แพทย์ ชี้ คนเชียงใหม่อยู่ในภาวะจำยอม “สูบบุหรี่ 1 มวน”

นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า คนเชียงใหม่ในขณะนี้ประสบกับปัญหาฝุ่นควันพิษ ที่รุนแรงต่อสุขภพาและระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะปอด ที่อาจได้รับผลกระทบ และอยู่ในภาวะจำยอม สูบบุหรี่ 1 มวน นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในรอบ 10 ปี ไม่เคยพบสถาการณ์ ฝุ่นควัน ที่รุนแรงแบบนี้ ในจังหวัดเชียงใหม่ มาก่อน โดยส่วนตัวได้เป็นแพทย์ด้านอายุรกรรม และโรคหัวใจ เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้เคยสะท้อนเรื่องนี้มานานแล้ว อยากให้เกิดความตระหนัก ในหมู่ประชาชน และภาครัฐ เข้าใจว่า การแก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งในเชียงใหม่และภาคเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้ พร้อมจะพยายามผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้น กลาง และระยะยาวต่อไป เพราะปัญหาฝุ่นควันนี้มีผลต่อสุขภาพสะสม และอันตรายมาก บางคนมองไม่เห็น ทำให้ อายุไขลดลง เพิ่มอัตราการตาย ปีนี้เป็นปีที่หนักมาก ไม่เคยพบเคยเห็น ค่าที่ 600- 700 […]

นายกฯติดตามแก้ปัญหาหมอกควัน-ฝุ่นพิษ จ.เชียงใหม่ 2 เม.ย.นี้

นายกรัฐมนตรีเตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหมอกควันภาคเหนือ ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้ (2 เม.ย.62) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.เชียงใหม่ และประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและ จังหวัดตาก ในวันอังคารที่ 2 เม.ย.62 เวลา 09.00 น. และในช่วงบ่ายจะเดินทางกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ

“ชัชชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่หาแนวทางการแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 29 มี.ค. 62 เวลา 8.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาหาข้อมูลปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำการตรวจวัดค่าฝุ่นทันทีเมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ค่าที่ตรวจวัดได้เป็นสีแดง คือมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปีนี้ถือว่าวิกฤตหนักกว่าทุกปี จากนั้น นายชัชชาติ ได้เดินทางไปที่อำเภอเชียงดาว หลังจากได้ลงพื้นที่ตรวจวัดค่าฝุ่นพบว่ามีปริมาณฝุ่นสูงถึง 192 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ได้ร่วมหารือกับชาวบ้าน และผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งภาคเอกชนและราชการ ได้ทราบว่าต้นเหตุของปัญหามาจากการเผาป่า ที่ต่อเนื่องมาจากวิถีชีวิตทางการเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเผาเพื่อกำจัดซากข้าวโพดของเกษตร และการเผาพื้นที่ป่า อีกทั้งการจัดการของภาครัฐมีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบในด้านนี้หลายหน่วยงาน ทำให้อาจจะยังไม่มีความคล่องตัวในการสั่งการ และไม่มีการเก็บข้อมูลในแต่ละปีที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาในปีต่อๆไป จากนั้น นายชัชชาติ ได้เดินทางไปที่ดอยหลวงเชียงดาว เพื่อตรวจสอบปัญหาไฟป่า ก่อนจะเดินทางกลับมาประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหากับผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งภาคเอกชนและนักวิชาการ ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่นควันทั้งในเชียงใหม่และภาคเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้ พร้อมจะพยายามผลักดันการแก้ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้น กลาง […]

“ประวิตร” ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควัน-ฝุ่นพิษ

พลเอกประวิตร รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ขึ้นเชียงใหม่ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควัน และ PM2.5 กำชับทุกส่วน เข้มมาตรการป้องกันแก้ไข ชี้ การเผาในพื้นที่ป่าสาเหตุหลัก ต้องควบคุมให้ได้อย่างเด็ดขาด วันนี้ (14 มี.ค.62) ที่สโมสรค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ที่สถานการณ์รุนแรงตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีผลการตรวจวัดดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI จากเว็บไซต์ Airvisaul.com ระบุว่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องกัน 4 วันแล้ว โดยรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และการดำเนินการต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเยี่ยมชมยุทโธปกรณ์ดับไฟป่าพร้อมให้กำลังใจกำลังพล และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จากนั้นได้เดินทางด้วยรถยนต์ ไปเยี่ยมชมการทำม่านน้ำที่ระดมรถบรรทุกน้ำ และอุปกรณ์จากหลายหน่วยทำการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปบนอากาศรอบคูเมืองเชียงใหม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยผลกระทบที่จะเกิดกับสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมากและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะแก้ไขปัญหาซึ่งเมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วจะพบว่าสาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่ป่า ฉะนั้น จะต้องหาวิธีการควบคุมไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่าอย่างเด็ดขาด ส่วนการฉีดพ่นละอองน้ำนั้นอาจจะเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อาจจะไม่มาก ทั้งนี้ อยากเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนทั้งทางกองทัพภาคที่ 3 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมไปถึงทุกอำเภอ และทุกหมู่บ้านตำบล ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องต่อไป

keyboard_arrow_up