‘บิ๊กฉัตร’ ยกย่อง ‘น้องแบม’ น.ศ.แฉขบวนการโกงเงินคนจน สั่งมหา’ลัย ดูแลความปลอดภัย

วันที่ 6 มี.ค.61 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ ว่าขณะนี้ทางกระทรวงฯ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอด เพื่อให้การตรวจสอบเรื่องนี้เป็นไปอย่างรอบคอบ และนำข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมายืนยันเปรียบเทียบข้อมูลกัน ซึ่งข้อมูลของ ป.ป.ท.และของ พม.ยังไม่ตรงกัน เนื่องจาก ป.ป.ท. งานตรวจพบทุจริตอุดหนุนในส่วนของศูนย์คนไร้ที่พึ่งและนิคมสร้างตนเองมีจำนวน 16 แห่ง และที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าอาจทุจริต 22 แห่ง แต่ พม.รายงานจำนวนน้อยกว่า จึงต้องตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อมูล อย่างไรก็ตาม จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานความคืบหน้าการตรวจสอบต่อไป สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องทราบว่าได้ปรับย้ายตำแหน่งแล้วประมาณ 4 – 5 ราย ส่วนกรณีที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ออกมาเปิดเผยในเรื่องนี้นั้น รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่าเป็นเรื่องน่ายกย่องและต้องได้รับการคุ้มครอง หากมีโอกาสจะเชิญนักศึกษาคนดังกล่าวมาพบและพูดคุยที่ พม.เพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคม อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยควรให้การดูแลนักศึกษาคนดังกล่าวด้วย

ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบชาวบ้านอุดรธานี หลังพบว่าตายแล้วแต่มีชื่อรับเงิน

วันนี้ (28 ก.พ.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สนง.ป.ป.ท. เขต 4 ขอนแก่น พร้อมทีมงาน และกลุ่มงานป้องกัน ป.ป.ท. 4 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้งบประมาณโครงการ “เงินช่วยเหลือสงเคราะห์ ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง” ที่บ้านตูมเหนือ หมู่ 4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า หมู่บ้านตูมเหนือ มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ 30 ครอบครัว ครอบครัวละ 2,000 บาท โดยนางดวงจันทน์ ชูรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียง รวม 5 ครอบครัว ที่มีรายชื่อได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ และนายปรีดา ปัญญาใส ผู้ใหญ่บ้านตูมเหนือ ได้นำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้รับเงินฯ […]

จ่อเช็กบิล ตร.มีชื่อโผล่ ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ สั่งสอบ 5 เสือวังทองหลางปล่อยค้ากาม

วันที่ 15 ม.ค.61 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการเข้าจับกุมอาบอบนวด วิคตอเรียซีเคร็ท ย่านพระราม 9 ว่า ล่าสุดทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีคำสั่งย้าย 5 เสือ สน.วังทองหลาง และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากการตรวจสอบพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด หรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินตามกฎหมาย โดยต้องรอให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหลักฐานต่าง ๆ ที่ตรวจพบมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง  ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งกำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และเน้นย้ำให้กวาดล้างการค้ามนุษย์ให้หมดไป เนื่องจากเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสถานบริการต่างๆ ที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก ขณะที่ขั้นตอนการคัดแยกผู้เสียหายที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณีนั้น ด้านเจ้าหน้าที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพบว่ามีเหยื่อที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี 3 ราย และ อีก 20 กว่าราย อยู่ระหว่างตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนการจับกุมพบผู้เสียหายเป็นต่างด้าวจำนวนมาก ซึ่งจะมีการผลักดันออกนอกประเทศหรือไม่นั้น จะต้องดำเนินการไปตามระเบียบขั้นตอน หลังจากมีการคัดแยกผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฎรายชื่อในบัญชีรายรับรายจ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของอาบอบนวดดังกล่าวมาให้ข้อมูล ซึ่งหากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการทางวินัยอาญาอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น  

keyboard_arrow_up