เปิดจ.ม. แม่สาวอังกฤษ โต้ ตร.ไทยปิดคดีเกาะเต่า ชี้ระบบหละหลวม ทำลูกทุกข์ทรมานตลอดชีวิต

วันที่ 16 ต.ค. 61 ภายหลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงสรุปคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษที่อ้างว่าถูกวางยาและข่มขืนบนเกาะเต่า โดยระบุว่าหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายยังอ่อนเกินไป (อ่าน : ตร.แถลงปิดคดี แหม่มสาวอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า ยันชัด ไม่พบคราบอสุจิบนเสื้อตามอ้าง ) ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับข้อความจากครอบครัวผู้เสียหายผ่านทางแอดมินเพจ CSI LA โดยใจความสำคัญพูดถึงการแถลงของตำรวจไทย หลังจากที่บินไปสอบปากคำลูกสาวของเธอที่ประเทศอังกฤษ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ “เรารู้สึกคาดไม่ถึงกับคำแถลงในวันนี้ ที่สรุปว่าไม่พบดีเอ็นเอบนเสื้อ ทั้งที่อย่างน้อยต้องมีดีเอ็นเอลูกสาวของเรา เรารู้สึกผิดหวังกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และตำรวจอังกฤษที่บอกให้เรามอบเสื้อยืด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญไปให้ รวมถึงผิดหวังกับสถานทูตอังกฤษที่ยอมร่วมมือกับระบบที่หละหลวม เพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการทูต ทำไมตำรวจไทยถึงต้องลงทุนเสียงบฯ มากมายบินมาถึงอังกฤษ เพื่อมาสอบปากคำลูกสาวของเรา ทั้งที่เธอได้ให้การกับตำรวจอังกฤษไปหมดแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ค. และเสื้อยืดเราก็ได้มอบให้แล้วตั้งแต่ตอนนั้น แล้วจะมาบอกว่าปิดคดีเพราะไม่มีหลักฐานได้อย่างไร?” แม่ของแหม่มสาวชาวอังกฤษบอกด้วยว่า “ลูกสาวของเราถูกวางยา ถูกปล้น และถูกข่มขืนบนเกาะเต่า และเธอจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับความทรงจำอันโหดร้ายนี้ สิ่งเดียวที่ทำให้เราสบายใจคือเธออยู่กับเราที่นี่ ซึ่งเธอบอกว่าการเปิดเผยสิ่งที่เธอถูกกระทำไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ฉันจึงอยากให้พวกคุณลองคิดดู ถึงคดีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่า และยังไม่เคยได้ข้อสรุปเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้จะไม่มีวันจบสิ้น ข่าวนี้จะไม่มีวันจางหายจากอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับลูกสาวของเราที่ต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต”

CSI LA โต้ มั่วข่าวขืนใจแหม่ม – “ทนาย” ถาม จับคนแชร์แรงไปไหม (คลิป)

จากกรณีที่แอดมินเพจ CSI LA ถูกออกหมายจับหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่ น.ส.ลูซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายจับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่แชร์ข้อมูลเรื่องคดีนี้จากเพจดังกล่าว และควบคุมตัวไปสอบสวนที่เกาะเต่าแล้ว วันที่ 5 ก.ย. 61 นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ เปิดเผยว่า ตนได้ถูกติดต่อจากผู้ต้องหาและญาติที่ถูกออกหมายจับ 4-5 คน ให้มาช่วยในคดีนี้ ซึ่งตนมองว่าคดีนี้ค่อนข้างมีพิรุธตั้งแต่เอกสารออกหมายจับ เนื่องจากเอกสารการออกหมายจับมีการพิมพ์ข้อหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะในหมายจับอ้างกฎหมาย มาตรา 14 (1) คือผิดฐานทุจริตและหลอกลวง แต่ในหมายจับที่ตนได้รับข้อมูลมานั้นมีเพียงข้อหาบิดเบือนข้อมูล แต่อ้างมาตรา 14 (1) ต้องใช้กับกรณีที่มีการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีการออกหมายจับคนที่แชร์ข้อมูลจากเพจ CSI LA แล้ว 12 คน ถูกคุมตัวไปเกาะเต่าแล้ว 11 คน ส่วนอีก 1 คน ยังอยู่ในระหว่างติดตามตัว ส่วนการที่ตำรวจออกหมายจับประชาชนในข้อหาบิดเบือนข้อมูลในครั้งนี้ ตนคิดว่ามันยังเร็วเกินไป เพราะคดีเกาะเต่ายังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าสิ่งที่แหม่มสาวชาวอังกฤษกล่าวอ้างเป็นจริงหรือเป็นเท็จ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจสืบสวนหาหลักฐานในพื้นที่ […]

แกะรอยจุดแหม่มสาวอ้างถูกขืนใจ นายกเล็กยันกล้องเสีย – เหยื่อยันฟื้นเจอพนักงานบาร์ (คลิป)

จากกรณี น.ส.ลิซซี่ (นามสมมติ) นักท่องเที่ยววัย 19 ปี ชาวอังกฤษ อ้างว่าถูกข่มขืนที่เกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริงตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : บุกสำรวจจุดแหม่มสาวอ้างถูกข่มขืน วงจรปิดอื้อ โรงแรมเห็นร่ำไห้ พลาดมีสัมพันธ์เพื่อนชาย) วันที่ 29 ส.ค. 61 นายไชยยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า เปิดเผยว่า หลังจากวานนี้ (28 ส.ค.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่หาหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี แต่ยังไม่พบ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นค่อนข้างนานแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ยินดีให้เจ้าทุกข์รวมถึงแม่ของผู้เสียหาย เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อตอบคำถาม และให้ความกระจ่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตั้งแต่ทราบเรื่อง ตนได้เข้าประชุมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพูดคุยกับ น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล เจ้าของโรงแรม ซึ่งเจ้าตัวก็พยายามติดต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพร้อมกับลิซซี่ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ โดยในตอนนี้ไม่มีใครสามารถยืนยันว่าเหตุเกิดที่จุดใด ซึ่งแหลม จปร. ก็เป็นอีกจุดที่มีข้อมูลตามข่าวว่า เจ้าตัวระบุว่าตื่นขึ้นมาที่บริเวณนั้น โดยจุดดังกล่าวก็เป็นจุดที่อยู่ไกลสายตาคน และมีมุมที่สามารถหลบจากผู้คนได้ แต่ไม่ได้เป็นมุมอับ […]

keyboard_arrow_up