เตือนภัย!! โซเชียลแชร์ภาพ ตู้ ATM มี ‘กล้องขนาดเล็ก’ ยื่นออกมา คาดฝีมือมิจฉาชีพ

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Dah Santanit ที่ได้แชร์ภาพตู้ ATM ที่ติดตั้งอยู่บริเวณย่านแฮปปี้แลนด์ แต่กลับมีกล้องยื่นออกมาอย่างผิดปกติ และอยู่ในจุดที่น้อยคนจะสังเกตเห็น โดยผู้โพสต์เชื่อไม่น่าใช่กล้องของทางธนาคาร เพราะว่ากล้องนี้ส่องตรงแป้นกดรหัส และได้ทำการแจ้งไปทางธนาคารให้ตรวจสอบแล้ว ที่มา – Facebook.com / ‘Dah Santanit

ผู้เสียหายเข้าร้อง ‘กองปราบ’ ถูกสาวหลอกลงทุนธุรกิจโรงแรม สูญเงินกว่า 6 ล้าน!

วันนี้ (11 ต.ค. 60) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คนเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ภายหลังจากถูกนางสาวชญาดา จอมทอง หลอกลวงให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจโรงแรมเกี่ยวกับ ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน พร้อมแอบอ้างนำเอกสารมาให้ลงทุนทำถุงกระดาษ และหลอกไปทำงานในต่างประเทศ มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5-6 ล้านบาท นายธรรมรงค์ รักษาบุญ หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ที่ผ่านมาได้ไปรู้จักกับ นางสาวชญาดา ผ่านแฟนของตนเอง ซึ่งเมื่อได้รู้จักกันสักระยะแล้ว นางสาวชญาดาซึ่งประกอบอาชีพ ตัดเย็บผ้า หมอน ผ้าปูที่นอน ได้มาชวนตนเองเข้าร่วมทำธุรกิจด้วย โดยให้ตนทำหน้าที่กราฟฟิคดีไซด์ เป็นการรีโนเวทเกี่ยวกับงานโรงแรม ต่อมานางสาวชญาดา ได้บอกตนเองว่าให้ช่วยหางินลงทุนให้ ก่อนพาตนเองและผู้เสียหายรายอื่นๆไปดูสถานที่ที่ต้องทำงานตามโรงแรมต่างๆ และได้มีการเก็บเงินค่าคอร์ส โดนเก็บมาเพื่อยืนยันว่า จะเอาเงินไปลงทุนรีโนเวทในโรงแรมนั้น ๆ อ้างว่าจะได้งานโรงแรมนี้ชัวร์ ตนจึงได้ตัดสินโอนเงินไป รวมกว่า 2 ล้านบาท สุดท้ายก็ไม่ได้เงินดังกล่าวกลับคืนมา ผนวกกับทราบว่านางสาวชญาดา ได้ถูกทางตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางเสาธงดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว จนตนเองจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเช่นเดียวกัน และเมื่อนางสาวชญาดาทราบว่าถูกผู้เสียหายได้แจ้งความก็ได้หลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ นายธรรมรงค์ ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อสอบถามไปยังโรงแรมที่ นางสาว ชญาดา ได้พาตนเองและผู้เสียหายรายอื่นๆ […]

แก๊งแสบ! อ้างเป็นรัชทายาทรัฐมอญ ตุ๋นกว่า 400 บริษัทไปลงทุนเมียนมา สูญเงินร่วม 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 60 หลังจากมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการกองปราบปราม ว่าได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของกลุ่ม บ.ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีนางสุภัตทา จันทรรังษี เป็นประธานกรรมการบริษัท ร่วมกับ นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการ นสพ.ตำรวจพลเมือง และ นาย กอว มิน อู หรือเจ้าเทพโยธิน มหาทุน สัญชาติเมียนมา ซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าแห่งรัฐมอญ หลอกลวงนักธุรกิจไทยไปลงทุนที่รัฐมอญ ในประเทศเมียนมา มีบริษัทหลงเชื่อจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท พ.ต.ต.สุริยา เสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขออนุมัติคดีนี้เป็นคดีพิเศษและมีการออกหมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา จนสามารถจับนางสุภัตทาและนายโกสินธ์ได้แล้วส่วนนายกอว มิน อู ยังหลบหนีอยู่ พ.ต.ต.สุริยา บอกว่า […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกจะพาไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายเชิดเงินหนี

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นช่องทางหาเงินของใครหลายคน เนื่องจากได้ค่าจ้างที่สูงกว่า ในขณะเดียวกันก็มีมิจฉาชีพอาศัยโอกาสนี้ในการหลอกหาเงินจากผู้ที่หวังจะไปทำงานต่างชาติเหล่านี้ กรณีเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ดึงดูดให้คนเข้าไปสมัครด้วยค่านายหน้าราคาถูก โดยอ้างว่าตนมีญาติอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นๆ และมีการแสดงหลักฐานบัตรประชาชน มีเบอร์โทรติดต่อ เทคนิคการพูดที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนมีผู้ถูกหลอกมากกว่า 30 คน วิธีที่มิจฉาชีพคนนี้ใช้หลอกผู้เสียหาย คือเสนอค่าดำเนินการราคาถูกเมื่อเหยื่อตกลงปลงใจ ก็ให้โอนเงินมาให้อย่างเร็วที่สุด ถ้าไม่ได้ก็ขู่ว่าจะตัดสิน จากนั้นจะมีการนัดพบกันเพื่อมาเทรนงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มาปรากฏตัวและทยอยบลอคช่องทางการติดต่อ มิจฉาชีพรายนี้มีข้อเสนองานที่หลากหลาย เช่น งานสปาที่ประเทศญี่ปุ่น เวลา 15 วัน ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ต้องโอนค่าดำเนินการ 1.5 หมื่นบาท งานที่ประเทศฟินแลนด์เงินเดือน 6 หมื่น หักค่าใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่น เป็นเวลา 3 เดือน โดยให้จ่ายค่าดำเนินการครั้งแรก 2 หมื่นบาท อ้างว่าใช้เป็นหลักฐานให้สถานทูตออกวีซ่าให้ นอกจากเรื่องการทำงานมิจฉาชีพรายนี้ ก็ยังหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นต้องตรวจสอบดูก่อนว่า บัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพใช้มาหลอกนั้น เป็นของเจ้าตัวจริงๆ หรือไม่ หรือนำของคนอื่นมาสวมรอย […]

เหยื่อมิจฉาชีพร้องดีเอสไอ แก๊งหลอกซื้อรถยนต์ติดไฟแนนซ์ในเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดหนีไปกว่า 30 คัน

มีเรื่องมาเตือนภัย สำหรับคนที่ซื้อรถแล้วเอาเข้าไฟแนนซ์ แต่ส่งรถไม่ไหว ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วดันไปเจอนายหน้าในเฟซบุ๊ก มาหลอกว่ารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ก็ยอมขายไป แต่สุดท้าย เมื่อคนกลุ่มนี้ ซื้อรถไปแล้ว ไม่ยอมส่งค่างวดต่อให้ สุดท้ายไฟแนนซ์ มาทวงเงิน และจะยึดรถ แต่ไม่มีรถให้ยึด จนถูกบริษัทไฟแนนซ์ จะฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 คนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้ รวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ช่วยคลี่คลายคดีให้ โดหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย บอกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า 30 คน ขายรถติดไฟแนนซ์ไปกว่า 30 คัน มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท พฤติการณ์ในกรณีคือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ ซื้อรถมาแล้วนำเข้าไฟแนนซ์ แล้วส่งรถไปไหว จากนั้น ไปเห็นโฆษณารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ จากเฟซบุ๊ก จึงเห็นว่าหากส่งรถคืนไฟแนนซ์ก็จะไม่ได้เงินคืน แต่หากนำไปขายก็ยังจะได้เงินบางส่วน ประกอบกับนายหน้าดูน่าเชื่อถือ มีการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ว่าสามารถหาคนที่มีประวัติดีมาซื้อรถได้ จึงตัดสินใจนำรถไปขาย แต่หลังจาก ขายไปแล้ว คนที่ซื้อรถต่อ กลับไม่ส่งค่างวด […]

กฟน. เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเปลี่ยนมิเตอร์ เก็บค่าไฟ แจ้งตัดไฟฟ้า และตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า

กฟน. เตือนผู้ใช้ไฟฟ้าให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานของการไฟฟ้านครหลวง พร้อมปลอมแปลงบัตรพนักงานเพื่อใช้ในการแสดงตนออกให้บริการรับชำระค่าไฟฟ้า

‘ผมไม่เสียใจที่ได้ช่วยคน…’ เปิดใจหนุ่มช่วยชายถูกเมียทิ้ง-กระเตงลูกน้อย หลังโซเชียลชี้อาจเป็นมิจฉาชีพ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2560 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอชายอุ้มลูกอายุ 22 วัน ที่สถานีขนส่งหมอชิต บอกว่าโดนภรรยาทิ้งไปหาชายอื่น ไปตามกลับก็โดนชายคนใหม่ของภรรยาทำร้าย โดยภรรยาเหลือไว้แค่ใบเกิดของลูกและนมผงอีก 2 กล่องเท่านั้น ชายที่ถ่ายวิดีโอนี้ไว้จึงได้ให้เงินไป 500 บาทเป็นค่ารถกลับบ้าน ก่อนนำวิดีโอมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์เพื่อให้แง่คิดว่าโลกนี้ยังมีคนที่เจอเรื่องแย่ๆ กว่าเราอยู่มาก ซึ่งได้เกิดกระแสตามมามากมายทั้งผู้ที่ต้องการช่วยเหลือชายในวิดีโอดังกล่าว หรือผู้ที่ส่งสัยว่าอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพปลอมตัวมาก็เป็นได้นั้น จ่าสิบตำรวจปฏิวัติ ทะวาปี ผู้ถ่ายวิดีโอ เล่าว่า เพิ่งกลับมาจากราชกาช เห็นชายคนนี้ร้องไห้อยู่จึงมาสอบถามพูดคุย ทราบว่า ชายคนดังกล่าวกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ กำลังรอภรรยาอยู่ และเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง ตนคิดว่าน่าจะพูดความจริง เพราะชายคนดังกล่าวยังมีบาดแผลบนใบหน้าอยู่ รู้สึกสงสาร จึงให้เงินช่วยเหลือไป 500 บาทเป็นค่ารถก่อนจะนำวิดีโอมาเผยแพร่ ซึ่งก็มีคนติดต่อมาขอที่อยู่ของชายคนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้องการจะช่วยเหลือ จึงได้เดินทางกลับไปที่สถานีขนส่งหมอชิต แต่พบว่าชายคนดังกล่าวไม่อยู่แล้ว และได้คืนตั๋ว พร้อมบอกว่ามีญาติมารับ ในส่วนที่มีคนสงสัยว่าอาจเป็นมิจฉาชีพนั้น นายปฏิวัติบอกว่า หากเป็นมิจฉาชีพจริงคงเสียความรู้สึก แต่ไม่ได้เสียดายเงินที่ให้ไปแต่อย่างใด และตนคงเป็นเหยื่อรายเดียวที่ถูกหลอก อย่างไรก็ไม่เคยนึกเสียใจที่ได้ช่วยคน

หญิงอวบคนเดิม! ตีเนียนสั่งข้าว-ของ ฉกทรัพย์ย่านเพชรเกษม ตร.ยันล่าตัวได้แน่นอน (คลิป)

ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ร้านค้าย่านเพชรเกษม 69 มาดำเนินคดี โดยยืนยันว่าสามารถตรวจเช็คความเคลื่อนไหวของโทรศัพท์ และสาวไปถึงตัวคนร้ายได้จากเลขอีมี่ของเครื่อง ขณะที่การลงพื้นที่ของทีมข่าวพบว่า มีผู้เสียหายจากคนร้ายรายนี้อีก โดยเป็นลูกจ้างชาวเมียนมา และถูกคนร้ายลวงขโมยทรัพย์สินแบบเดียวกัน กรณีหญิงไทยรูปร่างอวบ ทำทีเข้าไปสั่งสินค้าในร้าน บริเวณซอยเพชรเกษม 69 ก่อนจะขโมยทรัพย์สินในร้านและหลบหนีไป ที่มีการแชร์ในเพจชื่อดัง (Youlike คลิปเด็ด) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่เกิดเหตุ นำคลิปจากกล้องวงจรปิดจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดเข้าสอบถามจากร้านค้าอื่นๆ ในซอยเดียวกัน พบว่า ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าร้านนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากร้านขายอาหารประมาณ 100 เมตร ลูกจ้างของร้านนี้ ชื่อ คิน สุ่ย เอ ชาวเมียนมา จำหญิงคนดังกล่าวได้ เพราะเธอเคยเข้ามาสั่งซื้อกางเกง จำนวน 20 ตัว จากที่ร้านเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังจัดของให้อยู่นั้น เธอวางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะ หญิงคนดังกล่าวบอกกับเธอแค่ว่า “เดี๋ยวกลับมารับของ” และขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป รู้ตัวอีกที คือโทรศัพท์ ราคาประมาณ 5 พันบาท หายไปแล้ว จากนั้นได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากร้านข้างๆ ให้โทรแจ้งนายจ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าแจ้งความเพราะไม่มีภาพหลักฐาน ตอนนี้ก็ต้องเก็บของมีค่าติดตัวไว้ตลอด หากเจอหญิงคนดังกล่าวก็สามารถชี้ตัวได้ […]

สาวโร่แจ้งความ ซื้อ ‘ทอง’ ออนไลน์ จ่ายตังค์แล้วหายจ้อย คาดมีผู้เสียหายอีกหลายราย (คลิป)

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2560 เวลา 23.00 น. น.ส.สมฤดี แหวนแก้ว อายุ 28 ปี เข้าแจ้งความ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าได้ทำการติดต่อซื้อทองคำรูปพรรณในรูปแบบการผ่อน กับสมาชิกเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อห้างทองแห่งหนึ่ง เมื่อตัดสินใจเลือกสินค้าเป็นสร้อยคอมือทองคำหนัก 2 บาท ก็ได้โอนเงินค่ามัดจำเป็นเงิน 4,000 บาท เข้าบัญชีผู้ขายผ่านธนาคารกสิกรไทย เมื่อทำการโอนเงินค่ามัดจำเรียบร้อย ทางเฟซบุ๊คห้างทองดังกล่าวบอกว่าจะส่งตัวแทนไปพบเพื่อทำสัญญาผ่อนชำระรายเดือน แต่เมื่อ น.ส.สมฤดี ติดต่อไปหาตัวแทนกลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ไปพบ จึงได้ติดต่อไปยังเฟซบุ๊คห้างทองอีกครั้ง ก็ได้คำตอบว่าให้รอแล้วก็ขาดการติดต่อไป ทำให้มั่นใจว่าถูกหลอกแน่จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะติดตามตัวเจ้าของบัญชีที่น.ส.สมฤดี ได้โอนเงินไป เข้ามาสอบปากคำ เพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้มีรายงานว่า นอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้ว ยังมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ และผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนไปเป็นจำนวนเงินไม่มาก ที่ยังไม่เข้าแจ้งความอีกหลายราย จึงอยากฝากเตือนภัยถึงผู้ที่ชอบซื้อสินค้าออนไลน์ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงด้วย  

มิจฉาชีพตัวบอส! ‘พล่ากุ้ง’ แฉแหลก ‘ธนบดี’ โพสต์ขู่ ฉะ! คนพรรค์นี้อ้างเป็น ‘น้องชายโอบาม่า’ ยังได้

กรณีมีผู้เสียหายที่เคยถูก นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี หลอกลวง ทะยอยกันออกมาแฉพฤติกรรม โดยระบุว่า นายธนบดีแอบอ้างตัวว่ารู้จักกับ “ชัช เตาปูน” หรือคนในวงการบันเทิงที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบรถหรูเช่น โดม- ปกรณ์ ลัม หรือแม้แต่ “พล่ากุ้ง” ล่าสุดคนบันเทิงที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างอย่างหนุ่มพล่ากุ้ง ก็ได้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว Plakung โดยเป็นการแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เคยตกเป็นเหยื่อถูกนายธนบดีหลอกเชิดทรัพย์ไปเมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งยังระบุด้วยว่า หญิงสาวเจ้าของเฟซบุ๊กรายนั้นคือเพื่อนของตน ทั้งนี้พล่ากุ้งได้ยืนยันกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ไม่เคยรู้จักกับนายธนบดีมาก่อน และไม่เคยเจอตัวกันมาก่อนเลย พร้อมกันนี้พล่ากุ้งได้เปิดเผยถึงที่มาของการแชร์โพสต์ของหญิงสาวผู้เสียหายที่เคยโดนนายธนบดีหลอกว่า ผู้เสียหายรายนี้คือเพื่อนของตนเอง โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นนายธนบดี ซึ่งขณะนั้นชื่อธนาธร จิตตา ทักมาพูดคุยกับเพื่อนสาวของตนรายนี้ได้สักพัก โดยอ้างว่ารู้จักกับชัช เตาปูน หลังจากสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง นายธนบดีได้ชวนเพื่อนของตนไปทำบุญไหว้พระ โดยได้ขับรถมารับ ด้วยความไว้ใจ ขณะลงจากรถเพื่อนตนจึงได้ทิ้งของมีค่าไว้ในรถ และออกอุบายพูดให้เพื่อนตนฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับเขา หลังจากนั้นหาจังหวะที่เพื่อนตนเผลอ เชิดโทรศัพท์และของมีค่ามูลค่านับหมื่นหายไป ติดต่อไม่ได้ หลังจากทราบเรื่องจากเพื่อน วันที่ 12 ก.ค.58 ตนจึงตัดสินใจโพสต์รูปนายธนบดี พร้อมรถคันขับมาก่อเหตุ เพื่อตามหาเบาะแส หลังจากนั้นนายธนบดีก็ได้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวมาแสดงความคิดเห็นในเชิงข่มขู่ว่า “อย่ามายุ่งเรื่องนี้ เดี๋ยวเจอกัน” ซึ่งตอนนั้นตนได้แสดงความคิดเห็นตอบโต้กลับไปเล็กน้อย แต่จำรายละเอียดไม่ได้ […]

หนุ่มจีนแสบถลาขวางให้รถชนหวังตบทรัพย์ เงิบ…เงยหน้าไปเจอคนขับเป็น ตำรวจในเครื่องแบบ!?!

เราอาจจะเคยได้ยินข่าวพวกมิจฉาชีพตั้งใจวิ่งให้รถชน เพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองจีนนี้นอกจากพวก 18 มงกุฎจะไม่ได้เงินแล้วอาจจะได้นอนคุกแทนด้วย เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ (www.shanghaiist.com) รายงานเหตุการณ์ชายชาวจีนรายหนึ่งยืนอยู่ในลานจอดรถทำท่าเหมือนกับกำลังโทรศัพท์ แต่จริงๆ แล้วนายคนนี้เป็นมิจฉาชีพ กำลังจะจัดฉากให้ตัวเองโดนรถชน เพื่อขู่กรรโชกทรัพย์คู่กรณี เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งแล่นออกมาก็ถลาเข้าใส่แล้วล้มลงหน้ารถ ทำทีเหมือนถูกชน แต่ปรากฏว่ยอดชายนายนี้คงจะไม่ทันสังเกตว่า รถที่ตัวเองกำลังจะกรรโชกนั้นไม่ใช่รถทั่วไป แต่เป็นรถตำรวจ ดังนั้นพอเห็นว่าคนที่ลงมาจากรถใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจ ถึงได้รีบลุกขึ้นเผ่นแน่บ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ลานจอดรถหน้าสถานีตำรวจ ในเมืองเหอเฟย มณฑลอันฮุย และตำรวจก็ได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำไปเป็นหลักฐานดำเนินคดีกับนายคนนี้นั่นเอง

การไฟฟ้านครหลวง แจ้งเตือน อย่าหลงเชื่ออุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า

การไฟฟ้านครหลวง แจ้งเตือนประชาชน หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหลอกขายอุปกรณ์เสริม ช่วยประหยัดเงินค่าไฟฟ้า ยืนยันวิธีที่ดีที่สุดคือปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า

มาจาก…ไหน!? แก๊งมิจฉาชีพใจทราม หลอกฉกเงินผู้พิการสายตา ซ้ำเติมเคราะห์กรรม

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 60 รายการ “คลายทุกข์ชาวบ้าน” อมรินทร์ทีวี 34 HD ได้เชิญ 3 ผู้พิการทางสายตามาเปิดเผยประสบการณ์ถูกแก๊งมิจฉาชีพทำทีจะมาให้ความช่วยเหลือ แต่พอเหยื่อเผลอกลับฉกทรัพย์เชิดเงินหนีไป โดยผู้เสียหายเล่าว่า วันเกิดเหตุขณะไปเปิดหมวกร้องเพลงหาเลี้ยงชีพอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ได้มีชายคนหนึ่งมาบอกว่าจะเอาอาหารมาให้แบ่งกันกิน โดยจูงมือหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหายเดินตามไปเอาข้าวภายในห้าง ตอนนั้นก็ไม่เอะใจ เพราะเป็นเรื่องปกติที่เวลาไปร้องเพลงเปิดหมวกตามที่ต่างๆ ก็จะมีคนใจบุญนำอาหารมามอบให้ แต่เมื่อยืนรออยู่สักพักก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนเอาอาหารมาให้ ขณะที่ชายคนที่พามาก็เงียบหายไป จึงตัดสินใจเดินกลับมาหาเพื่อนและภรรยาที่จุดร้องเพลง ก็ทราบจากภรรยาว่าพอตนเดินไปเอาข้าวแล้ว ก็มีผู้ชายอีกคนมาเอากระเป๋าสะพายที่ภายในมีเงินสด 4,000 บาท บัตรประจำตัวผู้พิการ และเอกสารสำคัญหนีไปแล้ว “ปกติจะไม่พกเงินสดเยอะขนาดนั้น แต่วันนั้นตั้งใจจะเอาเงินไปซื้อนมให้ลูก เราอยากได้เอกสารคืน เพราะเงินคงจะไม่มีหวังได้คืนแน่ๆ เราจะไปทำบัตรใหม่มันก็ยาก มันลำบากต้องไปหลายที่” ผู้เสียหายกล่าว กลุ่มผู้เสียหายยังบอกว่าด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยดูข่าว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัว รู้สึกเสียใจ หวาดกลัว อยากให้เป็นเพียงความฝัน ไม่น่าจะทำกับเราอย่างนี้ พูดตรงๆ เราก็ไปนั่งขอทาน พวกคุณมีมือมีเท้าครบทำไมไม่หาอาชีพสุจริตทำ มาทำแบบนี้ทำไม

พิสูจน์ยาเสียสาว-มอมหญิง ความจริงที่ไม่เคลิ้ม (คลิป)

หลายครั้งที่เหยื่อคดีอาชญากรรมโดนมอมเพื่อรูดทรัพย์ เอาของมีค่าไป แล้วมักจะให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกป้ายยา จนมึนงงไม่รู้สึกตัว จนเกิดข้อสงสัยว่า ยาป้ายทำให้สลบ มีอยู่จริงหรือไม่ ล่าสุด (11 มิ.ย. 60) รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ทีวี ได้เปิดเผยข้อมูลจากการโทรศัพท์ล่อซื้อยาป้าย ที่ขายอยู่เกลื่อนบนเว็บไซต์ ซึ่งผู้ขายได้แนะนำวิธีใช้ โดยให้แต้มยาไปที่ข้อมือและคอ รอเพียง 5 วินาที ยาจะออกฤทธิ์ให้คนโดนป้ายสลบทันที นาน 2 ชั่วโมง พร้อมอวดอ้างว่ายาชนิดนี้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีการรับรองถูกต้อง โดยขายราคาหลอดละ 3,200 บาท นอกจากนั้น บางเว็บไซต์ยังมีการประกาศขายยาสลบชนิดน้ำ โดยจากการโทรศัพท์สอบถามตามเบอร์ที่ทิ้งไว้ ได้ข้อมูลว่า หากนำยาไปผสมกับน้ำให้เหยื่อดื่ม ไม่เกิน 15 นาที ยาจะออกฤทธิ์ทันที โดยเห็นผลทุกราย ซึ่งยาชนิดนี้ขายเป็นชุด ชุดละ 5 ขวด ราคา 4,200 บาท พร้อมให้เลขที่บัญชีธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีสำหรับโอนเงินไว้อย่างชัดเจน โดยต้องถ่ายสลิปโอนเงินเป็นหลังฐานยืนยัน จากนั้นจะส่งสินค้าทางไปรษณีย์ หลังจากนั้น 4 วัน ทีมข่าวได้รับสินค้าเพียงแค่ ยาป้ายเท่านั้น ไม่มียาสลบชนิดน้ำตามที่สั่งซื้อไว้ เมื่อโทรศัพท์สอบถามแต่กลับไม่รับสาย […]

การไฟฟ้านครหลวง เตือนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเก็บค่าไฟ แจ้งตัดไฟฟ้า

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตือนผู้ใช้ไฟฟ้าให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานของการไฟฟ้านครหลวง พร้อมปลอมแปลงบัตรพนักงาน

อายยันลูกบวช! มิจฉาชีพฉกเดรสหรู Vatanika เจอ ‘ไฮโซแพร’ เจ้าของแบรนด์โพสต์ทวงคืนแบบเชือดนิ่ม

ชาวเน็ตถึงกับพร้อมใจไสเสลี่ยงไปรวมตัวกันอยู่ในอินสตราแกรมของยานแม่ “แพร- วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” หลังไฮโซสาวเจ้าของแบรนด์ Vatanika ออกโรงโพสต์แฉนางโจรในคราบไฮโซที่ทำทีมาลองชุดที่ร้าน แต่สุดท้ายกลับนำชุดเดรสงานมิลเลอร์มาสลับสับเปลี่ยนกับของจริง แล้วชิ่งออกจากร้านไปแบบเนียนๆ ในเมื่อกล้าลูบคมเจ้าแม่แฟชั่นแบบนี้ “ไฮโซแพร” จึงขอจัดหนักกันแบบให้อายยันลูกบวช ด้วยการนำภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเผยให้เห็นใบหน้าชัดๆ ของโจรสาวชนิดไร้การเซ็นเซอร์ใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมฝากข้อความทวงคืนแบบสุภาพแต่แสบซี๊ดไปยังโจรสาวอีกด้วย ภาพ : IG vatanika  

“ตี๋อ้วน” โร่เเจ้งความ หลังถูกอ้างชื่อตุ๋นร้านอาหารขอเงินบริจาค ย้ำ ไม่เคยเรี่ยไร

กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เนื่องจาก เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 เมษายน 2560) พิธีกรหุ่นน่ากอด “ตี๋อ้วน” นำชัย จรรยาฐิติกุล ได้ออกมาโพสต์คลิปแสดงความไม่พอใจ เพราะถูกมิจฉาชีพนำชื่อของตนไปแอบอ้างในการหลอกเอาเงินจากร้านอาหารที่เคยเข้าร่วมในรายการ “ตี๋อ้วนชวนหิว” ซึ่งตนเป็นพิธีกร โดยมีผู้เข้าชมคลิปดังกล่าวสูงถึง 288,000 คน โดยเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ“  โดยจับใจความสั้นได้ว่า  “เมื่อคีนพี่ตี๋อ้วนทักเข้ามาในกล่องข้อความควีนเพราะลูกเพจแกแนะนำมา แกร้อนใจโดนมิจฉาชีพแอบแฝงชื่อ ไปหลอกลวงร้านอาหารที่แกเคยไปถ่ายรายการตี๋อ้วนชวนหิว จนเหยื่อหลายรายหลงโอนเงินไปให้ ตอนนี้ยังไม่ทราบยอดที่แน่ชัด เพราะไม่รู้มีใครหลงเชื่อบ้าง แกเลยขอพื้นที่ในการชี้แจงและฝากบอกร้านค้าทุกร้านว่าอย่าไปหลงเชื่อ “ ล่าสุด (24 เมษายน 2560 ) เวลา16.30 น. ทีมข่าวอมรินทร์ ได้เดินทางไปพบกับคุณ”ตี๋อ้วน” เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้มีร้านอาหารจำนวน 3 ร้าน ส่งข้อความเข้ามาในแฟนเพจรายการ ตี๋อ้วนชวนหิว และถามคำถามเดียวกันว่า พรุ่งนี้ตี๋อ้วนมีคิวไปไหน? ตนก็ได้แจ้งตารางงานของตัวเองให้ทราบ แต่ทางลูกเพจกลับตอบมาว่า “พี่ไม่ได้ไปทำบุญเหรอครับ เพราะมีทีมงานรายการชื่อคุณ “หน่อย” โทร.มาที่ร้านอาหาร บอกว่าให้ร่วมทำบุญกับพี่ตี๋อ้วน จำนวนเงิน 1,250 บา“ ถ้าสนใจให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เลือกโอนได้ 2 บัญชี […]

แก๊งเด็ก ม.2 ถูกหมอดูทักมีเคราะห์หนัก…ต้องล้างซวยด้วยมือถือ !!!

3 นักเรียนหญิง วัย 14 ปี เดินเล่นห้างดังพัทยา ถูกหมอดูกำมะลอทักมีเคราะห์หนัก ต้องสะเดาะเคราะห์แก้เข็ดด้วยของรักมีค่าที่นำติดตัวมา

keyboard_arrow_up