‘พุทธิพงษ์’ แจง จับ ‘กาณฑ์’ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ – สั่งร้านกาแฟเก็บข้อมูล WiFi เผื่อเรียกตรวจ 90 วัน

จากกรณีที่ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ( 7 ต.ค) นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยว่า นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถูกจับกุม หลังโพสต์ข้อความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ระบุ  “เมื่อเวลา 20 นาฬิกา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จับกุมตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำที่ ปอท. และคาดว่าจะนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้” ล่าสุดวันนี้ ( 8 ต.ค.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ร่วมกับพลตำรวจตรี ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ ปอท. นายพุทธิพงษ์ บอกว่า การจับกุมในครั้งนี้ได้ดำเนินการตามพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับ และที่ไม่ได้ออกหมายเรียกก่อนตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นั้น เพราะเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของศาลอย่างเคร่งครัด จากข้อมูลการสืบสวนย้อนหลัง พบว่า หลายครั้งที่นายกาณฑ์ได้ดำเนินการโพสต์ข้อความที่ทำให้กระทบกับความรู้สึกและข้อความที่ไม่เหมาะสม ยืนยันว่า […]

‘แก้ม’ เคลียร์ปมกุข่าวถูกหวย 24 ล้าน เผยผัวเครียดสังคมด่า ยินดีหากจนท.เรียกสอบ

เจอดราม่าหนักพอควรสำหรับความเล่นเกินเรื่องของ “หนุ่ม รชต” สามีนักฟุตบอลของ “แก้ม กวินตรา” นางงามและนักแสดง ที่ออกมาโพสต์รูปลงเฟซบุ๊กบอกว่าถูกสลากกินแบ่ง 24 ล้าน สุดท้ายบอกแค่เรื่องล้อเล่น แต่ดูเหมือนชาวเน็ตจะไม่ขำด้วย จี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ชี้เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ ล่าสุดสาว “แก้ม” ออกโรงเคลียร์ถึงดราม่าระบุตนได้เอ็ดสามีไปชุดใหญ่ ยอมรับไม่คิดว่าจะเป็นเรื่อง แต่หากมีการดำเนินคดีจริง ก็คงทำได้แค่ประกันตัว “แฟนแก้มโพสต์เล่นๆ ไม่มีอะไร เขาเป็นคนขี้เล่น แล้วก็ไปโพสต์ในกลุ่มเพื่อน เพื่อนก็เอาไปลงกัน สุดท้ายก็กลายเป็นข่าวดัง ตอนแรกไม่รู้สระผมอยู่ที่ร้านทำผมแล้วมีคนโทรมา คือที่เป็นข่าวขึ้นมาเพราะมีคนโทรมา โทรมาบอกว่าพี่แก้มคะ หนูนามสกุลเดียวกับพี่แก้มเลยอยู่กาฬสินธุ์ เราก็ถามกลับไปว่า แล้วยังไงคะ เราก็คิดไปไกลคิดว่าพ่อแอบมีเล็กมีน้อย กะว่าจะโทรไปหาพ่อ เขาบอกว่าพอดีเห็นแฟนพี่แก้มโพสต์ว่าถูกหวย ซึ่งก่อนหน้านี้จะบอกว่าหนุ่มเป็นคนที่ถูกหวยบ่อยมากตั้งแต่ไปคำชะโนดด้วยกัน เราก็คิดไปว่าก็ถูกหวยแล้วยังไง เราก็เลยถามว่าแล้วยังไง เขาก็เลยบอกว่าหนูอยู่กาฬสินธุ์ค่ะ เห็นพี่ถูกหวยก็เลยอยากจะให้มาช่วยที่บ้านบ้าง มันดังขึ้นมาเพราะว่าแก้มโพสต์ว่าญาติเยอะขึ้นมาทันที” “ตอนแรกโทรไปด่าด้วยว่าถูกหวยทำไมไม่บอก เขาก็เลยบอกว่าไม่ใช่ใจเย็นๆ นะ ตอนนี้มีนักข่าวโทรมาหาเต็มเลย จะทำยังไงดี ก็เป็นห่วงเขาค่ะ เขาเป็นคนขี้เล่นก็เลยทำให้เป็นเรื่องขึ้นมา เราก็เข้าใจเขา แต่ตัวแก้มเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องอะไรขึ้นมา เพราะเราไม่ได้เอาลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน ถ้ามีปัญหาแล้วโดนจับขึ้นมาจริงๆ ก็จะไปเยี่ยมแล้วกันค่ะ” “ไม่ทราบว่าการโพสต์แบบนี้ผิดกฎหมายค่ะ ตัวเขาเองก็น่าจะไม่ทราบเหมือนกัน […]

จุดจบสายหวิว! ตร.ตั้งข้อหาเจ้าของร้าน-นางแบบนมหกโปรโมทร้านกาแฟ อนาจาร-ผิดพ.ร.บ.คอม

จากกรณีที่มีโลกโซเซียลแชร์ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนางแบบสาว 2 คน น้องมิ่ง  และน้องเจเน่ แต่งกายวาบหวิวนุ่งกางเกงในจีสตริงโชว์เนินก้น และใช้ผ้ากันเปื้อนปกปิดบริเวณด้านหน้าทรวงอก ทำการถ่ายภาพ และคลิปโปรโมทร้านเชิญชวนให้ลูกค้ามาดื่มกาแฟ จนมีคนแชร์กันเป็นจำนวนมาก จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปหลายทิศทาง ก่อนมีข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมเรียกเจ้าของร้านมารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.ธนชัย อุตสาหกิจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีกาแฟนมหก ว่า ช่วยบ่ายของวันที่ 4 ก.พ. ได้เชิญตัว นายประสงค์ สุขกร อายุ 50 ปี เจ้าของร้านกาแฟ Coffee on day ตั้งอยู่ริมถนนสาย 332 บริเวณสี่แยกเกษมพล ม.4 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน ผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการอัปโหลดรูปภาพที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร ล่อแหลม โชว์ก้น และเห็นเนินอก เผยแพร่ออกสู่โลกอินเตอร์เน็ต […]

โร่มอบตัว! หนุ่มคลิปทำร้าย ‘ลูก-เมีย-แม่’ รับอารมณ์ชั่ววูบ ฉุนถูกเมียผลักหน้า

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.61 เวลา 20.00 น. พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ ผกก.สภ.ปลายบาง สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.ปลายบาง ตรวจสอบชายที่ทำร้ายผู้หญิงและเด็กตามที่มีผู้เห็นเหตุการณ์แล้วบันทึกภาพไว้ก่อนนำไปโพสต์ในโซเชียล จากการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวพบว่าเจ้าของรถคือนายนิรุท ศรีทิพย์ อายุ 35 ปี จึงได้เดินทางไปนำตัวมาสอบถามถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นสอบถามนายนิรุท ยอมรับว่าชายในคลิปเป็นตนเองจริง ซึ่งวันเกิดเหตุตนพร้อมด้วยแม่ ภรรยาและลูกชายอีก 2 คนกำลังเดินทางกลับบ้านที่ จ.นครปฐม เพื่อที่จะไปเตรียมจัดงานทำบุญครบรอบ 100 วันให้กับพี่ชาย กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุตนกับภรรยาได้เกิดมีปากเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องที่ภรรยาไปรับออเดอร์ของลูกค้ามาทำ ซึ่งตรงกับวันทำบุญของพี่ชาย ตนกลัวจะทำของส่งให้ลูกค้าไม่ทันทำให้ภรรยาไม่พอใจใช้มือผลักมาที่ใบหน้าตน ด้วยความโมโหตนจึงได้จอดรถข้างทาง หลังจากนั้นก็เป็นไปตามภาพในคลิป ซึ่งตนขอยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบและได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับแม่ ภรรยาและลูกทั้ง 2 คนแล้ว ส่วนที่มีการโพสต์ว่าตนเป็นตำรวจนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อความดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับตำรวจ จึงอยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนจะนำไปโพสต์ หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสจะเดินทางไปขอโทษกับพ่อแม่ของภรรยา เพราะตนทราบดีว่าลูกใครใครก็รัก ด้าน พ.ต.อ.นิรุธ กล่าวว่า หลังมีการพูดคุยสอบถามนายนิรุทถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นพบว่าเป็นเรื่องปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งนายนิรุทก็ได้ยอมรับผิดทุกอย่างกับสิ่งที่กระทำลงไป เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายตาม พรบ.ความรุนแรงในครอบครัว ถึงแม้ภรรยาและแม่จะไม่เข้าแจ้งความดำเนินคดีก็ตาม อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนถึงผู้ที่ประสบเหตุและมีการบันทึกภาพไปโพสต์ในสื่อสาธารณะ อาจจะมีความผิดตามกฎหมายพรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มาตรา […]

ชาวเน็ตต้องระวัง! ดีอีเตือนส่งต่อข้อมูล ภาพบิดเบือนเสี่ยงคุก

วันที่ 29 ม.ค.61 นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชนระวังการส่งต่อข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ หากเป็นข้อมูลบิดเบือนอาจเข้าข่ายผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ควรส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากเป็นข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาจทำให้ผู้ส่งต่อต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดด้วย ดังนั้นหากส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริงจนเกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดดังกล่าวต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน  

นักเรียนโรงเรียนนี้ประพฤติดี! ครูยันไม่มี นร.ถ่ายภาพโป๊ลงทวิตเตอร์ จ่อเอาผิดมือโพสต์ถึงที่สุด

มหากาพย์! แอบอ้างว่าเป็นครูและนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชัยนาท แล้วถ่ายภาพโป๊เปลือยลงในทวิตเตอร์ยังไม่จบ ล่าสุดพบว่ามการแอบอ้างเป็นเด็กนักเรียนในจังหวัดชัยนาทอีกราย หลังมีการแชร์ภาพโป๊ที่อ้างว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ซึ่งทางโรงเรียนเตรียมนำเรื่องรายงานไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และวันนี้ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่โพสต์รูปดังกล่าว  กรณีมีผู้ใช้ทิวตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ภาพโป๊เปลือย โดยแอบอ้างเป็นว่านักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม และเป็นครูในโรงเรียนอนุบาลชัยนาท โดยทางโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ล่าสุดตรวจสอบพบว่ามีการโพสต์ภาพโป๊เปลือย แอบอ้างว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทเพิ่มอีกราย ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท พบกับ นายปรีชาต ตุ้มโพธิ์ รักษาการณ์ผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า ทางโรงเรียนก็ถูกกล่าวอ้างเช่นกัน โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายเดิมโพสต์ภาพเด็กนักเรียนผมสั้นประบ่า ใส่ชุดเนตรนารีสีเขียว พร้อมระบุชื่อย่อของโรงเรียน ตามภาพที่ลงได้ระบุว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียน ชนพ.2 ซึ่งเป็นชื่อเดิมของโรงเรียนเราปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาทแล้ว แต่ทำให้หลายท่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนตรวจสอบแล้ว ขอยืนยันว่าภาพเยาวชนที่ปรากฎในทวิตเตอร์ไม่ใช่เด็กของโรงเรียนนี้ และอีกทั้งโรงเรียนนี้ไม่ได้เปิดสอนกิจกรรมเนตรนารี เปิดสอนแต่กิจกรรมยุวกาชาด ฉะนั้นเด็กของเราจะไม่มีชุดเนตรนารี จึงอยากจะฝากไปยังผู้ที่ลงในทวิตเตอร์ ว่าการนำบุคคลากรทางการศึกษาและนักเรียนมาทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไร้คุณธรรมและมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากนี้ทางโรงเรียน จะดำเนินการ แจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

โผล่อีก! ครูโร่แจ้งความคนโพสต์ภาพโป๊ อ้างนร.โรงเรียนดังชัยนาท

ภายหลังมีการแชร์ภาพโป๊ที่อ้างว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ซึ่งทางโรงเรียนเตรียมนำเรื่องรายงานไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ก่อนที่วันนี้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่โพสต์รูปดังกล่าว วันที่ 27 ธ.ค.60 จากกรณีมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ภาพนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษา โดยอ้างชื่อว่า “น้องแก้ม” เป็นภาพขณะโชว์เรือนร่างและระบุข้อความชื่ออักษรย่อของโรงเรียน ว่า “ชนพ.” ซึ่งเป็นอักษรย่อของโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาในจังหวัดชัยนาท โดย นายยงยุทธ์ พึ่งละออ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง ระบุว่า หลังจากมีการตรวจสอบ พบว่ามีเด็กนักเรียนชื่อเล่นว่า “น้องแก้ม” ตามที่ถูกระบุในทวิตเตอร์ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่คนเดียวกัน เพราะหน้าตาไม่เหมือนกันเลย พร้อมยืนยันว่าเด็กที่อยู่ในภาพนั้นไม่ได้เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนี้แน่นอน ส่วนที่มีการนำชื่อย่อ ” ชนพ.” ซึ่ง อักษรย่อ ของโรงเรียนไปใช้กล่าวอ้าง ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง และภาพพจน์เป็นอย่างมาก วันนี้จึงเดินทางมาเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้าน พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท เปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดียกับสถาบันการศึกษาในจังหวัดชัยนาท ขณะนี้มีผู้มาแจ้งความ ใน 2 คดี แล้ว คือคดีแอบอ้างเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม และอีกคดีหนึ่งคือคดีที่แอบอ้างว่าเป็นครูในโรงเรียนอนุบาลชัยนาทโพสต์ภาพโป๊ ซึ่งทางโรงเรียนต้นสังกัดได้เข้าแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ผกก.ชัยนาท กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าคนทำมีวัตถุประสงค์เช่นไร […]

เสียภาพลักษณ์! ผอ.อนุบาลชัยนาท จ่อเอาผิดคนโพสต์ภาพโป๊อ้างเป็นครูโรงเรียน (คลิป)

ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาทจ่อแจ้งความคนโพสต์รูปโป๊อ้างเป็นครูในสังกัด หลังมีการแชร์ภาพและข้อความในทวิตเตอร์จำนวนมาก โดยอ้างว่าบุคคลที่อยู่ในภาพเป็นครูของโรงเรียน  จากกรณีมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ภาพโป๊ผู้หญิง และระบุว่าเป็นครูโรงเรียนอนุบาลใน จ.ชัยนาท ทำให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นและรีทวิตจำนวนมาก จนทำให้ทางโรงเรียนเสียชื่อเสียง วันที่ 26 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท พบกับ นายสมศักดิ์ จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดย นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าในโรงเรียนไม่มีบุคลากรในสังกัดทั้งที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างที่มีหน้าเหมือนกับคนในภาพที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม และในโรงเรียนก็ไม่มีใครที่รู้จักผู้หญิงคนดังกล่าวด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทางโรงเรียนนั้นได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงโรงเรียน ซึ่งในวันนี้จะทำการเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อเอาผิดต่อผู้ที่โพสต์ไม่หวังดีรายนี้มาดำเนินคดีตามความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ให้ได้ และจากการตรวจสอบผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้เชื่อว่าเป็นการใช้ภาพและข้อความปลอมแต่งเรื่องขึ้นมา เพื่ออยากได้สมาชิกติดตามเพิ่มขึ้น

ทภ.4 ยัน! รู้ตัวมือโพสต์คลิปทหารถูกซ้อมทำลายชื่อเสียงกองทัพ จ่อเอาผิดให้ถึงที่สุด

กองทัพภาคที่ 4 เตรียมดำเนินการเอาผิดคนโพสต์คลิปทหารทำร้ายร่างกายพลทหารฯ และอ้างว่าเป็นการสั่งลงโทษของแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ถึงที่สุด หลังตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของกองทัพ วันที่ 13 ธ.ค.60 คลิปวิดีโอที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ขณะนี้ ซึ่งปรากฏภาพของทหารกำลังเฆี่ยนตีทำร้ายร่างกายพลทหาร พร้อมกับมีข้อความกล่าวหาว่าเป็นการสั่งการของ พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นั้น พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบพบว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้เป็นทหารในประเทศไทย และทางกองทัพเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับคนที่โพสต์คลิปดังกล่าวให้ถึงที่สุด ทั้งนี้การโพสต์คลิปดังกล่าวเชื่อว่าเป็นการหวังผลให้เกิดความเข้าใจผิด และทำลายความน่าเชื่อถือกองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ขณะนี้ทราบตัวคนโพสต์คลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางด้านอันดามัน และขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายของกองทัพดูในรายละเอียดทางกฎหมาย เกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้โพสต์และผู้ที่แชร์ ด้วย เบื้องต้นคาดว่าภายใน 1-2 วัน จะสามารถเข้าไปแจ้งความดำเนินคดี ที่ สภ.เมืองยะลา ต่อไป

กอ.รมน.ภาค4 แจง! คลิปทำร้ายทหารเกณฑ์ เตรียมเอาผิดคนเผยแพร่

วันที่ 12 ธ.ค.60 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์คลิปพร้อมข้อความ “ช่วยกันแชร์ด้วยครับ กระจายให้มากที่สุด คนไทยจะได้เห็นกับตา ค่ายฝึกของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 คนนี้มันโหดร้ายขนาดไหน” ซึ่งต่อมาพบว่ามีการแชร์คลิปดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ดังนั้น เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง กองทัพภาคที่ 4/ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ ดังนี้ จากการตรวจสอบคลิปที่มีการแชร์มี 2 คลิป โดยคลิปแรก เป็นภาพการทำร้ายทหารด้วยการเฆี่ยนตีและเตะต่อย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปเก่าที่เคยนำมาแชร์เมื่อพฤษภาคม 2560 พิจารณาจากสถานที่, เครื่องแต่งกายและภาษา สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และคลิปที่ 2 เป็นการรวบรวมภาพการทำร้ายร่างกายทหารที่เกิดขึ้นในอดีตหลายเหตุการณ์ ในห้วงปี 2554-2556 ซึ่งทุกเหตุการณ์ กองทัพได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยลงทัณฑ์ผู้ที่ร่วมกระทำความผิดทางวินัยทหาร และประมวลกฎหมายอาญาทหาร ทั้งจำขัง พักราชการ และปลดออก จากราชการแล้วหลายราย […]

หลักฐานชัด! ผู้กองเหน่งสวมรอยเล่นเฟซบุ๊ก ไลน์ ผอ.อ้อย จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม – ญาติบุกป่าค้นหาต่อ

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ล่าสุด พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสุชาวดี ปทุมอินทร์ซึ่งเป็นนายหน้านำเอารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของน.ส.จุฑาภรณ์ไปขายโดยแจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์หรือรับของโจรและปลอมเเปลงเอกสารตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ประเสริฐ ศักดิ์ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีที่น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย หายตัวไปนั้น ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก โดยจากการสอบสวนพบว่า หลังจากที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปแล้ว ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์ ในการสนทนากับญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ ดังนั้นทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยการนำเอาโปรแกรมฟิชชิ่งมาใช้ในการดำเนินการโดยให้พี่สาวของน.ส.จุฑาภรณ์ส่ง Messenger เข้าไปในเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์และไม่นานก็ได้มีข้อความในMessengerเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์ตอบมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเอาโทรศัพท์มือถือของร.อ.ศุภชัย ภาโส ผู้ต้องหาสำคัญคดีนี้มาตรวจสอบ โดยใช้โปรแกรมฟิชชิ่งซึ่งพบว่าโทรศัพท์ของร.อ.ศุภชัย ใช้ในการสนทนาเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์มาโดยตลอด ทำให้เป็นหลักฐานสำคัญส่วนหนึ่งในการสอบสวนหาตัวน.ส.จุฑาภรณ์ที่หายไป พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แก่ร.อ.ศุภชัยในเร็วๆนี้ ทางด้านนายบัวกัน อุ่นอ่อน […]

keyboard_arrow_up