ปธน.เกาหลีใต้ สั่งรื้อคดีดาราสาวฆ่าตัวตายปมเซ็กส์ฉาว-สอบเข้มคดีนักร้องดังค้ากาม

ประธานาธิบดีมุนแจอิน ผู้นำ เกาหลีใต้ ประกาศใช้อำนาจพิเศษให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนคดีฉาวของศิลปินเคป๊อปหลายรายที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฏหมาย ทั้งการจัดหาหญิงสาวเพื่อค้าประเวณี การแอบถ่ายคลิปและนำมาเผยแพร่ในกลุ่มแชตลับ ตลอดจนการติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ โดยระบุว่าหากข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นจริง ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง  (อ่านเพิ่มเติม นักร้องดัง ‘ซึงรี – จอง จุนยอง’ เอี่ยวคดีค้าประเวณี-แอบถ่ายคลิปเซ็กส์) นอกจากนั้น ประธานาธิบดีมุนยังได้สั่งรื้อคดีของนักแสดงสาวจาง จา ยอน ที่ได้เสียชีวิตด้วยการผูกคอกับราวบันไดเมื่อปี 2009 ซึ่งเธอได้เขียนข้อความทิ้งเอาไว้ว่า เธอถูกแบล็คเมล์และถูกบังคับให้มีความสัมพันธ์กับชายกว่า 31 คน ทั้งประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้บริหารระดับสูงของสถานีโทรทัศน์ รวมถึงโปรดิวเซอร์ โดยเธอได้เปิดเผยรายชื่อคนเกี่ยวข้องทั้งหมด แต่คดีดังกล่าวได้เงียบหายไป โดยไม่มีใครถูกดำเนินคดีแม้แต่รายเดียว ส่วนความคืบหน้าคดีแชตฉาว ล่าสุด ตำรวจกรุงโซลระบุว่าได้ขอศาลให้ออกหมายจับจองจุนยองแล้ว ในข้อหาแอบถ่ายและเผยแพร่คลิป ส่วนซึงรียังไม่มีความจำเป็นต้องออกหมายจับในเวลานี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วิกฤตอีก! เกาหลีใต้ค่า PM 2.5 พุ่ง-ออกมาตรการแก้ไขเร่งด่วน

สถาบันวิจัยทางสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของเกาหลีใต้ระบุว่าขณะนี้พื้นที่เมือง 7 แห่ง ซึ่งรวมทั้งกรุงโซลประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 สูงกว่ามาตรฐานเมื่อช่วงเช้า(6 มี.ค.)ที่ผ่านมา โดยที่กรุงโซลมีค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 มากกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้นเหตุปัญหาฝุ่นละอองก็มาจากถ่านหินและควันรถจากประจีน ด้านประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศความสามารถสูงตามศูนย์ดูแลเด็กและโรงเรียนต่าง ๆ ที่ประสบปัญหาฝุ่นละออง พร้อมกับออกมาตรการฉุกเฉินในพื้นที่เมืองและจังหวัดรวม 12 แห่ง ซึ่งจะห้ามรถเก่าที่ใช้น้ำมันดีเซลวิ่งบนถนน และควบคุมการปล่อยควันโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานต่าง ๆ รวมทั้งสั่งปิดโรงเรียน หรือลดชั่วโมงการเรียนการสอน และให้บริษัทต่าง ๆ อนุญาตให้พนักงานทำจากที่บ้านได้ โดยคาดว่าปัญหาฝุ่นละอองในเกาหลีใต้จะเลวร้ายลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากไม่มีลม ขณะที่สถานทูตไทยประจำกรุงโซลได้ออกประกาศเตือนคนไทยในเกาหลีใต้ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ที่กลางแจ้งและดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐานการกรองอากาศเคเอฟ 94 หรือเอ็น95 เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง และพบแพทย์หากมีอาการป่วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เกาหลีใต้เดินหน้าทำลาย ‘ฐานที่มั่นทหาร’ ตามแนวชายแดน

กองทัพเกาหลีใต้เริ่มเดินหน้าทำลายจุดตรวจและฐานที่มั่นทางทหารที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดทหาร ตามแนวชายแดนเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ เป็นไปตามข้อตกลงสันติภาพ และคำมั่นสัญญา ที่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ ทำไว้กับคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือระหว่างการประชุมสุดยอดสองเกาหลี ครั้งที่ผ่านมาที่จัดขึ้น ณ กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า นอกจากการรื้อถอนทำลายที่มั่นและจุดตรวจทางทหารที่มีอยู่กว่า 60 แห่งตามแนวชายแดน ทางกองทัพเกาหลีใต้ยังเตรียมถอนกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากพื้นที่ชายแดนภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า ทางฝ่ายเกาหลีเหนือยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรื้อถอนจุดตรวจและที่มั่นทางทหารของฝ่ายตนที่มีอยู่กว่า 160 แห่ง ออกจากพื้นที่ชายแดน แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานว่า คิมจองอึน เห็นชอบให้มีการดำเนินการรื้อถอนทำลาย เพื่อให้สอดคล้องกับฝ่ายเกาหลีใต้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เดินเที่ยว-ถ่ายเซลฟี ‘คิม จองอึน’ ภาพลักษณ์ดีขึ้น หลังเผยมุมเป็นมิตรที่สิงคโปร์

ในช่วงที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางมาประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์ก็ทำให้ชาวสิงคโปร์ตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้นำเกาหลีเหนือในอีกมุมหนึ่ง ที่ดูเป็นกันเองและมิตรมากขึ้น โดยนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ยิ้มแย้ม และโบกมือทักทายชาวสิงคโปร์ ขณะที่กำลังเดินทางจากโรงแรมที่พักเพื่อเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของสิงคโปร์เมื่อคืน(11 มิ.ย. 61) ที่ผ่านมา พร้อมกับภ่ายภาพเซลฟีร่วมกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนายออง ยีคัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ ขณะที่ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นที่นายคิม จองอึนเดินทางมาที่สิงคโปร์และพยายามที่จะถ่ายภาพของผู้นำเกาหลีเหนือ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวของประเทศเกาหลีเหนือมากนัก และรู้สึกว่านายคิมมีท่าทีที่ดูเปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่รับตำแหน่ง ที่ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นผู้นำประเทศที่ดูเข้าถึงได้ง่าย โดยชาวสิงคโปร์ยังรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิมในครั้งนี้ ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนกว่า 2,500 คนจากทั่วโลกได้เดินทางมารายงานการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึน โดยบรรดาสื่อมวลชนเหล่านี้ได้ประจำการและเกาะติดการประชุมที่อาคารเอฟ วัน พิต ซึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นศูนย์สื่อมวลชน ซึ่งภายในมีพื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ไวไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถรายงานข่าวการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือได้อย่างรวดเร็ว โดยศูนย์สื่อมวลชนดังกล่าวะจะเปิดทำการไปจนถึงเย็นวันพรุ่งนี้(13มิ.ย. 61) ด้านนายเอส อิสวาราน รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของสิงคโปร์กล่าวว่าการจัดศูนย์สื่อมวลชนครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสิงคโปร์ และแม้ว่าการจัดตั้งศูนย์สื่อมวชนจะจัดตั้งในเวลาที่กระชั้นชิด แต่นายอิสวารานก็มั่นใจว่าศูนย์สื่อมวลชนแห่งนี้จะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าสื่อมวลชนได้อย่างครบถ้วน ด้านเกาหลีใต้ สื่อได้เผยแพร่ภาพของประธานาธิบดีมุนแจอิน และคณะรัฐบาลเกาหลีใต้ ขณะที่กำลังประชุม และได้รับชมการถ่ายทอดสด […]

‘คิม จองอึน’ ยกเลิกหารือโสมขาว-ขู่ล้มการเจรจา ‘ทรัมป์’ เหตุไม่พอใจเกาหลีใต้ซ้อมรบกับสหรัฐฯ

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่าทางการเกาหลีเหนือได้ยกเลิกการเจรจาหารือระดับสูงกับทางการเกาหลีใต้ ที่มีกำหนดหารือในวันนี้(16 พ.ค. 61) เนื่องจากกองทัพเกาหลีใต้ดำเนินการซ้อมรบกับกองทัพสหรัฐฯ โดยการซ้อมรบดังกล่าวใช้ชื่อว่า “แม็กซ์ ธันเดอร์” ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าการซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรุกรานเกาหลีเหนือ และถือเป็นการกระทำอันยั่วยุ อย่างไรก็ดี ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ระบุว่าการซ้อมทางทหารดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของกองทัพในการปกป้องประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ สื่อของเกาหลีเหนือยังขู่ด้วยว่าจะยกเลิกการเจรจาหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ด้วย เนื่องจากไม่พอใจการซ้อมรบระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือจะยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และยังไม่ได้รับการแจ้งเปลี่ยนกำหนดการประชุมจากเกาหลีเหนือในเวลานี้  

นทท.แห่ถ่ายภาพเลียนแบบการจับมือครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี

บริษัทโคฟิก นัมยังจู สตูดิโอ ซึ่งเป็นสตูดิโอภาพยนตร์ของเกาหลีใต้ ได้สร้างฉากจำลองหมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณเขตปลอดทหารระหว่างพรมแดนของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยฉากจำลองดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณชานกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ซึ่งในเวลานี้ก็มีเหล่านักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาที่สตูดิโอแห่งนี้เพื่อถ่ายภาพกับฉากจำลองเขตปลอดทหาร และทำท่าทางเลียนแบบการจับมือของประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือบริเวณพรมแดนของสองเกาหลีในระหว่างที่ผู้นำทั้งสองเข้าร่วมการประชุมหารือครั้งประวัติศาสตร์เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ฉากหลังดังกล่าวได้มีการสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทำภาพยนต์ยนตร์เรื่อง จอยท์ ซีเคียวริตี้ แอเรีย(Joint Security Area) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉากเมื่อปี 2002 จากนั้นฉากจำลองนี้ก็ใช้ถ่ายทำซีรี่ย์อีกหลายเรื่อง ด้านเหล่านักท่องเที่ยวต่างดีใจที่ได้เดินทางมาถ่ายภาพที่นี่ และหวังว่าเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือจะสามารถปรองดอง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคต ขณะที่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ก็มีคะแนนความนิยมเพิ่มสูงถึง 71 เปอร์เซ็นต์ หลังการประชุมหารือกับนายคิม จองอึน

‘คิม จองอึน’ พร้อมฟื้นฟูสัมพันธ์เกาหลีใต้ โสมขาวหวังสร้างสันติภาพเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่านายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ โดยผู้นำเกาหลีเหนือได้มอบคำสั่งสำคัญเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์แล้ว แต่ทางสำนักข่าวเคซีเอ็นเอไม่ได้เปิดรายละเอียดของคำสั่งดังกล่าว คำประกาศของนายคิม จองอึนนี้มีขึ้นหลังจากที่นายชุง อิวยอง ทูตพิเศษของเกาหลีใต้ และเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้อีก 10 คนเดินทางเข้าพบ และรับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกับนายคิม จองอึน ที่กรุงเปียงยางเมื่อวานนี้(5 มี.ค. 61) ซึ่งทูตของเกาหลีใต้ยังได้มอบจดหมายของประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ให้กับผู้นำเกาหลีเหนือด้วย โดยถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ได้เดินทางเข้าพบนายคิม จองอึนนับตั้งแต่ปี 2011 ส่วนผลการหารือระหว่างทั้งผู้นำเกาหลีเหนือ และทูตของเกาหลีใต้ก็เป็นไปอย่างน่าพอใจ ทั้งนี้ กลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้หวังที่จะกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และหวังที่จะเปิดทางให้เกาหลีเหนือและสหรัฐฯ มาเจรจาร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

keyboard_arrow_up