หลิว อี้เฟย งานเข้า!! ส่อโดนบอยคอตหนัง Mulan หลังออกตัวสนับสนุนตำรวจฮ่องกง

ดูเหมือนว่าการร่วมงานกับค่ายหนังดังอย่างดิสนีย์ในภาพยนตร์ฉบับ Live Action เรื่อง Mulan ของนักแสดงสาวชาวจีน หลิว อี้เฟย จะมีปัญหาเกิดขึ้นเสียแล้ว และน่าจะเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว สืบเนื่องมาจากตัวเธอได้ใช้แอปพลิเคชั่นของจีนอย่าง Weibo แชร์ภาพที่โพสต์โดยสื่อของทางรัฐบาลจีนที่มีข้อความพูดถึงการสนับสนุนตำรวจฮ่องกง ในการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง ทีนี้ก็เลยเกิดเป็นดราม่าขึ้นทันทีกับเทรนด์ของชาว Twitter ที่หลังจากได้ทราบข่าวดังกล่าวก็ได้ตั้ง #BoycottMulan เพื่อเรียกร้องให้ทางค่ายหนังดิสนีย์ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ขณะนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีแฟนคลับที่ออกมาปกป้องว่าให้แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกัน เพราะนี่คือเรื่องของความคิดเห็นส่วนตัว ดังนั้นนักแสดงก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกัน

‘ผ้าปิดตาเปื้อนเลือด’ สัญลักษณ์ใหม่ชาวม็อบฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมถูกตำรวจยิงตาบอด

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปะทุอย่างต่อเนื่องที่ฮ่องกง ล่าสุดในกลุ่มผู้ชุมนุมได้เพิ่มสัญลักษณ์ใหม่ในการแสดงออกนอกจากเสื้อยืดสีดำและหน้ากากกันแก๊สน้ำตาแล้ว ก็คือ การแปะผ้าก๊อซปิดตาที่ดวงตาด้านขวา และใช้สีแดงระบายเล็กน้อยให้ดูคล้ายกับเลือด โดยที่มาของเทรนด์ดังกล่าวมาจากภาพของผู้ประท้วงหญิงรายหนึ่งที่ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ดวงตาขวาจนตาบอด ระหว่างการเข้าสลายม็อบเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ชุมนุมต่างระบุว่าสาเหตุที่พวกเขาปิดตาแบบนี้เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงสิ่งที่ตำรวจทำกับคนบริสุทธิ์ และจี้ทางการให้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะจนถึงขณะนี้ ตำรวจยังคงไม่ยอมรับว่ายิงผู้ชุมนุมจนตาบอด ผู้ชุมนุมยังระบุด้วยว่าพวกเขาจะไม่นิ่งเฉยต่อการใช้ความรุนแรงเช่นนี้ และพร้อมต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ตำรวจปะทะผู้ชุมนุมที่สนามบินฮ่องกง – นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

วานนี้ (13 ส.ค.) เกิดเหตุตำรวจปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง หลังผู้ชุมนุมหลายพันคนเข้าไปรวมตัวกันบริเวณอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับตะโกน ร้องเพลง และชูป้ายต่าง ๆ ก่อนตำรวจจลาจลบุกเข้าไปผลักดันผู้ประท้วงให้ออกจากสนามบิน ด้วยการใช้สเปรย์พริกไทย โดยในบางจังหวะ ตำรวจต้องชักปืนออกมาข่มขู่ผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วง พากันนำรถเข็น รั้วเหล็กและวัตถุอื่น ๆ มาขวางกั้นทางเดินภายในสนามบิน การปะทะกันเกิดขึ้นหลายระลอก โดยชายคนหนึ่งถูกนำตัวออกไปจากอาคารผู้โดยสารหลัก หลังถูกกลุ่มผู้ประท้วงกักตัวไว้ ผู้ประท้วงบางคนบอกว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจีนแผ่นดินใหญ่แฝงตัวมา แต่มีการยืนยันภายหลังว่าเขาเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Global Times ของจีน ส่วนในกรุงวอชิงตันดีซี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลจีน กำลังสั่งการให้ทหารไปประจำการบริเวณชายแดนฮ่องกงแล้ว ส่วนบรรดานักท่องเที่ยวในฮ่องกง บอกเมื่อช่วงคำวานนี้ว่า ยังคงกังวลเรื่องการประท้วงที่เกิดขึ้น และไม่แน่ใจว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด เนื่องจากสายการบินยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ๆ ของเธอยังกลับบ้านไม่ได้เมื่อวานนี้ เนื่องจากสนามบินปิด และเธอกังวลว่าตัวเองก็อาจยังกลับไม่ได้เช่นกัน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสวิตเซอร์แลนด์สองคน บอกว่า ยังกลับบ้านไม่ได้ และอาจต้องติดอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ม็อบฮ่องกงประท้วงเดือด จุดไฟเผานอกสถานีตำรวจ-กลุ่มชายฉกรรจ์โผล่โจมตี

ม็อบฮ่องกง ทำลายทรัพย์ของทางการบริเวณสถานีตำรวจทางตอนเหนือของเมือง และจุดกองไฟนอกอาคารเมื่อคืนวานนี้(7 ส.ค.) ระหว่างการประท้วงรอบใหม่ที่สร้างความโกลาหลไปทั่วทั้งเมือง โดยกลุ่มผู้ประท้วง พากันขว้างปาอิฐใส่สถานีตำรวจ ก่อนจุดกองไฟขนาดใหญ่บริเวณทางเข้าสถานี จากนั้น ผู้ประท้วงที่มีอยู่นับร้อยคน ก็สลายตัวก่อนที่ตำรวจจะออกมาผลักดัน ส่วนในเขตนอร์ท พอยนต์ มีม็อบชายฉกรรจ์ 13 คน พร้อมท่อนไม้ยาว ก่อเหตุปะทะกับผู้ประท้วง โดยเริ่มโจมตีกลุ่มผู้ประท้วงด้วยการใช้ไม้ฟาด เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์(7 ส.ค.) กลุ่มผู้ประท้วงพากันตอบโต้คืน และรุมสกรัมชายในม็อบนิรนาม 4 คน ก่อนส่วนที่เหลือจะวิ่งหนีไป ผู้ประท้วงพยายามวิ่งไล่ตามหนึ่งในสมาชิกม็อบ จนบุกไปถึงห้องประชุมสโมสรเยาวชนแห่งหนึ่ง และผู้ประท้วงก็พยายามทุบกระจกของอาคาร ขณะที่ตำรวจปราจลาจล ปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงหลายจุด ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่ยอมถอย และยังยกระดับการประท้วงเพื่อส่งสัญญาณให้ทางการเห็นว่า ยังคงมีผู้สนับสนุนการประท้วง ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุด แคร์รี หลำ ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงเตือนผู้ประท้วงว่าเธอจะไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยเธอกล่าวในแถลงการณ์ว่า กลุ่มผู้ประท้วงละเมิดกฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอ่องกง และกำลังทำให้ฮ่องกงตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย และยังพาดพิงถึงสิ่งที่ผู้ประท้วงมองว่าเป็นการปฏิบัติ โดยระบุว่า สิ่งนี้เป็นการท้าทายระบอบ 1 ประเทศ 2 ระบบ ซึ่งเป็นการปกครองของฮ่องกงนับตั้งแต่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่จีน ในปี […]

ตำรวจฮ่องกงเข้าสลายม็อบ หลังผู้ชุมนุมบุกยึด-ทำลายอาคารสภานิติบัญญัติ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้(2 ก.ค.) ตำรวจฮ่องกงได้เข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง ที่บุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อวานนี้(1 ก.ค.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 22 ปีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้ามาทำลายทรัพย์สิน และพ่นสีใส่ตามกระจก รูปภาพ และผนังภายในอาคารสภานิติบัญญัติ ขณะที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม และยึดอาคารสภานิติบัญญัติ และควบคุมสถานการณ์กลับคืนมาได้เมื่อเวลาราว  01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเที่ยงคืนตามเวลาในไทย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงเวลานานถึง 12 ชั่วโมง โดยคาดว่ามีชาวฮ่องกงเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงในวันที่ 1 ก.ค. หลายแสนคน ขณะที่อาคารสภานิติบัญญัติได้ปิดทำการในวันนี้เป็นการชั่วคราว เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาคารสภานิติบัญญัติแห่งนี้ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่อื่นแทน โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงถูกจับกุมในเวลานี้ ด้านนางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกงได้เปิดแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ พร้อมประณามกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อเหตุใช้ความรุนแรง และทำลายทรัพย์สินในภายอาคารสภานิติบัญญัติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวฮ่องกงชุมนุมรอบใหม่ กดดันยกเลิกกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดน

บรรดาผู้ประท้วงในฮ่องกงได้นัดกันแต่งกายในชุดดำ และทยอยเดินทางมาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาตั้งแต่เมื่อคืน(20 มิ.ย.)ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้าของวันนี้ก็เริ่มมีกลุ่มผู้ประท้วงเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่องเพื่อกดดันให้รัฐบาลฮ่องกงถอดถอนแผนพิจารณาแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งในวันนี้รัฐสภาฮ่องกงก็ได้ประกาศปิดทำการ การนัดชุมนุมในวันนี้มีขึ้นหลังจากที่นางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะบริหารเกาะฮ่องกงไม่ยอมถอดถอนแผนแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนภายในเวลา 17.00 น. เมื่อวานนี้(20 มิ.ย.) ซึ่งเป็นเส้นตายที่กลุ่มผู้ประท้วงกำหนด แม้ว่าก่อนหน้านี้นางแลมได้ขอโทษชาวฮ่องกงไปแล้วถึง 2 ครั้งที่เดินหน้าแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จนทำให้ประชาชนไม่พอใจ และออกมาประท้วงมากเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งทำให้เกิดเหตุประท้วงรุนแรง มีกลุ่มผู้ประท้วงบาดเจ็บราว 80 คน และมีผู้ถูกจับกุมอีก 32 คน โดยนางแลมก็ได้ยอมประกาศระงับแผนแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในเวลาต่อมา และไม่ลาออกจากตำแหน่งตามที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้อง นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ขอให้รัฐบาลฮ่องกงยกเลิกการดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มผู้ประท้วงที่ถูกตำรวจจับกุมในการประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้มีการสอบสวนตำรวจที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘โจชัว หว่อง’ จี้ผู้บริหารฮ่องกงลาออก ปมกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

โจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำวันนี้ (17 มิ.ย.) และประกาศเข้าร่วมการประท้วงครั้งใหญ่ของชาวฮ่องกงเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมกดดันให้ผู้บริหารสูงสุดลาออก รายงานข่าวระบุว่า หว่อง วัย 22 ปี ซึ่งเป็นแกนนำของ “ม็อบร่ม” ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 5 ปีก่อน ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวทันทีที่ก้าวออกจากเรือนจำ เรียกร้องให้นาง แคร์รี หลำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้นางหลำจะประกาศระงับการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงออกมากล่าวขอโทษต่อชาวฮ่องกง โจชัว หว่อง ซึ่งได้รับอิสระหลังจากเข้ารับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 เดือนในคดีหมิ่นศาล ระบุว่า จากนี้ไปชาวฮ่องกงจะออกมารวมตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ 1 ล้านหรือ 2 ล้านคน เพื่อกดดันให้นางหลำลาออก ก่อนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 22 ปี ที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน ท่าทีล่าสุดของโจชัว หว่องมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ (16 มิ.ย.) มีชาวฮ่องกงเกือบ 2 ล้านคน แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีดำ ออกมารวมตัวประท้วง […]

ฮ่องกงประท้วงเดือด! ตำรวจใช้กระสุนยาง-แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

จากกรณีชาวฮ่องกงชุมนุมประท้วงการพิจารณาร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน สถานการณ์ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กระสุนยาง และยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม หลังบรรดาแกนนำการประท้วงประกาศว่าพวกเขาจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมสภานิติบัญญัติ จนกว่าจะแน่ใจว่า การพิจารณากฏหมายฉบับนี้จะถูกยกเลิกอย่างถาวร แม้สภานิติบัญญัติฮ่องกงประกาศเลื่อนการพิจารณาร่างกฏหมายไปเป็นวันที่ 20 มิ.ย.แล้วก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างตำรวจฮ่องกงกับกลุ่มผู้ประท้วงถึงจุดแตกหัก หลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มขว้างปาขวดน้ำ และดอกไม้ไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเริ่มรื้อถอนแนวกั้นของตำรวจโดยรอบอาคารสภานิติบัญญัติ ขณะที่ผู้ประท้วงบางรายได้เริ่มทุบตีตำรวจด้วยร่ม ส่งผลให้ทางตำรวจต้องเริ่มยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ทั้งนี้การชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวฮ่องกงจำนวนมากมองว่า ร่างกฏหมายฉบับนี้เป็นการเปิดทางให้จีนรุกคืบเข้ามาแทรกแซงฮ่องกงและใช้กฏหมายนี้เป็นเครื่องมือในการกวาดล้างฝ่ายที่ต่อต้านจีนในฮ่องกง ท่ามกลางความกังวลว่า อาจมีการส่งตัวเหล่านักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ไปดำเนินคดีในจีน อย่างไรก็ดี นางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกโรงเตือนผู้ชุมนุม ให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่สุดโต่ง พร้อมยืนยันจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายนี้ต่อไป ด้านสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกคำเตือนผ่านเพจเฟซบุ๊ก Royal Thai Consulate-General, Hong Kong โดยขอให้คนในฮ่องกงพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่โดยรอบสภานิติบัญญัติฮ่องกงในย่าน แอดมิรัลตี้ รวมถึงพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวโปรดเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงสนามบินด้วย เนื่องจากคาดการณ์ว่าการชุมนุมประท้วงครั้งนี้จะส่งผลให้การสัญจรทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน (MTR) ของฮ่องกงมีความหนาแน่นสูง จนถึงขั้นเป็นอัมพาต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ฮ่องกงยอมถอย! เลื่อนถกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน หลังผู้ประท้วงปิดล้อม

สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงได้ประกาศเลื่อนการพิจารณากฎหมายส่งตัวร้ายข้ามแดนในวันนี้(12 มิ.ย.)  ซึ่งเดิมทีมีกำหนดพิจาณาเมื่อเวลา 11.00 หรือตรงกับเวลา 10.00 น.ตามเวลาในไทย โดยการประกาศเลื่อนพิจารณากฎหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มผู้ประท้วงนับหมื่นคนได้ปิดล้อมทางเข้าอาคารสภานิติบัญญัติตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ และได้รื้อแผงกั้นที่ตำรวจนำมาไว้ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้ใส่หน้ากาก และแว่นตาเพื่อเตรียมรับมือหากตำรวจใช้แก๊สน้ำเข้าสลายการชุมนุม พร้อมประกาศว่าจะไม่ยอมสลายการชุมนุม และจะปักหลักประท้วงอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสภาฮ่องกงจะล้มเลิกแผนการแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และขู่ว่าจะบุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติด้วย ขณะที่ทางการฮ่องกงได้ระดมกำลังตำรวจปราจลาจลมากกว่า 5,000 นายดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมในวันนี้ อย่างไรก็ดี แม้สภานิติบัญญัติจะเลื่อนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันนี้ แต่ก็ยังคงเดินหน้าแก้กฎหมายดังกล่าว โดยสภานิติบัญญัติมีกำหนดลงมติกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ด้านสถานกงสุลไทยฮ่องกงได้อออกประกาศเตือนคนไทยและนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงและระมัดระวัง ในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมองว่ากฎหมายดังกล่าวจะเปิดให้จีนเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง และผู้กระทำผิดและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในฮ่องกงอาจส่งตัวไปดำเนินคดีที่จีน ซึ่งมีการพิจารณาและไต่สวนคดีที่ไม่เป็นธรรม และมีการละเมิดสิทธิมนุษย์ด้วยการซ้อมและทรมานผู้ต้องหาให้รับสารภาพ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวฮ่องกงหลายแสน เดินขบวนต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายให้จีน

ชาวฮ่องกงนับแสนคนรวมตัวกันตามท้องถนน ในวันอาทิตย์ (9 มิ.ย.) เพื่อร่วมเดินขบวนต่อต้านกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่จะเป็นการเปิดทางให้ส่งตัวชาวฮ่องกง ไปขึ้นศาลยังจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง ประกาศจัดกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2,000 นาย เพื่อควบคุมการเดินขบวนประท้วงครั้งนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า มีผู้ร่วมการประท้วงครั้งนี้มากกว่า 500,000 คน ซึ่งถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 16 ปี ในเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่ อาจจะมีผู้ออกมาร่วมชุมนุมครั้งนี้มากถึง 700,000 คน ขณะที่มีรายงานผู้คนออกมาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินกันจำนวนมาก เพื่อเดินทางไปร่วมการชุมนุมครั้งนี้ โดยนอกเหนือจากการต่อต้านกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่จีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ยังมีอีกส่วนที่ออกมาเรียกร้องให้นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า บรรดาผู้พิพากษาอาวุโสของฮ่องกง ต่างออกมาแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากไม่มีความเชื่อมั่นในระบบศาลยุติธรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ เช่นเดียวกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ออกมาแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับระบบกระบวนการยุติธรรมของจีน ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีการทรมาน การใช้อำนาจในการคุมขัง การใช้กำลังเพื่อบังคับให้สารภาพ รวมทั้งปัญหาในการปฏิเสธการเข้าถึงทนายความ

keyboard_arrow_up