กทม.เอาจริง! ขับขี่บนทางเท้าปรับสูงสุดพันห้า เชิญหัวหน้าวินมอไซค์ช่วยสอดส่อง

วันนี้ (6 ก.ค. 61) แฟนเพจ ผู้ว่าฯ อัศวิน ได้เปิดเผยว่า กทม.ได้จัดตั้งสายตรวจ 3 ประสาน เพื่อบูรณาการการทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และกทม. ในการออกตรวจตราความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมไปถึงกวดขันผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝ่าฝืนขับขี่รถบนทางเท้าบนถนนสายหลัก การจอดรถบนทางเท้า และการขับรถย้อนศร ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว จากนี้จะกวดขันการฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างวินัยในการขับขี่และดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ใช้ทางสัญจรครับ ซึ่งความผิดในครั้งแรกจะเป็นการตักเตือน หากพบครั้งต่อไปจะจับปรับเป็นขั้นบันได เช่น พบครั้งแรกตักเตือน ครั้งที่ 2 ปรับ 500 บาท ครั้งที่ 3 ปรับ 1,000 บาท ครั้งที่ 4 ปรับ 1,500 บาท นอกจากนี้กทม.จะเชิญหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์มาช่วยกันสอดส่องและตรวจสอบการฝ่าฝืนขับขี่รถบนทาเท้าของแต่ละวินด้วยกันเองอีกด้วย ล ที่มา: ผู้ว่าฯ อัศวิน

เชื่อใจกทม.ได้จริงหรือ!? กลุ่มศิลปินไม่เห็นด้วย กรุงเทพฯ ขอคืนหอศิลป์

หลังมีการเผยแพร่ข่าวที่เกี่ยวกับแนวคิดของทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเตรียมจะดึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มาบริหารเองแทนมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลังพบว่า การบริหารของมูลนิธิเข้าข่ายผิดระเบียบกรุงเทพฯ มาตรา 96 เพราะไม่ผ่านการอนุญาตจากสภา กทม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีศิลปินหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิด หนึ่งในนั้นคือแอดมินเพจ Headache Stencil (เฮดเอค สเต็นซิล) ที่ครั้งหนึ่งเคยออกมาพ่นกราฟฟิตี้เสือดำจนกลายเป็นกระแสโด่งดังนั้น ล่าสุดแอดมินเพจดังกล่าวได้ออกมาตั้งสเตตัสไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวเช่นกัน โดยในวันนี้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ กับแอดมินเพจ เฮดเอค สเต็นซิล ซึ่งระบุว่า การที่ กทม. บอกว่าจะพัฒนาพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาใช้งานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มโต๊ะเก้าอี้ให้เพียงพอนั้น ตนมองว่าหอศิลป์ไม่ใช่ที่ติวหนังสือเหมือนตามร้านกาแฟหรือตามห้างที่ก็หาได้ทั่วไป ที่นี่เป็นแหล่งแสดงผลงานศิลป์เพื่อเปิดโลกให้กับคนไทย และที่ผ่านมาหอศิลป์ก็ทำหน้าที่แบบนั้นมาตลอด โดยไม่เคยมองว่าใครถูกใครผิด เพราะที่นี่เป็นแหล่งแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพ ส่วนตัวยังมองว่าการที่ กทม. จะเข้ามาบริหารงานเอง น่าจะเป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองมากกว่า เพราะที่ผ่านมาหอศิลป์เป็นสถานที่ที่ศิลปินใช้ในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นต่างๆ อาทิ กรณีของเสือดำ ตนจึงคิดว่าหากเมื่อไหร่ที่กทม.เข้ามาบริหาร สิทธิและเสรีภาพต่างๆตรงนี้ก็อาจจะถูกปิดกั้นไปด้วย และการที่ผู้ว่าฯ กทม.ทิ้งท้ายว่า อยากให้เชื่อใจ กทม. นั้นสามารถเชื่อได้จริงหรือ แท้จริงแล้วมีอะไรมากกว่านั้นหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ผู้ว่าลองสังเกตปฏิกิริยาของศิลปินดูก่อนจะตัดสินใจ เพราะตอนนี้ไม่มีใครเอาด้วยเลย ขณะที่เดียวกันคุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ยังได้พูดคุยกับประชาชนที่เคยเข้าไปชมงานศิลปะภายในหอศิลป์ […]

keyboard_arrow_up