แก๊งขนไม้พะยูงแสบ สับทะเบียนรถตลอดทาง หวังตบตา ตร.

วันที่ 21 พ.ย. 61 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 237 (ตชด.237) บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ร.อ.อาคม สมสนุก ผบ.ร้อยทหารพราน 2107 ร.ท.นาวิน ศิลปวิทยากรณ์ สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ร.ท.นิสสัน พิมพ์มีลาย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (มว.คทร.ที่3 ร้อยฯ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดไม้พะยูงจำนวน 16 ท่อน พร้อมรถปิกอัพโตโยต้าตอนเดียว รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ทะเบียน บห5068 สุพรรณบุรี ซึ่งใช้เป็นพาหนะขนและส่งลำเลียงไม้พะยูง โดยจับกุมได้บริเวณสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านเหล่าสวนกล้วย หมู่4 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ (20 พ.ย.) ร.ต.อ.ทิวเพชร แสนโคตร […]

โซเชียลเทียบรถโดยสารสี่ประเทศ งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตก ยกตัวอย่างไม่แฟร์กับประเทศไทย

ลำพังแค่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศ ก็แทบจะทำให้รถโดยสารสาธารณะของไทยดูแย่มากพออยู่แล้ว แต่ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีแชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก อย่าชะล่าใจ เพื่อนบ้านเค้าไปไกลแล้ว ได้โพสต์ภาพเปรียบเทียบรถเมล์จาก 4 ประเทศคือ ไทย ลาว กัมพูชา และเมียนมา พร้อมระบุข้อความว่า…เป็นสิ่งเดียวที่ ไม่เคยพัฒนาเลย นั่นคือ รถเมล์ เพื่อนบ้านยกเครื่อง พัฒนาระบบรถเมล์เป็นระบบปรับอากาศกันหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังคงเอกลักษณ์รถเมล์พัดลม ปูพื้นไม้ แถมหน้าต่างเปิดรับควันไอเสียอย่างเต็มปอด ถามว่ารถเมล์แดงใช้กันมากี่รุ่นแล้ว ตั้งแต่รุ่นลุง รุ่นพ่อ จนมารุ่นหลาน ก็ยังมีให้ใช้อยู่ เก็บเข้ากรุได้แล้ว อายแกว เขมร พม่า บ้าง จะโพสจนกว่าจะเลิกใช้ อย่างไรก็ตาม หลังจากภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนจำนวนมากตำหนิการเปรียบเทียบดังกล่าวว่าไม่แฟร์กับประเทศไทย เนื่องจากรถที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างนั้นประเทศอื่นเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด มีเพียงไทยเท่านั้นที่เป็นรถร้อน ทั้งที่ประเทศไทยเองก็รถโดยสารแบบที่ติดแอร์เหมือนกัน

หนุ่มกัมพูชา แฉชุด ‘เกี่ยวข้าว’ เวทีมิสแกรนด์ 2018 ลอกคอนเซปต์ประเทศเพื่อนบ้าน…เหมือนไม่เหมือนลองดู!

แม้จะจบลงไปแล้วสำหรับผลการตัดสินเวทีประกวด Miss Grand Thailand 2018 และผู้ที่ครอบครองตำแหน่งไปคือ น้องมอส น้ำอ้อย ชนะพาล มิสแกรนด์ภูเก็ต ซึ่งต้องยอมรับว่าการประกวดในปีนี้ได้รับความสนใจและสร้างกระแสฮือฮาอย่างมาก โดยเฉพาะในการประกวดรอบชุดประจำจังหวัดที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก (อ่านเพิ่มเติมที่ : เปิดโหวตให้ชุดได้ไปต่อ! สวย แปลก เจิดไอเดีย ชุดประจำจังหวัด มิสแกรนด์ไทยแลนด์) แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากกระแสวิจารณืเชิงบวกแล้ว ก็ยังมีประเด็นดราม่าอุ่นๆ ตามมานับไม่ถ้วน อย่างเช่นการประกวด “ชุดต้มยำกุ้ง” หรือชุดหัตถศิลป์เครื่องถมเมืองนคร ของมิสแกรนด์นครศรีธรรม ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความในทำนองว่า ชุดของมิสแกรนด์เมืองนครศรี มีความคล้ายคลึงกับชุดที่ตนออกแบบส่งเวที Miss Universe Thailand (อ่านเพิ่มเติมที่ : แฟนนางงามฉะกันเละ! “ชุดต้มยำกุ้ง มิสแกรนด์เมืองนคร” ดราม่าเดือดฟาดหลักฐาน ใครก็อปใครกันแน่?!) และล่าสุดในโลกออนไลน์ประเทศกัมพูชาก็เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทำนองเดียวกันนี้ เมื่อเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ Kao Seiha ได้มีการโพสต์ภาพชุดที่ประจำจังหวัดของสาวงามมิสแกรนด์นครพนม ที่ไปคล้ายกับชุดของชาวกัมพูชาที่ออกแบบไว้ก่อนแล้ว โดยระบุข้อความทำนองว่า ชุดดังกล่าวเป็นการขโมยคอนเซ็ปต์ไป

ปตท. แจงยิบ! ยันปรับราคาตามตลาดโลก พร้อมเทียบราคาน้ำมัน ‘ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน’

สืบเนื่องจากการปรับราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสังคม และนำไปสู่การปลุกระดมงดใช้บริการน้ำมันของ ปตท. ตามที่ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ลุกฮือ!! โซเชียลปลุกระดม งดใช้บริการ ปตท. หลังราคาน้ำมันดีดต่อเนื่อง) อย่างไรก็ตาม ทางด้านบริษัท ปตท. จำกัด ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก PTT News โดยกล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นราคาน้ำมันที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมขณะนี้ พร้อมยืนยันว่า เป็นการปรับราคาน้ำมันตามกลไกราคาในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นกว่า 8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซลปรับขึ้นกว่า 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และยืนยันว่า ปตท. ไม่มีนโยบายจำหน่ายน้ำมันในราคาที่แพงกว่าผู้ค้าน้ำมันรายอื่นในท้องตลาด ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้ นอกจากนี้ ในเพจดังกล่าวยังเปิดเผยข้อมูลการเปรียบเทียบราคาน้ำมันในประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประกอบด้วย ลาว กัมพูชา พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 14 […]

คุณนายพาชม ‘พิพิธภัณฑ์สงคราม’ เข้าใจพิษภัยสงคราม พร้อมเที่ยวตลาดใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์!

คุณนายยังอยู่กันที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม กับไกด์กิตติมศักดิ์ คุณแสงรวินท์ ราชสาร กงสุล สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ที่จะพาไปเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กันต่อที่ พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) สถานที่ที่ไม่เพียงมีอยู่เพื่อเตือนใจชาวเวียดนาม แต่เพื่อเตือนใจทุกคนบนโลกว่าสงครามไม่เคยส่งผลดีกับใครก็ตาม พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum) แห่งนี้ ตั้งอยู่ในอาคารเก่าของรัฐบาลอเมริกา ภายในจัดแสดงนิทรรศการที่แสดงถึงผลกระทบของสงครามเวียดนามที่มีต่อชาวเวียดนามเอง โดยเปิดขึ้นหลังจากสงครามจบลงเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ใช้ชื่อเดิม ว่า Exhibition House for US and Puppet Crimes ถึงแม้นิทรรศการส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาต่อต้านอเมริกา แต่จุดประสงค์หลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นั่นก็คือการแสดงถึงความโหดร้ายน่าสะพรึงกลัวของสงครามนั่นเอง ความพิเศษของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือเป็นการจัดแสดงภาพถ่ายจากเหตุการณ์จริงของสงคราม ไล่ลำดับเรื่องราวตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายนอกอาคารมีการจัดแสดงอาวุธที่ถูกใช้จริงในสมัยนั้น และมีคุกจำลอง เพื่อให้คนได้ชมสภาพจริงที่เกิดขึ้นจากความโหดร้ายของสงคราม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับสารเคมีที่ชื่อว่า เอเจนท์ ออเร้นจ์ (Agent Orange) หรือที่เราอาจคุ้นในชื่อของ “ฝนเหลือง” สารกำจัดวัชพืชชนิดรุนแรงที่ทหารอเมริกันใช้ฉีดพ่นลงบนผืนป่าอันยิ่งใหญ่ของเวียดนามใต้ เพื่อทำลายป่าที่หลบซ่อนของทหารเวียดกง เมื่อมาเดินพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว นอกจากจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเวียดนามใต้ เห็นผลพวงอันร้ายกาจของเวียดนามแล้ว ก็ยังได้อุทธาหรณ์ และประเด็นให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมกลับไปขบคิดกันว่า มนุษย์เราจะเดินไปข้างหน้ากันอย่างไร โดยไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เดินชมพิพิธภัณฑ์เสร็จก็มาหาของกินอร่อยๆ พร้อมวัตถุดิบไปทำเมนูเด็ดกันที่ ตลาดเบนถั่น ตลาดสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามใต้ […]

หมูเพื่อนบ้านทะลัก! ผู้เลี้ยงสุกรอิสานเดือดร้อนหนัก จี้ ‘นายกตู่’ ช่วยเหลือด่วน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 นายวิทยา ศรีธิราช เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรพื้นเมือง บ้านกอก หมู่ 5 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม ยืนหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อรรถสิง หัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 หลังจากผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่ 4 จังหวัดได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากปัญหาหมูแช่แข็งจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาดในไทย ส่งผลให้ผู้เลี้ยงประสบปัญหาราคาตกต่ำและขายไม่ได้ เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งหาทางช่วยเหลือ นายวิทยา ศรีธิราช ตัวแทนผู้เลี้ยงสุกรพื้นบ้าน 4 จังหวัด กล่าวถึงความเดือดร้อนว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงสุกรพันธุ์พื้นเมือง หรือชาวอีสานที่เลี้ยงหมูในพื้นที่ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ มากกว่า 100 ครอบครัว ต่างเดือนร้อนหลังจากการเลี้ยงหมูชนิดนี้ ตามปกติก็จะส่งไปขายให้พ่อค้าคนกลาง เพื่อนำลูกหมูที่ขุนเลี้ยงได้ 1 เดือนนำไปชำแหละ ทำหมูหันและหมูย่าง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ปัจจุบันพ่อค้าคนกลางกลับไม่มารับซื้อเช่นเดิม เนื่องจากว่ามีหมูแช่แข็งพันธุ์เดียวกันจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผ่านชายแดนลาว ด่าน จ.มุกดาหาร และจ.อุบลราชธานี เข้ามาตีตลาดวันละกว่า 2,000 ตัว […]

เปิดภาพลับ “เปรี้ยว” มือหั่นศพโชว์เสียวเสี่ยโป้ เจ้าตัวอึ้งฆ่าคนเสร็จส่งคลิปขำโชว์สยอง (คลิป)

จากกรณีเหตุสยองฆ่าหั่นศพสาวสวยจับยัดถังน้ำฝังดินโดยศพถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม คือ “น้องแอ๋ม- น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย” อายุ 22 ปี สาวร้านคาาราโอเกะ กระทั่งตำรวจได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย คือนายวศิน อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี และน.ส.กวิตาหรือเอิร์น อายุ 25 ปี  ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ ซึ่งต่อมาสามารถจับกุม  นายวศินและจิดารัตน์ เบนซ์ได้แล้วพร้อมให้การอ้างว่าวันเกิดเหตุ ตนเองอยู่ที่กทม. ซึ่งหลายคนจึงอยากรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเปรี้ยวเป็นคนมีลักษณะนิสัยอย่างไร และบุคคลที่อยู่รอบตัวเปรี้ยวจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ล่าสุด 31 พฤษภาคม 2560  เวลา 18.50 น. อภิรักษ์ ชัชอานนท์ คนเคยสนิทเปรี้ยว ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการต่างคนต่างคิด ว่า ตนรู้จักเปรี้ยวมาได้ 1 เดือนแต่เป็นช่วงก่อนเกิดเหตุฆ่าน้องแอ๋ม ซึ่งตอนนั้นตนโด่งดังในเฟซบุ๊กมีฉายาว่า “เสี่ยโป้ อานนท์” […]

keyboard_arrow_up