใคร คนเหล่านี้แหละ คือตัวการที่แท้จริงที่เอาตัวมารับผิดได้ยาก แต่เขาไม่อาจหนีจากกรรมที่ทำแน่นอน”

ยุบ ทษช.ไม่ผิดคาด! “ชูวิทย์” ฟันธงไม่เกินสิ้นปีได้เลือกตั้งใหม่

“ชูวิทย์” แสดงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เดาไว้ไม่ผิดคาด ฟันธงไม่เกินสิ้นปีได้เลือกใหม่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่า “ไฮโลเปิดถ้วยแทง ยุบพรรค ไม่ผิดคาด อย่างที่เดาไว้ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ กรรมการบริหารพรรคโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ กลายเป็นสัมภเวสี ผีไม่มีญาติ งานแรกเปิดตัวคนรุ่นใหม่ตายยกรัง กลยุทธ์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย ตอนนี้แม้นเศษตังค์ยังไม่เหลือ หากเทียบกับฟุตบอลเท่ากับเตะเข้าประตูตัวเองนาทีสุดท้าย ครั้นจะโยกคะแนนให้เครือข่าย ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนแบ่งกับข้าวบนโต๊ะอาหาร เพราะบัตรเลือกตั้งมีใบเดียว ตอนนี้เลยตัวใครตัวมันอีกสักนิด เลือกตั้งเที่ยวนี้ “ของเก๊” มันแยะ หวังจะเก็บเศษเหรียญไปแลกเป็นแบงก์ร้อย ต้องระวังให้ดี ไหนๆ จะให้ชูวิทย์วิเคราะห์ แปะไว้ข้างฝา ไม่เกินสิ้นปี ได้เลือกตั้งใหม่”

นักวิชาการ เชื่อ ยุบ ทษช.เพิ่มปมความขัดแย้ง ห่วงหลังเลือกตั้งอาจบานปลาย

นักวิชาการเชื่อ การยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะยิ่งเพิ่มปมความขัดแย้ง ห่วงหลังเลือกตั้ง ถ้าผลออกมาพลิกความคาดหมาย อาจบานปลาย รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า ก่อนการเลือกตั้งไม่มีอะไรน่าห่วง แต่จะไปห่วงหลังการเลือกตั้งมากกว่า เพราะอาจจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นถ้าผลการเลือกตั้งออกมาแบบเหนือความคาดหมาย หรือไม่เป็นไปตามที่ประชาชนส่วนใหญ่คาด และการยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะยิ่งเพิ่มปมความขัดแย้งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจารย์ยุทธพร วิเคราะห์ว่า การยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะนำไปสู่การลงคะแนน 2 แบบ คือ เทคะแนนไปในช่องโหวตโน ไม่ประสงค์จะลงคะแนน ซึ่งถ้าคะแนนสูงกว่า ผู้ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 จะต้องจัดการเลือกตั้งกันใหม่ เทคะแนนไปให้ “พรรคเพื่อไทย” หรือ “อนาคตใหม่”

“ไทยรักษาชาติ” ปิดเงียบ-ไม่รื้อถอนป้ายหาเสียง หลังมีคำสั่งยุบพรรค

พรรคไทยรักษาชาติ ภายหลังจากโดนยุบ บรรยากาศยังเงียบเหงา มีเพียงเเม่บ้านทำความสะอาด ในขณะที่ป้ายหาเสียงหลายพื้นที่ ยังไม่ได้รื้อถอน จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (7 มี.ค.62) ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัย เเละลงมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี และห้ามจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และห้ามใช้ชื่อซ้ำและชื่อย่อเกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้ เป็นเวลา 10 ปี ล่าสุดวันนี้ (8 มี.ค.62) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่10 บางกอกใหญ่, คลองสาน, ธนบุรี เขตเลือกตั้งที่3 บางคอเเหลม, ยานนาวา เขตเลือกตั้งที่2 ปทุมวัน, บางรัก, สาทร กทม. ช่วงเช้า พบว่าป้ายหาเสียงของอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไทยรักษาชาติ ยังคงติดอยู่ เหมือนเดิม ไม่ได้รื้อถอนเเต่อย่างใด ส่วนบรรยากาศที่พรรคในช่วงเช้า ยังคงเงียบเหงา ไม่มีเเกนนำ หรือสมาชิกพรรคเดินทางเข้ามา มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เเละเเม่บ้านทำความสะอาดเท่านั้น

“บิ๊กป้อม” มั่นใจหลังยุบ ทษช. ไม่น่ากังวลมวลชนรวมตัวเคลื่อนไหว

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เผยถึง กรณีศาลสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า ไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาความวุ่นวายลุกลามจนกระทบการเลือกตั้ง วันนี้ (8 มี.ค.62) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาตินั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มที่สนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติ และไม่กังวลว่าจะมีปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้น จนกระทบการเลือกตั้ง ส่วนความขัดแย้งระหว่างกองทัพบก กับ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เชื่อว่า จะไม่บานปลายกลายเป็นนำผึ้งหยดเดียว และคงไม่มีอะไร  

“ไทยรักษาชาติ” พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางเข้ามาที่พรรค ประกาศชัดเจน พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร บรรยากาศของพรรคไทยรักษาชาติตั้งเเต่ช่วงเช้าที่ผ่าน (7 มี.ค.62) มีเเกนนำ เเละสมาชิกพรรคต่างก็ทยอยเดินทางกันเข้ามาบ้างเเล้ว อาทิ นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรค นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค ซึ่งเเต่ละคนเดินทางเข้ามาด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวภายหลังจากไปฟังศาลปกครองกลาง อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ตน ยื่นฟ้อง กกต. ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนของ กกต. และขอให้เพิกถอนมติของ กกต. ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจชี้ขาด เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเตรียมคำร้องไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเที่ยงของวันนี้ ย้ำว่า มติของ กกต.เป็นมติที่มิชอบ ขณะที่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว ตามกฎข้อระเบียบต่างๆ หลังจากนี้ก็น้อมรับทุกคำตัดสิน ว่าศาลจะพิจารณาออกมาในรูปแบบใด ซึ่งก็คาดหวังว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นธรรม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด โดยเวลาประมาณ 14.00 น. เเกนนำพรรคจะเดินทางมารวมตัวกันที่พรรค เพื่อเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ  

“เรืองไกร” ร้อง กกต.พิจารณายุบพรรคอื่นเหมือนที่ยื่นยุบ ทษช.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ชี้การที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้เห็นว่าในกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่น กกต.ก็ต้องใช้หลักพิจารณาเดียวกับที่ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติด้วย วันนี้ (18 ก.พ.62) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ใช้ช่องทางและแนวปฏิบัติเดียวกันในการยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ กับการยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ นาย เรืองไกร กล่าวว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้เห็นว่าในกรณีมีการยื่นยุบพรรคอื่น กกต.ก็ต้องใช้หลักพิจารณาเดียวกับที่ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ (อ่านข่าว: “เรืองไกร” เตรียมเอกสารร้อง กกต.ยุบ “พรรคพลังประชารัฐ”) ทั้งนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงประเด็นการเสนอชื่อเคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติด้วยว่า ในบางเรื่องต้องมีการรับสนองพระราชโองการ บางเรื่องไม่ต้องมี เช่นเดียวกับข้าราชการในพระองค์ซึ่งปรากฎอยู่ในพระราชโองการ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ฉะนั้นเหตุบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ ที่เสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งพระองค์ท่านเป็นข้าราชการในพระองค์ ตามที่มีพระราชโองการมานั้น ก็ย่อมจะขาดคุณสมบัติ แต่กลับไปโยงถึงการกระทำตามมาตรา 92(2) ได้อย่างไร ตนจึงอยากถามว่าใครกล้าไปขยายความตรงนี้ ซึ่งเห็นว่ากรณีนี้เป็นกรณีเดียวกันกับ […]

“เรืองไกร” เตรียมเอกสารร้อง กกต.ยุบ “พรรคพลังประชารัฐ”

วันที่ 18 ก.พ. 62 เวลา 10.00 น. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางมาที่พรรคไทยรักษาชาติ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า จะเข้ามาเตรียมเอกสารเพื่อนำเรื่องเข้าร้องเรียนที่ กกต. โดย นายเรืองไกร เปิดเผยถึงเรื่องร้องเรียนว่า 1.ร้องเรียนเรื่อง ถ้า กกต.เห็นว่า บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักษาชาติเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น รายชื่อของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช.ก็ต้องเป็นปฏิปักษ์เช่นเดียวกัน เพราะยังเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นข้าราชการ 2.ร้องเรียนเรื่อง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นหัวหน้าพรรคโดยที่ยังไม่เป็นสมาชิกพรรค เพราะก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 61 จนถึง 12 พ.ย. 61 นายอุตตมมีการลาราชการไปดำเนินการหาเสียง และจัดการเรื่องพรรคการเมือง เท่ากับว่าขณะนั้นยังไม่เป็นสมาชิกพรรค 3.กรณีโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก กกต. อนุญาตให้แต่ละพรรคใช้จ่ายเงินไม่เกิน 35 ล้านบาท ส.ส. แต่ละคนใช้เงินไม่เกิน 1.5 […]

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ รับคำร้อง กกต. ยุบพรรค “ไทยรักษาชาติ”

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 62 เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นำมติที่ประชุมกกตยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติเข้าข่ายผิดมาตรา 92 (2)ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องทางธุรการไว้แล้วโดยจะนำเข้าเสนอให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหาหรือพิจารณาในเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ก.พ. 62 นั้น (อ่านเพิ่ม จับตา! ศาลรัฐธรรมนูญ รับ – ไม่รับ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ) ล่าสุดวันที่ 14 ก.พ. 62 เวลา 14.45 น. ภายหลังองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมหารือ ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง 15นาที สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ออกหนังสือ ระบุผลการพิจารณา ว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติแล้ว โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ. ศ. 2561 มาตรา 7 (13) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ. ศ. 2560 มาตรา 92 […]

keyboard_arrow_up