หนุ่ม “ปลอมใบสั่ง” แกล้งแฟนชอบบ่นไม่สวมกันน็อก สุดท้ายโดน 2 ข้อหาหนัก

หนุ่มเคืองแฟนชอบบ่นไม่ใส่หมวกกันน็อก เลยปลอมใบสั่งส่งไลน์ให้แฟนสาวดู ขอเงินไปจ่ายปรับ 800 บาท สุดท้ายเรื่องบานปลาย รู้ถึงหูเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าข่ายผิดอาญาเจอเข้าไป 2 ข้อหาหนัก ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันสอบปากคำ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร อายุ 23 ปี ทหารเกณฑ์ใกล้ปลดประจำการสังกัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี หลังจากมีการแพร่ภาพใบสั่งไม่ถูกต้องออกไปในโซเซียล โดย พ.ต.อ.เกษม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค 62 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีตำรวจจราจรในสังกัด ออกใบสั่งจราจรซึ่งมีลักษณะเขียนขึ้นเอง ระบุชื่อผู้กระทำผิด คือ นายสถาปกรณ์ ในหลายข้อหา พร้อมลงชื่อ ร.ต.อ.เอกภพ มีเพียร และ ด.ต.พรใส สำนึก ถูกส่งต่อกันทางไลน์ หลังทราบเรื่อง ตนจึงได้สอบถามไปยังตำรวจจราจร และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด จนยืนยันได้ว่าไม่มีการเขียนใบสั่งในลักษณะเช่นนี้ ไม่มีการตั้งด่าน และบันทึกกล้องวงจรปิดก็ไม่มีผู้ที่กระทำผิดมาจ่ายเงินค่าปรับที่ สภ.เมืองหนองคาย อีกทั้งชื่อตำรวจที่อ้างลงในใบสั่งก็ไม่มีตัวตนอยู่จริง เมื่อทราบดังนั้นจึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัวนายสถาปกรณ์ […]

‘พุทธิพงษ์’ แจง จับ ‘กาณฑ์’ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ – สั่งร้านกาแฟเก็บข้อมูล WiFi เผื่อเรียกตรวจ 90 วัน

จากกรณีที่ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ( 7 ต.ค) นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยว่า นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถูกจับกุม หลังโพสต์ข้อความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ระบุ  “เมื่อเวลา 20 นาฬิกา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จับกุมตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากกรณีโพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ ขณะนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำที่ ปอท. และคาดว่าจะนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันพรุ่งนี้” ล่าสุดวันนี้ ( 8 ต.ค.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ร่วมกับพลตำรวจตรี ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ ปอท. นายพุทธิพงษ์ บอกว่า การจับกุมในครั้งนี้ได้ดำเนินการตามพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับ และที่ไม่ได้ออกหมายเรียกก่อนตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นั้น เพราะเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของศาลอย่างเคร่งครัด จากข้อมูลการสืบสวนย้อนหลัง พบว่า หลายครั้งที่นายกาณฑ์ได้ดำเนินการโพสต์ข้อความที่ทำให้กระทบกับความรู้สึกและข้อความที่ไม่เหมาะสม ยืนยันว่า […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 24 ‘โพสต์คลิป-รูป ลามก’ บนโซเชียล ผิดหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘โพสต์คลิป-รูป หรือไลฟ์ลามก’ บนโซเชียล ถือว่ามีความผิดหรือไม่ ? โซเชียลในปัจจุบัน นิยมการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก เว็บไซต์อื่น ๆ หรือแอปพลิเคชั่นมากมาย และบางครั้งอาจมีการโชว์สัดส่วน ร่างกาย ที่เข้าข่ายลามกอนาจาร เพื่อเรียกยอดคนดู หรือยอดคนกดชื่นชอบ ซึ่งในกรณีนี้ถืเป็นการนำเข้าข้อมูลลามก โดยคำว่า “ลามก” ให้ดูที่เจตนาของผู้แสดงออก เช่น การใส่ชุดบิกินี่ ในเขตสระว่ายน้ำ หรือทะเล เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ลามก หรือการใส่ชุดชั้นในหรือเปลือยในห้องส่วนตัวก็ไม่เข้าข่ายการกระทำลามกเช่นกัน แต่ถ้าหากเมื่อใดที่มีไลฟ์สด หรือโพสต์คลิป-ภาพ ที่ประชาชนเข้าถึงได้ ถือว่านำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันลามกอนาจาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งนี้การไลฟ์สด ไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่เข้ามาดูได้ แต่มีเด็กหรือเยาวชนที่อาจเข้ามาดูเช่นกัน ดังนั้นหากผู้ใดพบเห็นการกระทำในลักษณะนี้ สามารถแจ้งไปที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งเป็นตำรวจที่ดูแลด้านการกระทำผิดในเรื่องนี้โดยตรง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ […]

รวบหนุ่มกัมพูชา ปลอมเว็บกุข่าวนายกฯ ไล่เติมน้ำแทนน้ำมัน-เจ้าตัวปัดโพสต์เอง(คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความเท็จ ลงในสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ข้อความลักษณะ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ส่วนคนไทยอีก 6 คน อยู่ระหว่างออกหมายเรียกมาสอบสวน หลังแชร์ข้อความเท็จของชาวกัมพูชาคนนี้ โดยทางตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจกัมพูชา จับตัวผู้ต้องหาได้ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนนำตัวกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(31 พ.ค. 61) ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจับกุมนายเฮง มาจากความร่วมมือระหว่าง ตำรวจไทย และ ตำรวจกัมพูชา หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ เพราะมีหลักฐานว่านายเฮงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ใจความว่า “บิ๊กตู่ ฟิวขาด ด่ากราด ปปช.ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า”แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประชาชน รับรู้ข้อมูลข่าวสารในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และการทำงานของรัฐบาล ขณะที่นายเฮงยอมรับว่า เว็บไซต์ที่ปรากฏข้อความ และมีการโพสต์ภาพ […]

เซ่นความประมาท! ‘สายป่าน’ รับทราบข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ กลั้นสะอื้นแถลงรับสภาพ

ปมภาพหลุดหนอนน้อยแฟนหนุ่ม “วุฒิ นันทวุฒิ“ กลายเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต เมื่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ฮึ่ม! เรียกดาราสาว “สายป่าน อภิญญา” เข้าชี้แจงปมภาพหลุดของลับแฟนหนุ่มจนเกิดเป็นประเด้นร้อนแรงในโลกออนไลน์ ล่าสุด “สายป่าน” พร้อมด้วย “วุฒิ” ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เผยแพร่ภาพอนาจาร พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนต่อกรณีที่เกิดขึ้น  “วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาและมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่าลำดับเหตุการณ์เป็นยังไง ซึ่งป่านก็ชี้แจงไปแล้วทางไอจี เฟสบุ๊กก็ตามนั้นเลยค่ะ โดยในวันนี้เป็นในส่วนของการสอบสวน ชี้แจงความจริง สำหรับผลยังไม่ออกมา สำนานทั้งหมดจะส่งไปที่ศาลฯ อีกที ซึ่งหลักฐานของป่านก็คือแคปจากไอจีและก็ข้อความที่เราคุยกับเพื่อนๆ แฟนคลับว่าเราไม่ได้มีเจตนาจริงๆ ในการโพสต์คลิปนั้นลงไป” เป็นเรื่องที่ค่อนข้างบานปลาย? “น่าจะเป็นในส่วนของก่อนหน้านี้ที่ป่านไม่ได้ออกมาพูด ข้อมูลมันก็เลยผิดพลาดไปบ้าง” ทางวุฒิเป็นอย่างไรบ้างกับเหตุการณ์นี้? “วันนี้ก็พาเขามารับทราบข้อกล่าวหา ในส่วนของเราไม่ต้องชี้แจงอะไร ในส่วนของผลกระทบ ผมเป็นห่วงความรู้สึกของป่านมากกว่า เพราะเขาเป็นผู้หญิง ผมเป็นผู้ชายไม่เป้นไรหรอก ห่วงในส่วนของครอบครัวเขาด้วย” สายป่าน แจงต่อถึงเรื่องข้อกล่าวหาว่า “การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นของป่านคนเดียว แต่ยังไม่ทราบข้อกล่าวหา รู้แค่ว่ามาตราที่กระทำเข้าข่ายความผิดมาตรา 14 (4) โดยให้การยอมรับว่าได้กระทำจริง แต่ก็ดูถึงเจตนาจริงๆ ซึ่งอย่างที่แจ้งก็คือวันนี้เรามาชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้นและก็เจตนาของเรา เรา สำหรับทิศทางของเรื่องนี้ป่านไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกจะพาไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายเชิดเงินหนี

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นช่องทางหาเงินของใครหลายคน เนื่องจากได้ค่าจ้างที่สูงกว่า ในขณะเดียวกันก็มีมิจฉาชีพอาศัยโอกาสนี้ในการหลอกหาเงินจากผู้ที่หวังจะไปทำงานต่างชาติเหล่านี้ กรณีเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ดึงดูดให้คนเข้าไปสมัครด้วยค่านายหน้าราคาถูก โดยอ้างว่าตนมีญาติอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นๆ และมีการแสดงหลักฐานบัตรประชาชน มีเบอร์โทรติดต่อ เทคนิคการพูดที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนมีผู้ถูกหลอกมากกว่า 30 คน วิธีที่มิจฉาชีพคนนี้ใช้หลอกผู้เสียหาย คือเสนอค่าดำเนินการราคาถูกเมื่อเหยื่อตกลงปลงใจ ก็ให้โอนเงินมาให้อย่างเร็วที่สุด ถ้าไม่ได้ก็ขู่ว่าจะตัดสิน จากนั้นจะมีการนัดพบกันเพื่อมาเทรนงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มาปรากฏตัวและทยอยบลอคช่องทางการติดต่อ มิจฉาชีพรายนี้มีข้อเสนองานที่หลากหลาย เช่น งานสปาที่ประเทศญี่ปุ่น เวลา 15 วัน ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ต้องโอนค่าดำเนินการ 1.5 หมื่นบาท งานที่ประเทศฟินแลนด์เงินเดือน 6 หมื่น หักค่าใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่น เป็นเวลา 3 เดือน โดยให้จ่ายค่าดำเนินการครั้งแรก 2 หมื่นบาท อ้างว่าใช้เป็นหลักฐานให้สถานทูตออกวีซ่าให้ นอกจากเรื่องการทำงานมิจฉาชีพรายนี้ ก็ยังหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นต้องตรวจสอบดูก่อนว่า บัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพใช้มาหลอกนั้น เป็นของเจ้าตัวจริงๆ หรือไม่ หรือนำของคนอื่นมาสวมรอย […]

ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง!? แชร์มั่ว หรือชัวร์แม่น?

เดี๋ยวนี้การออกไปเดินเลือกซื้อของเองให้เหนื่อย คงเป็นเรื่องที่เอ้าท์ไปแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราทำทุกอย่างผ่านระบบออนไลน์ ใครๆ ก็ช้อปบนอินเทอร์เน็ต หลายคนก็อาศัยช่องทางนี้เปิดร้านค้า หรือหารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมีร้านค้ามากขึ้น การแข่งขันก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่องทางโซเชียลมีเดียของคนดังทั้งหลายจึงเป็นหนทางที่แม่ค้าออนไลน์เลือกใช้โปรโมทร้านของตนเองกัน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง” นี่จะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามผู้เชี่ยวชาญกันเลย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √”  ถ้าไปฝากร้านจนเจ้าของรำคาญ สามารถฟ้องร้องเอาผิดได้จริง บรรดาเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั้งหลาย หากไปฝากร้านตามอินสตาแกรม หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ของผู้อื่น แล้วทำให้เจ้าของเกิดความเดือดร้อน รำคาญใจ เจ้าของแอคเคาท์สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะถือว่าเป็นความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 11 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับเจ้าของโซเชียลมีเดียที่อยากดำเนินคดีนั้น สามารถพริ้นต์ข้อมูลการฝากร้านดังกล่าวจากคอมพิวเตอร์ ก่อนนำไปร้องทุกข์ที่พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เราเปิดดูโซเชียลมีเดียเหล่านี้ จากนั้นตำรวจจะแจ้งไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อตรวจสอบเจ้าของแอคเคาท์ที่แท้จริงก่อน เพราะที่ผ่านมาก็มีการเอาแอคเค้าท์ที่ไม่ใช่ของตัวเองไปแจ้งความด้วย ก่อนดำเนินคดีกันต่อไป อย่างไรก็ตามจะฝากร้านหรือทำอะไรก็ควรทำแต่พอดี นึกถึงหัวอกหัวใจเจ้าของแอคเคาท์กันด้วย หรือสังเกตก่อนว่าเจ้าของแอคเคาท์อนุญาตให้ฝากร้านหรือไม่ ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกันทั้งคนฝากและคนถูกฝาก และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนะจ๊ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

‘เอ เชิญยิ้ม’ ขีดเส้นเดตไลน์ สาวโพสต์อ้างมีลูกด้วยรีบชี้แจงใน 1 สัปดาห์ ถ้ายังนิ่งเจอฟ้องแน่!!!

ส่อคดีพลิกซะแล้ว สำหรับเรื่องราวสับสนปนดราม่าที่เกิดขึ้นกับนักแสดงตลก “เอ เชิญยิ้ม” ที่ถูกสาวปริศนาโพสต์ข้อความลงบนโซเชียล อ้างมีลูกด้วยกันแถมตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาหนุ่มเอ ในฐานะ “พ่อ” ไม่เคยเหลียวแล ส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกเลย ซึ่งข้อความดังกล่าวร้อนไปถึงหูภรรยาปัจจุบัน “แหม่ม รุ่งนภา” จึงได้มีการตอบโต้ด้วยข้อความกลับไปยังสาวปริศนา ลั่นให้ติดต่อกลับมาพูดคุยกัน โดยตนและสามีพร้อมจะชดเชยให้และยินดีส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งทางด้านหนุ่มเอ ก็ได้เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตนไม่แน่ใจ ขอแบ่งรับแบ่งสู้ไว้ก่อน โดยอาจจะเป็นไปได้เพราะก่อนหน้าที่จะมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับคุณแหม่ม ตนเองเคยมีเรื่องสาวๆ บ้าง โดยตนยินดีตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ แม้ผลออกมาแล้วจะใช่หรือไม่ใช่ลูก ตนและภรรยาก็ยินดีช่วยเหลือ ล่าสุด “เอ เชิญยิ้ม” ได้ออกมาอัพเดทถึงความคืบหน้า โดยระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงอยากให้สาวนิรนามคนดังกล่าวแสดงตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป แต่ถ้าหากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วยังเงียบ ตนก็จะขอเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะเรื่องนี้ยอมรับว่าทางลูกทั้ง 2 คนได้รับผลกระทบจากสังคมรอบข้าง พร้อมปัดมีปัญหากับผู้ใหญ่ใน เชิญยิ้ม ทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อในวงการว่า เอ ไมเนอร์แทน ซึ่งหนุ่มเอก็ได้ชี้แจงว่า จากเดิมใช้ “เอ เชิญยิ้ม” มาตลอด เล่นตลก […]

keyboard_arrow_up