มารู้จักกับ Carolina Reaper พริกที่เผ็ดที่สุดในโลก และทำคนไทยโดนหามส่งโรงพยาบาลมาแล้ว

จากกรณีที่แอดมินแฟนเพจชื่อดังเพจหนึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์ท้าทายความเผ็ด กับผัดกะเพราที่ผสมพริก แคโรไลน่า ริปเปอร์ (Carolina Reaper) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก โดยหลังจากที่กินไปไม่กี่คำ ก็มีอาการ หูอื้อ เหงื่อท่วมตัว หน้ามืด ตาเริ่มพร่ามัว มือสั่น อยากอ้วก ร้อนและแสบท้องหนักมาก ทรมานขั้นสุด จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล เสียเงินค่ารักษาไป 7,300 บาท และยังต้องกลับมานอนดิ้นทรมานที่บ้านอีกเกือบ 6 ชั่วโมง เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงมีความสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า พริกที่ว่านี้มันเผ็ดขนาดไหน ทำไมคนที่กินเผ็ดๆ แบบคนไทยยังต้องพ่ายแพ้ ถ้าเช่นนั้นเอาเป็นว่าเราลองมาทำความรู้จักกับเจ้าพริกที่ว่านี้กันสักนิดดีกว่า ก่อนจะไปรู้จักกับความเผ็ดของพริกระดับโลกชนิดนี้ เรามาทำความรู้จักหน่วยวัดความเผ็ด (Scoville heat unit) ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่ใช้วัดระดับความเผ็ดในพริกที่มีสารแคพไซซิน (capsaicin) ยิ่งมีสารตัวนี้มาก ก็จะยิ่งมีค่า SHU มากตามไปด้วย โดยพริกขี้หนูของบ้านเราที่ถือว่าเผ็ดมากๆ ในการจัดอันดับความเผ็ดนั้นพริกบ้านเรากลับมีค่าความเผ็ดอยู่ที่ราว 19,500-28,050 SHU เท่านั้น ในขณะที่เจ้าพริก Carolina Reaper ที่ได้ชิ่อว่าเป็น “พริกที่เผ็ดที่สุดในโลก” ตามบันทึกของ Guinness World Records […]

เมื่อ “พริก-มะละกอ” ไม่ใช่ของไทย แล้วส้มตำเกิดขึ้นมาได้อย่างไร!?

แม้ทุกวันนี้ ทั้งพริกและมะละกอจะเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยไปเรียบร้อยแล้ว และยังสามารถปลูกได้ทั่วไปตั้งแต่เหนือจรดใต้ในบ้านเรา แต่หากจะให้เท้าความกลับไปยังจุดเริ่มต้นของพืชทั้งสองชนิดนี้ คงต้องบอกว่าพวกมันนั้นอยู่คนละซีกโลกกับสยามประเทศเลยทีเดียว จนงานนี้ก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า…แล้วอาหารไทยอย่างส้มตำที่ใส่ทั้งพริกและมะละกอนั้น ควรจะใช่ของไทยโบราณอย่างที่เราเชื่อกันหรือเปล่า!? ก่อนจะข้ามไปรู้จักกับส้มตำ เรามาทำความรู้จักกับวัตถุดิบหลักอย่างพริกและมะละกอกันสักนิดดีกว่า ว่าชาติกำเนิดแท้จริงของมันก่อนจะมาลงหลังปักฐานในสยามประเทศนั้นมันอยู่ที่ไหน จากข้อมูลของ ดร.สุรีย์ ภูมิสมร ที่พูดถึงพรรณพืชในประศาสตร์ไทย ได้ระบุว่า มะละกอนั้นเข้ามาในเมืองไทยช้ากว่าพริกด้วยซ้ำ โดยตามบันทึกของกระทรวงต่างประเทศโปรตุเกสประจำประเทศไทยยืนยัน มะละกอเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนินเดิมอยู่ห่างไปเกือบครึ่งโลกจากสยามประเทศ นั่นคือที่ภูเขาแอนดีส และมีบางสายพันธุ์ที่อยู่เม็กซิโกและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก และในปี พ.ศ.2069 มีการระบุในเอกสารเดินเรือของประเทศสเปนว่า นักรบชาวสเปนที่ไปทำสงครามในประเทศเปรู ได้นำพันธุ์มะละกอจากสเปนไปปลูกในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคนในสมัยนั้นเรียกกันว่า “เมลอน ซาโปเต้” จนถึงช่วงปี พ.ศ.2314 มีรายงานจากบันทึกของนักท่องเที่ยวชาวดัตช์ท่านหนึ่ง บอกว่ามีการปลูกมะละกอที่ปลูกในกรุงมะละกา บางส่วนมาปลูกในภาคใต้ของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ส่วนพริกนั้นเป็นพืชที่มีตำกำเนิดมาจากทวีปเมริกาใต้ และได้นำไปปลูกที่ประเทศสเปนเมื่อปี พ.ศ. 2096 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิของกรุงศรีอยุธยา และเมื่อมีการค้าขายกันระหว่างประเทศ พริกได้เริ่มย้ายเข้ามาในทวีปเอเชียโดยเริ่มจากประเทศอินเดียก่อน ซึ่งมีการบันทึกว่าประเดียอินเดียมีการปลูกพริกกันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2143 หรือตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งราชวงศ์สุโขทัยของกรุงศรีอยุธยา เมื่อมีการเพาะปลูกในอินเดียเป็นผลสำเร็จ พริกก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งแปลว่าคนสยามเพิ่งรู้จักครั้งแรกเมื่อประมาณ 400 กว่าปีก่อนเท่านั้น และคนในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้นไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าพริกนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อพริกเข้ามาในไทยเมื่อกว่า 400 […]

แค่เห็นก็เผ็ดแล้ว! หนุ่มจีนซิวเหรียญทองเทศกาลแข่งกินพริก ซัด 50 เม็ดใน 1 นาที

ที่มณฑลหูหนาน ประเทศจีน จัดเทศกาลพริกประจำปี ตั้งแต่วันนี้ (9 ก.ค. 61) ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม สีสันหลักของเทศกาลนี้อยู่ที่การแข่งขันกินพริกที่จะจัดขึ้นทุกวันจนกว่าจะจบเทศกาล ในการแข่งขันแต่ละรอบจะมีมีผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 10 คน และต้องแข่งกินพริกทาบาสโก้ 50 เม็ดให้หมดเร็วที่สุด ซึ่งจะมีคุณหมอรอข้างสนามเผื่อกรณีฉุกเฉินด้วย โดยผู้ชนะการแข่งขันในวันแรกคือนายถัง ชวยฮุ่ย ชาวบ้านในพื้นที่ ที่สามารถกินพริก 50 เม็ด ในเวลาเพียง  68 วินาที ได้รับรางวัลเป็นเหรียญทอง 24 กะรัต หนัก 3 กรัม ถือเป็นการเปิดเทศกาลด้วยสถิติอันน่าประทับใจ ทั้งนี้พริกทาบาสโก้ มีระดับความเผ็ด 30,000-50,000 SHU ในขณะที่พริกขี้หนูของไทยมีระดับความเผ็ดที่ 100,000 – 225,000  SHU  โดยเมืองหูหนานขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่มีรสเผ็ดจัดจ้าน และติดอันดับ 1 ใน 8 เมืองที่มีความโดดเด่นทางด้านอาหารของจีน อันประกอบไปด้วย หูหนาน เสฉวน กวางตุ้ง เจียงซู เจ้อเจียง ฝูเจี้ยน อานฮุย และชานตง ขอบคุณ AFP […]

ท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางศาสตร์ของพระราชาพร้อมสองเมนูเด็ด บวบผัดไข่ และ ยำถั่วพู

 สัปดาห์นี้ตามอำเภอจาน จะพาคุณผู้ชมมาชม บรรยากาศของ ฟาร์มชุมชนบ้านคลองขุด ตามแนวทางศาสตร์ของพระราชา ที่อยู่ท่ามกลางท้องทุ่งนาข้าวที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จ ให้ความรู้สึกสดชื่น กว้างสุดลูกหูลูกตา และเย็นสบาย วันนี้ โน และ น้องทราย พาคุณผู้ชมมาอยู่ที่ ฟาร์มชุมชนบ้านคลองขุด อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นฟาร์มที่เกิดขึ้นโดยผู้นำชุมชนปรับพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นที่ดินทำกิน ที่สามารถให้ชาวบ้านเข้ามาทำสวนเกษตรผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์ตามความถนัดของตนเองได้ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้านนอกเหนือจากการทำนา ซึ่งเป็นการนำความรู้และแนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้โครงการ  9101 ซึ่งภายในสวนแห่งนี้จะมีพืชผักสวนครัวต่างๆมากมาย อาทิเช่น บวบ ถั่วฝักยาว ฟักทอง พริก มะเขือเทศ น้ำเต้า ถั่วพู แตงไทย และต่างๆอีกมากมาย ซึ่งเมนูตามอำเภอจานของเราในวันนี้ก็จะอยู่ในสวนเกษตรผสมผสานแห่งนี้ค่ะ และวัตถุดิบที่เราจะใช้ทำเมนูเด็ดในวันนี้ก็คือ กุ้งขาว คือ หนึ่งในเมนูจานเด็ดของเรา ซึ่งกุ้งขาวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของฟาร์มชุมชนบ้านคลองขุด วิธีการเลี้ยงกุ้งขาวของที่นี่นั้นจะปล่อยกุ้งลงบ่อที่ขุดเอาไว้ และปล่อยปลานิลลงไปเลี้ยงในบ่อเดียวกัน เพื่อให้การไหว้น้ำและการหายใจของปลาไปเป็นออกซิเจนให้กับกุ้ง ส่วนอาหารของกุ้งก็จะเป็นอาหารชนิดเดียวกับปลานิลด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเลี้ยงแบบพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนวิธีการลงไปจับกุ้งในบ่อคือ จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “ไอ้โง่” ลงไปวางในบ่อในตอนเย็น โดยการขึงเชือกที่ปลายทั้งสองด้านของไอ้โง่กับหลักไม้ที่ปักลงไปในดินโคลนใต้บ่อ ซึ้งลักษณะของไอ้โง่นั้นจะคล้ายๆกับลอบขนาดยาว มีโครงด้านใน […]

เที่ยววิถีเกษตรริมโขง ชุมชนบ้านท่าขันทอง พร้อม2 เมนูเด็ด “ยำถั่วแปบ และ จอผักกาด”

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้เราจะพาเที่ยววิถีเกษตรริมโขง ชุมชนบ้านท่าขันทอง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชุมชนที่มีสายน้ำโขงหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ค่ะ อาชีพ ที่ส่วนใหญ่ของชาวชุมชนบ้านท่าขันทองนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรรมค่ะ ปัจจุบันชาวบ้านได้มีการนำเรื่องของอาชีพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนมาเป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวพร้อมกันนี้ยังบริการโฮมสเตย์กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ ชุมชนบ้านท่าขันทองกันด้วยค่ะ และกิจกรรมดีๆในวันนี้โนก็จะขอพาคุณผู้ชมมากันที่สวนเสาวรสที่นอกจากจะปลูกสวนเสาวรสขายแล้วทางสวนยังได้มีการจัดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวโฮมสเตย์กันด้วยค่ะซึ่งกิจกรรมนั้นนักท่องเที่ยวก็จะได้เก็บผลเสาวรสสดๆเองจากมือแล้วยังสามารถซื้อกลับบ้านหรือแม้กระทั่งทานกันสดๆได้เลยหล่ะค่ะซึ่งเสาวรสที่ทางสวนปลูกนั้นก็ไม่ได้เพียงจะขายเป็นผลสดๆเท่านั้นแต่ทางสวนยังได้มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อเป็นการขยายการตลาดเพิ่มขึ้นค่ะ แต่ะแอ๊ะ..!! ไปถึงทั้งทีสองพิธีกรของเราก็จะไม่พลาดชิมเสาวรสสดๆจากสวนกันได้ยังไง..ซึ่งการทานเสาวรสสดๆจากสวนนั้นตามแบบฉบับวิธีของชาวชุมชนบ้านท่าขันทองนั้นก็ง่ายๆค่ะ เพียงแค่นำ พริก น้ำปลา และ น้ำตาล มาปรุงรสคลุกเคล้าให้เข้ากันในผลเสาวรสซึ่งโนต้องบอกว่ามีความอร่อยมากเลยหล่ะค่ะซึ่งถ้าใครแวะไปแถวนั้นโนแนะนำว่าต้องลองชิมให้ได้เลย ต่อด้วยกิจกรรมสบายท้องอย่างการชิมชาและคุ้กกี้จากถั่วดาวอินคา ที่ทั้งได้ประโยชน์และยังสามารถเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วยอีกหนึ่งกิจกรรมที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนได้ดีอย่างกิจกรรมทำข้าวกล้องจากมือ ทีได้พ่อปันและแม่ปั๋น มาสอนวิธีการทำข้าวซ้อมมือที่กว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดนั้นมีวิธีการอย่างไร พร้อมชิมน้ำข้าวกล้องอุ่นๆที่ปัจจุบันนั้นหาทานได้ยากจากฝีมือแม่ปั๋น ปิดท้ายวันด้วยการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกวิวประเทศเพื่อนบ้านกลางรำน้ำโขงกับเรือขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเวทีการแสดงกลางน้ำ ท่ามกลางพระอาทิตย์อัสดง และนอกจากกิจกรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนในชุมชนแล้วที่นี่ยังมีบริการบ้านพักโฮมสเตย์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเลือกพักได้อย่างสบายใจ ต้อนรับด้วยเมนูอาหารแบบฉบับชาวเหนือที่มีวัตถุดิบหลักเป็นผักพื้นบ้านที่แม่ครัวของเราวันนี้นนั้นพาออกมาเก็บกันสดๆถึงสวนกันเลยทีเดียวหล่ะค่ะ และในวันนี้แม่ครัวประจำโฮมเสตย์บ้านพริกหวาน ก็จะมาทำ 2 เมนูเด็ด อย่างยำถั่วแปบ ยำผักสไตล์ชาวเหนือและ จอผักกาด แกงที่มีผักกวางตุ้งเป็นวัตถุดิบหลักซึ่งรสชาติความอร่อยของเมนูอาหารเหนือจะอร่อยและน่าทานขนาดไหนนั้นและจะมีวิธีการปรุงรสอย่างไรต้องติดตามค่ะ โปรดติดตามได้ที่ “ตามอำเภอจาน” ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34    

น้ำลายแตกฟอง! ‘กะเพราหมูนุ่มคั่วแห้ง’ จานด่วนจานเด็ด

เมนูกะเพราะเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับคนไทย เนื่องจากมีรสชาติอร่อย เผ็ด และมีความหอมของพริกและใบกะเพรา ทำให้หลายๆคนติดใจ โดยวันนี้ อ.ยิ่งศักดิ์ และ หนูเล็ก 2 พิธีกรคู่หูคู่ฮาจะมาเข้าครัว “ควงตะหลิว หิ้วตะกร้า” รังสรรค์กะเพราเดิมๆให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยเมนู “กะเพราหมูนุ่มคั่วแห้ง” ที่มีหน้าตาชวนหิวอย่างยิ่ง อย่ารอช้ามาเข้าครัวเตรียมของทำเมนูนี้กันเลย วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ต้องเตรียมสำหรับเมนู “กะเพราหมูนุ่มคั่วแห้ง” แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ส่วนผสมสำหรับหมักหมู : เนื้อหมู, เบคกิ้งโซดา, ซีอิ๊วขาว, ซอสหอยนางรม, น้ำตาลทราย, พริกไทย 2.ส่วนผสมสำหรับนำมาผัด : พริกสดสีแดง, พริกชี้ฟ้าสีแดงและสีเหลือง, พริกขี้หนูสวน, กระเทียม, ใบกะเพรา, น้ำมันพืช, ซอสหอยนางรม, ซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย   วิธีทำ 1.ผสมส่วนผสมหมูหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 30 นาที 2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่พริกสด กระเทียม ลงผัดพอหอม ใส่หมูที่หมักไว้ […]

พริกกับใบยาสูบ ตำรวมกัน พอกที่แผล สามารถแก้พิษงูได้จริงหรือ!!??

ปัจจุบันนี้ในโลกโซเชียลมักมีการแชร์ข้อมูลในการรักษาอาการต่างๆ ด้วยสมุนไพรมากมาย แต่มีการแชร์ข้อมูลอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ การใช้พริกขี้หนูนำมาตำกับใบยาสูบ แล้วนำมาพอกบริเวณที่งูกัด ว่ากันว่าสามารถรักษาอาหารพิษงูได้จริง เรื่องนี้จริงหรือไม่ รีบไปหาคำตอบจากแพทย์กันโดยด่วน นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า เรื่องที่แชร์ดังกล่าว ไม่เป็นความจริง และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนว่าพริกและใบยาสูบสามารถรักษาพิษงูได้ เพราะการรักษาพิษงูจริงๆ แล้วต้องใช้เซรุ่ม ซึ่งงูมีหลายชนิด มีพิษแตกต่างกันไป ในทางกลับกัน หากใช้พริกและใบยาสูบทาที่แผลอาจทำให้เกิดอันตรายมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะอาจทำให้เกิดอาการอักเสบมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่านำวิธีการรักษาผิดๆ แบบนี้ไปใช้ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ทางที่ดีควรนำตัวผู้ที่ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาลโดยด่วนจะดีกว่า ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

keyboard_arrow_up