เทียบ 9 ภาพ “ก่อน-หลัง” ว่าภาวะโลกร้อนเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไปมากแค่ไหน

แม้จะมีคำกล่าวว่าเราสามารถหยุดภาวะโลกร้อนได้ด้วยเลิกการกระทำต่างๆ ที่ยืนยันแล้วว่าเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมของโลก แต่บางครั้งการตระหนักรู้เหล่านั้นก็อาจจะมาในยามที่สายเกินไปสักหน่อย เพราะไม่ว่าภาวะโลกร้อนที่เกิดมาจากการก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์จะหยุดลงหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากมลพิษที่มนุษย์ทิ้งไว้นั้น ก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน อย่างเช่นภาพความรุนแรงเหล่านี้จะคอยย้ำเตือนเราถึงหายนะต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ และอาจจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงอนาคตได้ ภาพถ่ายหมู่เกาะซาน บลาส ในปานามา ปี 2004 และปี 2014 ที่ถูกน้ำหนุนขึ้นสูงจนท่วมบ้านเรือนมิด ปริมาณน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือ ในปี 1980 และ 2012 เห็นได้ว่าอากาศที่ร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนเห็นได้อย่างชัดเจน ทะเลสาบโอโรวิลล์ ในแคลิฟอร์เนีย ที่ประสบภัยแล้งจากภาวะโลกร้อน เปรียบเทียบสถานการณ์ปกติในปี 2011 และปีที่ประสบภัยแล้ง 2014 ทะเลอารัลที่แห้งขอด สองภาพนี้ถ่ายไว้ระหว่างปี 1989 และ 2014 แนวปะการังฟอกขาว จากอุณภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวกจากภาวะโลกร้อน สองภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อปี 2002 และ 2014 ธารน้ำแข็งที่รัฐอลาสก้า ถ่ายไว้เมื่อปี 1880 และ 2005 จากภาพจะเห็นได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน กล่าวคือไม่มีธารแข็งเช่นในอดีตอีกต่อไป แนวผาที่เบื้องล่างเคยเป็นธารน้ำแข็ง ภาพที่ถ่ายที่มอนทานา สหรัฐอเมริกา ถ่ายไว้เมื่อปี 1920 […]

‘ปลาปักเป้า’ ข้ามสายพันธุ์ระบาดจากภาวะโลกร้อน ทำประมงญี่ปุ่นเดือดร้อนหนัก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฮิโรชิ ทาคาฮาชิ จากมหาวิทยาลัยประมงแห่งชาติในญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ปลาปักเป้า ที่เกิดจากการข้ามสายพันธุ์ได้เพิ่มจำนวนสูงต่อเนื่องในช่วง 6 ปีที่ผ่าน โดยได้เพิ่มจำนวนเกือบ 40% ตั้งแต่ปี 2012 ปลาปักเป้าแบบข้ามสายพันุธ์ส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น โดยปัญหาจำนวนปลาปักเป้าข้ามสายพันธ์ุเพิ่มสูงมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำเพิ่มสูง ส่งผลให้ปลาปักเป้าบางส่วนว่ายน้ำไปผสมพันธุ์บริเวณอื่นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า การเพิ่มจำนวนของปลาปักเป้าแบบข้ามสายพันธุ์นี้กำลังสร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมประมงในญี่ปุ่น เนื่องจากปลาเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับปลาปักเป้าทั่วไป ซึ่งทำให้การแยกแยะปลาปักเป้าชนิดมีพิษและไม่มีพิษทำได้ยาก และบรรดาพ่อค้าปลาจำเป็นต้องกำจัดปลาปักเป้าข้ามสายพันธุ์ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคได้ ขณะที่กระทรวงสาธารณะสุขของญี่ปุ่นกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลของปลาปักเป้าข้ามสายพันธุ์ แต่จนถึงขณะนี้ทางการญี่ปุ่นก็ยังไม่มีออกมาตรการใด ๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชมโปสการ์ดใหญ่สุดในโลกบนเทือกเขาแอลป์ ตั้งเป้ารณรงค์ยุติปัญหาโลกร้อน

ชมโปสการ์ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเป็นการนำเอาโปสการ์ดของเด็ก ๆ กว่า 125,000 คน มาเรียงต่อกันจนกลายเป็นผืนขนาดใหญ่ วางบน จุงเฟราย็อค เป็นช่องสันเขาที่มีชื่อเสียงของเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,466 เมตร โครงการนี้เป็นผลงานขององค์กรไม่แสวงผลกำไรที่รณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ จากทั่วโลกร่วมกันส่งข้อความเพื่อรณรงค์ยุติปัญหาโลกร้อน หรือเป็นการเขียนคำตอบว่าพวกเขาตั้งใจจะช่วยโลกจากปัญหาโลกร้อนได้อย่างไรบ้าง ซึ่งโปสการ์ดนับแสนใบที่เห็นนี้ ราว ๆ 5 หมื่นใบถูกส่งมาจากแอฟริกาใต้ ส่วนอีกราว 2 หมื่นใบส่งมาจากอินเดีย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ภาวะโลกร้อน! เผยภาพ ‘ธารน้ำแข็ง’ แตกตัว ขนาดเท่า ‘แมนฮัตตัน’

เผยภาพธารน้ำแข็งเฮลเฮมในกรีนแลนด์ในมหาสมุทรอาร์กติก แตกตัวของธารน้ำแข็งออกเป็นภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก บางก้อนมีขนาดใหญ่เทียบ “แมนฮัตตัน” ผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้เผยแพร่ภาพธารน้ำแข็งเฮลเฮมในกรีนแลนด์ในมหาสมุทรอาร์กติก โดยเป็นการตั้งกล้องบันทึกภาพตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเร่งความเร็วด้วยเทคนิคไทม์แลปส์ สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือการแตกตัวของธารน้ำแข็งออกเป็นภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก ซึ่งภูเขาน้ำแข็งบางก้อนมีขนาดมหาศาล โดยมีพื้นที่ถึง 59 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับเขตโลเวอร์ แมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก สาเหตุที่ทำให้ธารน้ำแข็งแตกตัวหรือละลายอย่างรวดเร็วเป็นเพราะอุณหภูมิในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น และเมื่อภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้แตกตัวออก ก็ละลายลงสู่มหาสมุทรหรือทะเล ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสิ่งนี้กำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่เมืองหรือประเทศที่อยู่ในภูมิประเทศต่ำ และมีโอกาสเสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ในอนาคต การบันทึกภาพดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่องค์การนาซ่าจะใช้เวลา 5 ปี ในการศึกษาการแตกตัวของธารน้ำแข็งทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์แบบแผน และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ นาซาพบว่าการละลายของน้ำแข็งกรีนแลนด์ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ 0.8 มิลลิเมตรต่อปี แต่ถ้าเทียบเป็นปริมาตร จะเท่ากับน้ำที่เติมในสระว่ายน้ำที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก 115 สระรวมกัน.

นักธุรกิจจับมือนักวิทย์ฯ ห่มผ้าให้ธารน้ำแข็ง ชะลอการหลอมละลาย

คาร์เล็น ฟิลิปป์ นักธุรกิจชื่อดังด้านโรงแรมและครอบครัว ได้ว่าจ้างคนงาน รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ เข้ามาช่วยห่มผ้าสีขาวผืนใหญ่เหนือ “ธารน้ำแข็งโรน” บนเทือกเขาแอลป์ส เพื่อปกป้องธารน้ำแข็งแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่า เป็นธารน้ำแข็งเก่าแก่อายุหลายพันปี และมีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ฟิลิปป์ระบุว่า ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งโรนแห่งนี้ได้หลอมละลายและหดสั้นลงไปแล้วคิดเป็นระยะทางกว่า 1,400 เมตร และการหลอมละลายของธารน้ำแข็งแห่งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของโรงแรมของเขาซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง ที่อาจต้องปิดตัวลง หากธารน้ำแข็งโรนหลอมละลายไปจนหมด ข้อมูลระบุว่า ผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่ ซึ่งมีความหนาเพียง 2 เซนติเมตรนี้ ถูกทีมนักวิทยาศาสตร์ออกแบบขึ้นเพื่อให้มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์ แทนการปล่อยให้ธารน้ำแข็งถูกแดดแผดเผาแบบเต็ม ๆ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยชะลอการหลอมละลายของธารน้ำแข็งโรนแห่งนี้ให้ช้าลง ทั้งนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ในรอบ 70 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณเทือกเขาแอลป์สได้เพิ่มสูงขึ้นราว 1.8 องศาเซลเซียส และส่งผลให้ธารน้ำแข็งหลอมละลายหายไปปีละ 6-8 เมตร ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่า ธารน้ำแข็งที่เคยอยู่คู่กับเทือกเขาแอลป์สแห่งนี้ จะหายไปอย่างถาวรในไม่กี่ปีข้างหน้า จากผลของภาวะโลกร้อน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

รวม 7 ภาพถ่ายทางอากาศจากนาซ่า ที่ยืนยันว่าโลกได้รับผลกระทบจาก ‘ภาวะโลกร้อน’ แค่ไหน

อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวที่คนจำนวนไม่น้อยละเลยไป หรืออาจจะสนใจเพียงแค่สภาพอากาศรอบตัวที่ร้อนขึ้นกว่าปกติเท่านั้น แต่หากลองมองออกไปให้ไกลกว่านั้น หรือมองจากมุมที่ปกติเราไม่มีโอกาสได้เห็นสักเท่าไหร่ เช่นมองลงมาจากบนฟ้า และเปรียบเทียบภาพที่เห็นในวันนี้กับภาพในอีกเมื่อหลายสิบปีก่อน เราจะเห็นได้ว่า…โลกที่เราอาศัยอยู่นั้น เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด พื้นที่น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ถูกถ่ายระหว่างกันยายน 1984 – กันยายน 2016 ซึ่งลดลงจาก 718,000 ตารางไมล์เหลือเพียง 42,000 ตารางไมล์ การลดลงของแนวธารน้ำแข็งที่ชายฝั่งในแอนตาร์กติกา ความแตกต่างระหว่างน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ Ellesmere Island ในแคนาดาระหว่างปี 2004 กับ 2015 ภาพของทะเลสาบ Mead ที่ถ่ายไว่เมื่อปี 1982 แต่เมื่อถึงปี 2010 พบว่าน้ำมันลดไปมากจนน่าใจหาย ลองเปรียบเทียบพื้นที่ป่าในประเทศบราซิลระหว่างปี 1984 กับ 2011 ดูสิ ภาพระดับน้ำในทะเลสาบ Proctor ที่ลดลงไปอย่างน่าใจหาย สภาพแผนที่อากาศที่แสดงความแห้งแล้งของป่าในจอร์เจีย ที่มา – viralnova.com

งงเด้ งงเด้! ฝูง ‘เพนกวิน’ นับร้อยชีวิตตื่นตา งุนงง ไล่งับ ‘ฟองสบู่’ ในวันฉลองฯ (คลิป)

ชมภาพความน่ารักของฝูงเพนกวินที่สวนสัตว์ในสกอตแลนด์ กำลังเพลิดเพลินกับฟองสบู่ ฉลองวันของเพนกวิน ฝูงเพนกวินราว 130 ตัว ในสวนสัตว์เอดินบะระของสกอตแลนด์กำลังสนุกสนานกับฟองสบู่ ที่ทางสวนสัตว์จัดเตรียมไว้สำหรับการฉลองเนื่องในวันของเพนกวิน ซึ่งเป็นวันที่ให้ผู้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อเพนกวิน ทั้งเหตุน้ำมันดิบรั่ว และภาวะโลกร้อน โดยบรรดาเพนกวินในสวนสัตว์ต่างมองฟองสบู่ด้วยความสงสัย ขณะที่บางส่วนก็พยายามไล่งับฟองสบู่ ซึ่งเครื่องทำฟองสบู่นี้ก็เป็นของขวัญที่ทางอเมซอนมอบให้กับทางสวนสัตว์ ทั้งนี้ สวนสัตว์เอดินบะระถือเป็นสวนสัตว์ที่มีพื้นที่สำหรับเพนกวินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และมีเพนกวินอยู่ในสวนสัตว์มาตั้งแต่เริ่มเปิดทำการตั้งแต่ปี 1913.

นักวิจัยเตือน! ‘ปะการัง’ เสี่ยงสูญพันธุ์ หลังโลกร้อนทำภาวะปะการังฟอกขาวพุ่ง

ศาสตราจารย์ นิค เกรแฮม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ ในประเทศอังกฤษ เผยปะการังทั่วโลกเสี่ยงสูญพันธุ์จากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ที่เป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อน ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า แนวปะการังในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลกตั้งแต่ทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังเผชิญกับภาวะฟอกขาวหรือภาวะที่ปะการังหลากสีจะกลายสภาพเปลี่ยนเป็นปะการังสีขาวซีดในอัตราที่สูงขึ้นและบ่อยขึ้น จากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ และภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ทีมวิจัยพบว่าระยะเวลาที่แนวปะการังจะเผชิญภาวะฟอกขาวในแต่ละครั้ง ขณะนี้ได้ลดลงเหลือเพียง 6 ปีเท่านั้น จากเดิมที่การฟอกขาวแต่ละครั้งจะเกิดขึ้น ต้องใช้เวลานานถึง 25 ปีเมื่อช่วงปี ค.ศ.1980 นอกจากนี้ศาสตราจารย์เกรแฮมยังเตือนว่า ระบบนิเวศทางทะเลของโลกจะเผชิญหายนะครั้งใหญ่หากอุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอีกเพียง 3-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเพียงเท่านี้ก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้ปะการังเขตร้อนที่เป็นบ้านของสัตว์ทะเลราว 1 ใน 3 ถูกทำลาย

ยูไอพี ประเทศไทย จับมือ กรีนพีซ จัดกิจกรรมเสวนา ‘ประเทศไทยในวิกฤติโลกร้อน’

ยูไอพี ประเทศไทย และกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยในวิกฤติโลกร้อน” พร้อมชมภาพยนตร์ “An Inconvenient Truth 2” โดยได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญประกอบด้วย ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย และภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา, ผศ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คุณสฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และกรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัทป่าสาละ, คุณธารา บัวคำศรี-กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคุณวีณารัตน์ เลาหภคกุล รับหน้าที่ดำเนินรายการและเปิดประเด็นถามตอบ และกล่าวปิดท้ายโดย คุณปัณณทัต พรหมสุภา ผู้จัดการทั่วไป ยูไอพี ประเทศไทย ภายในงานยังได้จัดนิทรรศการภาพถ่ายที่สะท้อนให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อโลกและมนุษย์ ซึ่งผู้สนใจสามารถชมนิทรรศการได้ที่โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 5 ดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 26 สิงหาคม นี้ An Inconvenient Truth […]

รวม 7 ภาพถ่ายทางอากาศจากนาซ่า ที่ยืนยันว่าโลกได้รับผลกระทบจาก ‘ภาวะโลกร้อน’ แค่ไหน

อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวที่คนจำนวนไม่น้อยละเลยไป หรืออาจจะสนใจเพียงแค่สภาพอากาศรอบตัวที่ร้อนขึ้นกว่าปกติเท่านั้น แต่หากลองมองออกไปให้ไกลกว่านั้น หรือมองจากมุมที่ปกติเราไม่มีโอกาสได้เห็นสักเท่าไหร่ เช่นมองลงมาจากบนฟ้า และเปรียบเทียบภาพที่เห็นในวันนี้กับภาพในอีกเมื่อหลายสิบปีก่อน เราจะเห็นได้ว่า…โลกที่เราอาศัยอยู่นั้น เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด พื้นที่น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ถูกถ่ายระหว่างกันยายน 1984 – กันยายน 2016 ซึ่งลดลงจาก 718,000 ตารางไมล์เหลือเพียง 42,000 ตารางไมล์ การลดลงของแนวธารน้ำแข็งที่ชายฝั่งในแอนตาร์กติกา ความแตกต่างระหว่างน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ Ellesmere Island ในแคนาดาระหว่างปี 2004 กับ 2015 ภาพของทะเลสาบ Mead ที่ถ่ายไว่เมื่อปี 1982 แต่เมื่อถึงปี 2010 พบว่าน้ำมันลดไปมากจนน่าใจหาย ลองเปรียบเทียบพื้นที่ป่าในประเทศบราซิลระหว่างปี 1984 กับ 2011 ดูสิ ภาพระดับน้ำในทะเลสาบ Proctor ที่ลดลงไปอย่างน่าใจหาย สภาพแผนที่อากาศที่แสดงความแห้งแล้งของป่าในจอร์เจีย ที่มา – viralnova.com

keyboard_arrow_up