เรียนรู้วิถีชีวิตริมป่าชายเลน ดำน้ำแลประการัง ที่บ้านท่าดินแดง จังหวัดพังงา

กลับมาพบกันอีกครั้งกับชื่นใจไทยแลนด์ วันนี้เรายังคงอยู่กันที่ภาคใต้ บ้านท่าดินแดง จังหวัดพังงา แล้วเรามาทำอะไรกันที่นี่ล่ะเนี่ย?? ต้องบอกก่อนว่าจังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลอันดามันทางทิศตะวัน รวมถึงเป็นจังหวัดที่มีเกาะน้อยใหญ่มากมายให้ไปท่องเที่ยว รวมถึงทะเลแสนสวยสีคราม เพราะฉะนั้นชื่นใจไทยแลนด์ก็จะพาไปเที่ยวชมและทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับทะเลนี่แหละ เพียงแต่เที่ยวแบบปกติทั่วไปคงไม่ใช่สไตล์เราเท่าไหร่ เพราะเราจะพาไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวพังงาซึ่งติดทะเลที่ไม่ใช่ทะเล จะเป็นยังไงนั้นไปชมกันเลยยย ตอนนี้เราอยู่กันที่ บ้านท่าดินแดง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดป่าชายเลนในฝั่งทะเลอันดามัน หมู่บ้านแห่งนี้เดิมทีชาวบ้านทำเกษตรและประมงเป็นหลัก และมีรายได้เสริมจากการทำเหมืองแร่และร่อนแร่ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านท่าดินแดงมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งธรรมชาติที่มีอยู่รายล้อม วิถีชีวิตของชาวบ้านจึงผูกติดกับการใช้ชีวิตติดกับป่าชายเลน ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปล่องเรือแบบไม่เหมือนใครกับการ “ล่องคายักชมป่าชายเลน”  จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าชายเลนมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งบ้านท่าดินแดงเองก็จัดได้ว่ามีพื้นที่ป่าชายเลนถึงสองชั้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ให้การดูแลรักษาเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งแหล่งหากิน และใช้ประโยชน์จากไม้ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมอนุรักษ์เช่นการปลูกเสริมการเฝ้าระวังการตัดไม้ทำลายป่า และการจัดกิจกรรมล่องคายัก ให้นักท่องเที่ยวได้ชมพรรณไม้ต่างๆ ก็ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวที่มาล่องคายักจะได้สัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นของสองฝั่งคลอง เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ผูกพันกับป่า และได้เรียนรู้ลักษณะพรรณไม้ที่มีในน้ำเค็มด้วย และแน่นอนว่าถ้าเรามาทะเล เราก็ต้องลงเล่นน้ำกับกิจกรรม “ลงเรือแลปลา-ชมปะการัง..” อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาบ้านท่าดินแดงก็คือการมาดำน้ำตื้น (สน็อกเกิ้ล) ดูปลาท้องถิ่นและปะการัง ณ เกาะหัวกรัง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฐานทัพเรือพังงา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส คลื่นลมสงบที่นี่ถือเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สามารถเห็นปลาท้องถิ่นต่างๆแวะมาทักทายนักท่องเที่ยวกันเป็นฝูง นอกจากนี้ยังมีปะการังน้ำตื้น และดอกไม้ทะเลสวยๆให้เห็นประปราย ซึ่งทางชุมชนมีบริการนั่งเรือพามา ณ จุดดำน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเต็มอิ่มกับโลกใต้ทะเลกันได้อย่างเต็มที่ตามอัธยาศัย ย้อนรอยความชื่นใจที่ “บ้านท่าดินแดง” อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ยังมีความสนุกอยู่อีกมากมาย […]

ชมรมอนุรักษ์ฯ ม.อ.ตานี ประท้วงผู้บริหาร หลังมีโครงการเปลี่ยน ‘หาดเลน’ ให้เป็น ‘ป่าชายเลน’

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจในแวดวงกลุ่มคนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อ ชมรมอนุรักษ์ฯ ม.อ.ตานี ได้โพสต์ภาพและข้อความประท้วงการตัดสินของทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ได้ริเริ่มทำโครงการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ที่เป็นหาดเลน บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัย โดยกลุ่มนักศึกษาได้ให้เหตุผลว่า ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจผิดคิดว่าหาดเลนคือ ป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม และยังได้บอกถึงความสำคัญของหาดเลนที่รองรับนกอพยพต่างๆ และเป็นแหล่งที่พบนกหายากที่พบเจอในพื้นที่นี้พื้นที่เดียว ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้อธิบายว่าหาดเลนหรือหาดโคลนนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันน้อยจึงเกิดการตกตะกอนของดินตะกอนขนาดเล็กซึ่งอุดมด้วยอินทรีย์สาร ทำให้เหมาะต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ประเภทข้อปล้อง และหอยกับปูหลายชนิด ซึ่งเป็นอาหารของนกทะเลที่หากินตามชายหาด ทั้งยังจัดเป็นระบบนิเวศน์อีกรูปแบบหนึ่ง ที่อยู่นอกแนวป่าชายเลนออกไป และมีความหลากหลายทางชีววิทยาต่างกันด้วย

ตามอำเภอจาน ขอมาส่งความสนุกสุดฮาต้อนรับปีใหม่กับสุดยอดความสนุกปี 2017

ตามอำเภอจานขอมาร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับความสนุกสุดฮาของปี 2017 ที่ต้องบุกตะลุยหาสูตรเด็ดของแต่ละจังหวัดจะมีที่ไหนบ้างนั้นโปรดติดตาม สวัสดีค๊าา..สำหรับตามอำเภอจานในสัปดาห์นี้เราจะขอนำคุณผู้ชมมาพบกับความสนุก สุด ฮาของปี 2017 ที่เราได้รวมใว้ในเทปพิเศษเทปนี้เดียวจะมีที่ไหนบ้างนั้นตามไปดูกันเลยค่ะ ที่แรกที่เราจะไปนั้นก็คือ บ้านเกาะโหลน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งนอกจากกิจกรรมภายในชุมชนแล้ว ที่บ้านเกาะโหลนยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างเช่นการดำน้ำดูปลาสวยงานใต้ท้องทะเล กับบรรยากาศที่แสนธรรมชาติซึ่งพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นสถานที่แนะนำให้ไปเที่ยวเลยหล่ะค่ะ และสถานที่ที่าองที่เราแนะนำนั่นก็คือ บ้านวังหอน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สนุกสุขสดชื่นไปกับกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่ กับเส้นทางถ่อแพไม้ไผ่ ล่องห่วงยาง ท่ามกลางต้นไม้ที่ร่มรื่นตลอดสองข้างทาง ฟินไปกับสายน้ำเย็นๆ ลำธารใสๆ ของคลองวังหอน คลองธรรมชาติที่เกิดจากป่าต้นน้ำของเทือกเขาบรรทัดที่ไหลลงสู่แม่น้ำปากพนัง มาที่นี่แล้วตามอำเภอจานก็ยังไม่ทิ้งกับความอร่อยที่ต้องมาลิ้มลองกับอาหารสุขภาพ “ยำสามร้อยยอด” ยำที่รวบรวมผักและสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่ต้องซื้อ แต่หาได้ตามสวนยาง ผักริมน้ำ และผักสวนครัว… และเมื่อผักสารพัดรสชาติทั้งขม ฝาด มัน เผ็ด ถูกนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องยำใส่มะพร้าวคั่ว “ยำสามร้อยยอด” พร้อมกับไปท่องเที่ยวกันต่อ ชุมชนบ้านท่าระแนะ ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด ชุมชนชายฝั่งทะเล ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน และสวนผลไม้ รู้จักกับ “ต้นคันทรง” จากนั้นพาออกเรือหาวัตถุดิบสดๆกับจานเด็ด “เมนูกั้ง” ชิมจานเด็ดจากเมนูกั้ง 2 เมนู คือ กั้งทอดกระเทียมพริกไทย […]

จากบกสู่ทะเล…เผยวิถีอนุรักษ์ฉบับคนสงขลา กับการสร้างบ้านปลาที่เรียกว่า ‘ซั้ง’

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่สองทะเลที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่หากย้อนกลับไป 10 ปีก่อน ชุมชนบ้านโคกเมือง อ.ควนเนียง จ.สงขลา คือหนึ่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลสาบสงขลาที่ประสบปัญหาตื้นเขิน และส่งผลให้สัตว์น้ำจำนวนมากมาหายไปจากระบบนิเวศ จนลงไปถึงวิถีชีวิตของชาวประมงชายฝั่ง อีกทั้งบริเวณนี้ยังเจอปัญหาลมมรสุมที่ซัดเอาบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมือของชาวที่ส่วนกันสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘ซั้ง’ ซึ่งมีทั้งแบบที่เป็นเสาไม้ไผ่ปักกลางทะเล และแบบที่เกิดจากการตัดกิ้งไม้ที่ขึ้นตามแนวชายฝั่ง เพื่อนำไปปักตามจริงๆ ต่าง เพื่อให้กลายเป็นบ้านและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา จึงทำให้ระบบนิเวศต่างๆ ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง และเปลี่ยนพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เปิดโอกาสให้คนภายนอกสามารถเดินทางมาร่วมกันทำซั้งบ้านปลาอีกด้วย นอกจากการทำซั้งบ้านปลาแล้ว ชุมชนบ้านโคกเมืองยังมีกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและต้นไม้ชายฝั่ง ที่นอกจากจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำแบบถาวรแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นแนวกันลมที่ช่วยลดความเสียหายจากมรสุม และลดการกัดเซาะของพื้นที่ชายฝั่งทะเลอีกด้วย นอกจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในบ้านโคกเมืองแล้ว จ.สงขลานั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายเลยทีเดียว ส่วนจะเป็นที่ไหนบ้างนั้น ติดตามกันต่อได้ในรายการ ชื่นใจไทยแลนด์ ในคลิปด้านล่างนี้ได้เลย

ตามอำเภอจานชวนชิมอาหารจานเด็ดของ ชุมชนบางสระเก้า”แกงกะทิหอยจุ้บแจงและยำหอยขี้ค้อน”

รายการตามอำเภอจานยังคงพาคุณผู้ชมมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ และเรียนรู้ธรรมชาติ กันที่ ชุมชนบางสระเก้า ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี กันต่อค่ะซึ่งมาพร้อมกับสองเมนูเด็ด “แกงกะทิหอยจุ้บแจง และยำหอยขี้ค้อน” หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วเราได้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างการปล่อยปู ได้เห็นลีลาการหาปลากระบอกแบบชาวบางสระเก้า และได้ลิ้มรสกับอาหารท้องถิ่นอย่างแกงส้มปลากระบอกลูกเถาคันกันไปแล้ว ที่บ้านบางสระเก้านั้นยังมีอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ชาวบ้านนิยมหาไปรับประทานและอยู่ในป่าชายเลน หาได้ในช่วงน้ำลง นั่นก็คือหอยขี้ค้อนและหอยจุ้บแจงค่ะ แต่เมื่อเราเข้ามาช่วงป่าโกงกางนั้นเราจะต้องลงเดินเลาะไปตามป่าโกงกางค่ะเพื่อที่จะหาเจ้าหอยขี้ค้อน และ หอยจุ้บแจง เจ้าหอยค้อนหรือ หอยขี้ค้อนนั้นมักจะอาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นค่ะโดยเฉพาะที่เป็นโคลนปนทรายการหาหอยค้อนนั้นเราจะพบได้ตามบริเวณพื้นดินใต้ต้นฝาดหรือต้นโกงกางค่ะ ต้นโกงกางนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และยังเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำต่างๆ ส่วนหอยจุ๊บแจงนั้นวิธีการหาก็จะแตกต่างไปจาก หอยค้อน ค่ะเนื่อจากเจ้าหอยจุ๊บแจงนั้นมักจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ กิ่งไม้ หรือหลังใบไม้ค่ะเนื่องจากสีของหอยจุ๊บแจงนั้นมีคล้ายคลึงกับสีของต้นไม้และกิ่งไม้ทำให้ต้องใช้สายตาสอดส่องสักนิดนึงค่ะ เมื่อหาเจ้าหอยขี้ค้อน และ หอยจุ้บแจงได้พอประมาณนึงแล้วเราก็ยังต้องแวะไปหาวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในการทำแกงกะทิหอยจุ๊บแจงนั่นก็คือ เร่วหอม ค่ะ “ต้นเร่วหอม” เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นและเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นสาก สีเขียวอมแดง ส่วนโคนต้นมีสีแดงเรื่อ และเหง้าใต้ดินมีสีอมชมพู มีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและแยกเหง้าใต้ดิน มักขึ้นตามพื้นล่างของป่าดงดิบพื้นราบและตามป่าเขาทั่วไปค่ะ และเครื่องวัตถุดิบอีกอย่างนึงก็คือ ใบขลู่ ค่ะซึ่งเจ้า ใบขลู่ นั้นเป็นสมุนไพรช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง รักษาโรคเบาหวาน และช่วยขับปัสสาวะได้ดีค่ะ เมื่อเราได้วัตถุดิบมาครบแล้วเราก็จะมาทำเมนูแรกกันค่ะนั่นก็คือ ยำหอยขี้ค้อน ขั้นแรกเราก็จะนำหอย มาต้มให้สุกก่อนที่จะนำไปทำอาหารค่ะใช้เวลาต้มสักประมาณ 20 -30 นาทีค่ะ หลังจาต้มเสร็จแล้วเราก็จะนำหอยมาทุบเพื่อเอาเปลือกออกค่ะต่อมาก็ซอยใบขลู่ […]

จุกเบาๆ!! เผยภาพตู้ไบโอโทปเลียนแบบสิ่งแวดล้อม ที่ได้ไอเดียมาจาก จ. สมุทรสาคร

ภาพเจ็บๆ นี้ถูกถ่ายเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Massimo Tavazzi ที่ถ่ายมาจากงาน Italian BettaFestival 2017 ในเมืองปิอาเซนซ่า แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นงานประกวดปลากัดสายพันธุ์ต่างๆ และได้มีการจัดตู้ไบโอโทป (Biotope) เลียนแบบระบบนิเวศของประเทศต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผลงานที่อ้างว่าได้แรงบันดาลได้ใจมาจากพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย ซึ่งมีสภาพเป็นแหล่งเสื่อมโทรมที่ปราศจากสิ่งมีชีวิต และมีเศษขยะตกหล่นอยู่บริเวณริมชายฝั่ง จนมีหลายคนเข้าไปแสดงความเห็นว่า…เป็นการเลียนแบบธรรมชาติที่สมจริงมาก!!

keyboard_arrow_up