ท่านทูตเยอรมัน ชวน “BNK48” ศึกษาความน่ากลัวของพรรคนาซี

สืบเนื่องจากกระแสดราม่าของ “น้องน้ำใส – พิชญาภา นาถา” หนึ่งในสมาชิกวง BNK48 ที่ได้สวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์สวัสติกะของพรรคนาซีเยอรมนีไปซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษณ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง ก่อนที่ภายหลังเจ้าตัวจะออกมาขอโทษแฟนๆ และประชาชนกลางคอนเสิร์ตทั้งน้ำตาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (อ่านเพิ่มเติม : “น้ำใส BNK48” น้ำตาอาบแก้ม รับผิดใส่เสื้อนาซีเพราะความไม่รู้ จำเป็นบทเรียนชีวิต / ‘ปวิน’ ไม่หวั่นโอตะถล่ม ฉะ ‘น้ำใส BNK48’ ปมสวมเสื้อสัญลักษณ์ ‘นาซี’ ขึ้นซ้อมคอนเสิร์ต) อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มกราคมทีผ่านมา นายเกออร์ค ชมิดท์ (Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์โดยระบุว่า “เราขอแบ่งปันความตกใจและความกลัวที่ @ShapiraSmadar จากสถานทูตอิสราเอล #Israel ได้แสดงออกมา เราขอเชิญสมาชิก #BNK48 มาคุยเกี่ยวกับความน่ากลัวของเผด็จการนาซีกับเรา” นอกจากนี้ ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ยังได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Israel in Thailand โดยระบุว่า ผู้จัดการวง BNK48 […]

พ่นมาพ่นกลับไม่โกง!! เมื่อศิลปินกราฟฟิตี้ ต่อสู้กับพวกคลั่งสัญลักษณ์พรรคนาซีด้วย ‘ภาพอาหาร’

แม้จะเป็นสัญลักษณ์เท่ๆ ที่หลายคนนำมาใช้โดยไม่สนใจถึงที่มาและเรื่องราวในครั้งอดีตของมัน แต่สำหรับประเทศที่เคยได้รับผลกระทบจากการรุกรานของพรรคนาซีเยอรมนีแล้ว สัญลักษณ์สวัสดิกะนั้นคือเครื่องเตือนใจสำหรับใครหลายๆ คน ที่ชวนให้ระลึกถึงความเสียหายอย่างมหาศาลในครั้งอดีต และรับไม่ได้ที่จะเห็นใครต่อใครนำเครื่องหมายนี้มาเผยแพร่ในที่สาธารณะ เช่นเดียวกับ CIBO นามแฝงของศิลปินกราฟฟิตี้ชาวอิตาลี ที่ตอบโต้ผู้คลั่งไคล้สัญลักษณ์ดังกล่าว ด้วยการพ่นสีทับเครื่องหมายสวัสดิกะ ภาพโฆษณาชวนเชื่อ หรือคำพูดของพรรคนาซี ด้วยภาพอาหารขนาดใหญ่แบบนี้ แน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้ย่อมสร้างความไม่พอใจให้คนพ่นคนก่อนหน้าอย่างแน่นอน และส่วนใหญ่มักตามเอาคืนด้วยการพ่นสีทับภาพอาหารของศิลปินรายนี้ซ้ำ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาถอดใจที่จะโต้ตอบผู้คลั่งไคล้พรรคนาซีเลยแม้แต่น้อย แถมยังกลับมาแต่งเติมภาพเดิมของเขาให้สวยงามยิ่งกว่าเดิมซะอีก ที่มา – twistedsifter.com

หัวเข็มขัดพิฆาต!! เผยโฉมอาวุธลับสุดโหด เพื่อภารกิจลอบสังหารของพรรคนาซี

แม้จะมีคนบางส่วนที่พยายามแก้ต่างในเรื่องความโหดเหี้ยมและการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของพรรคนาซี แต่ด้วยผลงานที่ฝากไว้ในสมัยสงครามโลก ก็คงยากที่จะให้คนรุ่นหลังลืมความร้ายการที่เกิดขึ้นได้ และถ้าหลักฐานเหล่านั้นยังไม่เพียงพอจะให้เชื่อได้ เราลองมารู้จักกับ หัวเข็มขัดพิฆาต หรือ SS-Waffenakademis Koppkeshlo pistole สิ่งประดิษฐ์สุดอำมหิตที่คิดค้นโดย Luis Marquis วิศวกรและนักประดิษฐ์ชาวเยอรมนี ที่แม้ภายนอกจะดูไม่มีพิษภัย แต่ภายใต้หัวเข็มขัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสุดธรรมดานี้ ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นปืนพก ที่บรรจุกระสุนได้มากสุด 4 นัด โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับมือสังหาร ในการเข้าถึงเป้าหมายแบบประชิดตัวได้โดยไม่ถูกสงสัยในเรื่องอาวุธ และสามารถจัดการกับเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ที่มา – boredomtherapy.com

Germanic Empire Boulevard เมืองในอุดมคติของ ฮิตเลอร์ ที่อาจถูกสร้างถ้า…เขาชนะสงคราม

ถึงจะมีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานา ถึงความเป็นได้ที่อาจเกิดขึ้นหากจอมเผด็จการอย่าง Adolf Hitler และพรรคนาซี เกิดชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งก็มีทั้งสิ่งดูแม้แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจริงอย่างยิ่งยวด และมีบางกรณีที่คล้ายๆ เป็นการใส่ไฟสร้างความกลัวซะมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นการคาดคะเนแบบนี้ ก็คงไม่มีสิ่งใดจะน่าเชื่อถือหรือมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริงได้เท่ากับ Germanic Empire Boulevard เมืองที่จะถูกสร้างขึ้นแน่ๆ หากฝ่ายอักษะชนะ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันและถูกเผยแพร่ในรูปเอกสารกว่า 2,000 หน้าของทางการมิวนิก ได้มีการเปิดเผยถึงแผนของฮิตเลอร์ ซึ่งตั้งใจจะเปลี่ยนเมืองมิวนิกในอดีตให้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับการออกแบบโดย Albert Speer และจะเป็นสัญลักษณะแทนความยิ่งใหญ่ของพรรคนาซี ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่มีโดมที่สูงกว่า 900 ฟุต เสาหินที่สูงกว่า 600 ฟุตและมียอดเสาเป็นนกอินทรี แผนสุดอลังการนี้ถูกวางกำหนดการไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะต้องสร้างให้เสร็จในวันที่ 1 สิงหาคม 1948 ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของคนรอบข้างท่านผู้นำที่เชื่อว่านี่เป็นเพียง ‘ของเล่น’ อวดแสนยานุภาพเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยมีใครกล้าพอจะคัดค้านแผนการดังกล่าว จนกระทั่งหลังจากโครงการดังกล่าวเริ่มสร้างในปี 1940 พรรคนาซีและตัวฮิตเลอร์ ก็ประสบกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องเงินทุนกับกำลังคนที่ไม่เพียงพอ และต้องปิดฉากลงอย่างย่อยยับในปี 1945 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรขยี้ฝันอันยิ่งใหญ่นี้จนไม่เหลือซาก และทำให้มันหายไปพร้อมกับพรรคนาซีและอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่มา – dailymail.co.uk

keyboard_arrow_up