เบื้องหลัง “เสื้อยืดสีเทา” ที่เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ใส่ทุกวัน

แม้จะเป็นปี 2019 ที่มนุษย์พยายามหาทางเดินทางไปตั้งอาณานิคมในอวกาศกันแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า…มีคนจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับเครื่องนุ่งห่มนอกกาย จนลุมลามบานปลายกลายเป็นประเด็นที่กระทบกระเทือนถึงภาพลักษณ์ของบางวิชาชีพ ว่าเครื่องแบบธรรมดาๆ นั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน แต่ถ้าพูดถึงความสำคัญของเครื่องแบบและการแต่งกายละก็ แม้แต่เจ้าเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เองก็ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อย่างมาก เพราะมันเป็นเสื้อยืดสีเทาสุดเรียบหรูที่ถูกสั่งตัดจากร้านเสื้อ Brunello Cucinelli ของนักออกแบบชื่อดังชาวอิตาลี โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 300-400 ดอลลาร์ หรือประมาณหมื่นกว่าบาท แถมเสื้อสีเทานี้เอง ยังกลายเป็นปรงบันดาลใจให้ Klaus Buchroithner ซีอีโอของ Vresh Clothing ที่นำเสื้อผ้าของซัคเคอร์เบิร์กมาศึกษาอย่างละเอียด และทำการออกแบบเสื้อยืดที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงที่สุดออกมาจำหน่าย โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ 46 ดอลลาร์ ซึ่งกำไรจากการขายเสื้อดังกล่าวจะมอบให้กับ Chan Zuckerberg Initiative องค์กรการกุศลที่มุ่งเน้นเน้นการยกระดับศักยภาพของมนุษย์ที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยเฟซบุ๊กอีกด้วย มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัย ว่าทำไมคนที่รวยล้นจนสามารถซื้อเครื่องแต่งกายโดยไม่เกี่ยงราคา หรือจะคิดเครื่องแบบที่สมกับตำแหน่งเจ้าของสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็คงไม่มีใครมีปัญหาแน่ แต่แล้วทำไมชายคนนี้ถึงได้มาหยุดอยู่กับเสื้อผ้าสีเทาตัวนี้… งานนี้คงต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 เมื่อ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้มีนัดตอบคำถามคาใจสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่เมืองเมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก และหนึ่งในคำถามสำคัญนั่นคือ ทำไมเขาถึงใส่เสื้อสีเดิมทุกวัน? มาร์ค […]

ขอให้ทุกคนโชคดี! ‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชื่นชมหน่วยซีล ที่ช่วยหมูป่าออกมาได้

หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ก.ค. 61) แอดมินเพจไทยนาวีซีลได้โพสต์รายงานความเคลื่อนไหวการช่วยเหลือทีมหมูป่า ช่วงเวลา 20.19 น. โดยระบุข้อความว่า หมูป่า ตัวที่ 1 ไปจนถึงหมูป่า ตัวที่ 8 สองวัน 8 ตัว ฮูย่า !! โดยหลังข้อความถูกโพสต์ ก็มีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ ที่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก แต่ทุกคนต่างเข้าใจความหมาย เพราะนั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยซีล และเจ้าหน้าที่ทุกๆ นาย ที่สามารถนำน้องๆ ส่วนหนึ่งในทีมหมูป่า ออกมาจากในถ้ำแล้ว 8 คน วันที่ 10 ก.ค. 61 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเฟซบุ๊ก จำกัด ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่หน่วยซีลของไทย ระบุข้อความว่า From everyone at Facebook — your bravery has been amazing […]

จ่อเรียก ‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชี้แจง ‘ระบบจดจำใบหน้า’ แท็กชื่อเพื่อนอัตโนมัติ เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล!

ผู้พิพากษาศาลรัฐแคลิฟอร์เนียออกมาเปิดเผยว่า เตรียมเรียกผู้บริหารเฟซบุ๊กเข้ามาชี้แจง กรณีเทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่ผู้ใช้สามารถแท็กชื่อเพื่อนในภาพที่อัพโหลดโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์ชื่อก่อน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คณะผู้พิพากษามีความเห็นว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไปจัดเก็บในฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งในกรณีนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กในอิลลินอยส์ออกมายื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล พร้อมพิจารณาเรียกค่าเสียหายด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนเฟซบุ๊กชี้แจงในเบื้องต้นว่าผู้ใช้สามารถตั้งค่าแบบส่วนบุคคลหรือปิดฟังก์ชั่นนี้ได้หากไม่ต้องการให้เฟซบุ๊กแท็กอัตโนมัติ

‘เฟซบุ๊ก’ ลงโฆษณา ‘คำขอโทษ’ ในนสพ.อังกฤษ-สหรัฐฯ หลังข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านบัญชีรั่วไหล

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ก(Facebook) ได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 1 หน้าเต็ม ในหนังสือพิมพ์ของอังกฤษ และสหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 9 ฉบับเพื่อขอโทษผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก หลังเกิดกรณีข้อมูลของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านบัญชีรั่วไหล และข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กเหล่านี้ก็ถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ในแถลงการณ์ดังกล่าวซัคเคอร์เบิร์กได้ขอโทษ ที่เฟซบุ๊กไม่ได้พยายามปกข้อมูลของผู้ใช้งานให้ดีเท่าที่ควร โดยได้พูดถึงกรณีที่บริษัทวิจัยเคมบริดจ์ อนาไลติก้านำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไปใช้ทำข้อมูลหาเสียงให้กับประธานานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2014 โดยเฟซบุ๊กระบุว่าจะดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต เหตุข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรั่วไหลนี้ส่งผลให้ตำรวจทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวน และยังทำให้ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กลดลงราว 8 เปอร์เซ็นต์ด้วย

Elon Musk รับกระแส #deletefacebook สั่งลบเพจ ‘SpaceX – Tesla’ โต้ปมข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล

จากกรณีผู้บริหารบริษัทเคมบริดจ์ อนาไลติกา ของอังกฤษออกมาอ้างว่าสามารถนำข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ เพื่อโน้มน้าว จูงใจ ให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับสาร โดยอ้างผลงานจากความสำเร็จในการช่วยทีมรณรงค์หาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา จนทำให้ผลงานชิ้นโบว์ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องเจอกับวิกฤติครั้งใหญ่ (อ่านเพิ่มเติมที่ : เปิดสองแฮซแท็ก ‘WheresZuck – DeleteFacebook’ มรสุมใหม่ของเฟซบุ๊ก หลังทำข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านรายรั่วไหล) นอกจากมูลค่าหุ้นที่ร่วงแบบกราวรูด และสื่อต่างชาติที่ร่วมกันขุดค้นเรื่องราวดังกล่าวอย่างกว้างขวาง อีกปัญหาใหญ่ที่เฟซบุ๊กต้องเผชิญ นั่นคือเสียงต้านผ่านแฮชแท็กบนโลกออนไลน์ ที่ล่าสุดได้มีเหล่าคนผู้มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยร่วมแคมเปญ  #deletefacebook ในครั้งนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Elon Musk ผู้บริหารของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และเทสลามอเตอร์ส (Tesla) ที่เข้าไปตอบทวีตของ Brian Acton ผู้ร่วมก่อตั้ง Whats app ที่โพสต์ข้อความว่า It is time. #deletefacebook ด้วยข้อความว่า…What’s Facebook ที่แปลว่า อะไรคือเฟซบุ๊กเหรอ!? อย่างไรก็ตาม […]

เปิดสองแฮซแท็ก ‘WheresZuck – DeleteFacebook’ มรสุมใหม่ของเฟซบุ๊ก หลังทำข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านรายรั่วไหล

แม้จะออกมากล่าวขอโทษ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณืที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าลูกรักที่ตนเองสร้างมากับมือนั้นไม่เคยมีนโยบายทำลายความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานทั่วโลก แต่จากกระแสข่าวฉาวกรณีผู้บริหารบริษัทเคมบริดจ์ อนาไลติกา ของอังกฤษออกมาอ้างว่าสามารถนำข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ เพื่อโน้มน้าว จูงใจ ให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับสาร โดยอ้างผลงานจากความสำเร็จในการช่วยทีมรณรงค์หาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา ก็ทำให้ผลงานชิ้นโบว์ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องเจอกับวิกฤติครั้งใหญ่ อย่างราคาหุ้นที่ดิ่งลงเหวไปกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ และทำให้สูญเสียมูลค่าหุ้นในตลาดภายในวันเดียวมากถึงเกือบ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.33 ล้านล้านบาท) แม้จะมีความพยายามในกู้สถานการณ์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะด้วยการแถลงอย่างตรงไปตรงมาของเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก และการระงับการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา ภายในวันแรกตั้งแต่เกิดกระแสข่าว (แม้ว่าทางบริษัทดังกล่าวจะยังปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้องตามกระบวนการทุกประการ) แต่การสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ก็นำไปสู่กระแสต้านบนโลกออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม นั่นคือการติดแฮชแท็ก #DeleteFacebook และ #WheresZuck เพื่อเรียกร้องให้เฟซบุ๊กแสดงความรับผิดชอบต่อการไม่สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ตามที่สัญญาไว้ในนโยบายของบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่กระแสต้านแรกที่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีการล้างไพ่ New Feed ที่สร้างผลกระทบต่อเพจธุรกิจทั่วโลก รวมถึงนโยบายการสนับสนุน Content ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย แถมยังมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา จนเรียกได้ว่าสับขาหลอกผู้ผลิตผลงานบนแพลตฟอร์มสับสนไปตามๆ กัน เช่น จากที่เคยบอกว่าจะสนับสนุนคลิปวิดีโอบนเพจต่างๆ […]

ชวนคุยเรื่อง ‘เครื่องแบบ’ กับเบื้องหลัง ‘เสื้อยืดสีเทา’ ที่เจ้าพ่อเฟซบุ๊กใส่ทุกวัน

แม้เข้าสู่ปี 2018 ที่มนุษย์พยายามหาทางเดินทางไปตั้งอาณานิคมในอวกาศกันแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับเครื่องนุ่งห่มนอกกาย จนลุมลามบานปลายกลายเป็นประเด็นที่กระทบกระเทือนถึงภาพลักษณ์ของบางวิชาชีพกันเลยทีเดียว (อ่านเพิ่มเติม : อุปนายกท้า “ษิทรา” ลาออกถ้ารับไม่ได้ติงแต่งตัว – “ทนายโก้” ท้อโดนถล่มปัดเตี๊ยม “แผน” จ้อสื่อ (คลิป) / “เดชา” ปัดเป็นมาเฟียหนุน “แผน” ฉะทนายเสื้อยืดไร้เกียรติ – “อัจฉริยะ” สวนพวกติงไร้วุฒิภาวะ (คลิป)) แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องของกระบวนการการตรวจทางวิชาชีพกันต่อไป ว่าสุดท้ายแล้วเครื่องแบบนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน แต่ถ้าพูดถึงความสำคัญของเครื่องแบบและการแต่งกายละก็ แม้แต่เจ้าเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เองก็ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อย่างมาก เพราะมันเป็นเสื้อยืดสีเทาสุดเรียบหรูที่ถูกสั่งตัดจากร้านเสื้อ Brunello Cucinelli ของนักออกแบบชื่อดังชาวอิตาลี โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 300-400 ดอลลาร์ หรือประมาณหมื่นกว่าบาท แถมเสื้อสีเทานี้เอง ยังกลายเป็นปรงบันดาลใจให้ Klaus Buchroithner ซีอีโอของ Vresh Clothing ที่นำเสื้อผ้าของซัคเคอร์เบิร์กมาศึกษาอย่างละเอียด และทำการออกแบบเสื้อยืดที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงที่สุดออกมาจำหน่าย โดยตั้งราคาขายอยู่ที่ 46 ดอลลาร์ ซึ่งกำไรจากการขายเสื้อดังกล่าวจะมอบให้กับ Chan Zuckerberg […]

‘Facebook’ ประกาศเพิ่มพนักงานอีก 3,000 ตำแหน่ง ช่วยสแกนเนื้อหา-ภาพรุนแรง

เฟซบุ๊กจะจ้างคนเพิ่มอีก 3 พันคน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบสื่อที่ไม่เหมาะสมในเครือข่ายโซเชียลมีเดียของตน และเร่งหาทางถอดคลิปวิดีโอที่แสดงเหตุฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย และความรุนแรงอื่นๆ ออกไป มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก เปิดเผยผ่านหน้าเฟซบุ๊กของตนเองว่า เฟซบุ๊กจะทำการจ้างพนักงานเพิ่มอีก 3 พันตำแหน่ง ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพื่อให้มาทำหน้าที่ในการตรวจสอบเนื้อหา สื่อและอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมที่ปรากฏอยู่ในเครือข่ายโซเชียลมีเดียของเฟซบุ๊ก รวมทั้งจะต้องเร่งดำเนินการถอดหรือลบคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมเช่นกัน เช่น เหตุฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย และความรุนแรงอื่นๆ ออกไปด้วย การรับคนเพิ่มเช่นนี้เท่ากับเฟซบุ๊กยอมรับว่า จนถึงขณะนี้ เฟซบุ๊กต้องใช้คนทำงานเพิ่มขึ้นแล้ว เพราะไม่อาจพึ่งพาระบบอัตโนมัติจากซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงการโพสต์ในเฟซบุ๊ก เช่น เฟซบุ๊กไลฟ์การให้บริการซึ่งผู้ใช้สามารถถ่ายทอดสดออกอากาศทางเฟซบุ๊กได้เลย แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วว่า อาจเป็นหนทางที่กระตุ้นให้คนใช้ความรุนแรงได้ ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก กล่าวอีกว่า การจ้างคนเพิ่มอีก 3 พันตำแหน่ง เท่ากับเพิ่มจำนวนคนที่มีอยู่เดิมแล้ว 4, พัน 5 ร้อยคน ในการทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กที่อาจผิดระเบียบการให้บริการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเหตุพ่อฆ่าตัวตายและลูกสาวในประเทศไทยแล้วไลฟ์ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก ซึ่งเฟซบุ๊กได้ถอดคลิปวิดีโอดังกล่าวออกไปแล้ว รวมทั้งยังมีเหตุการณ์ที่ช็อกผู้ชมด้วยความรุนแรง เช่นที่ชิคาโก และ คลีฟแลนด์ เป็นต้น.

keyboard_arrow_up