วิถีทรัมป์!? ทีมกฎหมายยอมรับ ผู้นำสหรัฐฯจ่าย 4 ล้าน อุดคดีดาราหนังโป๊

ทีมกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมายอมรับว่าผู้นำสหรัฐฯจ่ายเงินกว่า 4 ล้านบาทเพื่อปิดปากอดีตนักแสดงหนังโป๊ห้ามพูดว่าเคยมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับประธานาธิบดีทรัมป์ นายรูดี้ กุยลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เพื่อนสนิท และหนึ่งในทีมกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้นายไมเคิล โคเอ็น ทนายความของเขาจ่ายเงินให้กับนางสตอร์มี่ แดเนีลยส์ หรือที่มีชื่อจริงว่าสเตฟานี่ คลิฟฟอร์ด อดีตนักแสดงหนังโป๊เป็นจำนวน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 4,100,000 บาทเพื่อให้เธอปิดปากเงียบเรื่องที่เคยมีความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2006 โดยการจ่ายเงินปิดปากดังกล่าวก็มีขึ้นเมื่อปี 2016 ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนายกุยลิอานีเปิดเผยว่าการจ่ายเงินนี้ไม่ละเมิดกฏที่เกี่ยวกับการเงินหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากเงินที่นำมาจ่ายนั้นไม่ได้นำมาจากเงินทุนหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นเรื่องการจ่ายเงินปิดปากนางแดเนียลส์ อดีตดาราหนังโป๊คนดังกล่าว ทั้งยังยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ เช่นเดียวกับทำเนียบขาวที่ยังคงปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนางแดเนียลส์ ขณะที่นางแดเนียลส์เปิดเผยว่า เคยถูกชายคนหนึ่งข่มขู่ว่าห้ามเปิดปากเรื่องความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอและประธานาธิบดีทรัมป์ และเธอเพิ่งฟ้องร้องดำเนินคดีประธานาธิบดีทรัมป์ในข้อหาหมิ่นประมาทไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา  หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความระบุว่าเธอกุเรื่องที่ถูกข่มขู่

ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

ระอุ! โลกอาหรับรุมประณาม ‘ทรัมป์’ รับรอง ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงยิว

คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศจะย้ายที่ตั้งสถานทูตอเมริกันจากนครเทลอาวีฟมายังเยรูซาเล็มใน 4 ปี สร้างความไม่พอใจและก่อให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในหลายประเทศ ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ออกมาประณามการตัดสินใจนี้ของทรัมป์ผ่านโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ “มิอาจยอมรับได้” และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเจตนาของสหรัฐฯในการยุติบทบาทของตัวเองในฐานะ ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเบ็ธเลเฮม ที่เป็น บ้านเกิดของพระเยซู รวมถึงที่เมืองรามัลเลาะห์ พร้อมใจกันดับไฟประดับต้นคริสต์มาส เพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการตัดสินใจนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซ่า ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมตะโกนถ้อยคำด่าทอทรัมป์ รวมถึงมีการจุดไฟเผายางรถยนต์และขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล ในซีเรีย กระทรวงต่างประเทศซีเรียออกคำแถลงประณามท่าทีล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ และจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ต่อความสงบสุขของโลก ในทางกลับกัน การตัดสินใจของทรัมป์ที่ให้การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลได้สร้างความยินดีปรีดาให้กับชาวยิวทั่วโลก รวมถึงชาวยิวในมหานครนิวยอร์ก ที่ต่างแสดงความชื่นชมการตัดสินใจนี้ โดยหลายคนถึงกับยอมรับว่า นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ผู้นำสหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล และลูกหลานชาวยิวทั่วโลก ทั้งนี้ สถานะของกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม และยิว มาแต่โบราณ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพราะทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็อ้างอธิปไตยของตนเหนือเมืองนี้.

เป็นเกียรติอย่างมาก! ‘ปิโกะ ทาโร่’ เผยภาพร่วมเฟรม ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แฟนคลับกิตติมศักดิ์

ภารกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ปิดฉากการเยือนญี่ปุ่นอย่างสวยงามที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้ โดยมีแขกคนสำคัญที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน คือ ปิโกะ ทาโร่ เจ้าของเพลงฮิตติดหู ที่ทรัมป์เคยบอกว่าชื่นชอบ นี่เป็นภาพบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารค่ำที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดให้กับคณะผู้นำสหรัฐฯ จะเห็นว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น และอบอุ่น เนื่องจากตลอด 2 วันที่ผ่านมา ผู้นำทั้ง 2 คนได้ทำกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหารือข้อธุรกิจ ไปเล่นกอล์ฟ ไปทานอาหารและไปให้อาหารปลา และเพื่อเป็นการเอาใจประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งท้าย รัฐบาลญี่ปุ่นได้เชิญ ปิโกะ ทาโร่ ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นมาร้องเพลงในงานด้วย เพราะว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยบอกว่า เขาชอบเพลงของศิลปินท่านนี้ และหลานสาวของเขาก็เป็นแฟนตัวยง ซึ่งในทวิตเตอร์ของปิโกะ ทาโร่ ได้มีการโพสต์ภาพที่เขาถ่ายกับประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกฯ ชินโซ อาเบะ โดยบอกว่าถือเป็นเกียรติอย่างมาก นอกจากนั้น ยังได้โพสต์ภาพบรรยากาศทั่วไปในงาน จะเห็นว่าเขาได้ชวนให้แขกในงานทำท่าเต้นตามเพลงฮิตของเขาด้วย.

ต้อนรับฮาโลวีน! ทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวแจกขนมเด็กๆ ในวันปล่อยผี

อีกหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำสหรัฐฯ นั่นคือการเปิดทำเนียบขาวเพื่อต้อนรับเด็กๆ ในเทศกาลฮาโลวีน เพื่อพูดคุยและแจกขนม ซึ่งนั้นทำให้ทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีบรรยากาศผ่อนคลายลงมาก เมื่อมีกลุ่มหนูน้อยในชุดคอสตูมรายล้อมผู้นำสหรัฐฯ แถมเด็กๆ เหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นคนไกลที่ไหน แต่เป็นลูกๆ ของบรรดาผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบ ที่ได้รับเชิญมาเล่นทริกออร์ทรีต (trick or treat) กับผู้นำประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกปากแซวผู้สื่อข่าวด้วยว่า ทุกคนเป็นเด็กที่น่ารัก แต่พอโตขึ้นมาจะเป็นนักข่าวเหมือนกับพ่อแม่ของพวกเค้าหรือเปล่า ก่อนออกปากชมว่า…ผู้สื่อข่าวเองก็ทำหน้าที่พ่อแม่ได้เป็นอย่างดี แต่พอถึงเวลาทำข่าว พวกเขาทำไมไม่ออกมาให้ดีแบบนี้ ซึ่งเป็นประโยคที่เรียกเสียงหัวเราะชอบใจไปทั้งห้องทำงานรูปไข่ ที่มา — CBS News

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวรับ ‘บิ๊กตู่’ ยินดีสานสัมพันธ์การค้า (คลิป)

พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำอาเซียนคนที่ 3 เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปีนี้ ตามหลังนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย และนายเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ซึ่งช่วงเวลาการพบปะหารือกันก็อยู่ในช่วงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ นี่จึงเป็นประเด็นหลักที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพูดคุยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานตรงกันว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยตัดท่อน้ำเลี้ยงด้านการเงินของเกาหลีเหนือด้วยการปราบปรามธุรกิจบังหน้าที่เกาหลีเหนือตั้งขึ้นในไทยเพื่อทำการค้า เอเอฟพีอ้างข้อมูลจากระทรวงต่างประเทศของไทยว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยและเกาหลีเหนือระหว่างปี 2552-2557 เติบโตขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็นมูลค่า 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 4,300 ล้านบาท แต่ฝั่งไทยอ้างว่า ปีนี้การค้าระหว่างไทย และเกาหลีเหนือลดลงไปถึงร้อยละ 94 ขณะที่ควอร์ซ สื่ออเมริกันอีกสำนักหนึ่ง แสดงความคิดเห็นว่า ทรัมป์แทบจะไม่สนใจว่าประเทศใดจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และเชื่อว่าผู้นำไทยและสหรัฐฯ จะออกมาใช้คำพูดสวยหรูแบบเดิมๆ คือ “ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียของสหรัฐฯ” และยกยอความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานเป็นสูตรสำเร็จ ควอร์ซ ยังระบุอีกด้วยว่า สมาชิกสภาคองเกรสควรจะมีปากมีเสียงในการเดินทางเยือนของรัฐบาลไทยมากกว่านี้ ด้วยการตั้งเงื่อนไขให้ คสช.ทำตามให้ได้ก่อนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เช่น เปิดเสรีด้านการแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์การทำงานรัฐบาล, […]

keyboard_arrow_up