เจ้าพ่อ ‘Amazon’ ทุบสถิติ จ่ายเงินหย่ามูลค่าสูงสุดในโลก 1 ล้านล้านบาท

เจฟฟ์ เบซอส เจ้าพ่อแอมะซอน (Amazon)  และแมคเคนซี อดีตภรรยา ก็สามารถบรรลุข้อตกลงการหย่ากันได้เป็นที่เรียบร้อย หลังประกาศว่าเตรียมจะแยกทางกันตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา ในแถลงการณ์ระบุว่าแมคเคนซีจะยังคงถือครองหุ้นในแอมะซอนราว 4 เปอร์เซนต์ คิดเป็นมูลค่า 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.13 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้เธอติดอันดับ 4 ผู้หญิงที่รวยที่สุดของโลก โดยเธอยืนยันว่าจะมอบสิทธิให้กับเบซอสในการโหวตหรือตัดสินใจในส่วนของหุ้นเธออีกด้วย มูลค่าในหุ้นดังกล่าวทำให้ข้อตกลงหย่าร้างของทั้งคู่ทุบสถิติข้อตกลงการหย่าที่สูงที่สุดในโลก โดยเจ้าของสถิติเดิม คือนายอเล็ค วิลเดนสไตน์ พ่อค้าศิลปะกับภรรยา ซึ่งมีมูลค่า 3 พัน 8 ร้อยล้านดอลลาร์ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

เปิดตัว ‘ประมุขคนแรก’ ของแอสการ์เดีย อาณาจักรในห้วงอวกาศ จ่อตั้งรัฐบาลสร้างความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ

แอสการ์เดีย (Asgardia) อาณาจักรในห้วงอวกาศได้จัดพิธีเปิดตัว “ประมุกคนแรก” ของประเทศ ในกรุงเวียนนาของออสเตรีย อาณาจักรแอสการ์เดีย เป็นอาณาจักรในอวกาศได้เปิดตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประมุกคนแรกอย่างเป็นทางการ คือ นายอิกอร์ อาชูร์เบย์ลี่ นักวิทยาศาสตร์และมหาเศรษฐีชาวอาเซอร์ไบจัน โดยนายอาชูร์เบย์ลี่ ถือเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรอวกาศดังกล่าวด้วย ซึ่งเขาได้รับเลือกตั้งไปเมื่อเดือนมกราคม เมื่อปีที่ผ่านมา  โดยพิธีเปิดตัวประมุขของแรกของอาณาจักรแห่งนี้ ได้จัดขึ้นในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ทั้งนี้ แอสการ์เดียเป็นอาณาจักรในอวกาศ ตั้งชื่อตาม “แอสการ์ด” ที่เป็นแหล่งสถิตของเหล่าเทพเจ้าของชาวนอร์ส ซึ่งอยู่ในยุโรปตอนเหนือ โดยชื่อแอสการ์ด ยังเป็นชื่ออาณาจักรของเหล่าเทพในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง “ธอร์” ด้วย โดยอาณาจักรแห่งนี้ถือเป็นประเทศในห้วงอวกาศแห่งแรกของโลก มีจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อสร้างสันติภาพในอวกาศ ปกป้องโลกจากภัยอันตรายในอวกาศ และสร้างฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ด้านอาชูร์เบย์ลี่ ประมุกของอาณาจักรอวกาศแห่งนี้ บอกว่า เมื่อแอสการ์เดียเริ่มจัดตั้งรัฐบาลก็จะสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศอื่นๆ รวมทั้งกับประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติด้วย นอกจากนี้ อาณาจักรแอสการ์เดียยังมีแผนสร้างสถานีอวกาศในชั้นบรรยากาศของโลก และที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ โดยในปีนี้ อาณาจักรแอสการ์เดียก็เตรียมยื่นเรื่องไปยังสหประชาชาติเพื่อขอรับรองการเป็นประเทศต่อไปด้วย. ภาพจาก reuters.com

อันดับมหาเศรษฐีปี’18 แอมะซอนแซงไมโครซอฟท์ ด้าน ‘เจ้าสัวเจริญ’ ครองอันดับ 1 ของไทย

ผลการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดแห่งปี 2018 ได้รับการเปิดเผยในเว็บไซต์ของนิตยสารฟอร์บส์ โดยเป็นการจัดอันดับเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ ซึ่งฟอร์บส์ระบุว่าในปีนี้ มีนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจนติดอันดับถึง 2,208 คน เพิ่มจากปีที่แล้ว 165 คน ใน 10 อันดับแรก ยังคงเป็นมหาเศรษฐีหน้าเดิมที่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่ที่เปลี่ยนแปลงคืออันดับ 1 ได้แก่ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ แอมะซอน ดอท คอม ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าแชมป์เก่า อย่างบิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ ที่ตกไปอยู่อันดับ 2 ด้านอันดับที่ 3 คือวอร์เรน บัฟเฟตต์ พ่อมดแห่งแวดวงการเงิน อันดับ 4 แบร์นาร์ด อาร์โนลด์ แห่ง LVMH เครือธุรกิจแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก ขณะที่อันดับ 5 ตกเป็นของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ด้านมหาเศรษฐีคนดังที่หลายคนรู้จักกันดีอย่างแจ๊ค หม่า เจ้าของธุรกิจอาลีบาบาอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลก อยู่ในอันดับที่ 20 มีทรัพย์สิน […]

ใครเงินเหลือสนใจมั้ย!? ประกาศขายวังเก่าอายุ 371 ปี อดีตที่ประทับสนมเอกกษัตริย์ฝรั่งเศส ‘มาดามปงปาดูร์’

กำลังเป็นที่ฮือฮาหลังจากนักธุรกิจฝรั่งเศสรายหนึ่งประกาศขายคฤหาสน์หรู ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสนมเอกของกษัตริย์ฝรั่งเศส ด้วยความหลงใหลในเรื่องราวของเธอ ทำให้เขาทุ่มเงินบูรณะคฤหาสน์หลังนี้ไปกว่า 3 พันล้านบาท แต่เพราะอะไรเขาถึงประกาศขาย มาดูเรื่องราวนนี้กัน คฤหาสน์แห่งนี้มีชื่อว่า “ชาโต้ เดอ เมนาร์” ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลัวร์ เป็นคฤหาสน์สีขาวขนาด 62 ห้องนอน สร้างขึ้นราวๆ ปี 1646 ความสำคัญของคฤหาสน์หลังนี้คือในช่วงศตวรรษที่ 18 เคยเป็นที่อยู่ของมาดามปงปาดูร์ สตรีคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเธอเป็นสนมคนโปรดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และว่ากันว่าปงปาดูร์ เป็นผู้กุมอำนาจทางการเมืองตัวจริง เพราะเธอมักจะเขียนจดหมายถึงนายพลหลายคนเพื่อแนะนำเรื่องต่างๆ เรื่องราวของเธอทำให้นายเอดูอาร์ เบย์ซารี มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสรู้สึกหลงใหล จนกระทั่งเขาได้กลายเป็นผู้ครอบครองคฤหาสน์ดังกล่าว และใช้เวลา 35 ปีในการบูรณะ หมดเงินไปกว่า 3 พันล้านบาท แต่ล่าสุด เบย์ซารีได้ออกมาประกาศขายคฤหาสน์แห่งนี้เพราะอยากให้มีคนรับช่วงดูแลต่อ เนื่องจากตัวเขาอายุมากแล้ว โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเสนอราคาเข้ามา คาดว่าน่าจะมีคนสนใจนำไปทำเป็นมหาวิทยาลัยหรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่แอบกระซิบนิดนึงว่าค่าดูแลรักษาคฤหาสน์หลังนี้หนักเอาการ อยู่ที่ปีละ 17 ล้านบาทเลยทีเดียว ขอบคุณภาพจาก Secrets d’ Histoire

keyboard_arrow_up