ฟิลิปปินส์ลั่น ไม่ยอมเป็นบ่อขยะประเทศพัฒนา – ส่งขยะ 69 ตู้กลับแคนาดา

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ ลำเลียงตู้บรรทุกสินค้าหลายสิบตู้ ลงเรือที่จะมุ่งหน้ากลับสู่อ่าว ซูบิกเบย์ ในแคนาดา เมื่อวานนี้(30 พ.ค.) โดยรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า แคนาดาจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งกว่า 6 ล้าน 3 แสนบาท และฟิลิปปินส์ก็จะไม่ยอมเป็นบ่อขยะของประเทศพัฒนาแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ มีตู้สินค้ามากกว่า 100 ตู้ ที่บรรทุกขยะจากแคนาดา และส่งมารีไซเคิลที่ฟิลิปปินส์ ในปี 2556 และ 2557 แต่ทางการฟิลิปปินส์เชื่อว่าขยะเหล่านี้ เป็นของเสียจากครัวเรือน ศาลฟิลิปปินส์จึงมีคำสั่งให้ส่งขยะทั้งหมดกลับไปในปี 2559 โดยหลังจากทางการฟิลิปปินส์ฝังกลบขยะในบ่อขยะที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทาร์แลคไปแล้วหลายสิบตู้ จึงมีเพียง 69 ตู้ที่ยังเหลือและต้องส่งกลับแคนาดา ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต้ ของฟิลิปปินส์ ขีดเส้นตายให้แคนาดานำขยะกลับไปภายในวันที่ 15 พฤษภาคม และขู่ว่าจะเปิดศึกแน่หากแคนาดาไม่แก้ไขปัญหาที่ก่อไว้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ส่งคนไทยไปปราบ!! เมื่อ “ปลากราย” กลายเป็นสายพันธุ์รุกรานในฟิลิปปินส์

แม้จะพบเห็นได้ยากในแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ปลากรายในบ่อเลี้ยงก็ยังทำให้เมนูไทยๆ อย่างลูกชิ้นและห่อหมกไม่ใช่ของกินที่หายากแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนปลารูปทรงประหลาดที่คนไทยและหลายๆ เชื้อชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้จักนั้น จะเริ่มกลายเป็นตัวปัญหาในประเทศฟิลิปปินส์ จนถูกยกสถานะให้เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ หรือสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นเรียบร้อยแล้ว อาจฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่จากการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลสาบน้ำจืดลากูนา เดอ เบย์ (Laguna de bay) ซึ่งติดกับแม่น้ำปาสิก (Pasig) แม่น้ำสายสำคัญของกรุงมนิลา เมืองหลวงเก่า และเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ พบประชากรปลาท้องถิ่นเดิมลดจำนวนลงไปอย่างมาก และมีบางสายพันธุ์ที่ไม่พบในทะเลสาบแห่งนี้อีกแล้ว แต่กลับมีประชากรปลากรายจำนวนมากเข้ามาอยู่อาศัยแทน แม้จะเป็นปลารสอร่อยที่นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายสำหรับคนไทย แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์แล้ว ปลาชนิดนี้แม้ถูกจับมาได้ ก็ไม่เป็นที่ต้องการในตลาด จึงทำให้พวกมันถูกปล่อยกลับลงน้ำ จนมีขนาดโตได้กว่า 51 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่พอจะเป็นภัยคุกคามต่อปลาขนาดเล็ก และปลานักล่าชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ร่วมกับมันในทะเลสาบแห่งนี้ สำหรับต้นตอการคุกคามในครั้งนี้ ยังไม่สามารถฟันธุงได้ชัดเจนว่าทำไมปลากรายจึงเพิ่มจำนวนในทะเลสาบแห่งนี้รวดเร็วนัก แต่คาดว่าสาเหตุหลักอาจมาจากคนเลี้ยงปลาสวยงามที่ปล่อยปลาชนิดลงสู่แม่น้ำธรรมชาติ ก่อนที่มันจะแพร่พันธุ์ไปทั่วทะเลสาบ เช่นเดียวกับกรณีของปลา janitor fish หรือปลาซัคเกอร์ในภาษาเรียกของชาวฟิลิปปินส์ที่ระบาดหนักจนไม่สามารถควบคุมประชากรได้ ที่มา – inquirer.net / wikipedia.org

ฟิลิปปินส์ระทึก! เจอแผ่นดินไหวซ้ำอีกระลอก ยอดตายพุ่ง 15 ราย

วันนี้(23 เม.ย.) ฟิลิปปินส์ เผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหม่ซึ่งวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของประเทศ โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 12 ชั่วโมง หลังจากที่พื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศเพิ่งเผชิญกับแผ่นดินไหวระดับ 6.3 แมกนิจูด ล่าสุดมีรายงานยืนยันการพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ราย และมีแนวโน้มที่จะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานข่าวซึ่งอ้างข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.4 แมกนิจูดในวันนี้ (23 เม.ย.) อยู่ที่เมือง ตูตูบิกัน ในจังหวัดซามาร์ ที่เป็นบ้านของประชากรมากกว่า 30,000 คน นอกจากยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 รายแล้ว ทางการฟิลิปปินส์ยังระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 24 รายซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมจากเหตุแผ่นดินไหวทั้ง 2 ครั้ง ขณะที่ทีมกู้ภัยของฟิลิปปินส์กำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้ที่สูญหาย และผู้รอดชีวิตที่คาดว่าอาจติดค้างอยู่ตามใต้ซากอาคารต่างๆ ที่พังถล่มลงมา โดยเฉพาะในกรุงมะนิลา ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีที่ตั้งอยู่ในแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นเขตที่เกิดภัยพิบัติเกี่ยวกับภูเขาไฟ และแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย และญี่ปุ่น. ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

สหรัฐฯ ส่งคืน ‘ระฆังโบราณบาลังกิก้า’ ให้ฟิลิปปินส์ หลังทหารขโมยไปนาน 117 ปี

ระฆังคู่ แห่งบาลังกิก้า ระฆังโบราณได้ถูกนำกลับคืนถึงฟิลิปปินส์แล้ว ด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพสหรัฐฯ ลงจอดยังฐานทัพอากาศในกรุงมะนิลา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ส่ง เดลฟิน โลเร็นซาน่า รัฐมนตรีกลาโหม มารอรับการมาถึงของระฆังโบราณในครั้งนี้ ร่วมกับซอง คิม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมะนิลา ระฆังโบราณนี้ ถูกกลุ่มทหารอเมริกันขโมยไปจากโบสถ์แห่งหนึ่งบนเกาะซามาร์ ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อปี ค.ศ.1901 หรือเมื่อ 117 ปีก่อน ในช่วงที่สหรัฐฯ แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามายึดครองฟิลิปปินส์ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุดของฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและนักประวัติศาสตร์ในฟิลิปปินส์ ต่างเรียกร้องให้สหรัฐฯ คืนระฆังโบราณนี้ ที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรวมตัวของชาวฟิลิปปินส์เพื่อต่อต้านการยึดครองของอเมริกาในอดีต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สั่งจำคุก 40 ปี ตำรวจฟิลิปปินส์วิสามัญเด็ก 17 ในสงครามยาเสพติด

ศาลแขวงเมืองกาลูกัน ในฟิลิปปินส์พิพากษาความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 นาย ที่ตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรม เคียน ลอยด์ เดโลส ซานโตส เด็กนักเรียนชั้นมัธยมวัย 17 ปีที่เขตชานเมืองนอกกรุงมะนิลาเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 โดยรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฟิลิปปินส์ทั้ง 3 นายถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกนานสูงสุดถึง 40 ปี โดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนโทษ จากโทษฐานการฆาตกรรมเยาวชนผู้บริสุทธิ์และมีการจัดฉากว่าผู้ตายมีความเกี่ยวข้องกับขวนการค้ายาเสพติด การเสียชีวิตของเด็กนักเรียนมัธยมรายนี้ ก่อให้เกิดกระแสความโกรธแค้นและความไม่พอใจตำรวจ อย่างรุนแรงในหมู่ประชาชน ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่า ตำรวจจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและใช้อำนาจเกินกว่าขอบเขตของกฏหมายในการละเมิดสิทธิของประชาชน โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายทำสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ทั้งนี้ ข้อมูลจากบรรดากลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในฟิลิปปินส์ระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 29 เดือน ที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ประกาศสงครามกวาดล้างยาเสพติด มีผู้เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 5,000 ราย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

“สิตางศุ์” เชิดใส่ โดนแบนเข้าประเทศ แฉโดนนายหน้ากดขี่ จำทิ้งงาน (คลิป)

จากกรณีสำนักข่าว ABS-CBN ฟิลิปปินส์ รายงานว่า ผู้ผลิตรายการโชว์ในฟิลิปปินส์ วิลเบิร์ต โทเลนติโน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสิตางศุ์ บัวทอง เน็ตไอดอลสาวประเภทสองคนดังของไทย ว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์ ได้อนุมัติคำร้องขอขึ้นบัญชีดำ ห้ามสิตางศุ์เดินทางเข้าประเทศ ในฐานะบุคคลต่างด้าวซึ่งไม่เป็นที่ต้อนรับ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าสิตางศุ์ละเมิดข้อตกลงในสัญญาว่าจ้างงาน ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 20 ล้านเปโซ วันที่ 29 พ.ย. 61 สิตางศุ์ บัวทอง เน็ตไอดอล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่วันที่ 19 ต.ค. ตนได้เดินทางไปทำงานโชว์ตัวในผับที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยได้เซ็นสัญญาว่าจะต้องโชว์เต้นในผับ 2 คืน คืนละ 1 แห่ง แต่เมื่อไปถึงกลับกลายเป็นต้องทำงาน 4 วัน และโชว์เต้นคืนละ 2-3 ผับ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้โวยวาย และพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ อีกฝ่ายทำสินค้าเป็นน้ำหอมโดยนำภาพของตนไปใช้ที่กล่อง และใช้ยี่ห้อเป็นผลิตภัณฑ์ของตน โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ทั้งยังร่างสัญญาขึ้นมาให้ตนเซ็น โดยเงื่อนไขในสัญญา ตนมองว่าเป็นการเอาเปรียบจึงไม่ได้เซ็น […]

ปธน.ดูเตอร์เต ของีบหลับ ไม่เข้าร่วมประชุมย่อยอาเซียน

โฆษกประจำตัวของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมย่อยถึง 4 นัดในการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่จัดขึ้นในสิงคโปร์เมื่อวานนี้(14 พ.ย.) เนื่องจากประธานาธิบดีดูเตอร์เต ต้องการงีบหลับพักผ่อนเนื่องจากทำงานเลิกดึกเมื่อคืนก่อน และได้นอนเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น พร้อมกับยืนยันว่าผู้นำฟิลิปินส์ไม่ได้มีปัญหาด้านสุขภาพ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพของประธานาธิบดีดูเตอร์เต เนื่องจากเขาได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจหามะเร็งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังการตรวจ ผู้นำฟิลิปปินส์ก็ยืนยันว่าเขาแข็งแรงดีและไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง ขณะที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมอาซียนในวันนี้(15 พ.ย.) และเปิดเผยหลังการงีบหลับว่าตนยังรู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ แต่ก็ช่วยให้เขาสามารถทำงานต่อได้ทั้งวัน และไม่ได้มองว่าการงีบหลับเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะว่าเขาทำงานหนักและมีเวลาพักผ่อนน้อย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีดูเตอร์เตไม่ได้เป็นผู้นำคนเดียวที่ของีบหลับในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ โดยผู้สื่อข่าวได้ถ่ายภาพขณะที่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้นั่งหลับระหว่างรอร่วมประชุมกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ของสหรัฐฯ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักปั่นชาวฟิลิปปินส์ ถูกรถตู้ฝ่าไฟแดงชนดับที่ฉะเชิงเทรา คนร้ายยังหลบหนี

วันที่ 24 ต.ค. 61 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Audax Randonneurs Thailand โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของนักปั่นจักรยานชาวฟิลิปินส์ จากกิจกรรม1,000BRM ว่า “แจ้งกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง กิจกรรม1,000BRM สุวรรณภูมิ-ตราด ที่ระยะ959 ของเส้นทาง ที่แยกหัวเนิน จากฉช.3005 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง314 ถนนสิริโสธร วันที่23ตุลาคม2561 เวลาประมาณ1:30น. สภาพเส้นทางเป็นแยกหลัก และมีไฟส่องสว่างที่แยกชัดเจน ในขณะที่นักปั่นเลี้ยวขวาตามสัญญาณ ได้ถูกรถตู้ฝ่าสัญญาณไฟจราจร พุ่งชน และเสียชีวิตต่อมาในระหว่างที่รถกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลบ้านโพธิ์ รถตู้คู่กรณีได้ขับหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ณ แยกที่เกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อรวบรวมหลักฐาน จับกุม ดำเนินคดี ในลำดับถัดไป ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนนักปั่นชาวฟิลิปปินส์ ชื่อ Russal Repres อายุ55ปี มีประสบการณ์ร่วมกับกิจกรรมAudaxในประเทศฟิลิปปินส์ โดยในฤดูกาล2018ปั่นครบเกณฑ์SRรวม2ครั้ง เดินทางมายังประเทศไทยกับครอบครัว และเพื่อนชาวฟิลิปปินส์อีก2ท่าน เพื่อร่วมกิจกรรม1,000BRM สุวรรณภูมิ-ตราดนี้ โดยมีการเตรียมความพร้อมถูกต้องตามเกณฑ์และมาตรฐานปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ผู้จัดได้ตรวจสอบแล้วอย่างเคร่งครัด ขณะนี้ทีมงานและเครือข่ายเพื่อนนักปั่นAudaxได้ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานทูตฟิลิปปินส์ และครอบครัวของคุณRussal ในการช่วยเหลือประสานงานขั้นตอนปฏิบัติ ในการเคลื่อนย้ายร่างของคุณRussal กลับกรุงมะนิลา เพื่อดำเนินการพิธีทางศาสนาในลำดับถัดไป Audax […]

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือ ‘ไต้ฝุ่นมังคุด’ สั่งอพยพปชช.หลายพันจากพื้นที่ชายฝั่ง

ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือการมาถึงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกใหม่ ที่มีชื่อว่า “มังคุด” ที่คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณตอนเหนือของเกาะลูซอนในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ด้วยความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่จะพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ เป็นเหตุให้ต้องมีการสั่งอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งนี้ไต้ฝุ่นมังคุด ได้พัดผ่านเกาะกวม และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียน่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านได้ ส่งผลให้มีต้นไม้โค่นล้มจำนวนมาก กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด และประชาชนหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

น้ำท่วมฟิลิปปินส์ หลังฝนตกหนักทำแม่น้ำล้นทะลัก ปชช.นับหมื่นเดือดร้อน

จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำมาริกินาเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ใจกลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์  ประชาชนมากกว่า 20,000 คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำต้องอพยพหนีตายอย่างโกลาหล โดยรายงานข่าวระบุว่าระดับน้ำในแม่น้ำมาริกินาเพิ่มสูงขึ้นจนแตะระดับ 20.6 เมตรภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ร้านค้าใจกลางกรุงมะนิลา ขณะที่ประชาชนพากันยกข้าวของขึ้นที่สูงและอพยพออกจากบ้านเรือนของตน แต่ประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่เก็บข้าวของไม่ทัน ด้านสื่อท้องถิ่นระบุว่า การเอ่อล้นของแม่น้ำสายน้ำ ยังทำให้มีขยะจำนวนมากถูกน้ำซัดเกลื่อนตามท้องถนนหลายสายทั่วกรุงมะนิลา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการพบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำของฟิลิปปินส์กำลังเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เอาจริง! ‘ดูเตอร์เต’ เดินหน้ากวาดล้างคอร์รัปชั่น ใช้รถไถบี้ซูเปอร์คาร์หรูนำเข้าผิดกม.

รัฐบาลฟิลิปปินส์เอาจริงเอาจังกับนโยบายเดินหน้ากวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยล่าสุดได้มีพิธีทำลายของกลางที่ยึดได้จากคดีคอร์รัปชั่น เป็นรถยนต์และบิ๊กไบค์ มูลค่าเฉียด 190 ล้านบาท พิธีทำลายของกลางในครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดคากายัน มีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต เป็นประธาน ซึ่งของกลางที่นำมาทำลายประกอบด้วยรถหรูใหม่เอี่ยมกว่า 60 คัน ซึ่งเป็นรถที่ถูกลักลอบนำเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ทั้งยี่ห้อลัมโบร์กินี ปอร์เช่ และเมอร์เซเดส-เบนซ์ วิธีการทำลายใช้รถไถตีนตะขาบแล่นทับจนรถพังราบเป็นหน้ากลอง โดยประธานาธิบดีดูเตอร์เตระบุว่าที่ต้องใช้วิธีแบบนี้ ก็เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นว่าฟิลิปปินส์เด็ดขาดกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น และจะไม่อ่อนข้อกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย  

ยับเยิน!! เพจหมอฟันเปิดภาพจัดฟันแฟชั่นจากฟิลิปปินส์ ที่งานนี้ดึงเหงือกจนฟันกระดกทั้งปาก

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์สำหรับปัญหาที่ตามมาจากการจัดฟันแฟชั่น และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เพจเฟซบุ๊ก Doctor กล้วย ได้โพสต์ภาพจัดฟันแฟชั่นที่ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมเรื่องราวระบุว่า เป็นภาพที่ส่งมาจากหมอฟันเจ้าของคลินิกที่ฟิลิปปินส์ โดยบอกว่าเคสนี้หมอเถื่อนเป็นหมอชาวบ้านที่ไม่มีใบอนุญาต จัดโดยใช้ลวดถักคล้ายโซ่ มัดที่ฟัน ซึ่งลวดพวกนี้มันจะมีแรงดึงกระทำต่อฟันมากๆ อย่างที่เห็นฟันหน้าทั้งแถบกระดกชี้ฟ้าเลย

ฟิลิปปินส์ใช้ ‘โยคะเสียงหัวเราะ’ บำบัด-เยียวยาจิตใจทหารบาดเจ็บจากสงคราม

ทหารในฟิลิปปินส์ได้เข้ารับการบำบัด โดยใช้โยคะเสียงหัวเราะเพื่อช่วยในการเยียวยาจิตใจให้หายบอบช้ำจากสงคราม โดยวิธีการดังกล่าวจะให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้หัวเราะ ควบคู่ไปกับการฝึกลมหายใจเพื่อลดความเครียด และผ่อนคลาย ด้านเปาโล ทรินนิแดน ผู้ริเริ่มการบำบัดโยคะเสียงหัวเราะในฟิลิปปินส์กล่าวว่าการบำบัดด้วยวิธีการนี้จะช่วยให้เหล่าทหารที่บาดเจ็บจากการทำสงครามรู้สึกไม่เครียด อารมณ์ดี และรู้สึกพลังในทางบวก ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยเยียวยาจิตใจของทหารได้เป็นอย่างดี และช่วยให้พวกเขามีกำลังใจในการฟื้นตัวด้วย ทั้งนี้ โยคะเสียงหัวเราะได้รับการริเริ่มโดยนายแพยท์เมดาน คาทาเรีย ชาวอินเดีย เมื่อปี 1995 ซึ่งการบำบัดด้วยวิธีการนี้ก็ได้เสียงตอบรับอย่างดี จากนั้นก็เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ไร้ความรับผิดชอบ! องค์กรสิทธิฯ ประณามคำกล่าว ‘ผู้นำปินส์’ ชวนประชาชนไม่ใช้ ‘ถุงยางอนามัย’

ภาพจาก freepik.com ประธานาธิบดีโรดดิโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ได้ชักชวนให้ชาวฟิลิปปินส์ทั้งชายหญิงอย่าใช้ “ถุงยางอนามัย” เวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เปรียบเทียบการใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ว่า “เหมือนกับการกินลูกอมทั้งที่ยังมีเปลือกกระดาษห่อหุ้มอยู่ โดยถุงยางจะทำให้ความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง” ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เสนอให้ใช้ยาคุมกำเนิดแทน คำกล่าวนี้ มีขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์กำลังมีอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเมื่อปีที่ผ่านมาก็พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์มากถึง 11,000 คน ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลได้ออกมาประณามคำกล่าวของประธานาธิบดีดูเตอร์เตที่เชิญชวนให้ประชาชนไม่ใช้ถุงยางอนามัยว่า เป็นสิ่งที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่ผู้นำฟิลิปปินส์ไม่ให้ให้ความสำคัญกับการใช้ถุงยางอนามัย ทั้งที่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราการแพร่ระบาดผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก.

จวกยับ! ‘ดูเตอร์เต’ บอกทหารยิงอวัยวะเพศกบฏหญิง อ้างถ้าไม่มีก็ไร้ค่า

กลุ่มนักสิทธิมนุษย์ชนและกลุ่มสิทธิสตรีในฟิลิปปินส์ได้ออกมาประณามประธานาธิบดีโรดดิโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ วัย 72 ปี ที่กล่าวกับเหล่าทหารว่าให้ยิงกลุ่มกบฏที่เป็นผู้หญิงที่อวัยวะเพศ แทนการสังหาร เพราะว่าผู้หญิงที่ไร้อวัยวะเพศก็เท่ากับเป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ คำกล่าวของผู้นำฟิลิปปินส์ได้สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มสิทธิสตรีและนักสิทธิมนุษยชนอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นการเหยียดเพศ และเป็นการส่งเสริมให้ใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง ซึ่งเท่ากับเป็นการละเมิดกฎหมายด้านมนุษยชนระหว่างประเทศด้วย อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตใช้คำพูดที่เป็นการดูหมิ่นผู้หญิงที่รุนแรง โดยก่อนหน้านี้ผู้นำฟิลิปปินส์ได้พูดแบบติดตลกว่าให้ทหาร ที่ทำหน้าที่กวาดล้างกลุ่มกบฏในช่วงการประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาสามารถข่มขืนผู้หญิงได้ 3 คน และเขาก็จะยอมเป็นผู้รับผิดให้แทน ซึ่งคำกล่าวนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน ขณะกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีดูเตอร์เตกลับมองว่าผู้นำฟิลิปปินส์ต้องการแค่พูดตลก ไม่ได้มีเจตนา หรือส่งเสริมให้ทหารกระทำเช่นนั้นจริงๆ

‘ภูเขาไฟมายอน’ ลาวาทะลักต่อเนื่อง ยอดผู้อพยพชาวฟิลิปปินส์ใกล้ทะลุ 1 แสน

สำนักงานภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งชาติของฟิลิปปินส์ รายงานว่า แม้การไหลทะลักของลาวาระลอกล่าสุดออกจากปากปล่องภูเขาไฟมายอนจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า มาตรการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบภูเขาไฟแห่งนี้ยังต้องดำเนินต่อไป ขณะที่จำนวนผู้อพยพหนีภัยภูเขาไฟมายอนได้เพิ่มจำนวนเป็นเกือบ 80,000 คน และอาจทะลุ 100,000 คนใน 1-2 วันข้างหน้า ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า พบสะพานหลายแห่งในพื้นที่หมู่บ้านรอบภูเขาไฟมายอนพังเสียหายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เป็นผลพวงจากภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ โดยที่กระแสน้ำได้พัดพาเอาตะกอนดินโคลนจากภูเขาไฟจำนวนมากมาด้วย ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์รวมถึงองค์กรเอกชนหลายแห่งกำลังเร่งจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ 44 หมู่บ้านที่ต้องถูกอพยพออกจากบ้านเรือนของตน

ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัย-ปิดรร.ยกจังหวัด หลัง ‘ภูเขาไฟมายอน’ พร้อมระเบิดรุนแรง

ทางการฟิลิปปินส์เพิ่มระดับการเตือนภัยการปะทุของภูเขาไฟมายอน ระบุภูเขาไฟที่มีความสูง 2,462 เมตรลูกนี้ พร้อมเกิดการระเบิดขั้นรุนแรงทุกเมื่อ โดยการยกระดับเตือนภัยครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่พบกระแสลาวาพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟมายอนในวันนี้ (22 ม.ค. 61) ถือเป็นการพบลาวาทะลักออกจากภูเขาไฟลูกนี้เป็นครั้งแรก นอกเหนือจากการปล่อยเถ้าถ่านและกลุ่มควันตามปกติ รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ขอความร่วมมือให้กองทัพช่วยทำการอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ภายใน “รัศมี 8 กิโลเมตร” รอบภูเขาไฟมายอน ออกนอกพื้นที่ โดยที่การอพยพสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะชาวบ้านต่างหวาดกลัวการระเบิดของภูเขาไฟและยอมอพยพออกจากบ้านเรือนของตนแต่โดยดี ด้านอัล ฟรานซิส บิชารา ผู้ว่าราชการจังหวัดอัลบาย จังหวัดที่ตั้งของภูเขาไฟมายอน ประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดปิดการเรียนการสอนทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค. 61) และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเพิ่มเติมจากทางการต่อไป

ฟิลิปปินส์คาด ‘ภูเขาไฟมายอน’ อาจปะทุรุนแรง เร่งอพยพปชช.เพิ่มเติม

ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่ 2 ชุมชน ที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟมายอนในเมืองอัลไบ หลังภูเขาไฟมายอนปะทุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันเสาร์(13 ม.ค. 61) ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ควันไฟและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมา ทั้งยังมีลาวาไหลลงมาจากภูเขาเป็นทางยาว โดยก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 12,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ยังคงระดับเตือนภูเขาไฟปะทุไว้ที่ระดับ 3 พร้อมกับเตือนประชาชนว่าภูเขาไฟอาจเกิดปะทุรุนแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยในเวลานี้ทางการฟิลิปปินส์ได้สั่งงดการเรียนการสอนโรงเรียนหลายแห่งในเมืองอัลไบ และจะใช้โรงเรียนเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ได้มีคำเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณใกล้กับภูเขาไฟมายอน เนื่องจากควันไฟและเถ้าถ่านที่พวยพุ่งออกมาอาจบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นบนถนน ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

keyboard_arrow_up