ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 24 ‘โพสต์คลิป-รูป ลามก’ บนโซเชียล ผิดหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘โพสต์คลิป-รูป หรือไลฟ์ลามก’ บนโซเชียล ถือว่ามีความผิดหรือไม่ ? โซเชียลในปัจจุบัน นิยมการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก เว็บไซต์อื่น ๆ หรือแอปพลิเคชั่นมากมาย และบางครั้งอาจมีการโชว์สัดส่วน ร่างกาย ที่เข้าข่ายลามกอนาจาร เพื่อเรียกยอดคนดู หรือยอดคนกดชื่นชอบ ซึ่งในกรณีนี้ถืเป็นการนำเข้าข้อมูลลามก โดยคำว่า “ลามก” ให้ดูที่เจตนาของผู้แสดงออก เช่น การใส่ชุดบิกินี่ ในเขตสระว่ายน้ำ หรือทะเล เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ลามก หรือการใส่ชุดชั้นในหรือเปลือยในห้องส่วนตัวก็ไม่เข้าข่ายการกระทำลามกเช่นกัน แต่ถ้าหากเมื่อใดที่มีไลฟ์สด หรือโพสต์คลิป-ภาพ ที่ประชาชนเข้าถึงได้ ถือว่านำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันลามกอนาจาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งนี้การไลฟ์สด ไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่เข้ามาดูได้ แต่มีเด็กหรือเยาวชนที่อาจเข้ามาดูเช่นกัน ดังนั้นหากผู้ใดพบเห็นการกระทำในลักษณะนี้ สามารถแจ้งไปที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งเป็นตำรวจที่ดูแลด้านการกระทำผิดในเรื่องนี้โดยตรง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ […]

รวบหนุ่มกัมพูชา ปลอมเว็บกุข่าวนายกฯ ไล่เติมน้ำแทนน้ำมัน-เจ้าตัวปัดโพสต์เอง(คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความเท็จ ลงในสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ข้อความลักษณะ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ส่วนคนไทยอีก 6 คน อยู่ระหว่างออกหมายเรียกมาสอบสวน หลังแชร์ข้อความเท็จของชาวกัมพูชาคนนี้ โดยทางตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจกัมพูชา จับตัวผู้ต้องหาได้ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนนำตัวกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(31 พ.ค. 61) ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจับกุมนายเฮง มาจากความร่วมมือระหว่าง ตำรวจไทย และ ตำรวจกัมพูชา หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ เพราะมีหลักฐานว่านายเฮงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ใจความว่า “บิ๊กตู่ ฟิวขาด ด่ากราด ปปช.ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า”แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประชาชน รับรู้ข้อมูลข่าวสารในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และการทำงานของรัฐบาล ขณะที่นายเฮงยอมรับว่า เว็บไซต์ที่ปรากฏข้อความ และมีการโพสต์ภาพ […]

เซ่นความประมาท! ‘สายป่าน’ รับทราบข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ กลั้นสะอื้นแถลงรับสภาพ

ปมภาพหลุดหนอนน้อยแฟนหนุ่ม “วุฒิ นันทวุฒิ“ กลายเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต เมื่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ฮึ่ม! เรียกดาราสาว “สายป่าน อภิญญา” เข้าชี้แจงปมภาพหลุดของลับแฟนหนุ่มจนเกิดเป็นประเด้นร้อนแรงในโลกออนไลน์ ล่าสุด “สายป่าน” พร้อมด้วย “วุฒิ” ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เผยแพร่ภาพอนาจาร พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนต่อกรณีที่เกิดขึ้น  “วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาและมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่าลำดับเหตุการณ์เป็นยังไง ซึ่งป่านก็ชี้แจงไปแล้วทางไอจี เฟสบุ๊กก็ตามนั้นเลยค่ะ โดยในวันนี้เป็นในส่วนของการสอบสวน ชี้แจงความจริง สำหรับผลยังไม่ออกมา สำนานทั้งหมดจะส่งไปที่ศาลฯ อีกที ซึ่งหลักฐานของป่านก็คือแคปจากไอจีและก็ข้อความที่เราคุยกับเพื่อนๆ แฟนคลับว่าเราไม่ได้มีเจตนาจริงๆ ในการโพสต์คลิปนั้นลงไป” เป็นเรื่องที่ค่อนข้างบานปลาย? “น่าจะเป็นในส่วนของก่อนหน้านี้ที่ป่านไม่ได้ออกมาพูด ข้อมูลมันก็เลยผิดพลาดไปบ้าง” ทางวุฒิเป็นอย่างไรบ้างกับเหตุการณ์นี้? “วันนี้ก็พาเขามารับทราบข้อกล่าวหา ในส่วนของเราไม่ต้องชี้แจงอะไร ในส่วนของผลกระทบ ผมเป็นห่วงความรู้สึกของป่านมากกว่า เพราะเขาเป็นผู้หญิง ผมเป็นผู้ชายไม่เป้นไรหรอก ห่วงในส่วนของครอบครัวเขาด้วย” สายป่าน แจงต่อถึงเรื่องข้อกล่าวหาว่า “การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นของป่านคนเดียว แต่ยังไม่ทราบข้อกล่าวหา รู้แค่ว่ามาตราที่กระทำเข้าข่ายความผิดมาตรา 14 (4) โดยให้การยอมรับว่าได้กระทำจริง แต่ก็ดูถึงเจตนาจริงๆ ซึ่งอย่างที่แจ้งก็คือวันนี้เรามาชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้นและก็เจตนาของเรา เรา สำหรับทิศทางของเรื่องนี้ป่านไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน […]

เตือนภัย! มิจฉาชีพออนไลน์ หลอกจะพาไปทำงานต่างประเทศ สุดท้ายเชิดเงินหนี

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศก็เป็นช่องทางหาเงินของใครหลายคน เนื่องจากได้ค่าจ้างที่สูงกว่า ในขณะเดียวกันก็มีมิจฉาชีพอาศัยโอกาสนี้ในการหลอกหาเงินจากผู้ที่หวังจะไปทำงานต่างชาติเหล่านี้ กรณีเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ค ดึงดูดให้คนเข้าไปสมัครด้วยค่านายหน้าราคาถูก โดยอ้างว่าตนมีญาติอาศัยอยู่ที่ประเทศนั้นๆ และมีการแสดงหลักฐานบัตรประชาชน มีเบอร์โทรติดต่อ เทคนิคการพูดที่น่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนมีผู้ถูกหลอกมากกว่า 30 คน วิธีที่มิจฉาชีพคนนี้ใช้หลอกผู้เสียหาย คือเสนอค่าดำเนินการราคาถูกเมื่อเหยื่อตกลงปลงใจ ก็ให้โอนเงินมาให้อย่างเร็วที่สุด ถ้าไม่ได้ก็ขู่ว่าจะตัดสิน จากนั้นจะมีการนัดพบกันเพื่อมาเทรนงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มาปรากฏตัวและทยอยบลอคช่องทางการติดต่อ มิจฉาชีพรายนี้มีข้อเสนองานที่หลากหลาย เช่น งานสปาที่ประเทศญี่ปุ่น เวลา 15 วัน ได้ค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ต้องโอนค่าดำเนินการ 1.5 หมื่นบาท งานที่ประเทศฟินแลนด์เงินเดือน 6 หมื่น หักค่าใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่น เป็นเวลา 3 เดือน โดยให้จ่ายค่าดำเนินการครั้งแรก 2 หมื่นบาท อ้างว่าใช้เป็นหลักฐานให้สถานทูตออกวีซ่าให้ นอกจากเรื่องการทำงานมิจฉาชีพรายนี้ ก็ยังหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ก่อนอื่นต้องตรวจสอบดูก่อนว่า บัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพใช้มาหลอกนั้น เป็นของเจ้าตัวจริงๆ หรือไม่ หรือนำของคนอื่นมาสวมรอย […]

ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง!? แชร์มั่ว หรือชัวร์แม่น?

เดี๋ยวนี้การออกไปเดินเลือกซื้อของเองให้เหนื่อย คงเป็นเรื่องที่เอ้าท์ไปแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราทำทุกอย่างผ่านระบบออนไลน์ ใครๆ ก็ช้อปบนอินเทอร์เน็ต หลายคนก็อาศัยช่องทางนี้เปิดร้านค้า หรือหารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมีร้านค้ามากขึ้น การแข่งขันก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่องทางโซเชียลมีเดียของคนดังทั้งหลายจึงเป็นหนทางที่แม่ค้าออนไลน์เลือกใช้โปรโมทร้านของตนเองกัน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง” นี่จะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามผู้เชี่ยวชาญกันเลย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √”  ถ้าไปฝากร้านจนเจ้าของรำคาญ สามารถฟ้องร้องเอาผิดได้จริง บรรดาเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั้งหลาย หากไปฝากร้านตามอินสตาแกรม หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ของผู้อื่น แล้วทำให้เจ้าของเกิดความเดือดร้อน รำคาญใจ เจ้าของแอคเคาท์สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะถือว่าเป็นความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 11 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับเจ้าของโซเชียลมีเดียที่อยากดำเนินคดีนั้น สามารถพริ้นต์ข้อมูลการฝากร้านดังกล่าวจากคอมพิวเตอร์ ก่อนนำไปร้องทุกข์ที่พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เราเปิดดูโซเชียลมีเดียเหล่านี้ จากนั้นตำรวจจะแจ้งไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อตรวจสอบเจ้าของแอคเคาท์ที่แท้จริงก่อน เพราะที่ผ่านมาก็มีการเอาแอคเค้าท์ที่ไม่ใช่ของตัวเองไปแจ้งความด้วย ก่อนดำเนินคดีกันต่อไป อย่างไรก็ตามจะฝากร้านหรือทำอะไรก็ควรทำแต่พอดี นึกถึงหัวอกหัวใจเจ้าของแอคเคาท์กันด้วย หรือสังเกตก่อนว่าเจ้าของแอคเคาท์อนุญาตให้ฝากร้านหรือไม่ ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกันทั้งคนฝากและคนถูกฝาก และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนะจ๊ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

‘เอ เชิญยิ้ม’ ขีดเส้นเดตไลน์ สาวโพสต์อ้างมีลูกด้วยรีบชี้แจงใน 1 สัปดาห์ ถ้ายังนิ่งเจอฟ้องแน่!!!

ส่อคดีพลิกซะแล้ว สำหรับเรื่องราวสับสนปนดราม่าที่เกิดขึ้นกับนักแสดงตลก “เอ เชิญยิ้ม” ที่ถูกสาวปริศนาโพสต์ข้อความลงบนโซเชียล อ้างมีลูกด้วยกันแถมตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาหนุ่มเอ ในฐานะ “พ่อ” ไม่เคยเหลียวแล ส่งเสียค่าเลี้ยงดูลูกเลย ซึ่งข้อความดังกล่าวร้อนไปถึงหูภรรยาปัจจุบัน “แหม่ม รุ่งนภา” จึงได้มีการตอบโต้ด้วยข้อความกลับไปยังสาวปริศนา ลั่นให้ติดต่อกลับมาพูดคุยกัน โดยตนและสามีพร้อมจะชดเชยให้และยินดีส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งทางด้านหนุ่มเอ ก็ได้เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ไปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตนไม่แน่ใจ ขอแบ่งรับแบ่งสู้ไว้ก่อน โดยอาจจะเป็นไปได้เพราะก่อนหน้าที่จะมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับคุณแหม่ม ตนเองเคยมีเรื่องสาวๆ บ้าง โดยตนยินดีตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ แม้ผลออกมาแล้วจะใช่หรือไม่ใช่ลูก ตนและภรรยาก็ยินดีช่วยเหลือ ล่าสุด “เอ เชิญยิ้ม” ได้ออกมาอัพเดทถึงความคืบหน้า โดยระบุว่าตอนนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จึงอยากให้สาวนิรนามคนดังกล่าวแสดงตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป แต่ถ้าหากผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วยังเงียบ ตนก็จะขอเข้าแจ้งความเพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะเรื่องนี้ยอมรับว่าทางลูกทั้ง 2 คนได้รับผลกระทบจากสังคมรอบข้าง พร้อมปัดมีปัญหากับผู้ใหญ่ใน เชิญยิ้ม ทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อในวงการว่า เอ ไมเนอร์แทน ซึ่งหนุ่มเอก็ได้ชี้แจงว่า จากเดิมใช้ “เอ เชิญยิ้ม” มาตลอด เล่นตลก […]

keyboard_arrow_up