วิกฤติ PM2.5! พระออกบิณฑบาต ต้องสวมหน้ากากกันฝุ่นละออง

สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังเกิดผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากในกรุงเทพมหานครขณะนี้ เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลไปยังทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์ที่ต้องออกปฏิบัติกิจของสงฆ์ โดยการออกเดินบิณฑบาตในตอนเช้าที่ได้รับผลกระทบไปด้วย วันที่ 1 ก.พ.62 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจการออกบิณฑบาตของพระสงฆ์ย่านศิริราช พบว่ามีพระสงฆ์บางส่วนสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ออกเดินบิณฑบาตในตอนเช้า อย่างเช่นพระมหาสมภพ พระผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระยาธรรมวรวิหาร เขตบางกอกน้อย ที่เป็นผู้นำในการออกบิณฑบาตพร้อมด้วยพระลูกวัดและสามเณรในเช้าวันนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวอัมรินทร์ทีวีว่า ตั้งแต่ทราบข่าวว่ามีปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ก็มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันอันตรายแบบนี้เป็นประจำทุกวัน รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้พระลูกวัดและสามเณรด้วย เพราะว่าโดยเฉพาะในช่วงเช้าจะมีฝุ่นมากเพราะมีรถสัญจรเยอะ ซึ่งแต่ก่อนนี้ก็ไม่ได้ใส่ แต่พอเริ่มมีข่าวเรื่องฝุ่นมากขึ้น ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันมากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องที่มีคำถามว่าจะมีความเหมาะสมหรือไม่นั้นพระพมหาสมภพเปิดเผยว่า พระสงฆ์ก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกันกับฆราวาสทั่วไปที่จะต้องป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับอันตราย และขณะนี้เริ่มมีพระสงฆ์บางรูป มีอาการไอ และเจ็บคอ แสบจมูก ทั้งนี้ ก็ยอมรับว่า ขณะใส่หน้ากากอนามัย เวลาที่จะให้พรญาติโยมพระท่านก็ต้องถอดหน้ากากออกเพราะบางครั้งก็อาจจะไม่สะดวก รวมถึงฝากให้ญาติโยมป้องกันกันด้วย เพราะมันอาจส่งผลระยะยาวก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาทีหลังได้ ขณะเดียวกันเราก็พบกับพระสงฆ์อีกหนึ่งรูปซึ่งออกเดินบิณฑบาตตอนเช้าในย่านศิริราชเช่นกัน แต่พระสงฆ์รูปนี้ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย โดยให้เหตุผลว่าในความติดเห็นส่วนตัวอาจจะเกิดความไม่สำรวมหรือดูรุ่มร่าม ไม่ค่อยสะดวกเวลาที่จะทำกิจของสงฆ์ แต่ก็ตระหนักดีว่าฝุ่นละอองนั้นเป็นอันตรายมาก ซึ่งเวลาอื่นที่ไม่ใช่ตอนบิณฑบาตหรือการทำกิจธุระอื่นๆ ก็จะสวมใส่หน้ากากอนามัยเช่นกัน เพียงแต่ว่าตอนบิณฑบาตนั้นเป็นระยะเวลาที่ไม่นานพระท่านก็เลยเลือกที่จะไม่สวมใส่ ส่วนจะมีการงดออกบิณฑบาตหรือไม่นั้นหากมีปัญหาเรื่องฝุ่นมากๆ ก็เปิดเผยว่าคงไม่มีการงดเพราะมีญาติโยมรอใส่บาตรทุกวัน

นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน! “จาตุรนต์” ชี้แก้ปัญหาฝุ่นพิษ ควรเปิดเผยความจริง

“จาตุรนต์” ชี้แก้ปัญหาฝุ่นพิษ ต้องเริ่มจากการเปิดเผยความจริง แล้วระดมนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศตั้ง War room กำหนดมาตรการบังคับใช้อย่างจริงจัง ต้องแจกหน้ากากอนามัยฟรีให้ประชาชนอย่างทั่วถึง และเร่งด่วน เหมือนแก้โรคไข้หวัดนกในอดีต นายจาตุรนต์ฉายแสงประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นพิษหรือ PM 2.5 ที่ คนกรุงเทพฯและคนไทยกำลังเผชิญอยู่ว่า หากพรรคไทยรักษาชาติ เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องเปิดเผยความจริงของสถานการณ์ ไม่ควรปิดบังข้อมูล เพราะกลัวกระทบกับการท่องเที่ยวหรือด้วยเหตุใดๆ แต่ต้องประกาศเขตมลพิษและสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นต้องระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, นักวิชาการ, นักสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อระดมความเห็นกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหา โดยเชื่อว่า ภายใน 2-3 วันก็จะมีมาตรการรูปธรรมออกมา เพราะข้อมูลต่างๆทั้งสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหามิติต่างๆของนักวิชาการมีอยู่แล้วจำนวนมาก ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนฟรีๆอย่างทั่วถึง ดังเช่นการจัดการกับปัญหาไข้หวัดนกในอดีต ที่ตนเป็นผู้ดูแลและแก้ไขได้ทันท่วงที หากในประเทศมีไม่เพียงพอต้องระดมการนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศโดยเร็วที่สุด นายจาตุรนต์ ย้ำว่า เมื่อได้มาตรการออกมาแล้ว รัฐบาลต้องจริงจังในการดำเนินมาตรการไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือจำกัด รถยนต์ที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM 2.5 การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึง เข้มงวดจริงจัง กับการเผาในที่โล่งแจ้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ก็จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ที่สำคัญรัฐบาลต้องจริงจังและจริงใจ หากปิดบังข้อมูลหรือไม่เปิดเผยความจริง ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น กระทบกับการเตรียมพร้อมป้องกันสุขภาพของประชาชนเป็นล้านคน

ทีมโดรนขึ้นบินพ่นละอองน้ำจับฝุ่น “อัศวิน” สั่งคุมเข้มโรงงาน-ก่อสร้าง

เช้าวันนี้ (31 ม.ค.62) ชมรมโดรนการเกษตรจากจากโคราชและชัยภูมิ ได้ขึ้นปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำในระดับสูงในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูง 6 จุด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกทม. ซึ่งจะปฏิบัติการรวม 2 วัน คือ ในวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 62 สำหรับฐานการบินโดรน 6 จุด จะมีฐานการบินจุดที่ 1 อยู่ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) จุดที่ 2 บริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ (บางเขน) จุดที่ 3 ม.เกษตร จุดที่ 4 สวนจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว จุดที่ 5 สวนลุมพินี และจุดที่ 6 ฐานบินสะพานพระราม 9 ฝั่งพระนคร ระยะการบินแต่ละจุดประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร หรือขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ซึ่งทีมโดรนจะขึ้นบินเป็นกลุ่ม ไล่เรียงไปทีละจุด นอกจากนี้ตลอดคืนที่ผ่านมาและช่วงเช้ามืด หลายๆ หน่วยงาน ทั้งกทม. และหน่วยทหารสังกัดต่างๆ ได้ระดมฉีดน้ำและล้างทำความสะอาดถนน […]

ปชช.รออีกนิด! อก.เปิดตัวเครื่องต้นแบบ ‘ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่’

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัว เครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” วันนี้ (28 มกราคม 2562) นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมชมการติดตั้ง สาธิตเครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งนายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้คิดค้นและออกแบบ ใช้งบประมาณในการผลิต จำนวน 87,000 บาท โดยเครื่องต้นแบบ “ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่” มีท่อดูดอาการเข้าระบบเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว อัตราการไหลของอากาศ 4000 CFM ท่อปล่อยอากาศหลังบำบัด เส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว โดยมีระบบฟอกอากาศแบบเปียกทำงานร่วมกับลูกมีเดียพร้อมแผ่นใยซับละอองน้ำและฝุ่น ซึ่งจะช่วยลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ช่วยลดความหนาแน่นฝุ่นละออง ช่วยลดฝุ่นละอองทั่วไปจากการก่อสร้าง และช่วยลดไอเสียดีเซลจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ให้มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น โดยเครื่องดังกล่าวติดตั้งอยู่ ณ บริเวณด้านหน้าถนนพระรามที่ 6  กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะสร้างเป็นรถเคลื่อนที่เพื่อขับเคลื่อนไปยังบริเวณที่มีมลภาวะสูงต่อไป

เพจดังแชร์ คนเชียงราย โดนมลพิษตาบวมปูด หลังฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ขอรัฐช่วยพ้นวิกฤติ

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ขอให้มีการช่วยเหลือเกี่ยวกับผลกระทบ จากมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่ จ.เชียราย โดยมีใจความว่า “ควีนช่วยพวกเราหน่อย จมูกเรา คอเรา ตาเรา แสบกันหมดแล้ว เราโดนไฟป่า ฝุ่นละอองเกินค่า ล้อมพวกเราไว้หมด ไม่มีช่องไหน สื่อไหนเล่นข่าวนี้เลย ตอนนี้บ้านเราอยู่เชียงราย ค่าฝุ่นมา 123 แล้ว ดูตามภาพนี้ก็ได้นะควีน อาทิตย์ก่อน ค่าฝุ่น 130 กว่า ตาบวมอักเสบเลย เยื่อบุตา บวมปูดเลย ฝากควีนช่วย ทำข่าวนี้หน่อย ใจคอภาครัฐจะรอแต่ฝนมาชะล้างไปอย่างเดียวเหรอ คือประเด็นมันไม่ใช่แค่ฝุ่นละอองไง ค่าฝุ่นที่เราส่งให้มันเป็นค่าฝุ่นธรรมดา ส่วนที่สามารถตรวจวัด ค่าpm 2.5 (ที่สามารถทำให้ปอดเราเป็นมะเร็ง ยังไม่มีเลย) แล้วที่เผากะฝุ่นที่ลอยขึ้นฟ้า มันมาจากไร่สวน ที่ใช้สารเคมีต่างๆ ยาฆ่าหญ้ามั่ง ยาฆ่าแมลง สารเร่งต่างๆ อยากให้ภาครัฐสนใจก่อนพวกเราจะตายกันก่อน ลงภาพเราได้นะเราอนุญาต อยากให้เห็นว่ามันวิกฤตจริงๆ” โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว เกี่ยวกับการได้รับผลกระทบในลักษณะเช่นเดียวกัน   ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ”

พ่อเมืองเชียงใหม่ ปัดแจ้งจับเด็กวาดรูปประชดปมหมอกควัน – เพจโต้ทำลายภาพลักษณ์ (คลิป)

จากกรณีที่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายศิริพงษ์ นำภา ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับเฟซบุ๊กเพจ “City Life Chiang Mai” ได้เผยแพร่ภาพวาด พญามังราย พญางำเมือง และ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์สามพระองค์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังพระพักตร์ มีข้อความเป็นภาษาไทยว่า “มาร่วมกันเอาอากาศของเราคืนมา” และข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า “Powerful painting by student at Prem,Piyapan Thiamthakorn,who pained this as part of grade 12 IB Diploma” ลงในเฟซบุ๊ก ในความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ลบหลู่ ไม่เคารพ และส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ ทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยว และเกิดความไม่มั่นคงในเศรษฐกิจของจังหวัด เมื่อวันที่ 30 […]

keyboard_arrow_up