เร่งตามล่า 3 คนร้ายปล้นร้านทอง กวาดไปกว่า 10 ล้าน เจ้าของตั้งเงินแจ้งเบาะแส 3 แสนบาท

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 60 เกิดเหตุคนร้าย 3 คนก่อเหตุอุกอาจ ใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่อ.เมือง จ.ชลบุรี กวาดทองคำไปกว่า 535 บาท คิดเป็นเงินประมาณกว่า 10 ล้านบาทนั้น พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ตำรวจชลบุรีได้ประชุมแบ่งงานเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 3 คนที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึก ภาพคนร้ายตามจุดต่างๆ ในเส้นทางหลบหนีไว้ได้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลและระบุชัดถึงกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดทั้งหมด คิดว่าคนร้ายน่าจะไม่ใช่มืออาชีพ น่าจะเป็นมือใหม่มากกว่า นอกจากนี้จะประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบของห้างสรรพสินค้า ย้อนหลัง 15 วัน เพื่อนำมาดูว่า คนร้ายได้เข้ามาดูลาดเลาอะไรหรือไม่ คาดว่าจะได้คนร้ายรายนี้โดยเร็ว ส่วนวันนี้ (23 พ.ย. 60) ร้านทองที่เกิดเหตุปิดร้านชั่วคราว เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายก่อน ซึ่งทางเจ้าของร้าน ยังประกาศให้เงิน 3 แสนเป็นค่าเบาะแสในการนำจับอีกด้วย แต่จากการสอบสวนเชิงลึก พบว่า พนักงานบางคน ติดการพนันอย่างหนัก ซึ่งตรงประเด็นนี้จะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีอีกครั้ง

หนุ่มควงปืนยาวปล้นร้านสะดวกซื้อ ชิงผูกคอตายหนีคดี! พร้อมทิ้งจดหมายขอขมา พบติดหนี้พนัน

กรณีเมื่อวันที่  7 พ.ย. 60 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยาว บุกชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 2 ร้านภายในคืนเดียว ล่าสุด ตำรวจสน. ทุ่งสองห้อง และ สภ.คูคต กำลังตามจับกุมตัว ล่าสุดวันนี้ (10 พ.ย. 60) พบว่าคนร้ายผูกคอตายโกดังเก็บของแห่งหนึ่ง ในซอยวิภาวดี 70 ทราบชื่อคนร้าย คือ นายณัฐพงษ์ โสสุทธิ์ อายุ 29 ปี ใช้สายไฟผูกคอตนเองกับ โครงเหล็ก เสียชีวิตมาแล้ว ประมาณ 12 ชั่วโมง จากการตรวจสอบพบจดหมายลาตายที่ผู้ตายเขียนทิ้งไว้จำนวน 3 แผ่น มีใจความขอโทษบุคคลใกล้ชิดหลายคน ที่ตัวเองได้ทำสิ่งผิดพลาดไปจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 แห่ง ทั้งในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และ สภ.คูคต และพบรถจักรยานยนต์รวมทั้งหมวกกันน็อกคขาว ที่คนร้ายใช้สวมขณะก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ สิ่งของทั้งหมดไว้ เพื่อใช้ตรวจเทียบกับการตรวจดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต เพื่อระบุยืนยันอีกครั้ง นายชัยรัตน์ เทียมขุนทด อายุ 34 […]

เตือนภัยถนนพระราม 3! ‘โจรชุม’ ดักจี้ชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกาย หนุ่มโชคร้ายนิ้วหวิดขาด (คลิป)

ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ สำหรับภัยกลางกรุง ผู้ที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพ ซึ่งอาจต้องเดินทางไปไหนมาไหนช่วงค่ำคืน ล่าสุดในพื้นที่ย่านถนนพระราม 3 ช่วงกลางดึกของวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุจี้ชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายถึง 2 รายซ้อน นายเกษม มาเป็ง อายุ 36 ปี ผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่ง เปิดเผยกับคุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าว ถึงวินาทีที่ถูกโจรจี้ชิงทรัพย์ว่า ขณะที่เขาเดินออกจากที่พักเพื่อไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ แต่เมื่อถึงทางเดินฟุทบาตช่วงคลองปริวาส ริมถนนพระราม 3 ขณะที่เขากำลังเปิดไฟฉายจากมือถือเพื่อส่องดูทาง จู่ๆ ก็มีคนร้ายชาย 3 คนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนมาคันเดียวกัน จอดรถริมข้างทาง ซึ่งคุณเกษมรู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ถูกคนร้ายต่อยเข้าที่กรามด้านซ้าย 1 ครั้งจนเซ จากนั้นคนร้ายที่มีรูปร่างผอม ผิวดำ ก็เข้ามาประกบด้านหลัง และเอามีดยาวเกือบศอกมาจี้ที่เอวของเขา ส่วนคนคนร้ายอีกคนที่มีรูปร่างท้วม เข้ามาประกบด้านหน้า พร้อมพูดว่า “เอาโทรศัพท์มา” เมื่อเห็นท่าไม่ดี คุณเกษมจึงยอมส่งมือถือให้คนร้าย (มูลค่า 4,500 บาท) และฉวยโอกาสผลักคนร้ายทั้ง 2 คนเพื่อวิ่งหนี แต่จังหวะนั้นกลับถูกมีดบาดเข้าที่นิ้วชี้ด้านขวา เป็นแผลฉกรรจ์ […]

เร่งตามล่าคนร้ายแทง ‘ครูสาวโคราช’ สาหัส หลังพยายามปล้น-ข่มขืน ด้านผู้ว่าฯ รุดเยี่ยม

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย. 60  น.ส.สุกัญญา รักษาสัตย์ ครูธุรการประจำโรงเรียนบ้านกุดน้อย ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถูกคนร้ายพยายามจี้ชิงทรัพย์ และพยายามล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงครูสาวกว่า 5 แผล อาการสาหัส และหลบหนีไปนั้น ล่าสุดตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังคงไล่ล่าคนร้าย โดยทางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาสั่งย้ายครูสาวมาช่วยราชการในที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ขณะที่ทางตำรวจได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้บาดเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง และได้เดินทางเข้าเยี่ยม น.ส.สุกัญญา ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา โดย น.ส.สุกัญญา อาการปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักรักษาตัวอยู่อีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อฝึกหายใจเนื่องจากปอดถูกของมีคมแทงทะลุ และเพื่อให้แผลที่ถูกแทงหายดี ด้านความคืบหน้าของคดี ตำรวจสภ.สีคิ้ว บอกว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรสีคิ้ว พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และตำรวจภูธรภาค 3 ได้แบ่งกำลังกันลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นสืบหาตัวคนร้ายจากรูปลักษณะรอยสักของคนร้ายที่ครูสาวผู้บาดเจ็บให้การระบุไว้ เนื่องจากคนร้ายสวมใส่หมวกกันน็อคจึงทำให้ไม่เห็นใบหน้าของคนร้าย แต่ลักษณะรอยสักตรงลำคอของคนร้ายมีลักษณะพิเศษ เป็นรอยสักที่มีสีแดง และเป็นรูปคล้ายอักษรภาษาอังกฤษ เบื้องต้น คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งแกะรอยคนร้าย พร้อมสอบถามถึงชายที่มีลักษณะรอยสักดังกล่าวแล้ว    

ยิงสนั่นกลางเมือง! ตร.ไล่ล่าคนร้ายปล้นปั๊ม กว่า 7 กม. สุดท้ายไม่รอด รถเสียหลักเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 06.30 น. เกิดเหตุคนร้ายพกอาวุธปืน เข้าไปในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เขตพื้นที่ ต.บางใบไม้ จ.สุณาษฎร์ธานี และได้ชักปืนขึ้นมาก่อนจะถามหาผู้จัดการปั๊ม โดยเด็กในปั๊มน้ำมันได้แจ้งว่าไม่อยู่ ขณะเดียวกันก็ได้โทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยจับกุมตัว แต่ชายคนดังกล่าวได้ใช้ปืนยิงใส่ตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี ประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่รงพยาบาลสุราษฎร์ธานีได้บันทึกเหตุการณ์ไว้ เป็นภาพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามยิงสกัดรถยนต์กระบะของคนร้าย โดยตำรวจไล่ล่าคนร้ายไปไกลถึง 7 กิโลเมตร แต่สุดท้ายก็จับกุมตัวมาได้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วง 6 โมงครึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้า191 รับแจ้งจากเด็กปั๊มน้ำมัน ปตท. ว่ามีชายอายุประมาณ 35 ปีใช้อาวุธปืนเข้ามาข่มขู่ภายในปั๊ม จึงรีบไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ แล้วขับรถหลบหนีออกมาทางเส้นทางหน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จึงได้ประสานชุดไล่ล่า ขับติดตามรถคนร้ายตามเส้นทางออกจากปั๊มน้ำมัน ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าเข้าตลาดซึ่งเป็นทางวันเวย์ จากนั้นรถเสียหลักหมุนรถชนฟุตบาทไม่สามารถขับต่อได้ ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัว คนร้ายเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 35 ปี มีลายสักทั้งตัว ยังไม่ทราบชื่อ มีบาดแผลที่หน้าอกขวา 1 แห่ง […]

เตือนภัย! สาวไทยโพสต์ โดนปล้นที่มาเลเซีย ถูกแทงที่หน้า-คอ เป็นแผลเหวอะ (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 60 เวลาประมาณ 3.00 น. เกิดเหตุสาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ถูกคนร้ายปล้นร้านเกมส์ แทงเข้าที่ใบหน้าและลำคอ เป็นแผลเหวอะ ก่อนจะโพสต์เพื่อเตือนภัยให้คนไทยที่ไปต่างประเทศหรืออาศัยอยู่ในมาเลเซียให้ระมัดระวังตัวนั้น ผู้โพสต์คือนางสาวจิรัญคณิน คงดารา อายุ 34 ปี แต่งงานและอาศัยอยู่กับสามี ที่ประเทศมาเลเซียได้ 3 ปีแล้ว โดยเล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุได้ไปทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ที่เมืองซาฮารัม ประเทศมาเลเซีย โดยชั้นล่างเป็นร้านเกมส์ออนไลน์ ชั้นสองเป็นร้านอาหาร เมื่อทานเสร็จกำลังจะเดินทางกลับ สามีได้แวะทักทายเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของร้านเกมส์ชั้นล่าง ก่อนมีชายคนหนึ่งมาที่เคาท์เตอร์ เพื่อจะปล้นเงินประมาณ 20,000 บาท ตอนนั้นตนก็รู้สึกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เมื่อคนร้ายได้เงินไปแล้วก็จะวิ่งหนีออกจากร้านแต่ไปออกผิดประตู โดยเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ข้างประตูทางออกแทน สามีกับเพื่อนจึงคิดจะจับตัวไว้ แต่โจรพุ่งเข้าจะมาแทงสามี ตนจึงได้รีบเข้าไปขวาง ทำให้โดนมีดกรีดเข้าที่หน้าผาก 1 แผลและบริเวณลำคอ ส่วนด้านสามีโดนแทงที่ขา 1 แผล แขนซ้าย 2 แผล แขนขวาอีก 1 แผล และใต้ราวนมซ้ายอีก 1 แผล เมื่อถูกแทง […]

ควานหาตัวฝรั่งแสบ! ชิงแหวนทอง 15 วงหลบหนี ตร.เช็กกล้องวงจรปิดล่า

ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เร่งติดตามคนร้ายชาวต่างชาติบุกเข้าไปชิงแหวนทอง จากร้านทองในตลาดธานินทร์ จ.เชียงใหม่ ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านข้างๆ บันทึกภาพขณะเกิดเหตุ พบว่าคนร้ายเป็นชายต่างชาติ อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างใหญ่ สูงประมาณ 180 เซนติเมตร สวมกางเกงขายาวสีเทา เสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า ใส่หมวกแก๊บปิดบังใบหน้า ส่วนที่ต้นแขนขวามีรอยสัก เดินเข้าไปที่ร้านทองและชิงเอาแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง ไปทั้งหมด 15 วง รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นบาท ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว น.ส.เบญจภรณ์ จันทวัง พนักงานร้านทอง เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังยืนอยู่ในร้านกับเพื่อนพนักงานสาวอีก 2 คน จากนั้นชายคนนี้ได้เดินเข้ามาในร้าน พูดเป็นภาษาต่างชาติในลักษณะข่มขู่ แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น โดยคนร้ายทำทีล้วงในกระเป๋าแสดงให้เห็นว่ามีอาวุธ ด้วยความกลัวว่าจะเป็นอาวุธปืน ตนและเพื่อนพนักงานจึงพากันวิ่งไปหลบหลังร้าน ทั้งนี้เนื่องจากที่ร้านมีลูกกรงเหล็กกั้นไว้ ทำให้คนร้ายเข้ามาด้านในไม่ได้ แต่ได้ใช้มือล้วงเข้าไปในตู้โชว์หน้าร้าน คว้าแหวนทองคำน้ำหนักวงละ 1 สลึงจำนวน 15 วง แล้วเดินออกจากร้านหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน รวมทั้งกล้องตามร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมประสานไปยังโรงแรมที่พักทุกแห่งทั่วเมืองเพื่อหาเบาะแสและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย

ละอ่อนน้อยริเป็นโจร!! เมื่อเด็ก 7 ขวบเมืองผู้ดี ควงมีดจี้ ‘รถสกู๊ตเตอร์’ จากแก๊งวัยรุ่น

อีกหนึ่งคลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมสังคมออนไลน์ของประเทศอังกฤษ เมื่อได้มีการเผยแพร่ภาพของเด็กชายคนหนึ่งจากเมืองแคมบอร์น ที่อายุเพียง 7 ขวบ ไม่สวมเสื้อ และเดินตรงเข้าไปขู่กรรโชกเอารถสกู๊ตเตอร์จากกลุ่มเด็กวัยรุ่นตอนกลางวันแสกๆ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวดูเหมือนว่ากลุ่มวัยรุ่นจะไม่ให้ความสนใจต่อท่าทีที่ก้าวร้าวของเด็กน้อยคนดังกล่าว แถมยังพากันหัวเราะกับพฤติกรรมที่เกินวัยของเด็กคนนี้ไม่หยุด จนทำให้หนูน้อยเกิดความโมโหและชักมีดออกมาแกว่งใส่วัยรุ่นกลุ่มนั้น พร้อมกับข่มขู่จะเอาสกู๊ตเตอร์ให้ได้ แต่เมื่อพวกวัยรุ่นต่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวและยังคงถ่ายคลิปพร้อมกับหัวเราะต่อไป ทำให้เด็กชายคนนี้ร้องตะโกนออกมา ก่อนจะวิ่งหนีไป อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้สร้างความกังวลและกลายเป็นที่ถกเถียงถึงประเด็นการใช้ความรุนแรงในหมู่เยาวชนและเด็กของอังกฤษอย่างมาก เพราะดูเหมือนพฤติกรรมการก่ออาชญากรรมนี้จะมีแนวโน้มอายุลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่รูปแบบนั้นกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ที่มา – Youtube.com / 5 star channel

คืบหน้า! โจรสลัดปล้นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทย (คลิป)

ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 2 (ศรชล.เขต 2) ทัพเรือภาคที่ 2 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานเข้าตรวจสอบสอบเรือบรรทุกน้ำมัน CP41 ที่ถูกโจรสลัดปล้นในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย และดูดน้ำมันไป 1,500,000 ลิตร โชคดีที่ลูกเรือทั้ง 17 คนปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และขณะนี้เรือ CP41 เดินทางกลับถึง จ.สงขลา และจอดอยู่ที่เกาะหนูแล้วนั้น ความคืบหน้าพลเรือโท พรชัย ปิ่นทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 2 (ศรชล.เขต 2) ได้ส่งเรือหลวงตากใบ ทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมทีมสหวิชาชีพทั่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าดำเนินการตรวจเยี่ยมและสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่าน เวลา 21.10 น. เรือบรรทุกน้ำมัน CP41 กำลังเดินทางถึงในตำบลที่ Lat 03 55.27 N […]

keyboard_arrow_up