สุนัขหลายร้อยถูกทิ้งที่บ่อขยะ ซ้ำ! บางส่วนถูกจับชำแหละกิน

ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบสุนัขหลายร้อยตัว ถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่บ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งจากเจ้าของที่ไม่ต้องการเลี้ยงแล้ว รวมถึงหน่วยงานรัฐที่ใช้วิธียิงปืนยาสลบใส่สุนัขจรจัดและนำมาปล่อยทิ้งในบริเวณดังกล่าว สุนัขเหล่านี้ต้องหาอาหารตามกองขยะ แต่ละตัวผอมโซ บางตัวเป็นโรคภัยและตายไป นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแรงงานมาขอซื้อสุนัขเหล่านี้เพื่อนำไปชำแหละกินอีกด้วย องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ The Hope (Thailand) กล่าวว่า มีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนว่าบางส่วนของสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในกองขยะนี้ ถูกส่วนราชการบางหน่วยงานยิงยาสลบและนำมาปล่อยไว้ แต่ยังไม่พร้อมจะนำมาเปิดเผยต่อสื่อ เพราะกำลังมีการเจรจาภายในอยู่ แต่ข้อมูลที่สะเทือนใจคือ ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของเก่าในบริเวณนี้ บอกว่า บ่อยครั้งที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมาติดต่อชาวบ้านขอซื้อสุนัขเหล่านี้ไปกิน ในราคาตัวละ 1-200 บาท โดยชาวบ้านไม่ยินยอมแต่คิดว่าน่าจะมีสุนัขบางส่วนถูกแอบจับไปกินบ้างแล้ว นอกจากนี้ บริเวณบ่อขยะของอ.เมือง จ.สงขลา ก็พบสุนัขจรจัดจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากไม่มีการทำหมันและจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สุนัขจรจัดเหล่านี้ผสมพันธุ์กันเองและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยต้นเหตุของปัญหาก็มาจากความไร้ความรับผิดชอบของเจ้าของสุนัขและการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากรณรงค์ให้ประชาชนมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงสุนัข คิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะเลี้ยง เพราะจำนวนสุนัขจรจัดในพื้นที่หาดใหญ่แท้จริงมีจำนวนมากถึง 4 หมื่นตัว และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

น่ารัก! ชมวินาทีปล่อย ‘นกเพนกวิน’ คืนสู่มหาสมุทร ที่ซึ่งเป็นบ้านของพวกมัน (คลิป)

  กลุ่มองค์กรพิทักษ์สัตว์ และอาสาสมัครในแอฟริกาใต้ รวมตัวกันที่ชายหาดแห่งหนึ่งในเมือง เพล็ตเตนเบิร์ก เบย์ ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อปล่อยนกเพนกวินจำนวน 10 ตัวกลับคืนสู่มหาสมุทรที่เป็น “บ้าน” ของพวกมัน ขอบคุณ Caters TV รายงานข่าวระบุว่า เพนกวินทั้ง 10 ตัวนี้ เป็นเพนกวินที่เคยได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ป่วย และถูกนำตัวมารักษาโดยกลุ่มองค์กรพิทักษ์สัตว์ในพื้นที่ จนหายเป็นปกติ โดยแต่ละตัวได้รับการดูแลอย่างดีตลอด “ช่วงพักฟื้น” ใน 4 เดือนที่ผ่านมา อาสาสมัครหลายคนยอมรับว่า พวกเขารู้สึกใจหายที่ต้องลาจากกับเพนกวินพวกนี้ ที่พวกเขาดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็พอทำใจยอมรับได้ว่า มหาสมุทรคือบ้านที่แท้จริงของพวกมัน.

ชาวบ้านห้างฉัตรโวย ‘รถดูดส้วม’ แอบปล่อยสิ่งปฏิกูลริมคลองชลประทาน สุดเอือมเหม็นคลุ้งมาหลายเดืือน

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ที่จังหวัดลำปาง มีชาวบ้านมาร้องเรียน ว่า รถดูดส้วมแอบปล่อยสิ่งปฏิกูลลงริมคลองชลประทานและทิ้งในสวนของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และมีผู้ถ่ายภาพนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวจังหวัดลำปางคนหนึ่ง โพสต์ภาพรถดูดส้วมสีขาวคันหนึ่งวิ่งอยู่ที่บริเวณถนนลูกรังในหมู่บ้านหลังทันฑสถานบำบัดพิเศษลำปางปงยางคก ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลําปาง พร้อมระบุข้อความว่า “น้ำจากชลประทานเป็นสิ่งที่ดีเกษตรกรได้ประโยชน์ แต่พี่ไม่ต้องใจดีใส่ปุ๋ยให้เค้าก็ได้นะ คาตาเลยครับ แต่ถ่ายภาพตอนที่ถ่ายไว้ไม่ทันเพราะว่าพี่เขาขับรถเร็วมาก” ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าที่ถนนเส้นดังกล่าว มีร่องรอยการถอยรถเป็นทางยาว และมีร่องรอยของการนำเศษสิ่งปฏิกูล และน้ำที่มีกลิ่นเหม็นไปทิ้งบริเวณทั้งสองฝั่งข้างทางของถนนแนวคลองชลประทานและสวนของชาวบ้าน สอบถามชาวบ้านแถวนั้น เป็นคุณป้าคนหนึ่ง วัย 65 ปี บอกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเอือมระอาและสุดทนกับพฤติรรมของรถดูดส้วม ที่ชอบนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งในพื้นที่เกือบทุกวัน เมื่อหลายเดือนก่อนชาวบ้านที่เห็นได้ไปต่อว่าคนขับรถดูดส้วมดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งอีก ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน และเกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของของหมู่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเจือปนมาด้วยหรือไม่ จึงขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการรถดูดส้วมดังกล่าว เพราะทุกวันนี้ยังแอบนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง.

ชาวเน็ตร่วมสาธุ! พระอาจารย์ดังไถ่ชีวิต ‘ปูนา’ กว่า 20 กิโลฯ ปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อมีการแชร์คลิปและภาพของพระอาจารย์เจษฏาพงษ์ จรณธมฺโม ที่ได้ทำการไถชีวิตปูนาที่ถูกขายในตลาดน้ำหนักรวมกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งมีราคาถึง 1,000 บาท เพื่อนำไปปล่อยลงสู่ลำธารธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนจำนวนมากร่วมอนุโมทนาบุญกับพระอาจารย์ท่านนี้ แต่ก็มีคนส่วนหนึ่งที่กังวลกับปริมาณปูที่ถูกปล่อยลงสู่ธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ที่มา – Facebook.com / พระอาจารย์เจษฏาพงษ์ จรณธมฺโม

ดร.ธรณ์ โพสต์แจงขั้นตอนตรวจสอบ ‘จระเข้เลพัง’ ยัน ‘ปล่อย-ไม่ปล่อย’ อยู่ที่ผล DNA

หลังจากเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้าวงขวางในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการปล่อยจระเข้เลพังที่ถูกจับได้ในจังหวัดภูเก็ตกลับคืนสู่ธรรมชาติ (อ่านเพิ่มเติมที่ – มันทำผิดอะไร!? โซเชียลวิพากษ์กรณี ‘ล่าจระเข้ภูเก็ต’ ฉะแรงกลัวการท่องเที่ยวพังมากกว่าสิ่งแวดล้อม) ล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นักสมุทรศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat โดยเปิดเผยถึงขั้นตอนต่างๆ ในการตรวจสอบจระเข้เลพัง ซึ่งระบุว่าสภาพโดยรวมแล้วยังมีสุขภาพดี ส่วนการจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบ DNA ของจระเข้ตัวดังกล่าว ว่าเป็นพันธุ์หรือลูกผสม ที่มา – Facebook.com / Thon Thamrongnawasawat

หนูน้อย 5 ขวบเหยื่อหมาหมู่ขย้ำผวา แม้แต่ตุ๊กตาหมายังไม่กล้าเล่น สุดช้ำเจ้าของไม่ย้ายหมาหนี (คลิป)

เรื่องราวของสุนัขกับคนเกิดขึ้นอีกครั้ง ภายหลังสังคมได้เห็นภาพจากกล้องวงวจรปิด ที่น้องมินท์ หนูน้อยวัย 5 ขวบ ถูกสุนัข 6 ตัวรุมขย้ำ โดยเหตุการณ์นี้ทางเจ้าของสุนัขบอกกับผู้ปกครองของน้องมินท์ว่า หากจะเอาความผิดให้ไปฟ้องร้องเอาผิดเอง พร้อมกับกล่าวหาว่าทางผู้ปกครองน้องมินท์เข้ามาขโมยของในบ้านของตน ซึ่งภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ก็มีทั้งคนที่รักสุนัขและเห็นใจทางครอบครัวผู้เสียหายออกมาแสดงความคิดเห็น ตามที่ได้เสนอข่าว (อ่านข่าว : ส่อซวยซ้ำ! เด็ก 5 ขวบหมารุมขย้ำญาติโดนแจ้งจับฉกทอง – ฝั่งเจ้าของหมาขอแจง) ล่าสุด 3 กรกฎาคม 2560 นางสาวเสาวนีย์ ถวิลรักษ์ อายุ 24 ปี อาของน้องมินท์ที่ถูกฝูงสุนัขรุมกัด ได้มาพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 18.45 น. บอกว่า ในวันนี้ตนเดินทางเข้ามาแจ้งความกับทางคู่กรณีที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอาการของน้องมินท์ยังมีแผลที่บริเวณขา น่อง และแผ่นหลัง ขณะนี้ทางหมอให้ล้างแผลทุกวันและไม่อนุญาตให้เดิน นอกจากนี้น้องมีอาการตัวร้อนเป็นไข้จากแผลที่ถูกสุนัขรุมกัด รวมถึงมีอาการผวาจิตตกและร้องไห้บ่อยครั้งในตอนกลางคืน จนทางผู้ปกครองต้องอยู่ใกล้ชิดน้องตลอด และขณะนี้ทางเจ้าของสุนัขก็ยังให้สุนัขอยู่ตามปกติ แม้ตนเคยบอกให้เอาออกจากพื้นที่แต่ทางเจ้าของกลับบอกว่าไม่ได้ และหากมาตีสุนัขตนก็จะฟ้องกลับ แต่ในวันนี้ ทางลูกชายเจ้าของสุนัขขอเวลา 1 เดือนในการย้ายสุนัขออกจากพื้นที่ […]

นอนรอคนมากินกว่า 20 ปี ในที่สุด ‘กุ้งล็อบสเตอร์’ อายุ 132 ปี ในร้านอาหารก็ถูกปล่อยลงทะเล

จะเรียกว่าเป็นกุ้งที่โชคดีที่สุดแห่งปีก็คงไม่แปลก สำหรับเจ้าล็อบสเตอร์ที่ชื่อว่า Louie กุ้งแก่ๆ อายุกว่า 132 ปี ที่ถูกขายอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะลองไอแลนด์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มานานถึง 20 ปี แต่ก็ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนสั่งมันมาให้คนครัวปรุงอาหาร จนเจ้าของร้านที่ชื่อว่า Yamali ปฏิเสธที่จะไม่ขายมันให้ใคร แม้จะเคยมีผู้ให้ราคาสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.3 หมื่นบาทก็ตาม เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงไปแล้ว แม้จะอยู่มานานมาและสร้ างความผูกพันกับเจ้าของร้าน รวมทั้งลูกค้าขาประจำไว้จำนวนมาก แต่ในที่สุด Yamali ก็ตัดสินใจปล่อย Louie ให้เป็นอิสระของ แถมยังเชิญเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเข้าร่วมพิธีกลับบ้านเก่าของมันด้วย โดยทุกคนที่ไปร่วมงานนี้ได้แต่หวังว่าเจ้ากุ้งแก่ตัวนี้จะสามารถหาคู่ผสมพันธุ์และผลิตประชากรกุ้งขึ้นมาได้ รวมทั้ง…หวังว่าชีวิตสบายๆ ในตู้ จะไม่ทำให้สัญชาตญาณของมันหายไป ที่มา – arah.com

keyboard_arrow_up