หนุ่มแจงไร้อาวุธตี รปภ. อดีตตลกวง “สายัณห์” แค่หมัดกับเท้าป้องกันตัว เพราะอีกฝ่ายเริ่มก่อน (คลิป)

จากกรณีผู้เสียหายแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ระบุว่า นายสัมพันธ์ ถาวรเจริญ อายุ 71 ปี อดีตตลกและสมาชิกวงดนตรีสายัณห์ สัญญา ซึ่งเป็น รปภ.อยู่ที่โครงการแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง 2 ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส มีเลือดคั่งในสมอง ต้องรับการผ่าตัด ขณะเกิดเหตุมี รปภ. 2 คนที่เจ็บ และคนก่อเหตุคือ นายสถาพร เป็นผู้เช่าร้านในโครงการ นายอุดม ตะนุเรือง อายุ 51 ปี รปภ. ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และถูกทำร้าย เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 27 เม.ย. 62 เวลา 04.00 น. โดยนายสถาพร คู่กรณี นำรถมาจอดในที่ห้ามจอด ตนจึงเข้าไปตักเตือน แต่คู่กรณีไม่ยอม ตนจึงตามนายสัมพันธ์ ซึ่งเป็นหัวหน้างาน มาช่วยคุยด้วย ต่อมานายสถาพร เห็นตนถือโทรศัพท์อยู่จึงโมโห แล้วก็ต่อยนายสัมพันธ์ นายสัมพันธ์ก็หยิบกระบองมาป้องกันตัว แล้วก็ยื้อแย่งกัน นายสถาพรแย่งกระบองไปตีนายสัมพันธ์จนล้มลงที่พื้น  ตนวิ่งไปห้ามก็โตนต่อยที่เบ้าตา แล้วนายสถาพรก็หันกลับไปเตะนายสัมพันธ์ต่ออีก ก่อนหลบไปหนี  […]

ฟังความอีกข้าง! นักสิทธิฯ ร่ายยาวตอบข้อสงสัย…เหตุใดจึงคัดค้านโทษประหารชีวิต?

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ซึ่งต่อมา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการผ่านทางเว็บไซต์ amnesty.or.th และเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Thailand เพื่อขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ (อ่านเพิ่มเติม : แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์ ‘คัดค้านโทษประหาร’ ชี้ ‘โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม’ เชื่อไม่ทำให้คนทำผิดลดลง / แอมเนสตี้ฯ บุกหน้าเรือนจำค้านโทษประหาร ชี้ไร้มนุษยธรรม – โซเชียลเห็นต่าง […]

ฟังความอีกข้าง! โซเชียลวอนหยุดเปรียบเทียบกรณี ‘ติ๊ก-เปรมชัย’ จนทำ ‘ผอ.กาญจนา’ งานเข้า

จากกรณีการล่าและฆ่เสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จนนำไปสุ่การจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก และมีบางส่วนที่นำกรณีของกลุ่มนายเปรมชัย มาเปรียบเทียบกับการเข้าไปถ่ายทำรายการของ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี และทีมงานรายการเนวิเกเตอร์ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่บุกรุกป่าภูคิ้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 โดยมี น.ส.กาญจนา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูเขียว และได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี จนกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นวิพากษวิจารณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย อย่างไรก้ตาม ล่าสุดได้มีผู้คนในโลกออนไลน์จำนวนมาก แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Meaw Rattanajak ที่ออกมาอธิบายเรื่องราวดังกล่าวว่า มีการบิดเบือนข้อมูลจนผิดไปจากความเป็นจริง โดยผู้โพสต์ได้อธิบายว่า กรณีของติ๊ก เจษฎาภรณ์ นั้นผิดเนื่องจากเข้าไปที่เขตหวงห้ามที่ ‘ไม่อนุญาตบุคคลนอกทุกคน’ เข้าไป เนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหว (sensitive) ต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตบริเวณนั้น แค่เดินไปฝากรอยเท้าหรือกลิ่นก็ไม่ควร ซึ่งต่างจากกรณีของนายเปรมชัย ที่เป็นการขออนุญาตเข้าไปเป็นพื่นที่เดินป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บุคคลทั่วไปสามารถขออนุญาตเข้าได้ แต่เนื่องจากนายเปรมชัยไม่ได้ไปในจุดที่ได้ทำการขออนุญาตตั้งค่ายตามที่ขอ จนกลายเป็นจุดผิดสังเกต และทำให้สามารถตามจับการกระทำผิดของนายเปรมชัยในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา ผอ.กาญจนา ถูกย้ายบ่อย เพราะเป็นหนึ่งในคนที่เริ่มต่อต้าน และสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านพักของนายทุนและนักการเมืองในพื้นที่อุทยาน ทั้งยังบอกอีกว่า…กาลเวลาไม่ได้ทำให้เงินซื้อหล่อนได้ ถ้าคุณอยากทราบจริงๆ สามารถติดตามค้นหาจาก […]

ฟังความอีกข้าง!? ชาวเน็ตเผยอีกมุม ผู้ว่าฯ ชลบุรี มางานแต่เช้า-กลับตี 2 ในวันพิธีวางดอกไม้จันทน์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์เลยทีเดียว สำหรับกรณีที่ชาว จ.ชลบุรี เกิดความไม่พอใจในการจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ พระเมรุมาศจำลอง ที่ศาลากลางจังหวัด อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ที่ถูกมองว่าขาดความพร้อม ปล่อยชาวบ้านลำบาก แต่มีการแทรกคิวให้ข้าราชการกันเอง อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดยังมาเปิดงานสาย จนต่อมามีการชุมชุมจี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้ลาออก รับผิดชอบต่อการจัดงานที่ไม่สมพระเกียรติ ล่าสุด ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพ และเรื่องราวอีกด้านหนึ่งจากเหตุการณืดังกล่าว ซึ่งระบุถึงการทำงานของผู้ว่าฯ ชลบุรีที่มาทำงานตั้งแต่ 8.00 น. และเดินผ่านจุดคัดกรองเหมือนกับประชาชนทั่วไป และกลับออกจากงานพร้อมข้าราชการ จิตอาสา และประชาชนชุดสุดท้าย ในเวลาเกือบตี 2 ของวันรุ่ง อีกทั้งยังระบุว่าโพสต์ดังกล่าวไม่ได้ต้องการจับใคร แค่อยากแชร์อีกมุมนึงให้ได้รับทราบและพิจารณาเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวได้มีการแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งฝ่ายที่มองว่าการกระทำของประชาชนที่แสดงความไม่พอใจในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงเกินไป ขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนมากที่ยอมรับในความตั้งใจด้านการทำงานของผู้ว่าฯ แต่สาเหตุที่ผู้คนไม่พอใจเนื่องจากจัดงานได้ไม่สมพระเกียรติและไม่มีความพร้อมมากกว่า จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหักล้างกันได้

ฟังความอีกข้าง!? เผยความเห็นคนในพื้นที่ ยัน ‘จระเข้น้ำเค็ม’ อยู่ในบริเวณนี้มานานแล้ว

หลังจากเป็นกระแสข่าวและกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับประเด็นการล่าตัวจระเข้น้ำเค็มที่ถูกพบใกล้หาดเลพัง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งบางกระแสมองว่าเป็นเรื่องเหมาะสมและช่วยป้องกันไม่ให้คนโดนจะเข้ทำร้าย ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่ากระทำดังกล่าวเป็นการลดความหลากหลายทางชีวภาพและเป้นการรุกรานสัตว์ที่อยู่ในแห่งอาศัยตามธรรมชาติเดิมของมัน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : จับได้แล้ว! ‘ไอ้เข้ภูเก็ต’ ใช้เวลาล้อมจับกว่า 8 ชม. ปิดปฏิบัติการระดมไล่ล่า 2 วัน 2 คืน (คลิป) / มันทำผิดอะไร!? โซเชียลวิพากษ์กรณี ‘ล่าจระเข้ภูเก็ต’ ฉะแรงกลัวการท่องเที่ยวพังมากกว่าสิ่งแวดล้อม) แม้จะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นสัตว์ที่หลุดมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง หรือเป็นจระเข้ตามะรรมชาติ จึงทำให้มันยังต้องถูกคุมขังอยู่ในพื้นที่กักกันต่อไป แต่จากการตรวจสอบข้อมูลในโลกออนไลน์พบว่ามีหลายกระแสที่ยืนยันว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมานานแล้ว อย่างเช่นข้อมูลจากเพจ เสียงประชาชน คนภูเก็ต ที่ได้โพสต์ภาพและข้อความที่ยืนยันว่ามีคนในพื้นที่จำนวนมากเคยเห็นจระเข้น้ำเค็มในบริเวณดังกล่าวหลายครั้งจนเป็นเรื่องปกติ และเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่พบเห็นทั่วไปตามธรรมชาติ จึงไม่เคยแจ้งให้หน่วยงานใดๆ เพราะคิดว่าทราบกันอยู่แล้ว แต่หลังจากมีคลิปของจระเข้ที่ลอยคออยู่กลางทะเลเผยแพร่ออกไป จึงทำให้รู้ว่าหน่วยส่วนใหญ่ไม่มีข้อมุลเกี่ยวกับจระเข้ในพื้นที่ธรรมชาติของจังหวัดเลย ที่มา – Facebook.com / เสียงประชาชน คนภูเก็ต

keyboard_arrow_up