สงกรานต์ 62 ยอดอุบัติเหตุลดลง! 7 วัน ตาย 386 ราย เจ็บ 3,442 คน

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2562 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2562 เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 386 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,442 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ขณะที่สถิติในปี 2561 เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ตาย 418 ราย และเจ็บ 3,897 คน  

ยอดผู้เสียชีวิต สึนามิอินโดฯ จ่อทะลุ 1,000 ศพ รบ.เร่งช่วยเหลือ-ฟื้นฟู

ซูโตโป้ ปูร์โว่ นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (บีเอ็นบีพี) ออกมาแถลงยืนยัน ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มเกาะสุลาเวสีเมื่อคืนวันศุกร์ (28 ก.ย.) ที่ผ่านมา ระบุว่า นับจากเวลา 17.00 น. ของวันเสาร์ (29 ก.ย.) จนถึงเวลา 17.00 น.ของวันอาทิตย์ (30 ก.ย.) ยอดผู้เสียชีวิตจากพิบัติภัยสึนามิซัดถล่มเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากราว 400 ราย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 832 รายแล้ว และคาดว่า มีแนวโน้มจะพบผู้เสียชีวิต พุ่งทะลุ 1,000 ศพ ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ข้อมูลจากการแถลงของโฆษกสำนักงานภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตเฉพาะที่เจอศพแล้ว จำนวน 832 รายนั้น เป็นการพบผู้เสียชีวิตในเมืองปาลู มากที่สุดถึง 821 ราย ส่วนอีก 11 รายพบศพที่เมืองด็องกาล่า ที่อยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายพันคนที่ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆทั่วเกาะสุลาเวสี ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 540 คนที่มีอาการสาหัส และอาจเสียชีวิตตามมาในไม่ช้า […]

ควรจะรู้สึกยังไงดี!? สื่อนอกชี้ ไทยมีคนตายเพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในโลก

ไทยคว้าตำแหน่งประเทศที่มีสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในโลก จากการสำรวจล่าสุดของเว็บไซต์ดัง “World Atlas” ผลสำรวจล่าสุดระบุ ในปี 2017 นี้ ไทยมีสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่ที่ราว “36.2 คนต่อประชากรทุก 100,000 คน” คิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 22,000 ราย หรือเฉลี่ย “วันละเกือบ 60 ศพ” ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆทั่วโลก ตามมาด้วยประเทศมาลาวี และไลบีเรียในทวีปแอฟริกา ที่มีค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรองลงมาที่ 35 คน และ 33.7 คนต่อประชากรทุก 100,000 รายตามลำดับ รายงานข่าวระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยและองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจะพยายามรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อหาทางลดอุบัติเหตุและการสูญเสียบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดยสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองไทยเกิดจาก การเมาแล้วขับ และการขับขี่รถโดยประมาท ทั้งนี้ ผลสำรวจที่ออกมาล่าสุด ยังส่งผลให้ไทยแซงหน้าลิเบีย ที่มีสถิติคนตายเพราะอุบัติเหตุสูงสุดในโลกเมื่อปี 2016

ผู้เสียชีวิต ‘แผ่นดินไหวเม็กซิโก’ พุ่ง! 270 ราย ประชาชนนับพัน กลายเป็นคนไร้บ้าน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 ตามมาตราแมกนิจูดทางตอนกลางของเม็กซิโก ล่าสุดได้เพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 273 ราย ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บจากภัยพิบัติครั้งนี้มีทั้งสิ้นเกือบ 2,000 คน โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดของประเทศในรอบ 32 ปีหรือนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (21 ก.ย.) ทีมกู้ภัยพร้อมสุนัขดมกลิ่นและอาสาสมัครสามารถช่วยผู้รอดชีวิตออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนได้อีก 60 คน ส่งผลให้จำนวนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากอาคารที่พังถล่มตลอด 2 วันที่ผ่านมามีจำนวนอย่างน้อย 143 คน สร้างความยินดีแก่สมาชิกในครอบครัวของพวกเขาที่ได้เจอบุคคลอันเป็นที่รักอีกในสภาพที่ยังมีชีวิต แม้ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตตามใต้ซากตึกจะเริ่มลดน้อยลงตามเวลาที่ล่วงเลยไป แต่ประธานาธิบดีเอ็นริเก เปนญา เนียโต ผู้นำเม็กซิโกยังคงสั่งการให้ทีมกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป โดยเฉพาะใต้ซากตึกทั้ง 52 แห่งที่พังถล่มลงมาในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ รายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.1 แมกนิจูดครั้งนี้ ยังทำให้เกิดเพลิงไหม้เพราะถังแก๊สระเบิด-ท่อส่งก๊าซใต้ดินรั่วในหลายพื้นที่ กลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับทีมกู้ภัยในการเข้าค้นหาผู้รอดชีวิตตามซากอาคารต่างๆ เช่นเดียวกับการเกิดแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรือ อาฟเตอร์ช็อก จำนวนหลายสิบครั้ง ที่ทำให้ซากตึกที่พังถล่มอยู่แต่เดิม เกิดการทรุดตัวเพิ่มเติม ในขณะนี้ ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับไปทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือนของตนแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ประชาชนจำนวนนับพันโดยเฉพาะในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ต้องอยู่ในสภาพคนไร้บ้านต่อไป เพราะบ้านพัก อพาร์ทเมนท์ที่พวกเขาเคยพักอาศัยได้พังถล่มจนไม่เหลือสภาพเดิม และคนกลุ่มนี้ยังคงต้องพักอาศัยอยู่ตามโรงเรียนหรือสนามกีฬาต่อไปแบบไม่รู้อนาคต

keyboard_arrow_up