รณรงค์ไปก็เท่านั้น!! เผยภาพ ‘ปลานกแก้ว’ ตัวเขื่องโผล่แผงขายปลาเมืองภูเก็ต

แม้จะมีการรณงค์อย่างต่อเนื่องไม่ให้มีการนำปลานกแก้วมาจำหน่ายเป็นอาหาร ทั้งในแบบของปลาสดและสินค้าแปรรูป แต่ล่าสุดได้มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ จิตอาสา Go-Eco Phuket ได้มีการเผยแพร่ภาพของปลาแก้วขนาดใหญ่ถูกวางขายบนแผงขายปลา ทั้งยังบอกอีกว่า…เดี๋ยวนี้ไปดำน้ำแถวเกาะราชาน้อย ราชาใหญ่ ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอปลานกแก้วตัวใหญ่ๆ ตัวละโล2โล นอกจากพวกเราต้องไปดูบนแผงขายปลา แถวราไวย์ แถวโบ๊ทพลาซ่า จังหวัดภูเก็ต รับรองได้เจอแน่!! แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่จากการวิจัยและเก็บข้อมูลทางทะเลทั่วโลก พบว่าปลานกแก้วแต่ละชนิดนั้น มีความสามารถในการขับถ่ายออกมาเป็นทรายละเอียดถึงปีละ 90 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มปริมาณเม็ดทรายในทะเลหมุนเวียนแร่ธาตุในแนวปะการัง และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอาหารส่วนใหญ่ของปลาชนิดนี้ คือชิ้นส่วนปะการังที่ตายแล้วและสาหร่ายที่เติบโตอยู่บนปะการัง ซึ่งกระบวนการนี้ไม่เพียงจะเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้ตัวอ่อนปะการังได้เติบโตอีกด้วย

อ้อนอะไรเบอร์นี้! พบกับเจ้าปลานกแก้วที่ชอบให้เจ้าของเกาคางเป็นพิเศษ

แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของสักเท่าไหร่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าปลาทุกตัวจะไม่ชอบการถูกเนื้อต้องตัวจากมนุษย์ เมื่อสมาชิก Youtube ชื่อ Roland Giroux ได้โพสต์ภาพปลานกแก้วตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงไว้ และบอกว่ามันมีนิสัยแตกต่่างจากปลาตัวอื่นที่เคยเลี้ยงมามาก เพราะทันทีที่เขาจุ่มมือลงในตู้ เจ้าปลาสีส้มตัวอ้วนกลมก็จะรีบว่ายตรงมาที่มือของเขาทันที และมักว่ายเข้าไปลอยอยู่นิ่งๆ ระหว่างมือเพื่อให้เขาเอานิ้วเกาท้องและคางของมันเล่น จนหลายคนที่มาเห็นภาพนี้ ถึงกับออกปากแซวว่า…นี่มันไม่ใช่ปลา แต่เป็นสุนัขที่เอาชุดปลามาใส่ต่างหาก!! ที่มา – Youtube.com / Roland Giroux

รณรงค์ไม่เป็นผล!? โซเชียลแฉภาพ ‘ปลาฉลาม – ปลานกแก้ว’ ขายเป็นเมนูซีฟู้ดที่หาดภูเก็ต

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของการรณรงค์ไม่ให้มีการนำปลานกแก้วมาจำหน่ายเป็นอาหาร ทั้งในแบบของปลาสดและสินค้าแปรรูป แต่ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊กชื่อ จิตอาสา Go-Eco Phuket ได้มีการเผยแพร่ภาพของปลาแก้วและปลาฉลาม ถูกนำมาขายเป็นเมนูซีฟู้ดของร้านอาหารทะเล บริเวณหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต ทั้งยังระบุว่า ในขณะที่ร้านอื่นๆ ต่างเลิกขายปลาที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศในแนวปะการังกันหมดแล้ว กลับมีเพียงสองร้านนี้เท่านั้นที่ยังนำปลาชนิดดังกล่าวมาวางขายและแขวนโชว์เพื่อเรียกลูกค้าอยู่ แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่จากการวิจัยและเก็บข้อมูลทางทะเลทั่วโลก พบว่าปลานกแก้วแต่ละชนิดนั้น มีความสามารถในการขับถ่ายออกมาเป็นทรายละเอียดถึงปีละ 90 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มปริมาณเม็ดทรายในทะเลหมุนเวียนแร่ธาตุในแนวปะการัง และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอาหารส่วนใหญ่ของปลาชนิดนี้ คือชิ้นส่วนปะการังที่ตายแล้วและสาหร่ายที่เติบโตอยู่บนปะการัง ซึ่งกระบวนการนี้ไม่เพียงจะเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้ตัวอ่อนปะการังได้เติบโตอีกด้วย ที่มา – Facebook.com / จิตอาสา Go-Eco Phuket

keyboard_arrow_up