ช็อก! ปลาลอยแพตายนับพัน เหตุทนหนาวไม่ไหว หลังคลื่นอากาศหนาวถล่มสหรัฐฯ

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดปรากฏการณ์ปลาลอยแพตายเกลื่อนทะเล ที่มลรัฐเวอร์จิเนีย สาเหตุเพราะทนความหนาวเย็นของน้ำไม่ไหว โดยรายงานข่าวเปิดเผยคลิปวิดีโอ เป็นภาพที่บันทึกได้จากน่านน้ำบริเวณชายฝั่งอีสเทอร์นชอร์ ในมลรัฐเวอร์จิเนีย โดยภาพจากในคลิปเผยให้เห็นปลาจำนวนหลายพันตัว ลอยแพตายอยู่บนผิวน้ำ โดยที่หลายตัวตายในสภาพที่เหมือนกับถูกแช่แข็ง สร้างความตกตะลึงแก่ผู้ที่ได้ชมคลิปอย่างมาก ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ทางตะวันออกของสหรัฐฯ รวมถึงที่มลรัฐเวอร์จิเนียแห่งนี้ ต้องเผชิญกับคลื่นอากาศหนาวและการพัดถล่มต่อเนื่องของพายุหิมะ ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางพื้นที่ต้องเผชิญอุณหภูมิที่หนาวเหน็บถึงขั้นติดลบมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาทางทะเลเผยว่า ในความเป็นจริงแล้วปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ จะมีกลไกในการปรับตัวตามธรรมชาติเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แต่การที่พบปลาลอยแพตายเป็นจำนวนมากเช่นนี้ เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า สภาพอากาศหนาวสุดขั้วทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา มีระดับความหนาวเย็นที่รุนแรงเกินกว่าที่กลไกร่างกายของปลาเหล่านี้จะปรับตัวไหว การลอยแพตายหมู่ของปลาจำนวนหลายพันตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ทางการท้องถิ่น รวมถึงหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ กำลังเร่งเดินหน้าส่งเรือตัดน้ำแข็ง เข้าไปทำลายแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมผิวน้ำทะเลทั่วภาคตะวันออกของสหรัฐฯ เพื่อให้การสัญจรทางน้ำ และการประมงในท้องถิ่น สามารถกลับมาทำได้ตามปกติ

รวม ‘ภัยพิบัติ’ ครั้งใหญ่ปี 60 คร่าชีวิตคนจำนวนมาก-ทำลายเศรษฐกิจหลายประเทศ (คลิป)

ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ทีมข่าวต่างประเทศอมรินทร์ทีวี จะพาท่านผู้ชมย้อนกลับไปทบทวนถึงเหตุการณ์สำคัญ ในปี 2017 เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงอำนาจการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่แม้แต่เทคโนโลยีสุดล้ำของมนุษย์ยุคนี้ยังมิอาจต้านทานได้ ต้นเดือนมิ.ย. 60 เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ 10 มณฑลทางตอนกลางและตอนใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 203 ราย ประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบ ต้นตอของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักกว่า 60 สายของจีน รวมถึงแม่น้ำแยงซี และทะเลสาบป๋อหยาง เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลักเข้าท่วมไร่นาและบ้านเรือนของประชาชน รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 185,000 ล้านบาท กลางเดือนมิ.ย. 60  เกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่ภาคกลางของโปรตุเกส ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งไปปะทุขึ้นพร้อมกันมากกว่า 160 จุด โดยเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสลมที่พัดแรงกลายเป็นปัจจัยเอื้อให้เพลิงนรกลุกลามแผ่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายเผาผลาญพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากแล้ว ไฟป่าในโปรตุเกสครั้งนี้ยังคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 156 ราย ต้นเดือนก.ย. 60 เกิดพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 ที่มีความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้หมู่เกาะเคปเวิร์ด อดีตดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกสและถือเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำเอาไว้มากมาย ตลอดระยะเวลา 18 วัน […]

ชาวกระบี่ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ ‘สึนามิ’

วันนี้ (26 ธ.ค. 60) เป็นวันครบรอบ 13 ปี เหตุการณ์สึนามิ ซึ่งในพื้นที่ต่างๆที่ประสบเหตุต่างมีการร่วมจัดงานรำลึก และทำพิธีทางศาสนาอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ที่ลานประติมากรรมปลาใบเกาะพีพี หมู่ที่ 7 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในงานรำลึก 13 ปี สึนามิ เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยมีนายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ประธานสภา สมาชิก ข้าราชการพนักงาน ผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชนบนเกาะพีพี และนักท่องเที่ยวร่วมในพิธี กว่า 600 คน ทำบุญอุทิศส่วนกุศล และการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต มีการทำพิธีทางศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา นายสมควร ได้ร่วมกันส่งมอบพวงมาลาสแตนเลสให้ทางชมรมวิทยุสมัครเล่นเกาะพีพี เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปวางที่บริเวณอณุสรณ์สถานใต้ทะเลหน้าอ่าวต้นไทร ห่างจากฝั่ง 1 กิโลเมตร ซึ่งมีความลึกถึง 20 เมตร เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต สำหรับที่ […]

เวียดนามเตรียมอพยพปชช.นับล้านหนี ‘ไต้ฝุ่นเทมบิง’ หลังพัดถล่มฟิลิปปินส์เสียหายหนัก

คณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติของเวียดนาม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้อพยพประชาชนกว่า 75,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำในท่วม เพื่อเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่นเทมบิงที่เข้าพัดถล่มทางตอนใต้ของประเทศในช่วงคืน (26 ธ.ค. 60) ที่ผ่านมา พร้อมกับสั่งให้การพื้นที่ใน 15 จังหวัดเตรียมอพยพประชาชนอีกกว่า 1 ล้านคนออกจากพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ทางการเวียดนามได้สั่งให้เรือขุดเจาะน้ำมัน และเรือประมงกว่า 62,000 ลำงดเดินทางออกจากฝั่ง พร้อมสั่งปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนต่างๆ ในเมืองโฮจิมินห์ในวันนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ก่อนหน้านี้ไต้ฝุ่นเทมบิงได้เข้าพัดถล่มเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ฟิลิปปินส์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อิทธิพลของพายุส่งผลให้เกิดน้าท่วมฉับพลัน ดินถล่ม สะพานและถนนในหลายพื้นที่ถูกตัดขาด ทั้งยังทำให้ผู้เสียชีวิตแล้วราว 240 ราย โดยพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะมินดาเนาเป็นพื้นที่พบผู้เสียชีวิตมากถึง 135 ราย ส่วนผู้สูญหายขณะนี้มี 107 ราย โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าทั้งหมดน่าจะเสียชีวิตแล้วจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ ขณะที่บ้านเรือนเกือบ 1,000 หลังถูกทำลาย และนาข้าว รวมทั้งพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่

‘แคลิฟอร์เนีย’ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลัง ‘ไฟป่า’ โหมหนัก! ดับ 10 ชีวิต เร่งอพยพปชช. หนี

นายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่เขตเนปา โซโนมา และยูบา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไร่องุ่นแห่งใหญ่ของรัฐ ที่กำลังเผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรงในขณะนี้ โดยขณะนี้ได้มีการสั่งอพยพประชาชนราว 20,000 คนออกจากพื้นที่ หลังไฟป่ายังคงลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีกระแสลมแรง ความชื้นต่ำและสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ซึ่งไฟป่าส่งผลให้อาคารและบ้านเรือนพังเสียหายไปแล้วอย่างน้อย 1,500 หลัง พื้นที่ป่าถูกทำลายไปกว่า 75,000 เอเคอร์ และมีบ้านเรือนอีกหลายพันหลังที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ขณะนี้ควันไฟได้เคลื่อนตัวไปทางใต้ และเข้าสู่พื้นที่ซานฟรานซิสโก เบย์แล้ว ซึ่งทำให้ทางการเมืองซานฟรานซิสโกต้องออกประกาศเตือนเรื่องควันไฟ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าแล้ว 10 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตในเขตโซโนมาถึง 7 ราย ซึ่งคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงกว่านี้ และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่บาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ และการสูดควันไฟเข้าไป โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนับพันคนได้เร่งควบคุมไฟป่าที่กำลังลุกลาม โดยในเวลานี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่า

‘วานูอาตู’ เร่งอพยพประชาชน 11,000 คน หลังภูเขาไฟบนเกาะ ส่งสัญญาณใกล้ปะทุ!

หน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศหมู่เกาะวานูอาตู เปิดเผยว่ามีแผนจะอพยพประชาชนออกจากเกาะอัมเบ ที่ตั้งอยู่ทางเหนือให้หมด 11,000 คนภายในวันพรุ่งนี้ (4 ต.ค.60) หลังภูเขาไฟมานาโร วาอุย ที่อยู่บนเกาะปะทุ ส่งกลุ่มควันและหินออกมาไม่หยุด เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟและกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ได้มีการถ่ายเอาไว้ เป็นภาพอินฟราเรดที่ภูเขาไฟปะทุ และภาพของกลุ่มควันที่ลอยสูงขึ้นไปบนฟ้า

‘ภูเขาไฟอากุง’ ส่งสัญญาณใกล้ปะทุ ชาวบาหลีอพยพแล้วกว่า 1.2 แสนคน

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่าขณะนี้มีประชาชนกว่า 120,500 คนบริเวณภูเขาไฟอากุงในรัศมี 12 กิโลเมตรได้อพยพออกจากพื้นที่ หลังมีการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนหลายร้อยครั้ง และความเคลื่อนไหวของแม็กมาบริเวณภูเขาไฟอากุง ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบาหลีในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าภูเขาไฟดังกล่าวจะเกิดการปะทุในเร็ววันนี้ และทำให้ทางการอินโดนีเซียออกประกาศเตือนภัยภูเขาไฟปะทุในระดับสูงสุด อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าภูเขาไฟจะเกิดปะทุขึ้นมาเมื่อใด ขณะที่หลายประเทศทั้งไทย อังกฤษ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯได้ออกประกาศเตือนพลเรือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเกาะบาหลีในช่วงนี้ หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสนามบินบนเกาะบาหลีอาจปิดให้บริการ หากภูเขาอากุงปะทุ ทั้งนี้ ภูเขาไฟอากุงมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 เมตร และเคยเกิดการปะทะครั้งรุนแรงเมื่อปี 1963 และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย

เฮอริเคน ‘เออร์มา’ เข้าใกล้เรื่อยๆ ไมอามีประกาศเคอร์ฟิวแล้ว

ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. มีรายงานว่าเทศบาลเมืองไมอามีประกาศเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 19.00 น.ของวันเสาร์ จนถึง 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์เป็นอย่างน้อย ด้านเทศบาลเมืองไมอามีบีชประกาศเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 20.00 น. ของวันเสาร์ จนถึง 07.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์เป็นอย่างน้อย และเทศบาลเมืองนอร์ทไมอามีบีชประกาศเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 20.00 น.ของวันเสาร์ จนถึง 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์เป็นอย่างน้อย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และอำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยประชาชนที่ออกมาสัญจรตามท้องถนนระหว่างช่วงเคอร์ฟิวอาจถูกจับกุม คลิปประกอบจาก: CBS Miami     ขอบคุณข้อมูลจาก: เดลินิวส์  

เฮอร์ริเคน ‘อิร์มา’ ทวีความรุนแรงเป็นระดับ 4 สหรัฐฯ-ประเทศแถบแคริบเบียน ประกาศมาตรการฉุกเฉิน

พายุเฮอร์ริเคน “อิร์มา” ทวีกำลังรุนแรงขึ้นกลายเป็น “เฮอร์ริเคนระดับ 4” ที่มีความเร็วลมที่ศูนย์กลางระหว่าง 209 – 251 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วในช่วงค่ำวันจันทร์ (4 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น และกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นของมลรัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ รวมถึงเกาะเปอร์โตริโก และอีกหลายประเทศหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน ประกาศมาตรการฉุกเฉินเตรียมรับมือการมาถึงของเฮอร์ริเคนลูกนี้ รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า สำนักงานผู้ว่าการรัฐฟลอริดามีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วพื้นที่ทั้ง 67 เขตของรัฐ ส่วนในเปอร์โตริโก และสาธารณรัฐโดมินิกันมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และมีการปิดสถานศึกษาทุกระดับชั้น ก่อนที่พายุเฮอร์ริเคนอิร์มาจะเคลื่อนตัวมาถึงเกาะกลางทะเลแคริบเบียนแห่งนี้ราวช่วงเที่ยงวันพุธ (6 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ด้านศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นเอชซี) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา ระบุแม้พายุเฮอร์ริเคนอิร์มาจะยังเคลื่อนตัวมาไม่ถึงเขตชายฝั่ง แต่อิทธิพลของพายุลูกนี้ก็มากพอที่จะทำให้เกิดภาวะลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก รวมถึง อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นซัดชายฝั่งหรือ “สตอร์ม เซิร์จ” ในหลายหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน ทั้ง แองกวิล่า สาธารณรัฐโดมินิกัน เฮติ เปอร์โตริโก คิวบา บาฮามาส หมู่เวอร์จินของสหรัฐฯ และหมู่เกาะเวอร์จินของอังกฤษ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ทางศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ได้ว่า พายุเฮอร์ริเคนลูกนี้จะเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯในทิศทางใด ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า […]

ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐแอริโซนา หลังไฟป่าลามหนัก

  ดั๊ก ดิวเซย์  ผู้ว่าการรัฐแอริโซนา  ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่มลรัฐของตนในวันพฤหัสบดี (29 มิ.ย.) หลังเกิดไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ตอนกลางมลรัฐของตน   เป็นเหตุให้ต้องมีการสั่งอพยพประชาชนจำนวนหลายร้อยคนออกจากบ้านเรือน   ไฟป่าทางตอนกลางของมลรัฐแอริโซนา ได้ลุกลามเผาบ้านเรือนของประชาชนจนวอดทั้งหลังไปแล้วหลายหลัง   และถือเป็นเหตุไฟป่าที่มีความรุนแรงที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันตกของสหรัฐฯในปีนี้   รายงานข่าวระบุว่า   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนหลายร้อยนาย ทั้งจากภายในมลรัฐแอริโซนา และจากมลรัฐข้างเคียงได้ถูกส่งเข้าควบคุมไฟป่าในครั้งนี้   แต่พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้ง  รวมถึงกระแสลมที่พัดแรงที่ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามเพิ่มมากขึ้น   ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า  ไฟป่าทางตอนกลางของมลรัฐแอริโซนานี้กำลังลุกลามเข้าใกล้เขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเพรสค็อตต์ ซึ่งเคยเผชิญไฟป่าครั้งเลวร้ายที่คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไปอย่างน้อย 19 นายเมื่อปี 2013 คลิปวิดีโอ ขอบคุณ ABC15 Arizona

เกิดไฟป่าลามหนักในแคลิฟอร์เนีย จนท.เร่งหาทางคุมเพลิง

เกิดไฟป่าลุกลามหนักที่เขตปกครองแคมป์เพนเดิลตัน และออเรนจ์ เคาน์ตี้  ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ  บรรดาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาทางควบคุมเพลิง   รายงานข่าวระบุว่า เหตุไฟป่าซึ่งเกิดขึ้นโดยยังไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่วันพุธ (28 มิ.ย.) ในพื้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียในครั้งนี้ส่งผลให้มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก  ขณะที่ในบางจุดมีรายงานว่า ไฟได้ลุกลามเข้าใกล้เขตชุมชนและบ้านเรือนของประชาชน  เป็นเหตุให้ต้องมีการอพยพประชาชนจำนวนหนึ่งออกนอกพื้นที่ ทางการท้องถิ่นเผยว่า ขณะนี้ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวน 355 นายเข้าปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในครั้งนี้แต่การทำงานแข่งกับเวลาของเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากกระแสลมที่พัดแรง ที่สภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อให้ไฟป่าขยายวงกว้าง   จนต้องมีการขอกำลังเสริมจากทีมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงจากพื้นที่อื่น   จนถึงขณะนี้ ทางการท้องถิ่นยังไม่ตัดทิ้งความเป็นไปได้ที่ว่า เหตุไฟป่าที่เขตปกครองแคมป์เพนเดิลตัน และออเรนจ์ เคาน์ตี้  ครั้งนี้ อาจเกิดจากฝีมือมนุษย์ คลิปวิดีโอขอบคุณ ABC 10 News  

สื่อจีนเผยคลิป ดินถล่มกลางทางหลวงที่ซินเจียง

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี พลัส ของรัฐบาลจีน เผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดดินถล่ม บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 314  ในเขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์   รายงานข่าวระบุว่า  เหตุดินถล่มที่เป็นผลพวงมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในครั้งนี้  เกิดขึ้นบนทางหลวงสาย 314 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่ใช้เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถาน   เป็นเหตุให้มีรถยนต์  รถบรรทุกสินค้า และยานพาหนะอื่นๆ ติดค้างบนถนนจำนวนมาก   คลิปวิดีโอ ขอบคุณ CCTV+  

ไฟป่าสเปนลามหนัก ปชช.+นักท่องเที่ยวอพยพหนีตายวุ่นมากกว่า 1,500 ชีวิต

  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสเปนจำนวนหลายร้อยนายเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อควบคุมการลุกลามของไฟป่าทางภาคใต้ของสเปน    ต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ (25 มิ.ย.) ต่อเนื่อง จนถึงเช้าวันจันทร์ (26 มิ.ย.) ขณะที่ทางการแดนกระทิงดุต้องสั่งอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 1,500 คนออกจากบ้านเรือน  แคมป์พักแรม และโรงแรมเพื่อความปลอดภัย   รายงานข่าวระบุว่า ไฟป่าซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ (24) ที่เขต โมกวยร์ ใกล้กับเมืองอูเอลบา  ทางภาคใต้ของสเปน ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง  และถือเป็นเหตุไฟป่าระดับ 1  หรือ “ไฟป่าที่เป็นภัยคุกคามระดับสูงสุด”   ทางการสเปนออกคำแถลงล่าสุดในวันจันทร์ (26) ยอมรับว่า หากยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าให้อยู่ในวงจำกัดได้ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า  ก็มีโอกาสอย่างมากที่ไฟป่านี้จะลุกลามเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอนอันยา  ซึ่งจะทำให้เกิดหายนะรุนแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างแมวป่าไอบีเรีย และนกอินทรีจักรพรรดิสเปน   ในส่วนของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ถูกอพยพออกนอกพื้นที่จำนวนมากกว่า 1,500 คนนั้น มีรายงานว่า ราวครึ่งหนึ่งต้องเข้าไปพักอาศัยในจุดพักแรมชั่วคราวที่ทางการท้องถิ่นจัดไว้ตามสนามกีฬา และโรงเรียน  ขณะที่ผู้อพยพจำนวนไม่น้อยเลือกจะเดินทางไปพักอาศัยตามบ้านของญาติในพื้นที่อื่นๆ   คลิปวิดีโอขอบคุณ  807 News

ไฟป่าโปรตุเกสคุมได้แล้ว 70% แต่ยอดตายยังพุ่งเป็นอย่างน้อย 64 ศพ

  ทางการโปรตุเกสยืนยันสามารถควบคุมการลุกลามของไฟป่าทางตอนกลางของประเทศได้แล้วร้อยละ 70 ในวันอังคาร (20 มิ.ย.) ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศเพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 64 ราย  ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังคงต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล    ยังมีมากกว่า 70 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 13 นาย   แม้จะสามารถควบคุมการลุกลามของไฟป่าได้แล้วถึงร้อยละ 70  แต่กำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทหารจำนวนมากกว่า 1,000 นาย ยังคงต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาในการควบคุมไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อย่างหนักที่เขต ไลเรีย และเขต คาสเตโล บรังโก ทางตอนกลางของประเทศ   ด้านนายกรัฐมนตรีอันโตนิว คอสต้า แห่งโปรตุเกส ได้เดินทางเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในเขตภูเขาห่างจากกรุงลิสบอน เมืองหลวงของประเทศไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 200 กิโลเมตร  และยอมรับว่า  นี่คือวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดที่ชาวโปรตุเกสต้องเผชิญในช่วงชีวิตนี้   ล่าสุด เอลิซิโอ  โอลิเวรา  ผู้บัญชาการสำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของโปรตุเกส  ออกมายอมรับว่า แม้จะสามารถควบคุมไฟป่าได้ราวร้อยละ 70 แล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจการปะทุขึ้นมาใหม่ของไฟป่า ในจุดที่เคยดับไปแล้ว เนื่องจากปัจจัยเชิงลบทั้งกระแสลมแรง และอุณหภูมิที่พุ่งสูงแตะระดับ 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ของโปรตุเกสเวลานี้     […]

เหยื่อไฟป่าโปรตุเกสพุ่งสูงต่อเนื่อง รัฐบาลประกาศไว้อาลัยเหยื่อ 3 วัน

เหยื่อไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของโปรตุเกสเพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 70 คน  โดยรัฐบาลโปรตุเกสแถลงยอมรับ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูก “เผาทั้งเป็น” อยู่ในรถยนต์ของตน ที่ติดอยู่บนทางหลวงที่ถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟ     พร้อมประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วันทั่วประเทศ   รายงานข่าวระบุว่า   ทางการโปรตุเกสสั่งระดมกำลังทหารมากกว่า 350 นาย เข้ามาเสริมทัพกับกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 700 นาย ในภารกิจควบคุมไฟป่าทางภาคกลางของประเทศ    แต่ความพยายามในการควบคุมไฟป่า เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้ง บวกกับกระแสลมที่พัดแรง  ซึ่งยิ่งทำให้ไฟป่าลุกลามหนักกว่าเดิม   นายกรัฐมนตรีอันโตนิว คอสต้า แห่งโปรตุเกส ยอมรับว่า  ไม่เคยพบเห็นไฟป่าที่มีความรุนแรงมากเท่านี้มาก่อน ขณะที่อันโตนิว กูเทร์เรส  เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกสเช่นกัน  ประกาศว่า ทางสหประชาชาติจะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลโปรตุเกสในการรับมือภัยพิบัติครั้งนี้อย่างเต็มที่   ส่วนสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศส่งเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงหลายลำเข้ามาช่วยดับไฟป่าในโปรตุเกส เหตุไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดของโปรตุเกสนี้ ปะทุขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ (17 มิ.ย.) ที่เขตเปโดรเกา กรันเด ทางตอนกลางของโปรตุเกส  และมีสาเหตุจาก “ฟ้าผ่าถูกกิ่งไม้แห้ง”   ได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว  […]

เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในบังกลาเทศพุ่งเฉียด 150 ศพ ยอดตายมีแนวโน้มพุ่งสูงต่อเนื่อง

  ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในบังกลาเทศ  เพราะผลพวงจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้เพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย 147 ราย  โดยมีแนวโน้มว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยของบังกลาเทศระบุว่า  ในจำนวนผู้เสียชีวิตที่พบล่าสุด 147 รายนั้น   เป็นผู้เสียชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขต รันกามาติ มากที่สุดถึง 98 ราย    ตามมาด้วยเมืองท่า จิตตะกอง ที่พบผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้แล้ว 32 ราย   รายงานข่าวระบุว่า  การเดินหน้าค้นหาร่างผู้เสียชีวิต และการลำเลียงความช่วยเหลือตลอดจนสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ประสบภัยในบังกลาเทศเป็นไปด้วยความยากลำบาก จากผลพวงของสภาพอากาศที่เลวร้าย  ระดับน้ำที่ยังท่วมสูง รวมถึงการที่เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด  ขณะที่หลายพื้นที่โดยเฉพาะทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศก็ยังไม่ทันได้ฟื้นฟูตัวเองจากความเสียหายจากการพัดถล่มของพายุไซโคลน “โมรา” เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้     ล่าสุด นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำรัฐบาลอินเดีย  ออกมาประกาศในวันพุธ (14 มิ.ย.) ยืนยันจะจัดส่งทีมกู้ภัย ทีมแพทย์ เครื่องจักรหนัก และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้กับชาติเพื่อนบ้านอย่างบังกลาเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลพวงของภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้     คลิปวิดีโอ ขอบคุณ Mr. Clayman

แผ่นดินไหวใต้ทะเล 7.0 แมกนิจูด เขย่าเม็กซิโก สะเทือนไกลถึงกัวเตมาลา ไร้แววสึนามิ

  สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานในวันพุธ (14 มิ.ย.) ยืนยันการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล ในมหาสมุทรแปซิฟิก  ซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 7.0 ตามมาตราแมกนิจูด บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก   ข้อมูลของยูเอสจีเอสระบุว่า   ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวใต้ทะเล นอกชายฝั่งเม็กซิโกในครั้งนี้ อยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกราว 44.2 กิโลเมตร  และอยู่ห่างจากชายฝั่งของเมืองปวยร์โต มาเดโร ที่เป็นบ้านของประชากรเกือบ 10,000 คนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 85.5 กิโลเมตร   แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 7.0 แมกนิจูดในครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ทั่วไปตามอาคารสูงทั่วรัฐเชียปาสของเม็กซิโก       รวมถึงที่เมืองเรตาลอูเลว ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัวเตมาลา ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากกว่า 150 กิโลเมตร   ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมีฐานอยู่ที่มลรัฐฮาวายของสหรัฐฯ  รายงานว่า  เหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.0 แมกนิจูดที่นอกชายฝั่งของเม็กซิโกในครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งแต่อย่างใด      

ฝนตกหนักระลอกใหม่ ทำน้ำท่วม-ดินถล่มในบังกลาเทศ ดับแล้วอย่างน้อย 43 ศพ

  ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในบังกลาเทศ  ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 43 ราย  ขณะที่ทางการคาด  ยอดผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง   เหตุฝนตกหนักระลอกล่าสุดในบังกลาเทศ  เกิดขึ้นเพียง 15 วัน หลังจากที่ประเทศนี้เพิ่งถูกพัดถล่มจากพายุไซโคลน “โมรา” มาหมาดๆ   รายงานข่าวระบุว่า ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งยังไม่ทันได้ฟื้นฟูบ้านเรือนของตนที่ได้รับความเสียหายจากพายุไซโคลนโมรา  มีอันต้องเผชิญกับเหตุน้ำท่วมฉับพลันระลอกใหม่ซ้ำอีก จากผลพวงของฝนที่ตกลงมาอย่างหนักระลอกล่าสุดซึ่งทำให้หลายพื้นที่ของบังกลาเทศต้องจมอยู่ใต้น้ำโดยเฉพาะที่เขต อกราบัด และฮาลิชาฮาร์ รวมถึงในกรุงธากา ที่เป็นเมืองหลวง  ขณะที่ถนนหลายสายถูกตัดขาด   ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของบังกลาเทศ  พยากรณ์สภาพอากาศว่า หลายพื้นที่ในประเทศของตนจะยังคงต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากต่อไปใน 1-2 วันข้างหน้า พร้อมเตือนประชาชนระวังอันตรายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม รวมถึงเหตุ “ฟ้าผ่า” คลิปวิดีโอ ขอบคุณ Swapnil TV  

keyboard_arrow_up