“โจ นูโว” หอบหลักฐานร้อง ปอท. เชื่อมีใบสั่งปลอมเฟซบุ๊ก ยกมือไหว้ขออย่าทำ กฐินเพียบแล้ว!

ในช่วงบ่ายวานนี้ (7 ส.ค. 62) “โจ นูโว” พร้อมทนายเดินทางมาร้องต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. กรณีโดนมือดีสร้างเพจปลอมโพสต์ข้อความเรียกร้องให้รายการคืนความสุขฯ ของนายกฯ หวนลงจออีกครั้ง ซึ่งมีบางสำนักข่าวนำประเด็นนี้ไปนำเสนอทำให้คุณโจเดือดจัด ขู่ฟ้องสำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายกับตนเองอย่างหนัก หลังจากนำหลักฐานเกี่ยวกับเฟซบุ๊กปลอมมอบแก่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และโฆษก ผบก.ปอท. แล้วเสร็จ คุณโจได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุตนมาเพื่อใช้สิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่ตามผู้ที่ทำเพจปลอมขึ้นมา ซึ่งหลักจากตามตัวเจอแล้ว ก็ขอคิดอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมีอายุความถึง 15 ปี ส่วนกรณีสำนักข่าว 4 สำนัก ที่นำเพจปลอมไปเขียนข่าวทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น ตนไม่คิดจะเอาเรื่อง แม้ที่ผ่านมาเวลาตนโพสต์อะไรในไอจีแล้วเอาไปเขียนข่าวก็ไม่เคยโกรธ แต่ครั้งนี้สุดจะทน เพราะมีการปลอมเป็นตัวเอง แถมยังมีคนมาคอมเมนต์ต่อว่าตนด้วยข้อความที่รุนแรง อีกทั้งยังมีการโพสต์เบอร์สำหรับจ้างวงนูโว ก็กังวลว่าจะมีคนหลงเชื่อและสร้างความเสียหายอีก ทั้งนี้คุณโจถึงกับยกมือไหว้ วอนอย่าทำเพจปลอมแบบนี้ขึ้นมาอีกเลย ซึ่งในใจก็รู้ดีว่าใครเป็นคนทำแต่ไม่อยากพูด เพราะเรื่องแบบนี้ต้องมีใบสั่งให้ทำแน่นอน คุณโจเผยแบบติดตลกว่า สงสัยช่วงนี้ตนเงียบ ๆ กับการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองก็เลยคงอยากให้มีข่าวบ้าง โจ : เขาเอาไปลงก็ทำให้มีคนขุ่นเคือง จองกฐินกันเป็น […]

ปอท. มาตามคำท้า! รวบ “ปู่มหามุนี” พร้อมสาวบิกินีไลฟ์นัว ผิดพ.ร.บ.คอมฯ-การพนัน เจ้าตัวพร้อมนอนคุก

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ “ปู่มหามุนี อริยดาบส” เผยแพร่คลิปไลฟ์เฟซบุ๊ก แสดงท่าทีหยอกเล่นกับหญิงสาวแต่งกายน้อยชิ้น และเชิญชวนให้ผู้ชมสมัครเข้าเล่นการพนัน ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) แถลงผลการจับกุม นายชัยรัตน์ ยอดพรม หรือ ปู่มหามุนี อริยดาบส อายุ 38 ปี เจ้าของสำนักสักยันต์ปู่มหามุนี ในข้อหาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และพ.ร.บ.การพนัน หลังผู้ต้องหาท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำรถยนต์ไปรับตัว ตำรวจจึงนำรถพร้อมหมายจับไปแสดงจับกุมตัวที่บ้านพักย่านรามอินทรา ปู่มหามุนี กล่าวว่า ตนเองจบเพียง ป.4 จึงไม่ทราบว่าการไลฟ์สดนัวเนียสาว และการชักชวนเล่นการพนันจะผิดกฎหมาย เนื่องจากมีคนว่าจ้างมาในราคา 4,000 บาท แต่เมื่อทราบว่าผิดกฎหมายก็พร้อมที่จะยอมรับผิด โดยอยากจะให้มองว่าเป็นการเข้าไปศึกษาชีวิตภายในคุกด้วยตนเอง เพราะตนเองเป็นคนจริง ทำจริง ชอบศึกษาจริง รวมทั้งอยากขอโทษประชาชน และวอนขออย่าลอกเลียนแบบพฤติกรรมดังกล่าว ด้านพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการ ปอท. ระบุว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ 3 คน โดยสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 2 คน คือ […]

พปชร.ร้อง ปอท.หลังเจอโพสต์โจมตี ส.ส.พรรค-โยง กกต.ไม่เป็นกลาง

พรรคพลังประชารัฐ นำหลักฐานโพสต์ของผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งเดินทางเข้าพบ ปอท.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้ Facebook ที่โพสต์ข้อมูลเท็จ โดยพาดพิงกับตัว ผู้สมัคร ส.ส.จนอาจสร้างความสับสนในหมู่ประชาชน วันนี้ (11 มี.ค.62) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ชั้น 4 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. ก่อนเข้าพบเจ้าพนักงาน นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์ กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า โพสต์ดังกล่าวมีการนำเอกสารคู่มือการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.แจกจ่ายให้กับประชาชนมาถ่ายรูปแนบคู่กับใบประกาศแนะนำตัวของผู้สมัคร พร้อมลงข้อความอ้างว่า ได้รับมาพร้อมกัน ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาพรรค และ กกต. สร้างความเสียหายและไม่เป็นธรรมให้กับพรรคผู้สมัครและ กกต.เอง ซึ่งต้นโพสต์ระบุว่าอยู่ที่ต่างประเทศ และเมื่อได้ตรวจสอบผู้โพสต์ดังกล่าวพบว่ามีการสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าอาจมีการกระทำเป็นกระบวนการ โดยเบื้องต้นจะแจ้งความเอาผิดในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ. ซึ่งภายหลังเข้าแจ้งความแล้วจะนำเรื่องไปร้องต่อ กกต.เพื่อดำเนินการตามกระบวนการตามกฏหมายต่อไป ด้าน น.ส.พัชรินทร์ หรือ ดร.ส้ม ยืนยันว่า ทางเราไม่ได้มีแนวทางที่จะทำการทะเลาะกับพรรคการเมืองใดอยู่แล้ว แต่เนื่องจากถูกกระทำในลักษณะนี้มาหลายครั้งและไม่เคยตอบโต้ […]

รองหัวหน้าอนาคตใหม่ รับทราบข้อกล่าวหา “แชร์ข่าวปลอม” เชื่อเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง

รองหัวหน้าอนาคตใหม่ เข้าปอท.รับทราบข้อกล่าวหา เหตุแชร์ข่าวพลเอกประวิตรดื่มกาแฟแล้วละหมื่นสอง เชื่อเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง จากกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีการแชร์ข่าวปลอมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กินกาแฟข้างทางแก้วละ 12,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 82,000 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการนำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2)และ14(5) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งมีอัตราจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ วันนี้ (11 มี.ค.62) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ชั้น 4 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทนายได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งแรก พล.ท.พงศกร กล่าวว่า ไม่กังวลกับคดีดังกล่าว ตนไม่ใช่ผู้ต้องหาที่หนีหมายจับตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวไปและ คดีนี้เป็นการดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง เพราะคดีนี้หากดูองค์ประกอบทางความผิดในกฎหมายแล้วตามข้อกล่าวหาเป็นการกระทบต่อความมั่นคงและก่อให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ตนในฐานะที่ดูแลงานนี้มาเป็นเวลานานก็ไม่ได้คิดว่าก่อให้เกิดปัญหาตามข้อกล่าวหาดังกล่าว กฎหมายฉบับนี้จึงมีปัญหาที่ต้องทบทวนทำการแก้ไขเพราะในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรืออเมริกา การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับไซเบอร์มีจุดประสงค์เพื่อให้อำนาจต่อภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันป้องกันการโจมตี […]

ปอท. บุกจับแม่ค้ายาเสียสาวผ่านเฟซบุ๊ก อึ้ง ที่แท้แค่คลอรีนล้างตู้ปลา

วันที่ 5 ธ.ค. 61 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าบุกแหล่งที่จำหน่ายยาเสียสาว ที่บ้านพักของนางสาว กัญยามล เสทียนรัมย์ ชาวจังหวัดนครราชสีมา โดยสามารถตรวจยึดของกลางเป็น ยาไวอากร้า, ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศหลายยี่ห้อ และเม็ดเกล็ดใสที่อ้างว่าเป็นยาเสียสาว มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท โดย พันตำรวจเอก ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการลักลอบขายยาเสียสาวหรือยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนเพื่อหาแหล่งจำหน่ายยาเสียสาวผ่านทาง กระทั่งพบเพจเฟซบุ๊ก “ขายส่งยาเสียสาว ปลอกมุกครึ่งท่อนเต็มลำ ของเล่น 18+ บริการเก็บเงินปลายทาง” และนำไปสู่การจับกุมแม่ค้ารายดังกล่าวในที่สุด ทั้งนี้ จากการสอบสวน นางสาวกัญยามล ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ได้ลักลอบจำหน่ายยาไวอากร้า ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศโดยผิดกฎหมายจริง ส่วนเม็ดเกล็ดใสที่โฆษณาขายโดยอ้างว่าเป็นยาเสียสาวนั้น แท้จริงเป็นเพียงคลอรีนสำหรับล้างตู้ปลาเท่านั้น เบื้องต้น ตำรวจได้ดำเนินคดี ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไมได้รับอนุญาต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท, ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ซึ่งมีอัตราโทษ […]

ทนายษิทรา โพสต์ถาม ‘โจทก์’ ทำไมปฎิเสธหลักฐานที่ขอมาเองจาก ปอท.

สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีนัดการไต่สวนมูลฟ้องในกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร รวมทั้งยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของร้อยตำรวจโทจรูญ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ ที่ต่อมาทนายษิทรา ได้เผยแพร่ภาพสด พร้อมข้อความระบุว่า “แจ้งความดำเนินคดีครูปรีชา ทนายวรยุทธ ร่วมกันปลอม และใช้เอกสารปลอม นำสืบพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาต่อศาล ที่สภ.เมืองกาญจนบุรีครับ” (อ่านเพิ่มเติม : “ษิทรา” แจ้งความ “ปรีชา-ทนาย” ข้อหาปลอม-ใช้เอกสารปลอม พร้อมเล่านาทีคุยกับครูก่อนออกศาล (คลิป)) ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายโจทก์ได้ปฎิเสธหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียง โดยระบุว่า…คลิปเสียงเป็นพยานหลักฐานที่โจทก์ขอหมายเรียกจาก ปอท. มาเอง แต่ทำไมโจทก์ถึงปฎิเสธหลักฐานของตัวเอง #ตั้มไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ (24 กรกฎาคม 2561) […]

‘พชร์ อานนท์’ ขึ้นโรงพักเอาผิดคนกุข่าวบิดเบือน คอนเฟิร์มไม่ทำหนังเด็กติดถ้ำ

ขอออกมาปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ “พชร์ อานนท์” ได้แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ดและเพจต่าง ๆ ฐานหมิ่นประมาทเมื่อเดือนเมษายน เวลาผ่านไป 3 เดือน ผู้กำกับชื่อดังฟ้องอีก โดยเจ้าตัวได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานแก่ ปอท. เพื่อแจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด ที่ตัดต่อโปสเตอร์หนังไปโยงกับเหตุการณ์ทีมหมูป่าและบิดเบือนความจริงว่า ผู้กำกับคนดังเตรียมจะสร้างหนังเด็กติดถ้ำ เป็นเหตุให้ชาวเน็ตรุมวิจารณ์หูชา โดย “พชร์ อานนท์” เปิดใจกับสื่อถึงเหตุเข้า “อย่างแรก มาติดตามคดีเก่าที่แจ้งไว้ ให้กระตุ้นให้หน่อย ตอนนี้ฟ้องไปแล้วหนึ่งเพจ เรียกค่าเสียหายในคดีแพ่ง ทนายความกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนเกรียนโซเชียล เราก็เข้าสอบถามว่าคดีไปถึงไหนแล้ว คดีใหม่เกี่ยวกับหนัง ที่คนบอกว่าเราจะทำหนังถ้ำ ซึ่งเราไม่เคยพูด ไม่เคยพูดว่าจะเอาโค้ชเอก เอาเด็กมาเล่นหนัง อยู่ๆ มีข้อความเอาโปสเตอร์หนัง ม.6/5 เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มาทำใหม่ให้มุดถ้ำ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เราสามารถแจ้งได้ ส่วนหมิ่นประมาทจะไปแจ้งที่สถานีตำรวจ ตั้งแต่มีข่าวถ้ำ ไม่เคยพูด คนเอาไปคิดเอง มโนเอง คนก็มาด่า พี่ก็เสียหาย ด่าแรงเกิน มันไม่ใช่ข้อมูลจริง ไม่เคยพูด ไม่เคยพูดว่าจะเอาเด็กเอาโค้ชมาเล่นหนัง” “วันนี่รวบรวม […]

จัดซะหน่อยไม่งั้นไม่จบ! ‘พชร์’ ลุยแจ้งความสั่งสอนเกรียนปั่นกระแสให้คนด่า คิดทำหนังเด็กติดถ้ำ

จากกระแสแห่แชร์ภาพและข้อความของ “พชร์ อานนท์” ที่โพสต์ลงสื่อโซเชียลว่า “รับสมัครเด็กชาย อายุ 11-16 ปีหลายคน ขอหน้าตาเป็นเด็กต่างจังหวัด พูดภาษาเหนือได้ไม่ต้องหล่อ ขอให้มีคาแรกเตอร์ชัดเจน อ้วนไม่เอา ทิ้งรูปไว้ในนี้เลย” ชาวเน็ตก็จินตนาการไปไกลว่าผู้กำกับคนดัง อาจมีแผนทำหนังเกี่ยวกับเด็กติดถ้ำแน่ๆ ซึ่งดราม่าบังเกิดทันที มีการต่อว่าต่อขานและตั้งแง่แอนตี้ไม่ขอดูหนังของ พชร์ ตลอดชีวิต! ล่าสุดผู้กำกับคนดังขอไม่ทน เตรียมลุยเข้าแจ้งความเอาผิดกับมือโพสต์กุข่าวทุกคน โดยเจ้าตัวได้นัดแนะสื่อมวลชนให้ไปทำข่าวที่ ปอท. ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ด้วย   ภาพ : IG poj_arnon6565 / Facebook พชร์ อานนท์

ความรักชนะทุกสิ่ง! ‘สายป่าน’ พักยกดราม่า ควง ‘วุฒิ’ ดูน้ำดูฟ้าเกาะมันนอก

เจอกระแสดราม่าหนักเอาเรื่องถล่มเละตั้งแต่ต้นปี แต่สาว “สายป่าน อภิญญา” ก็กำลังใจดีเวอร์เพราะได้แฟนหนุ่ม “วุฒิ นันทวุฒิ” อยู่เคียงข้างฝ่าข่าวฉาว ปมภาพของลับฝ่ายชายหลุดว่อนเน็ตจนถูก ปอท. ลงดาบฐานเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล่าสุดก็ถึงเวลาเติมใจให้กันอีกรอบ ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งคู่จะชอบบรรยากาศทะเล ท้องฟ้า เอามากๆ โดยครั้งนี้เกี่ยวก้อยตะมุตะมิชวนกันไปพักสายตาดูเส้นขอบฟ้ากันที่ เกาะมันนอก จ. ระยอง พร้อมอวดช็อตโรแมนติกสะท้านใจคนโสดมากเวอร์!!! ภาพ : IG nantawut_bs / IG apinnya

เซ่นความประมาท! ‘สายป่าน’ รับทราบข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ กลั้นสะอื้นแถลงรับสภาพ

ปมภาพหลุดหนอนน้อยแฟนหนุ่ม “วุฒิ นันทวุฒิ“ กลายเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โต เมื่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ฮึ่ม! เรียกดาราสาว “สายป่าน อภิญญา” เข้าชี้แจงปมภาพหลุดของลับแฟนหนุ่มจนเกิดเป็นประเด้นร้อนแรงในโลกออนไลน์ ล่าสุด “สายป่าน” พร้อมด้วย “วุฒิ” ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เผยแพร่ภาพอนาจาร พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนต่อกรณีที่เกิดขึ้น  “วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาและมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่าลำดับเหตุการณ์เป็นยังไง ซึ่งป่านก็ชี้แจงไปแล้วทางไอจี เฟสบุ๊กก็ตามนั้นเลยค่ะ โดยในวันนี้เป็นในส่วนของการสอบสวน ชี้แจงความจริง สำหรับผลยังไม่ออกมา สำนานทั้งหมดจะส่งไปที่ศาลฯ อีกที ซึ่งหลักฐานของป่านก็คือแคปจากไอจีและก็ข้อความที่เราคุยกับเพื่อนๆ แฟนคลับว่าเราไม่ได้มีเจตนาจริงๆ ในการโพสต์คลิปนั้นลงไป” เป็นเรื่องที่ค่อนข้างบานปลาย? “น่าจะเป็นในส่วนของก่อนหน้านี้ที่ป่านไม่ได้ออกมาพูด ข้อมูลมันก็เลยผิดพลาดไปบ้าง” ทางวุฒิเป็นอย่างไรบ้างกับเหตุการณ์นี้? “วันนี้ก็พาเขามารับทราบข้อกล่าวหา ในส่วนของเราไม่ต้องชี้แจงอะไร ในส่วนของผลกระทบ ผมเป็นห่วงความรู้สึกของป่านมากกว่า เพราะเขาเป็นผู้หญิง ผมเป็นผู้ชายไม่เป้นไรหรอก ห่วงในส่วนของครอบครัวเขาด้วย” สายป่าน แจงต่อถึงเรื่องข้อกล่าวหาว่า “การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นของป่านคนเดียว แต่ยังไม่ทราบข้อกล่าวหา รู้แค่ว่ามาตราที่กระทำเข้าข่ายความผิดมาตรา 14 (4) โดยให้การยอมรับว่าได้กระทำจริง แต่ก็ดูถึงเจตนาจริงๆ ซึ่งอย่างที่แจ้งก็คือวันนี้เรามาชี้แจงกับสิ่งที่เกิดขึ้นและก็เจตนาของเรา เรา สำหรับทิศทางของเรื่องนี้ป่านไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน […]

ถ้าลูกผมมาเห็น…ผมจะทำยังไง!? ‘เก่ง เกียร์อาร์’ ร้องปอท.ถูกโพสต์หมิ่น

นายภัทรศักดิ์ หรือ เก่ง เกียร์อาร์ แจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังถูกโพสต์ข้อความดูหมิ่นและโพสภาพที่ถูกตัดต่อลงสื่อโซเชียล ทำให้ได้รับความเสียหาย นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือ เก่ง เกียร์อาร์ เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีถูกดูหมิ่นและมีการตัดต่อภาพที่กำลังเสพสารเสพติดลงสื่อโซเชียล และเผยแพร่ในเพจดังเพจหนึ่ง นายภัทรศักดิ์ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้ตนเองและครอบครัวได้รับความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากภาพที่ถูกโพสต์นั้นไม่เป็นความจริง เป็นภาพที่ถูกตัดต่อขึ้นมา และภาพดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ ปอท. รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว โดยคาดว่าผู้ที่โพสข้อความดูหมิ่นและตัดต่อภาพเผยแพร่ลงสื่อโซเชียลอาจมีความผิดตามมาตรา 16 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนและดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนที่สุด

เดี๋ยวได้เสียวกันแน่! ‘บัวผัน ทังโส’ จัดเต็มทั้งจำทั้งปรับ คนแอบอ้างรูปกลุ่มไลน์ขายเสียว

จากกรณีหมอลำซิ่งชื่อดัง “บัวผัน ทังโส” เดือดปรี๊ดแช่งแรงคนแอบอ้างเอารูปของตนไปแอบอ้างในกรุ๊ปไลน์สยิว “สาวใหญ่ พาเสียว”สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง แม่บัวผันจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สน.คันนายาว เป็นที่เรียบร้อย ลั่น! เอาเรื่องถึงที่สุด ล่าสุด 25 ธันวาคม ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี อัปเดตต่อเนื่องกับการเดินทางไปแจ้งความอีกครั้งที่ ปอท. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เผยว่าเรื่องนี้เป็นคดีหมิ่นประมาท ตามกฏหมายอาญา มาตรา 328 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นคดีที่สามารถยอมความได้ รวมถึงเรียกค่าเสียหายได้อีกด้วย จึงต้องนำเรื่องกลับไปเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ทำสำนวนที่สน.คันนายาวอีกครั้ง ส่วนที่ ปอท.จะรับเรื่องเพื่อช่วยในส่วนของการหาผู้กระทำความผิด ด้านคุณบัวผัน เปิดใจกับทีมข่าวว่า “ก็สบายใจขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีแล้วก็โจ่งแจ้งว่าเหตุเกิดที่สน.คันนายาว ก็เลยต้องกลับไปที่โน่นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทางผู้ใหญ่เขาก็จะเคลียร์กันเองก็รู้สึกว่าสบายใจขึ้นกว่าเก่า เรามันก็แค่เด็กบ้านนอกมันก็กลัว เราขายศิลป์เราไม่ได้ขายอะไรพวกนี้ ก็เลยอยากปกป้องศักดิ์ศรี แล้วก็อยากบอกทุกคนว่าถ้าเจอแบบนี้อย่ากลัวเลย เรามาที่นี่เจ้าหน้าที่เราพึ่งได้ ตำรวจเราพึ่งได้ ถือว่าเรื่องพวกนี้ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว กรรมสนองไปตามนั้น ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฏหมายว่ากันไปตามบ้านเมือง ความจริงก็คือความจริงสู้ไม่ท้อ วันนี้แม่มาชี้แจงว่าที่เห็นไม่ใช่เรา แค่เอามาแอบอ้าง” ตอนนี่ก็กินอิ่มนอนหลับแล้วใช่ไหม? “กินอิ่มนอนหลับค่ะ เดี๋ยวจะมีเดินทางคืนนี้อีกตอนสองทุ่ม” […]

‘หมวดเจี๊ยบ’ เข้าพบ ปอท.รับทราบข้อกล่าวหาโพสต์หมิ่น ‘บิ๊กตู่’ ยันรัฐบาลควรรับฟังความคิดเห็น

“หมวดเจี๊ยบ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ ปอท.หลังโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา วันที่ 13 ธ.ค.60 จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง หรือ หมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนแฟนเพจส่วนตัว โดยวิจารณ์การทำงานของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนเป็นเหตุให้ คสช.เข้าแจ้งความ ในความผิดเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ล่าสุดวันนี้ (13 ธ.ค.) ร.ท.หญิง สุณิสา พร้อมด้วย นายนรินทร์พงษ์ จินาภัคกดิ์ ทนายความได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยในการเข้าพบพนักงานสอบสวนวันนี้ ได้มีตัวแทนจากสถานทูตสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา […]

วอนดำเนินคดีให้ถึงที่สุด! ผู้สื่อข่าวสาวถูกชายจ้างเป็นภรรยาลับ เข้าร้อง ปอท.

ผู้สื่อข่าวสาว ร้อง ปอท. หลังถูกชายส่งข้อความชวนเป็นภรรยาลับ ลั่นจะดำเนินคดีทุกข้อหา และอยากให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อออกมาปกป้องสิทธิ์ นางสาวกาลเวลา เสาเรือน ผู้สื่อข่าวหญิงสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง  ได้เดินทางเข้าพบกับ พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่อ้างตัวเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน ที่ได้ส่งข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มาชักชวนเป็น”ภรรยาลับ” และยื่นข้อเสนอจ่ายเงิน 220,000 บาทต่อเดือน เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ ทุกวันที่ 5,15 และ 25 ของทุกเดือน พร้อมระบุว่าหากตนเองไม่พอใจจำนวนเงินที่เสนอให้ สามารถขอเรียกเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังมีการส่งภาพหญิงสาวรายอื่นๆ ในลักษณะอนาจารทางเพศ และรูปตัวเองสำเร็จความใคร่มาให้ดู โดยนางสาวกาลเวลา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาไม่ได้รับชายคนดังกล่าวเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ตอนแรกคิดว่าถูกอำ เพราะในโปรไฟล์เฟซบุ๊กก็มีข้อมูล ระบุว่าตนเป็นนักข่าว แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังยื่นข้อเสนอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังได้วีดิโอคอลผ่านเฟซบุ๊กมา ตอนแรกตนไม่กล้ารับสาย แต่เมื่อปรึกษาผู้ใหญ่แล้ว ก็บอกให้ลองรับ เพื่อดูว่าเป็นบุคคลเดียวกับรูปโปรไฟล์หรือไม่ แต่เมื่อลองรับสาย ชายคนดังกล่าวกลับไม่เปิดกล้องให้เห็นใบหน้า และคิดว่าเริ่มถูกคุกคามจนทนไม่ไหว จึงบล็อคเฟซบุ๊กชายดังกล่าวไป และได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพราะอยากเป็นกระบอกเสียง และเรียกร้องให้ผู้เสียรายอื่นได้รับความยุติธรรม นางสาวกาลเวลายังบอกอีกว่า หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่โดนลักษณะดังกล่าว อยากให้ออกมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดี และอยากให้ตำรวจจับกุมชายคนดังกล่าวดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ตำรวจ ปอท. ได้สอบปากคำนางสาวกาลเวลา […]

คาดฝีมือคู่อริเก่า! ‘กัสจัง แม็กซิม’ ร้อง ปอท.ถูกนำภาพโพสต์ขายบริการทางเพศในต่างแดน (คลิป)

กัสจัง แม๊กซิม พริ้ตตี้สาว นำหลักฐานเข้าแจ้งความ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังถูกคนเอารูปเธอ และเพื่อนๆ พริตตี้ไปโพสต์ขายบริการทางเพศในต่างแดน คาดน่าจะเป็นคู่อริเก่าที่เคยมีปัญหากันมาก่อน นางสาวอภิสร์ญา อิทธิโชติอนันต์ หรือ กัสจัง อายุ 24 ปี พร้อมด้วยทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หลังถูกแอดมินเพจแห่งหนึ่ง เอารูปของเธอและเพื่อนๆพริตตี้ รวมทั้งหมด 6 คน ไปโพสต์ประกาศขายบริการทางเพศ ยังต่างประเทศ ซึ่งเจ้าตัวคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคู่อริที่เคยมีปัญหากันมาก่อน ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียง และส่งผลกระทบในเรื่องการจ้างงาน และสภาพจิตใจของคนในครอบครัว ทั้งนี้ต้องการให้เจ้าหน้าที่นำคนผิดมาลงโทษ รวมทั้งเอาผิดกับผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ทำให้เธอเสียหาย ด้านนายรณณรงค์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้พนักงานสอบสวนดำเนินในข้อหา พรบ.คอมพิวเตอร์และข้อหาหมิ่นประมาท กับเจ้าของเพจและผู้ที่เข้าไปคอมเม้นท์ในโพสต์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ หรือหากเข้าข่ายในความผิดหมิ่นประมาท ก็จะประสานงานส่งเรื่องต่อให้สน.บางขุนเทียน ซึ่งเป็นสน.ท้องที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์โหด! ลวง ‘เหยื่อสาวมาเลย์’ ทำงาน พร้อมทุบตีหากขัดขืน (คลิป)

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจภูธรบางแก้ว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ และทหาร เข้าช่วยเหลือนางสาว กู เวิน ชิง ชาวมาเลเซียที่ อาคารแห่งหนึ่งย่านถนนเทพรัตน หรือถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 5 อำเภอบางพลี จากการตรวจสอบพบ นางสาวชิงเพื่อนสัญชาติเดียวกันอีก 7 คน และนายเจ้า เฟย หลง คนคุมงานชาวไต้หวัน พร้อมคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก สถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ว่า นางสาวชิงถูกลวงมาทำงาน และถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย จึงประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ผู้เสียหายเล่าว่า ถูกลวงให้มาทำงานด้านบริการลูกค้าสัมพันธ์ในไทย แต่เมื่อเข้าทำงานกลับพบว่าป็นการหลองลวงผ่านทางโทรศัพท์ จึงปฏิเสธไป ทำให้คนคุมชาวไต้หวันไม่พอใจ ใช้ท่อนเหล็กตีร่างกาย รวมทั้งใช้ปลายมีดแทงแขน มือ และจี้ลำคอข่มขู่หลายครั้ง จึงขอร้องให้เพื่อนส่งข้อความถึงญาติที่มาเลเซีย กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ เบื้องต้น นายหลงถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตราย ส่วนอุปกรณ์ที่ตรวจยึดเจ้าหน้าที่จะส่งให้ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ตรวจสอบ ส่วนชาวมาเลเซีย 7 คน […]

ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง!? แชร์มั่ว หรือชัวร์แม่น?

เดี๋ยวนี้การออกไปเดินเลือกซื้อของเองให้เหนื่อย คงเป็นเรื่องที่เอ้าท์ไปแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราทำทุกอย่างผ่านระบบออนไลน์ ใครๆ ก็ช้อปบนอินเทอร์เน็ต หลายคนก็อาศัยช่องทางนี้เปิดร้านค้า หรือหารายได้พิเศษเล็กๆ น้อยๆ เมื่อมีร้านค้ามากขึ้น การแข่งขันก็มากขึ้นตามไปด้วย ช่องทางโซเชียลมีเดียของคนดังทั้งหลายจึงเป็นหนทางที่แม่ค้าออนไลน์เลือกใช้โปรโมทร้านของตนเองกัน แล้วข่าวแชร์ที่ว่า “ฝากร้านออนไลน์เสี่ยงถูกฟ้อง” นี่จะจริงหรือไม่นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามผู้เชี่ยวชาญกันเลย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยันกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “ชัวร์แม่น √”  ถ้าไปฝากร้านจนเจ้าของรำคาญ สามารถฟ้องร้องเอาผิดได้จริง บรรดาเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั้งหลาย หากไปฝากร้านตามอินสตาแกรม หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ของผู้อื่น แล้วทำให้เจ้าของเกิดความเดือดร้อน รำคาญใจ เจ้าของแอคเคาท์สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะถือว่าเป็นความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 11 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับเจ้าของโซเชียลมีเดียที่อยากดำเนินคดีนั้น สามารถพริ้นต์ข้อมูลการฝากร้านดังกล่าวจากคอมพิวเตอร์ ก่อนนำไปร้องทุกข์ที่พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เราเปิดดูโซเชียลมีเดียเหล่านี้ จากนั้นตำรวจจะแจ้งไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อตรวจสอบเจ้าของแอคเคาท์ที่แท้จริงก่อน เพราะที่ผ่านมาก็มีการเอาแอคเค้าท์ที่ไม่ใช่ของตัวเองไปแจ้งความด้วย ก่อนดำเนินคดีกันต่อไป อย่างไรก็ตามจะฝากร้านหรือทำอะไรก็ควรทำแต่พอดี นึกถึงหัวอกหัวใจเจ้าของแอคเคาท์กันด้วย หรือสังเกตก่อนว่าเจ้าของแอคเคาท์อนุญาตให้ฝากร้านหรือไม่ ถือว่าเป็นการเคารพซึ่งกันและกันทั้งคนฝากและคนถูกฝาก และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนะจ๊ะ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก […]

‘ทำเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์…’ ปู่เด็กปลอมหวย วอนสังคมเห็นใจ หลังโดนแจ้งความทำเครียดทั้งบ้าน

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 60 ตัวแทนฝ่ายกฎหมาย ของสำนักงานฉลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าแจ้งความ กับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เอาผิดเด็กสาววัย 13 ปี ที่ตัดแปะหวยหลอกย่า ว่าถูกรางวัลที่ 1 ที่จังหวัดพะเยา ก่อนจะโพสต์ลงเฟซบุ๊คและถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดนายประยงค์ ทะนันชัย อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ต.บ้านมาง อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ปู่ของเด็กสาววัย 13 ปี ออกมาวิงวอนสังคมให้เห็นใจ บอกว่า สิ่งที่หลานสาวทำไปนั้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบจนมากมายขนาดนี้ และตอนนี้ ทุกคนในครอบครัวเกิดอาการเครียดกันหมด ขอโทษต่อสังคมที่ทำให้เกิดผลกระทบ โดยเฉพาะกับสำนักงานฉลากกินแบ่งรัฐบาล ที่การกระทำของหลานทำให้เกิดความเสียหาย ทางด้านตำรวจ สภ.เชียงม่วน จ.พะเยา บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน จากทาง ปอท. ให้ดำเนินการต่อในเรื่องนี้ ซึ่งไม่แน่ใจว่า ทาง ปอท. จะ ลงมาดำเนินการเองหรือไม่ แต่หากมีการส่งเรื่องมาให้ทาง สภ.เชียงม่วน เจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม

keyboard_arrow_up