“บิ๊กตู่” อุบตอบ ลงพื้นที่หาเสียง-ดีเบต ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

นายกรัฐมนตรี ถือตรีเพชร อาวุธหนุมาน ไม่ตอบสื่อ ร่วมปราศรัยหรือดีเบตกับพรรคพปชร.หรือไม่แต่ชี้ไปที่ตา เป็นนัย “ไม่พูดมาก ยังเจ็บตา” ขณะก่อนเข้าครม. ร่วมวงเล็ก คสช.หารือ คณะสรรหาสว. ก่อนถึงเวลาหัวหน้าคสช.เคาะเลือก 194 คน ก่อนการประชุม ครม.ในวันนี้ (5 มี.ค.62) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุม คสช. แบบไม่เต็มคณะ ซึ่งคาดการณ์ว่า เป็นการประชุม ในส่วนของ คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ที่ คสช. ดำเนินการคัดเลือกบุคคลอยู่ในขณะนี้ เพื่อส่งให้หัวหน้า คสช. ตัดสินใจเลือก 194 คน จากนั้นก่อนการประชุม ครม. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำนักแสดง เยาวชน เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์ การจัดงานใต้ร่มพระบารมี 237 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ และเปิดตัวภาพยนต์แอนนิเมชั่น รามเกียรติ์ โดยนายกฯ ได้รับชมการแสดงวัฒนธรรมต่างในกลุ่มอาเซียน รวมถึงโขนเด็ก ซึ่งพลเอกประยุทธ์ […]

เปลี่ยนแล้ว!! เฟซบุ๊กบิ๊กตู่แก้สถานะจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ”

สืบเนื่องจากกรณีที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ท้วงติงสถานะของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ระบุว่าเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าก่อนหน้านี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้อ้างถึงมติ ป.ป.ช. เมื่อปี 2557 ว่า คสช.เป็นตำแหน่งพิเศษ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม : ธิดา ถามกลับ หาก “บิ๊กตู่” ไม่ใช่ “เจ้าหน้าที่รัฐ” แล้วทำเฟซบุ๊กถึงบอกว่าเป็น!?) อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าบนเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้มีการเปลี่ยนสถานะจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ” เรียบร้อยแล้ว หลังจากกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

พบผู้สมัคร พปชร.ขึ้นป้ายหาเสียงคู่ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ แล้ว

วันนี้(14 ก.พ.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ตระเวนไปในพื้นที่เขตบางขุนเทียน พบว่า ป้ายหาเสียงของ นายสัตว์แพทย์ (น.สพ.) ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 25 บางขุนเทียน พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ขึ้นรูปตัวเองคู่กับรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียวของพปชร. แล้ว ถือว่าเป็นการขึ้นป้ายรับกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน ย่านบางแค – บางขุนเทียน เมื่อวานนี้(13 ก.พ.) และเป็นการนำร่องก่อนพื้นที่อื่น จากการตระเวนดู ทั้งนี้ยังไม่พบผู้สมัครขึ้นภาพคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่อื่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘อภิสิทธิ์’ เหน็บไม่มีใครพูดมากเท่า ‘บิ๊กตู่’ – ติงฝ่ายการเมืองอย่ากดดัน กกต.-ศาล กรณีทษช.

เช้านี้(13 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พา นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ หรือ คุณนาถยา เเดงบุหงา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 19 สะพานสูง – เขตประเวศน์ ลงพื้นที่ย่านรามคำแหง 112 หมู่บ้านสัมมากร ไปเดินทักทายประชาชนที่สัญจรผ่านไป – มา ตั้งแต่หน้าปากซอย เข้าไปจนถึงในหมู่บ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็มีประชาชนมามอบดอกไม้ เเละขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวาน บอกประชาชนว่า อย่าไปเชื่อนักการเมืองที่พูดเก่ง เพราะพูดได้ แต่ทำจริงไม่ได้ โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ตลอด 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีใครพูดมากเท่า พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่พูดไม่เก่ง – พูดไม่ดี ก็ไม่ได้เเปลว่า จะทำงานดี และตนอยากให้คนที่อาสาเข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ต้องกล้ามาแสดงวิสัยทัศน์ มาดีเบต เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ส่วนปัญหาของพรรคไทยรักษาชาตินั้น […]

กลัวรัฐประหารซ้อนไม่แปลก! อ.สุขุม ชี้ปชช.ไม่ไว้ใจทหาร-เคยเกิดมาแล้วในอดีต

จากกรณีมีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาปลอม ระบุถึงการใช้อำนาจ ม.44 ปลดผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ) และผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร) ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคสช. ได้สั่งการให้มีการแจ้งความดำเนินคดีกิจจานุเบกษาปลอมนี้แล้ว ในขณะที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ก็ได้ออกมาแจ้งว่ากำลังตรวจสอบกรณีดังกล่าวอยู่เช่นกัน (อ่าน ล่าตัวอยู่! บิ๊กตู่ ย้ำชัดคำสั่งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพเป็นของปลอม จ่อลงดาบคนทำ) อย่างไรก็ดีการเผยแพร่เอกสารปลอมดังกล่าว รวมถึงการมีรถถังจำนวนมากออกมาวิ่งบนท้องถนนก่อนหน้านี้ ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากกลัวจะเกิดรัฐประหารซ้อน แม้ว่าทางกองทัพไทยจะออกมาชี้แจงแล้วว่า รถถังดังกล่าวนำออกมาเพื่อเข้าร่วมการฝึก คอบร้าโกลด์ 2019 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารกับนานาชาติเท่านั้น อ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวว่า กรณีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษาปลอมนั้น ทางคสช.ต้องเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุให้เจอโดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีกโดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งที่บ้านเมืองกำลังอ่อนไหว ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าตอนนี้ประชาชนไทยไม่ไว้วางใจทหาร การมีรถถังออกมาวิ่งตามท้องถนนแม้จะเป็นการนำไปฝึกซ้อม แต่จากอดีตที่ผ่านมาก็อาจทำให้ประชาชนหวาดกลัวว่าจะมีการรัฐประหารซ้อนได้ และถึงแม้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จะเป็นคนเดียวกัน แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย การรัฐประหารซ้อนก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ในปี 2519  พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จัดตั้งรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ก่อนทำการการรัฐประหารอีกครั้งในปี 2520 ด้วยเหตุเหล่านี้จึงบอกว่าประชาชนตื่นตูมหรือคิดมากไปเองไม่ได้ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นจริง ด้านนายธนาธร […]

‘ทูลกระหม่อมหญิง’ แคนดิเดตนายกฯ ทษช. – บิ๊กตู่ ตอบรับคำเชิญ พปชร.

วันนี้(8 ก.พ.) เวลา 9.10 น. พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำและกรรมการบริหารพรรค ได้เดินทางไปยื่นบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรรัฐมนตรี ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเสนอชื่อ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวของพรรค ต่อมาในเวลา 9.15 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบรับการเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้ว หลังจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ส่งคำเชิญถึงทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวของ พปชร. ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

พปชร. เผย มีแผนสำรองหาก ‘บิ๊กตู่’ ปฏิเสธคำเชิญ

วานนี้(6 ก.พ.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้จัดทำรายชื่อผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 120 คน และจะทำการส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้ (7 ก.พ.) ซึ่งในส่วนของการยื่นบัญชีนายกรัฐมนตรีนั้น ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ตอบรับมา ซึ่งหากตอบรับจะมีการเปิดเผยและเสนอชื่อแก่กกต. ต่อไป  ทั้งนี้ หากพล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธข้อเสนอ ทางพปชร. ได้เตรียมวิธีแก้ปัญหาไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะตอบรับ แต่ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ด้วย ในขณะเดียวกันนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์ มั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับข้อเสนอของพปชร. ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

พปชร.หอบสินสอดบุกทำเนียบ สู่ขอ “ประยุทธ์” แคนดิเดตนายกฯ

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะแห่ขันหมากหอบสินสอดเข้าสู่ขอ “พลเอกประยุทธ์” ถึงทำเนียบรัฐบาล ยืนยันส่งบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีต่อกกต.ไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายอุตตม. สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค, นาย สนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์เลขาธิการพรรคและนายกอบศักดิ์. ภูตระกูล. โฆษกพรรคพลังประชารัฐ รวมตัวกันแห่ขบวนขันหมาก เดินทางด้วยรถยนต์มาจากพรรค ถนนรัชดา มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเทียบเชิญ หรือสู่ขอ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นบัญชีนายกฯ ลำดับที่1 ของพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ โดยนายสุวิทย์เป็นคนถือ แฟ้มสีน้ำเงินซึ่งเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐทั้งหมดพร้อมกับเอกสารตอบรับการเป็นบัญชีนายกฯ มาให้พลเอกประยุทธ์ด้วย โดยนายสุวิทย์บอกว่านี่เป็นสินสอดในการสู่ขอ ส่วนการเทียบเชิญนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีนั้นต้องรอให้นายสมคิดกลับจากภารกิจต่างประเทศก่อนยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งบัญชี รายชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อ กกต.ตามกำหนดไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

“ประยุทธ์” รับคำเชิญ พปชร.ลงบัญชีนายกฯ ขอเวลาตัดสินใจจนถึงวันสุดท้าย

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.62) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้แถลงหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยพิจารณารายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดร.อุตตม สาวนายน และดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้พรรคนำเสนอรายชื่อทั้ง 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ล่าสุด วันนี้ (31 ม.ค.62) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกว่า หากพรรคพลังประชารัฐมาเชิญลงบัญชีนายกรัฐมนตรี ก็ขอบคุณและขอรับคำเชิญไว้ แต่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะมีเวลาถึง 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร ขณะที่มีรายงานว่าคณะเทียบเชิญจะมาถึงทำเนียบในวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ.62)

พปชร.มีมติเสนอชื่อ “ประยุทธ์-อุตตม-สมคิด” ในบัญชีนายกฯ

วันนี้ (30 ม.ค.62) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยพิจารณารายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งพิจารณาผู้สมัครแบบเขตได้ 349 เขต นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ (30 ม.ค.62) ทางพรรคพิจารณาเรื่องผู้สมัครแบบเขตได้ 349 เขต เหลือเพียงพัทลุงเขต 2 ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการพิจารณาเห็นชอบผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ขอเลื่อนการพิจารณาเป็นวันศุกร์ โดยพรรคจะส่งรายชื่อครบทั้ง 150 รายชื่อ และเรื่องการเสนอรายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นควรเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดร.อุตตม สาวนายน และดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้พรรคนำเสนอรายชื่อทั้ง 3 รายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนต่อไปก็จะนัดหมายเพื่อทำการเรียนเชิญ หลักการการพิจารณาบุคคลที่พรรคจะเสนอรายชื่อเป็นนายกฯ คือ 1.ความรู้ความสามารถที่จะบริหารประเทศ นำพาประเทศก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ 2.การได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนว่าเป็นบุคคลที่พี่น้องประชาชนชื่นชมชื่นชอบและเห็นว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย 3.มีความซื่อสัตย์สุจริตอันเป็นที่ประจักษ์ได้ การทำงานที่ผ่านมานั้นเป็นผู้มีจริยธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริตอันปราศจากข้อกังขาใดๆ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

แก้แค่รถเมล์คงไม่พอ…”นุสบา ปุณกันต์” เสนอแนวคิดพ้นวิกฤติฝุ่น ชี้สเตปแรก”เริ่มที่ตัวเอง”

ร้อนฉ่าสังคมออนไลน์ทันทีหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตฐานในพื้นที่ กทม.และ 5 จังหวัดรอบ กทม. พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวคิด พ่นละอองน้ำจากตึกสูง เช่น ตึกใบหยก แก้วิกฤติฝุ่นพิษคลุ้งเมือง โดยมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งประเด็นนี้ก็กำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่า บรรเทาได้จริง? หรือ เปล่าประโยชน์ กันแน่? ล่าสุด “นุสบา ปุณณกันต์” อดีตนางเอกชื่อดังและเป็นภรรยาของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ก็ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม เสนอแนวคิดแก้ปัญหาฝุ่นละออง โดยมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน แก้ที่รถเมล์คงไม่พอ ชี้ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน จากข้อความในอินสตาแกรม ระบุว่า “เมืองในมุ้งฝุ่น…ปัญหาที่เกิดจากการสั่งสมมายาวนานนนนน… เราควรทำไงกันดีคะ แค่รถเมล์คงไม่พอ รถของพวกเรากันเอง หยุดวิ่งสัก 10 วันได้ไหม หยุดก่อสร้างสัก 10 วัน หยุดสร้างตึกสร้างคอนโดสร้างห้างแล้วสร้างสวน ต้นไม้เพิ่มนับจากนี้ เก็บเงินคนขับรถเข้าเมือง วิ่งรถวันคู่วันคี่ก็ต้องมีคนโวยวาย หยุดเผาด้วย…ถามตัวเราเองว่าพร้อมไหมที่จะช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้ จะทำได้เหรอ… ใครมีแนวคิดที่ทำได้จริงบอกหน่อยนะ […]

‘อภิสิทธิ์’ ยินดี 4 รัฐมนตรีลาออก – จี้ ‘บิ๊กตู่’ แสดงความชัดเจน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2, 3 และ 18  ล่องเรือหาเสียงและพบปะประชาชนที่บริเวณคลองภาษีเจริญ ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มีพี่น้องประชาชนชาวตลาดกระทุ่มแบนเตรียมดอกไม้มามอบให้ยืนรอโบกมือให้กำลังใจ เสร็จสิ้นก็เดินทางไปไหว้ศาลหลวงตาทองซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอำเภอกระทุ่มแบนเคารพนับถือ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงกรณีลาออกของ 4 รัฐมนตรี เพื่อเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ในส่วนของการเสนอชื่อพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ขอก้าวก่าย แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ตอบรับของเสนอของพรรคประชารัฐก็อยากให้แสดงความชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่สระบุรี – ปลุกคนไทยเข้าคูหาเลือกตั้ง 24 มี.ค. นี้

วันที่ 28 ม.ค. 62  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จ.สระบุรี ที่ศูนย์พฤกษศาสตร์พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เพื่อตรวจราชการ พร้อมพบปะประชาชน และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ได้เชิญชวนให้ประชาชน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. นี้ แต่การเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างไม่แตกแยก ขอให้ประชาชนรักกัน และยังได้ฝากเพลงใหม่ ‘ในความทรงจำ’ ซึ่งถือเป็นเพลงต่อจาก คืนความสุขให้ประเทศไทย เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าทางรัฐบาลได้ทำตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

นายกฯนำภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน!

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวประกาศ เจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล “กระตุ้นทุกภาคส่วน ไม่ทนต่อการทุจริต” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวประกาศ เจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยกล่าวปาฐกถาความตอนหนึ่งว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ในวันนี้ องค์การสหประชาชาติได้กำหนด ให้เป็นวันสำคัญ เพื่อให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดจากการคอร์รัปชัน และเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ จึงได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลขึ้น เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของคนไทยทุกภาคส่วนที่จะไม่ทนต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ ซึ่งปัญหาคอร์รัปชันของประเทศไทยเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน และถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการศึกษาในภาพรวมของประเทศ ที่ผ่านมาสังคมไทยมีปัญหาการทุจริต ทั้งการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิประโยชน์ การให้สินบน รวมทั้งการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการเอื้อประโยชน์ต่อกัน ตลอดจนไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ส่วนตนได้อย่างชัดเจน โดยรัฐบาล ได้วางเป้าหมายในการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ได้มีแนวทางการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตให้เกิดขึ้นในสังคม และสร้างจิตสำนึกและค่านิยม ให้ละอายต่อการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล พร้อมทั้งวางมาตรการคุ้มครองพยาน […]

มีแต่ความห่วงใย ‘นายกตู่’ ปัดแจกโบนัสบัตรคนจนหวังผลการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันนี้ (22 พ.ย. 61) เดินทางไปเยี่ยมนักเรียน ผู้ปกครอง ที่ รร.วัดศรีบุญเรือง ย่านบางกะปิ แล้วก็ชี้แจงเรื่องการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ว่า ต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนไม่ได้หวังผลทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับนักเรียนและผู้ปกครองว่า ในวันนี้มาลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของการทำงาน ที่ได้สั่งการลงไป ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ผ่านการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันว่า การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส ประหยัด ไม่ได้ใช้จ่ายงบประมาณมากเกินไป อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด เพราะการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นขอให้รับฟังนายกฯบ้าง โดยเฉพาะรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และตอนนี้อย่าไปฟังที่มีใครสัญญาว่าจะให้อะไรต่างๆ เพราะไม่สามารถให้ได้จริง

โอ๊ค เปรียบเทียบวิสัยทัศน์ ‘บิ๊กตู่-ทักษิณ’ ชี้นโยบาย ‘แรงงาน-ค่าแรง’ พูดนานแล้วแต่ยังใช้ได้

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์คลิปวิดีโอผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra โดยกล่าวถึง นายกฯ ประเทศกูมี กับ นายกฯประเทศกู ‘เคย’ มี เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดเรื่องค่าแรงระหว่างของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายทักษิณ ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้… ในคลิปนี้ ลุงตู่ถาม – ทักษิณตอบ แปลกตรงที่คำตอบมีมาก่อนคำถามร่วม 10 ปี ไฉนปัจจุบัน มนุษย์ลุงท่านนี้ จึงย้อนยุคกลับไปถามโดยใช้แนวความคิดโบราณ จนเป็นเหตุให้คำพูดของนายกฯในอดีต กลับมาสอนมวย นายกฯคนปัจจุบันได้ ในคลิปนี้ นายกฯลุงตู่ยืนยันชัด ว่าลุงเป็นห่วงแต่นายทุน โดยลุงไม่ห่วงคนยากคนจนที่ไม่มีจะกิน ลุงกลัวแต่ว่าถ้าค่าแรงสูง จะไม่มีใครมาลงทุนในไทย ลุงพูดเต็มปากชัดเจน “ผมให้ไม่ได้ เพราะไม่มีสตางค์” (แหม่..ทีซื้ออาวุธ เรือเหาะ เรือดำน้ำ ฮ.แพงๆ ลุงมีตังค์ จ่ายเอา-จ่ายเอา ไม่เคยบ่นราคาสูงไปนะลุงนะ) ในคลิปนี้ […]

ฉะแรง!! เพจ CSI LA วิจารณ์ ‘บิ๊กตู่’ ร้องโอ้ยลั่นตอน ‘โดนัลด์ ทัสก์’ จับมือ

กลายเป็นอีกหนึ่งคลิปที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปร่วมงาน 12th asem summit ซึ่งเป็นการประชุมผู้นำระหว่างเอเชียและยุโรป จัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งในงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีโอกาสพบกับนาย โดนัลด์ ทัสก์ ประธานสภายุโรปและอดีตนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ แต่ พล.อ. ประยุทธ์ กลับร้องดังลั่นขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองคนจะจับมือกันคือครั้ง โดยที่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้แสดงอาการฉุนเฉียว ในขณะที่ โดนัลด์ ทัสก์ มีท่าทีตกใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้แชร์คลิปวิดีโอจากเพจเฟซบุ๊ก การเมืองไทย ในกะลา ที่ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ พร้อมกับแสดงความเห็นดังนี้… อยากจะสอนน้องๆคนไทยเวลาเจอและแนะนำกับฝรั่งในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศมานาน เวลาแนะนำตัวเองและจับมือกับใครสักคนต้องจับให้แน่น และต้องมองตาฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าที่มั่นใจและเป็นมิตร อย่าทำแบบลุงเป็นอันขาดครับ that’s a big no no. ทำแบบนี้ไม่มีใครคบและเคารพแน่นอน

หาก ‘บิ๊กตู่’ จะไลฟ์เฟซบุ๊กพบปะชาวเน็ต ท่านผู้นำต้องเผชิญกับอะไรบ้าง….ในช่องคอมเมนท์!?

คงจะเป็นที่รับทราบโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว ว่าเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อใช้เป็นช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ทั้งยังมีข้อมูลว่าการไลฟ์สดนั้นจะเป็นการพูดคุยกับประชาชนแบบง่ายๆ สบายๆ โดยใช้เวลาไม่มากนัก ซึ่งก็นับเป็นเรื่องดีที่ประชาชนชาวไทยในโลกออนไลน์จะมีโอกาสได้รู้จักกับนายกรัฐมนตรีในอีกมุมหนึ่ง และได้เข้าใจการทำงานของท่านผู้นำประเทศขึ้นในอีกระดับอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การไลฟ์สดผ่านช่องทางออนไลน์นั้น ค่อนข้างมีความแตกต่างจากการพูดคุยผ่านหน้าจอโทรทัศน์ทุกวันศุกร์อยู่พอสมควร เพราะมันเป็นการเปลี่ยนจากวิธีสื่อสารทางเดียวที่ผู้ชมทางบ้านทำได้แค่เฝ้าชมผ่านหน้าจอเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบกับผู้พูดได้โดยตรง ในขณะที่การไลฟ์สดนั้นเป็นเหมือนการสื่อสารแบบสองทาง ที่ผู้พูดและผู้ฟังสามารถโต้ตอบกันไปมาได้แบบเรียลไทม์ งานนี้จึงอดเป็นห่วงกับสิ่งต่างๆ ที่ท่านผู้นำจะต้องเจอในการไลฟ์ครั้งแรกเสียไม่ได้ งั้นเอาเป็นว่า Amarin TV ของยกตัวอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเจอในการไลฟ์สดพบปะประชาชนชาวเน็ตกันสักนิด ว่าจะมีอะไรรอ พณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่บ้าง 1. แฟนคลับ แน่นอนแล้วว่าหลังจากที่ทราบข่าวดังกล่าว เชื่อว่าแฟนคลับของท่านนายกฯ คงเตรียมแห่แหนกันมารอพูดคุยกับท่านผู้นำกันอย่างล้นหลามแน่ๆ และอาจเป็นไลฟ์สดที่มีผู้ชมเรือนหมื่นเรือนแสนเข้ามาชมเลยก็ว่าได้ 2. ผู้สื่อข่าวคอยมอนิเตอร์ ขนาดในรายการบนจอแก้ว ยังมีผู้สื่อข่าวคอยตามชมสิ่งที่จะท่านผู้นำจะผู้ขนาดนั้น งานนี้มาอยู่ในออนไลน์ ย่อมต้องมีสีสันกว่ามาก ฉะนั้นอย่าแปลกใจหากสิ่งที่นายกฯ มีการกล่าวถึงในไลฟ์ จะกลายมาเป็นข่าวด้วย และบางทีอาจมีการตั้งคำถามแบบสดๆ ที่อยู่นอกเหนือสคริปต์ที่เตรียมมาก็เป็นได้ 3. สายตรงร้องเรียนปัญหา ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้พบผู้นำประเทศตัวเป็นๆ แบบนี้ จึงไม่แปลกที่จะมีคนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน […]

keyboard_arrow_up