ข่าวอรุณอมรินทร์ : อส. เมาซิ่งรถชนแล้วหนี ตำรวจไล่ตะครุบได้ ค้นเจออาวุธเพียบ

เกิดเหตุรถกระบะคันหนึ่งขับชนรถของชาวบ้านบริเวณสี่แยกไฟแดง สภ.เมืองตราด แล้วซิ่งรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกันออกติดตามตัว ใช้เวลา 30 นาที ก็สามารถสกัดจับรถคันนี้เอาไว้ได้ เบื้องต้นทราบชื่อคนขับคือ นายสมบัติ เรืองศิริ อายุ 34 ปี มีอาชีพเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนในอ.เมืองตราด และจากการตรวจค้นภายในรถเจ้าหน้าที่พบทั้ง ปลอกกระสุนปืน 6 ปลอก สนับมือ 3 อัน หนังสติ๊ก ไม้เบสบอล มีดสั้น และมีดขอ จึงได้ควบคุมตัวนายสมบัติ ไปที่สถานีตำรวจภูธรแหลมงอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 22 ‘พกมีด-อาวุธไว้ในรถ’ ผิดกฎหมายหรือไม่?

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของปัญหา ‘การพกมีด หรืออาวุธไว้ในรถ’ ว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ? หลายคนอาจพกมีด หรืออาวุธไว้ในรถไว้เพื่อป้องกันตัวในเวลาฉุกเฉิน ซึ่งการกระทำเช่นนี้มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ การพกอาวุธโดยสภาพ เช่น ปืน มีด ดาบ มีความผิดตามกฎหมาย โดยอาวุธโดยสภาพหมายถึง อาวุธที่สร้างขึ้นมาให้การฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น ซึ่งหากพกพาโดยไม่มีเหตุอันควรและมีเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็สามารถปรับ และสั่งริบได้ การพกสิ่งของ เช่น ไม้เบสบอล ไม้กอล์ฟ ถือว่าไม่มีความผิดทางกฏหมาย แต่ถ้าเมื่อพกออกมาโดยมีเจตนาเพื่อนำไปข่มขู่ ใช้เป็นอาวุธในการทำร้ายผู้อื่น ก็จะมีความผิดตามกฏหมาย เพราะถือเป็นอาวุธโดยการใช้งาน ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดี ๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เปิดใจแท็กซี่ ถูกบิ๊ก ป.ป.ช. ชักปืนขู่ ถามถ้าลั่นแล้วตายทำไง – เจ้าตัวโต้ นิ้วไม่เหนี่ยวไก (คลิป)

วันที่ 18 ต.ค. 61 ภายหลังจากมีภาพคลิปกล้องหน้ารถ ขณะนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชักปืนขู่คนขับรถแท็กซี่คู่กรณี บริเวณถนนในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า นายพิเศษเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมนำอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนที่ปรากฎภายในคลิปดังกล่าว มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปืนกระบอกดังกล่าว มีเอกสารครบถ้วน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (19 ต.ค. 61) จะนำอาวุธปืนส่งกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนประเด็นที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวคนขับแท็กซี่คู่กรณี นายเลิศ (นามสมมติ) คนขับแท็กซี่คู่กรณีนายพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตนขับรถมาจากคลองประปาเพื่อมุ่งหน้าเพื่อไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เนื่องจาก ช่วงเวลาดังกล่าวที่ศูนย์ราชการจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก เมื่อตนขับรถเพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าศูนย์ราชการ ถนนเส้นดังกล่าวจะมีสัญญาณไฟกะพริบอยู่ ตนจึงชะลอรถเพื่อดูรถฝั่งซ้ายและขวา ในระหว่างนั้นคู่กรณีก็ขังรถยนต์ตามหลังมาบีบแตรใส่ตน 1 ครั้ง เมื่อข้ามแยกมาตนจึงไปอยู่เลนขวา เพื่อให้รถคู่กรณีขับแซงไป โด […]

ยอมจำนน! แก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวขนปืนสั้น-ยาวกระหน่ำงานแต่ง ขอมอบตัวแล้ว (คลิป)

กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวกว่า 10 คน ใส่ชุดไทย ยิงปืนหน้างานแต่ง พร้อมถ่ายคริปแพร่ทางโลกโซเซียล ล่าสุดติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองพัทลุงเข้ามอบตัวภายในวันนี้ (30 เม.ย. 61) จากกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ใส่ชุดไทยเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ใช้อาวุธปืนทั้งปืนสั้นและปืนยาวยิงในที่สาธารณะพื้นที่ ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน และมีการนำคลิปการยิงปืนเผยแพร่ทางโซเชียล จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีการนำคลิปดังกล่าวร้องเรียนไปยังทางจังหวัดและตำรวจภูธรพัทลุงขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จากการตรวจสอบเป็นการยิงปืนฉลองในงานแต่งงานของนายอุดมเดช รักดำ และนางสาวสวรรยา คำคง ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้โทรศัพท์สองถามจาก พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภจวพัทลุง กล่าวว่า กลุ่มชายที่ยิงปืนดังกล่าวติดต่อข่อเข้ามอบตัวภายในวันนี้ ซึ่งหลังเข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจจะมีการแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมจะมีการตรวจสอบว่าปืนที่ใช้ยิงมีทะเบียนครอบครองถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีทะเบียน ก็จะมีการแจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 1 ข้อหา อย่างไรก็ตาม หากพบบุคคลในภาพปรากฏเป็นข้าราชการ นอกเหนือจากถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ก็จะมีการรายงานต้นสังกัดเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป

‘ทรัมป์’ แนะครูพกปืน หลังเหตุกราดยิงร.ร.ในฟลอริด้า เชื่อช่วยป้องกันได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แนะควรมีการอนุญาตให้ครูพกอาวุธปืนติดตัวขณะทำการสอนในโรงเรียนได้ เชื่อจะสามารถช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมการกราดยิงที่เกิดขึ้นตามโรงเรียนต่างๆ และจะช่วยยุติเหตุรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว การเสนอแนวคิดให้ครูพกปืนในโรงเรียนของทรัมป์มีขึ้นระหว่างการเปิดห้องรับรองภายในทำเนียบขาวต้อนรับเหล่าผู้ปกครอง รวมถึงนักเรียนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่อดีตนักเรียนที่ถูกไล่ออกรายหนึ่ง ใช้ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ กราดยิงนักเรียนรวม 17 ศพที่โรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ที่เมืองพาร์คแลนด์ มลรัฐฟลอริด้าเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ทรัมป์เองก็ยอมรับว่า แนวคิดการติดอาวุธให้กับครูตามโรงเรียนนี้ น่าจะถูกต่อต้านจากสังคมในวงกว้าง พร้อมเผยว่า ตัวเขาจะเร่งผลักดันมาตรการตรวจสอบประวัติและสุขภาพจิตของผู้ซื้อปืนทั่วประเทศ ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น นับจากนี้ ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า นักเรียนชั้นมัธยมและนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจำนวนหลายร้อยคนเดินทางไปรวมตัวกันที่เมืองแทลลาฮัสซี เมืองหลวงของมลรัฐฟลอริด้า เพื่อส่งมอบรายชื่อผู้สนับสนุนการควบคุมอาวุธปืนต่อริค สกอตต์ ผู้ว่าการรัฐคนปัจจุบัน ให้เร่งผลักดันร่างกฏหมายควบคุมอาวุธ ก่อนจะเกิดเหตุกราดยิงขึ้นในโรงเรียนอีก  

รวบแท็กซี่ปืนโหด! บุกยิงถล่มบ้านอดีตสจ.ปราจีนบุรี อ้างขัดแย้งส่วนตัว (คลิป)

รวบแท็กซี่ชาวปราจีนบุรีมีเหตุบาดหมางกับอดีตสจ.ปราจีนบุรี บุกเอาปืนไปยิงใส่บ้านก่อนขับรถหลบหนี โดยตำรวจสามารถจับกุมตัวได้บริเวณซอยโชคชัย 4 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายอดุลย์ บุญกูล จับกุมได้พร้อมของกลางเป็นรถแท็กซวี่โตโยต้าสีชมพู อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เครื่องกระสุนอีก 4 นัด โดยตำรวจชุดสืบสวนกองปราบปรามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรีว่ามีคนร้ายขับรถแท็กซี่สีชมพูบุกเข้าไปก่อเหตุ จอดที่หน้าบ้านของอดีตสจ.เมืองปราจีนบุรี ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 60 เวลาประมาณ 00.00 น. และหลบหนีไป คาดว่าจะหลบหนีเข้าทางพื้นที่ของกรุงเทพฯ นายอดุลย์ ยอมรับว่า ก่อเหตุเนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวกับสจ.คนดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืน และส่งตัวไปให้ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

keyboard_arrow_up