ข่าวอรุณอมรินทร์ : สุดเฟี้ยว! ‘แคเมอรูน’ แข่งปิดตากินทุเรียนภูเขาไฟ เลอะเทอะแต่ชนะ

  นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมนายนิมิต สิทธิไตรย์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ปล่อยคาราวาน “หอการค้า พาชมสวน ชวนกินข้าวป่า family Rally ครั้งที่ 2” เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกผลไม้ลือชื่อของจังหวัด รวมทั้งการท่องเที่ยวพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 ประเทศ ไทย ลาว และกัมพูชา ไฮไลท์ของงานคือ ทุเรียนภูเขาไฟที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม กรอบนอก นุ่มใน อร่อยจนถือเป็นราชาของผลไม้ไทย มีการจัดแข่งขันสร้างความสนุกสนาน ปิดตาจับคู่แข่งกินทุเรียนให้หมดก่อนใคร โดยคู่ที่น่าสนใจ เป็นคู่พ่อลูกชาวแคเมอรูน ซึ่งพ่อทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นานกว่า 5 ปี โดยทั้งครอบครัว ยกเว้นเจ้าลูกชายคนเล็ก (ที่เข้าแข่งขัน) ชื่นชอบการกินทุเรียน สามารถคว้าชัยชนะในครั้งนี้ไปครองสำเร็จ.

กัวเตมาลาอพยพปชช. 4 พันชีวิต หนีภูเขาฟูเอโกปะทุ

สำนักภัยพิบัติแห่งชาติของกัวเตมาลาระบุว่า ประชาชนเกือบ 4,000 ชีวิต ได้รับการอพยพออกจากพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูเอโกเมื่อวานนี้(19 พ.ย.) หลังเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่สำนักภัยพิบัติแห่งชาติกัวเตมาลาบอกว่า ภูเขาไฟลูกนี้พ่นเถ้าภูเขาไฟและกลุ่มควันหนาทึบขึ้นท้องฟ้า อีกทั้งยังพ่นลาวาร้อนระอุ และแก๊สอันตรายออกมาเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์(19 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ประชาชนกว่า 2,000 คนต้องหลบไปอยู่ค่ายพักพิงชั่วคราว แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชึวิต ผู้อำนวยการสถาบันอุตุนิยมวิทยา ภูเขาไฟวิทยา และแผ่นดินไหววิทยาของประเทศ คาดการณ์ว่า อาจมีเถ้าภูเขาไฟ และลาวาปะทุออกมาจากภูเขาไฟเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การระเบิดของภูเขาไฟฟูเอโก ทำให้มีประชาชนเสียชีวิต 190 ราย และครั้งนี้เป็นการระเบิดครั้งที่ 5 ในรอบปี ของภูเขาไฟฟูเอโกที่มีความสูงเกือบ 4000 เมตร หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังทรงพลังมากที่สุดของภูมิภาคอเมริกากลาง และอยู่ห่างไปทางตอนใต้ของกรุงกัวเตมาลาซิตี ราว 30 กิโลเมตร ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เผยภาพนาทีหนีตาย “ภูเขาไฟรินจานี” คนไทยเล่านาทีสุดประทับใจ ใช้สติ ให้กำลังใจเพื่อนร่วมทาง (คลิป)

วันที่ 31 ก.ค. 61 นายวีรวาร์ สุขรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินป่า-ปีนเขา โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wa Sukkharin ขณะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบนภูเขาไฟรินจานี เกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 61 โดยเป็นเหตุการณ์ชุลมุนขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งนายวีรวาร์ได้ตะโกนบอกให้ผู้ร่วมทริปชาวไทยทิ้งของ แล้วรีบหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมแนะนำให้หยิบเฉพาะของสำคัญติดตัวไปเท่านั้น เช่น หนังสือเดินทาง โดยโพสต์ดังกล่าวระบุข้อวามด้วยว่า “ถล่มอยู่เหนือแค้มป์พอดี.. เผ่นสิครับรอไรล่ะ อีกครั้งที่ต้องวิ่งหนีแผ่นดินไหวในต่างแดน.. #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี #อินโดนีเซีย“ นอกจากนี้ นายวีรวาร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนเองและเพื่อนร่วมทริปทุกคนปลอดภัยดี โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ เวลาประมาณ 20.40 น.     นอกจากนี้ นายวีรวาร์ยังได้โพสต์ชุดภาพบรรยากาศการเดินทางลงจากภูเขาไฟรินจานี พร้อมระบุข้อความเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “ขณะข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็รอดล่ะ..รินจานียับ แต่เรารอด ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกๆคนนะครับ ที่กอดคอเดินไปด้วยกัน จูงมือดึงลากไปด้วยกัน ขอบคุณที่มีสติ และกำลังใจให้ตัวเอง และเผื่อเพื่อนข้างๆ ไว้เจอกันอีกที ทริปหน้าครับ.. ปล. โทรศัพท์มีปัญหานิดหน่อยเพิ่งอัฟเดทข่าวคราวได้ ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยครับ #Thetrek #บันทึกเวลาของการเดินทาง #รินจานี“ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Wa Sukkharin    

สะเก็ดหินลาวาระเบิด! ตกใส่เรือท่องเที่ยวฮาวาย เจ็บ 22 ราย

เกิดเหตุสะเก็ดลาวาที่ปะทุจากภูเขาไฟคิลาเว ฮาวายได้ระเบิดและกระเด็นมาถูกเรือของนักท่องเที่ยวที่ไปชมปรากฏการณ์ธารลาวาจากภูเขาไฟคิลาเวไหลลงทะเล บริเวณนอกชายฝั่งเกาะหลัก หรือบิ๊ก ไอส์แลนด์ โดยสะเก็ดหินลาวาขนาดใหญ่ได้พุ่งตกลงมาใส่หลังคาเรือจนกลายเป็นรู และตกใส่ผู้คน ทำให้มีนักท่องเที่ยวบนเรือได้รับบาดเจ็บถึง 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นแผลไฟไหม้ แต่รายที่อาการหนักที่สุดคือขาหักจากการถูกหินกระแทก ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าสะเก็ดหินลาวาน่าจะระเบิดจากปากปล่องภูเขาไฟ และกระเด็นมาไกลเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าเรือลำนี้ได้ออกไปไกลเกินกว่าเขตปลอดภัยที่ทางการกำหนดไว้ และจะสั่งให้มีการสอบสวนอีกครั้ง สำหรับภูเขาไฟคิลาเวบนเกาะฮาวายเริ่มปะทุตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม และจนถึงขณะนี้ยังไม่สงบ ทางการได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังผลกระทบเรื่องสุขภาพ เนื่องจากลาวาของภูเขาไฟที่ไหลลงทะเลอาจทำให้เกิดแก๊สพิษ แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการทัวร์จำนวนหนึ่งที่ฝ่าฝืนพานักท่องเที่ยวไปชมธารลาวา และนำเรือออกไปนอกเขตปลอดภัย

ยอดผู้เสียชีวิต เหตุภูเขาไฟในกัวเตมาลาปะทุ พุ่ง 65 ราย จนท.เร่งช่วยเหลือ-ค้นหาผู้สูญหาย

ทหารและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกัวเตมาลา เดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุภูเขาไฟฟูเอโกที่เกิดปะทุตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา(3 มิ.ย. 61) โดยเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าวส่งผลให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทางราว 10 กิโลเมตร และมีลาวาไหลเข้าสู่ถนนและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนต่างต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุเพิ่มเป็น 65 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 300 คน โดยเจ้าหน้าที่เกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยในเวลานี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางการกัวเตมาลาได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยเหลือประชาชน ส่วนสำนักงานจัดการภัยพิบัติของกัวเตมาลาระบุว่าขณะนี้มีประชาชนราว 2 ล้านคนที่เดือดร้อนจากภูเขาไฟฟูเอโกปะทุ พร้อมกับเตือนว่าลาวาภูเขาไฟอันตรายอย่างมาก โดยคาดว่าลาวาอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลาวามีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200 ถึง 700 องศาเซลเซียส ด้านประธานาธิบดีจิมมี่ โมราเลส ผู้นำกัวเตมาลาได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบจากเหตุภูเขาไฟปะทุและพูดคุยเรื่องการทำงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย

‘ภูเขาไฟฟูเอโก’ ปะทุ! ดับเกือบ 30 ราย ปชช.กระทบกว่า 1.7 ล้านคน-จนท.เร่งอพยพ

ภูเขาไฟฟูเอโก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวเตมาลาซิตี้ ในประเทศกัวเตมาลา ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตรได้เกิดการปะทุครั้งรุนแรง ส่งผลให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีลาวาไหลเป็นทางยาว 8 กิโลเมตรเข้าสู่ถนน และบ้านเรือนของประชาชนในหมู่บ้านเอล โรดีโอ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าวกว่า 290 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมี 25 ราย นับเป็นเหตุภูเขาไฟปะทุครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของกัวเตมาลา ในเวลานี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพผู้คนกว่า 3,100 คนออกจากพื้นที่และกองทัพได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว ส่วนสนามบินลา ออโรร่า ซึ่งเป็นสนามบินหลักในกรุงกัวเตมาลาซิตี้ได้ปิดให้บริการในเวลานี้ ขณะที่ประธานาธิบดีจิมมี่ โมราเลส ผู้นำกัวเตมาลากำลังพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ประสบเหตุภูเขาไฟปะทุ ซึ่งคาดว่ามี 3 พื้นที่อาจถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ ขณะที่ทางการกัวเตมาลาได้ขอให้ประชาชนใส่หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นควันจากภูเขาไฟ โดยในเวลานี้มีประชาชนราว 1 ล้าน 7 แสนคนได้รับความเดือดร้อนจากเหตภูเขาไฟปะทุ

ผู้บาดเจ็บรายแรกจาก ‘ภูเขาไฟคิลาเว’ ในฮาวายปะทุ พบถูกลาวาลวกขา!

ทางการท้องถิ่นของมลรัฐฮาวายยืนยัน พบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรายแรกจากการปะทุของกระแสธารลาวาจากภูเขาไฟคิลาเวแล้วโดยระบุว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสรายแรกเป็นเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง บนถนนสายโนนี่ฟาร์มส์ โดยเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกลาวาร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเกือบ 1,100 องศาเซลเซียสกระเด็นใส่ขาข้างหนึ่ง ตั้งแต่บริเวณหน้าแข้งเรื่อยลงไปถึงเท้า ก่อนถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กระแสธารลาวายังไหลทะลักเข้าทำลายบ้านเรือนอีก 4 หลัง ท่ามกลางรายงานข่าวที่ระบุว่า ประชาชนจำนวนหนึ่งที่อพยพออกจากพื้นที่ไปแล้ว พยายามหาทางเดินทางกลับไปยังบ้านเรือนของตน ถึงแม้ทางการท้องถิ่นจะประกาศให้พื้นที่รอบภูเขาไฟคิลาเวเป็น “เขตอพยพ” มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้วก็ตาม

‘ภูเขาไฟคิลาเว’ ในฮาวาย ปะทุรอบใหม่! นักวิทย์ฯ เตือนอาจระเบิดรุนแรง

ภูเขาไฟคิลาเวในรัฐฮาวายได้เกิดการปะทุรอบใหม่เมื่อวานนี้(18 พ.ค. 61) หลังจากภูเขาไฟลูกดังกล่าวปะทุต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการปะทุดังกล่าวส่งผลให้มีเถ้าถ่านและควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทาง 9,100 เมตร และทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่จากศูนย์สังเกตการณ์ภูเขาไฟและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออกจากพื้นเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เตือนว่าภูขาไฟคิลาเวอาจเกิดการระเบิดครั้งรุนแรงในอนาคต ก่อนหน้านี้ภูเขาไฟคิลาเวได้เกิดการปะทุอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ลาวาไหลทะลักเข้ามาบริเวณถนน และที่อยู่อาศัยของประชาชน ทำให้บ้านเรือน 40 หลังพังเสียหาย ด้านเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนราว 2,000 คนออกจากพื้นที่ พร้อมกับได้มีการออกประกาศเตือนภัยในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเพื่อให้ประชาชนและนักบินระวังอันตรายจากเถ้าถ่านของภูเขาไฟ และแนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ภายในบ้านเรือน ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 5 ลูกบนเกาะฮาวายที่ยังคงเกิดการปะทุ ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ได้เกิดการปะทุต่อเนื่องมาตลอดในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

ภูเขาไฟฮาวายปะทุหนักต่อเนื่อง! ทำบ้านเรือนพังเสียหาย-จนท.เร่งอพยพประชาชน

ภูเขาไฟคิลาเวในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดการปะทุของภูเขาไฟลูกดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และลาวาจากภูเขาไฟได้ไหลเข้าสู่ถนนและบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน และทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งผลให้บ้านเรือน 35 หลังพังเสียหาย และมีรถยนต์อีกหลายคันถูกทำลาย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพประชาชนเกือบ 2,000 คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าว ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงเกิดการปะทุมากที่สุดลูกหนึ่งของโลก โดยภูเขาไฟลูกดังกล่าวเกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา

ฮาวายอพยพผู้คนนับหมื่น! หลังภูเขาไฟปะทุ-ลาวาไหลทะลักสู่พื้นที่ชุมชน

ทางการรัฐฮาวายของสหรัฐฯ สั่งอพยพประชาชนราว 10,000 คนออกจากพื้นที่ หลังภูเขาไฟคิลาเวปะทุรุนแรง และทำให้มีลาวาไหลเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยลาวาได้ไหลเข้ามาในพื้นที่ด้านล่างบริเวณใกล้ที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งก่อนหน้าภูเขาไฟจะปะทุก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 บริเวณใกล้กับปากปล่องภูเขาไฟคิลาเว โดยเหตุภูเขาไฟปะทุกินระยะเวลานานหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีลาวาไหลเป็นทางยาว และมีกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ล่าสุดทางการรัฐฮาวายได้ประกาศอพยพประชาชนราว 10,000 คนในชุมชนปูน่าออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ลาวาจากภูเขาไฟไหลผ่าน ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 5 ลูกในรัฐฮาวายได้เกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิของลาวานั้นอาจมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 1,100 องศาเซลเซียส

อินโดฯ ประกาศเตือนภัยสูงสุด หลัง ‘ภูเขาไฟซินาบุง’ ปะทุต่อเนื่อง เถ้าถ่านฟุ้ง-แผ่นดินไหว

ภูเขาไฟซินาบุงในจังหวัดสุมาตราเหนือของอินโดนีเซียยังคงปะทุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้(19 ก.พ. 61) จนส่งผลให้มีเถ้าถ่านและควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทางสูงกว่า 7 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการปะทุครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้ ทั้งยังส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กบริเวณหมู่บ้านรอบๆ ภูเขาไฟด้วย ขณะที่พื้นที่รอบภูเขาไฟซินาบุงก็ปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่าน จนทำให้ชาวบ้านต้องใส่หน้ากากป้องกัน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุในครั้งนี้ ล่าสุดทางการอินโดนีเซียได้ออกประกาศเตือนในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดไปยังเที่ยวบินต่างๆ บนเกาะสุมาตราให้ระวังเถ้าถ่านจากภูเขาไฟเขาซินาบุง ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินในเมืองเมดานไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 75 กิโลเมตร ขณะที่ศูนย์เฝ้าระวังเถ้าถ่านจากภูเขาไฟในเมืองดาร์วินของออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนในระดับสีแดงแก่บรรดาสายการบินในออสเตรเลียให้ระวังเถ้าถ่านจากภูเขาไฟซินาบุงแล้วเช่นกัน

‘ภูเขาไฟมายอน’ ลาวาทะลักต่อเนื่อง ยอดผู้อพยพชาวฟิลิปปินส์ใกล้ทะลุ 1 แสน

สำนักงานภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งชาติของฟิลิปปินส์ รายงานว่า แม้การไหลทะลักของลาวาระลอกล่าสุดออกจากปากปล่องภูเขาไฟมายอนจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า มาตรการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบภูเขาไฟแห่งนี้ยังต้องดำเนินต่อไป ขณะที่จำนวนผู้อพยพหนีภัยภูเขาไฟมายอนได้เพิ่มจำนวนเป็นเกือบ 80,000 คน และอาจทะลุ 100,000 คนใน 1-2 วันข้างหน้า ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า พบสะพานหลายแห่งในพื้นที่หมู่บ้านรอบภูเขาไฟมายอนพังเสียหายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เป็นผลพวงจากภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ โดยที่กระแสน้ำได้พัดพาเอาตะกอนดินโคลนจากภูเขาไฟจำนวนมากมาด้วย ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์รวมถึงองค์กรเอกชนหลายแห่งกำลังเร่งจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ 44 หมู่บ้านที่ต้องถูกอพยพออกจากบ้านเรือนของตน

หิมะถล่มใน ‘สกีรีสอร์ท’ ของญี่ปุ่น หลังภูเขาไฟปะทุ เตือนปชช. เลี่ยงเดินทาง

ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดหิมะถล่ม หลังภูเขาไฟคุซัทสึ ชิราเนะเกิดปะทุขึ้นมา โดยภูเขาไฟดังกล่าวอยู่ใกล้กับสกีรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเมืองกุมมะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เหตุหิมะถล่มดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และมีผู้สูญหาย 1 ราย ขณะที่ทางสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ 15 ราย จากเศษหินที่กระเด็นร่วงจากภูเขาไฟ ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูเขาไฟดังกล่าว เนื่องจากยังคงพบการปะทุของภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง

ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัย-ปิดรร.ยกจังหวัด หลัง ‘ภูเขาไฟมายอน’ พร้อมระเบิดรุนแรง

ทางการฟิลิปปินส์เพิ่มระดับการเตือนภัยการปะทุของภูเขาไฟมายอน ระบุภูเขาไฟที่มีความสูง 2,462 เมตรลูกนี้ พร้อมเกิดการระเบิดขั้นรุนแรงทุกเมื่อ โดยการยกระดับเตือนภัยครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่พบกระแสลาวาพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟมายอนในวันนี้ (22 ม.ค. 61) ถือเป็นการพบลาวาทะลักออกจากภูเขาไฟลูกนี้เป็นครั้งแรก นอกเหนือจากการปล่อยเถ้าถ่านและกลุ่มควันตามปกติ รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ขอความร่วมมือให้กองทัพช่วยทำการอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ภายใน “รัศมี 8 กิโลเมตร” รอบภูเขาไฟมายอน ออกนอกพื้นที่ โดยที่การอพยพสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะชาวบ้านต่างหวาดกลัวการระเบิดของภูเขาไฟและยอมอพยพออกจากบ้านเรือนของตนแต่โดยดี ด้านอัล ฟรานซิส บิชารา ผู้ว่าราชการจังหวัดอัลบาย จังหวัดที่ตั้งของภูเขาไฟมายอน ประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดปิดการเรียนการสอนทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค. 61) และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเพิ่มเติมจากทางการต่อไป

ฟิลิปปินส์คาด ‘ภูเขาไฟมายอน’ อาจปะทุรุนแรง เร่งอพยพปชช.เพิ่มเติม

ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่ 2 ชุมชน ที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟมายอนในเมืองอัลไบ หลังภูเขาไฟมายอนปะทุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันเสาร์(13 ม.ค. 61) ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมา ทั้งยังมีลาวาไหลลงมาจากภูเขาเป็นทางยาว โดยก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 12,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ยังคงระดับเตือนภูเขาไฟปะทุไว้ที่ระดับ 3 พร้อมกับเตือนประชาชนว่าภูเขาไฟอาจเกิดปะทุรุนแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยในเวลานี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งงดการเรียนการสอนโรงเรียนหลายแห่งในเมืองอัลไบ และจะใช้โรงเรียนเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ได้มีคำเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณใกล้กับภูเขาไฟมายอน เนื่องจากควันไฟและเถ้าถ่านที่พวยพุ่งออกมาอาจบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นบนถนน ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

อินโดฯ ยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด หลังภูเขาไฟอากุงปะทุอีกระลอก

ทางการอินโดนีเซียยกระดับเฝ้าระวังอันตรายจากภูเขาไฟอากุงบนเกาะบาหลีสู่ขั้นสูงสุด หลังมีกลุ่มควันพวยพุ่งจากปากปล่องอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งอพยพคนในรัศมี 8-10 กิโลเมตรเพื่อความปลอดภัย วันที่ 27 พ.ย.60 หน่วยงานด้านภัยพิบัติของอินโดนีเซียยังคงจับตาการปะทุของภูเขาไฟอากุง บนเกาะบาหลี หลังตั้งแต่ปะทุระลอกแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ความสูงกว่า 3 พันเมตร เถ้าถ่านจากการปะทุของภูเขาไฟปลิวว่อนในอากาศ ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยล่าสุดช่วงเช้าวันนี้(27 พ.ย.) ทางการได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยสู่ระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด หลังมีผู้ได้ยินเสียงระเบิดดังเป็นช่วงๆ จากภูเขาไฟ เหตุการณ์ภูเขาไฟอากุงปะทุ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกาะบาหลีเป็นจุดหมายของชาวต่างชาติจำนวนมาก ขณะที่ทางการได้สั่งปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบินจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) เพื่อป้องกันอันตราย ทำให้ตามสนามบินมีนักท่องเที่ยวตกค้างเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ในจังหวัดลอมบอก มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และกระแสน้ำได้ชะล้างเถ้าถ่านลาวาจากภูเขาไฟจนแม่น้ำกลายเป็นสีเทา ซึ่งทางการเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อน พร้อมแจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจ

‘วานูอาตู’ เร่งอพยพประชาชน 11,000 คน หลังภูเขาไฟบนเกาะ ส่งสัญญาณใกล้ปะทุ!

หน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศหมู่เกาะวานูอาตู เปิดเผยว่ามีแผนจะอพยพประชาชนออกจากเกาะอัมเบ ที่ตั้งอยู่ทางเหนือให้หมด 11,000 คนภายในวันพรุ่งนี้ (4 ต.ค.60) หลังภูเขาไฟมานาโร วาอุย ที่อยู่บนเกาะปะทุ ส่งกลุ่มควันและหินออกมาไม่หยุด เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟและกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ได้มีการถ่ายเอาไว้ เป็นภาพอินฟราเรดที่ภูเขาไฟปะทุ และภาพของกลุ่มควันที่ลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า

‘ภูเขาไฟอากุง’ ส่งสัญญาณใกล้ปะทุ ชาวบาหลีอพยพแล้วกว่า 1.2 แสนคน

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่าขณะนี้มีประชาชนกว่า 120,500 คนบริเวณภูเขาไฟอากุงในรัศมี 12 กิโลเมตรได้อพยพออกจากพื้นที่ หลังมีการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนหลายร้อยครั้ง และความเคลื่อนไหวของแม็กมาบริเวณภูเขาไฟอากุง ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบาหลีในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าภูเขาไฟดังกล่าวจะเกิดการปะทุในเร็ววันนี้ และทำให้ทางการอินโดนีเซียออกประกาศเตือนภัยภูเขาไฟปะทุในระดับสูงสุด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าภูเขาไฟจะเกิดปะทุขึ้นมาเมื่อใด ขณะที่หลายประเทศทั้งไทย อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯได้ออกประกาศเตือนพลเรือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเกาะบาหลีในช่วงนี้ หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสนามบินบนเกาะบาหลีอาจปิดให้บริการ หากภูเขาอากุงปะทุ ทั้งนี้ ภูเขาไฟอากุงมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 เมตร และเคยเกิดการปะทะครั้งรุนแรงเมื่อปี 1963 และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย

keyboard_arrow_up