กัวเตมาลาอพยพปชช. 4 พันชีวิต หนีภูเขาฟูเอโกปะทุ

สำนักภัยพิบัติแห่งชาติของกัวเตมาลาระบุว่า ประชาชนเกือบ 4,000 ชีวิต ได้รับการอพยพออกจากพื้นที่รอบภูเขาไฟฟูเอโกเมื่อวานนี้(19 พ.ย.) หลังเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่สำนักภัยพิบัติแห่งชาติกัวเตมาลาบอกว่า ภูเขาไฟลูกนี้พ่นเถ้าภูเขาไฟและกลุ่มควันหนาทึบขึ้นท้องฟ้า อีกทั้งยังพ่นลาวาร้อนระอุ และแก๊สอันตรายออกมาเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์(19 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ประชาชนกว่า 2,000 คนต้องหลบไปอยู่ค่ายพักพิงชั่วคราว แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชึวิต ผู้อำนวยการสถาบันอุตุนิยมวิทยา ภูเขาไฟวิทยา และแผ่นดินไหววิทยาของประเทศ คาดการณ์ว่า อาจมีเถ้าภูเขาไฟ และลาวาปะทุออกมาจากภูเขาไฟเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การระเบิดของภูเขาไฟฟูเอโก ทำให้มีประชาชนเสียชีวิต 190 ราย และครั้งนี้เป็นการระเบิดครั้งที่ 5 ในรอบปี ของภูเขาไฟฟูเอโกที่มีความสูงเกือบ 4000 เมตร หนึ่งในภูเขาไฟที่ยังทรงพลังมากที่สุดของภูมิภาคอเมริกากลาง และอยู่ห่างไปทางตอนใต้ของกรุงกัวเตมาลาซิตี ราว 30 กิโลเมตร ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ยอดผู้เสียชีวิต เหตุภูเขาไฟในกัวเตมาลาปะทุ พุ่ง 65 ราย จนท.เร่งช่วยเหลือ-ค้นหาผู้สูญหาย

ทหารและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกัวเตมาลา เดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุภูเขาไฟฟูเอโกที่เกิดปะทุตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา(3 มิ.ย. 61) โดยเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าวส่งผลให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทางราว 10 กิโลเมตร และมีลาวาไหลเข้าสู่ถนนและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนต่างต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุเพิ่มเป็น 65 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 300 คน โดยเจ้าหน้าที่เกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก โดยในเวลานี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางการกัวเตมาลาได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยเหลือประชาชน ส่วนสำนักงานจัดการภัยพิบัติของกัวเตมาลาระบุว่าขณะนี้มีประชาชนราว 2 ล้านคนที่เดือดร้อนจากภูเขาไฟฟูเอโกปะทุ พร้อมกับเตือนว่าลาวาภูเขาไฟอันตรายอย่างมาก โดยคาดว่าลาวาอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลาวามีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200 ถึง 700 องศาเซลเซียส ด้านประธานาธิบดีจิมมี่ โมราเลส ผู้นำกัวเตมาลาได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบจากเหตุภูเขาไฟปะทุและพูดคุยเรื่องการทำงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย

‘ภูเขาไฟคิลาเว’ ในฮาวาย ปะทุรอบใหม่! นักวิทย์ฯ เตือนอาจระเบิดรุนแรง

ภูเขาไฟคิลาเวในรัฐฮาวายได้เกิดการปะทุรอบใหม่เมื่อวานนี้(18 พ.ค. 61) หลังจากภูเขาไฟลูกดังกล่าวปะทุต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการปะทุดังกล่าวส่งผลให้มีเถ้าถ่านและควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะทาง 9,100 เมตร และทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่จากศูนย์สังเกตการณ์ภูเขาไฟและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออกจากพื้นเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เตือนว่าภูขาไฟคิลาเวอาจเกิดการระเบิดครั้งรุนแรงในอนาคต ก่อนหน้านี้ภูเขาไฟคิลาเวได้เกิดการปะทุอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ลาวาไหลทะลักเข้ามาบริเวณถนน และที่อยู่อาศัยของประชาชน ทำให้บ้านเรือน 40 หลังพังเสียหาย ด้านเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนราว 2,000 คนออกจากพื้นที่ พร้อมกับได้มีการออกประกาศเตือนภัยในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเพื่อให้ประชาชนและนักบินระวังอันตรายจากเถ้าถ่านของภูเขาไฟ และแนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ภายในบ้านเรือน ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 5 ลูกบนเกาะฮาวายที่ยังคงเกิดการปะทุ ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ได้เกิดการปะทุต่อเนื่องมาตลอดในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

ภูเขาไฟฮาวายปะทุหนักต่อเนื่อง! ทำบ้านเรือนพังเสียหาย-จนท.เร่งอพยพประชาชน

ภูเขาไฟคิลาเวในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดการปะทุของภูเขาไฟลูกดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และลาวาจากภูเขาไฟได้ไหลเข้าสู่ถนนและบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน และทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งผลให้บ้านเรือน 35 หลังพังเสียหาย และมีรถยนต์อีกหลายคันถูกทำลาย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพประชาชนเกือบ 2,000 คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟปะทุดังกล่าว ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงเกิดการปะทุมากที่สุดลูกหนึ่งของโลก โดยภูเขาไฟลูกดังกล่าวเกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา

ฮาวายอพยพผู้คนนับหมื่น! หลังภูเขาไฟปะทุ-ลาวาไหลทะลักสู่พื้นที่ชุมชน

ทางการรัฐฮาวายของสหรัฐฯ สั่งอพยพประชาชนราว 10,000 คนออกจากพื้นที่ หลังภูเขาไฟคิลาเวปะทุรุนแรง และทำให้มีลาวาไหลเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยลาวาได้ไหลเข้ามาในพื้นที่ด้านล่างบริเวณใกล้ที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งก่อนหน้าภูเขาไฟจะปะทุก็ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 บริเวณใกล้กับปากปล่องภูเขาไฟคิลาเว โดยเหตุภูเขาไฟปะทุกินระยะเวลานานหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีลาวาไหลเป็นทางยาว และมีกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ล่าสุดทางการรัฐฮาวายได้ประกาศอพยพประชาชนราว 10,000 คนในชุมชนปูน่าออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นบริเวณที่ลาวาจากภูเขาไฟไหลผ่าน ทั้งนี้ภูเขาไฟคิลาเวซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 5 ลูกในรัฐฮาวายได้เกิดการปะทุมาอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิของลาวานั้นอาจมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 1,100 องศาเซลเซียส

หิมะถล่มใน ‘สกีรีสอร์ท’ ของญี่ปุ่น หลังภูเขาไฟปะทุ เตือนปชช. เลี่ยงเดินทาง

ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดหิมะถล่ม หลังภูเขาไฟคุซัทสึ ชิราเนะเกิดปะทุขึ้นมา โดยภูเขาไฟดังกล่าวอยู่ใกล้กับสกีรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเมืองกุมมะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เหตุหิมะถล่มดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และมีผู้สูญหาย 1 ราย ขณะที่ทางสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ 15 ราย จากเศษหินที่กระเด็นร่วงจากภูเขาไฟ ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูเขาไฟดังกล่าว เนื่องจากยังคงพบการปะทุของภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง

ฟิลิปปินส์คาด ‘ภูเขาไฟมายอน’ อาจปะทุรุนแรง เร่งอพยพปชช.เพิ่มเติม

ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่ 2 ชุมชน ที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟมายอนในเมืองอัลไบ หลังภูเขาไฟมายอนปะทุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันเสาร์(13 ม.ค. 61) ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมา ทั้งยังมีลาวาไหลลงมาจากภูเขาเป็นทางยาว โดยก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 12,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ยังคงระดับเตือนภูเขาไฟปะทุไว้ที่ระดับ 3 พร้อมกับเตือนประชาชนว่าภูเขาไฟอาจเกิดปะทุรุนแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยในเวลานี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งงดการเรียนการสอนโรงเรียนหลายแห่งในเมืองอัลไบ และจะใช้โรงเรียนเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ได้มีคำเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณใกล้กับภูเขาไฟมายอน เนื่องจากควันไฟและเถ้าถ่านที่พวยพุ่งออกมาอาจบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นบนถนน ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

keyboard_arrow_up