เปิดประวัติ “ผักตบชวา” มาไทยได้อย่างไร ทำไมต้องช่วยกันเก็บไปทิ้งคนละ 2-3 ต้น

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อของ “ผักตบชวา” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก และอาจมีบางคนเผลอคิดไปว่าเจ้าพืชลอยน้ำได้ชนิดนี้ มีต้นกำเนิดในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็คือหนึ่งในสายพันธุ์ต่างถิ่น ที่สร้างปัญหาต่อระบบนิเวศในหลายประเทศทั่วโลก และยังไม่มีแนวทางที่จะปราบมันได้อย่างเด็ดขาด เพราะมันสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ในทุกสภาพน้ำ และยังเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดูอีกด้วย แรกเริ่มเดิมที ผักตบชวา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ บริเวณลุ่มน้ำอเมซอน ประเทศบราซิล มีดอกสีม่วงอ่อนคล้ายช่อดอกกล้วยไม้ และด้วยความสวยงามของดอกนี้เอง ที่ทำให้มันถูกนำเข้าไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีการนำเข้าผักตบชวามาในปี พ.ศ. 2444 ช่วงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำเข้ามาจากเกาะชวาในฐานะเป็นไม้ประดับสวยงาม โดยขณะเสด็จประพาสประเทศอินโดนีเซีย พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2439 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทอดพระเนตรเห็นนางกำนัล ตลอดจนเจ้านายฝ่ายในของสุลต่าลเกาะชวาได้ใช้ดอกของพืชชนิดนี้ทัดหู มีความสวยงามของสีม่วงอมฟ้าพร้อมกับมีดอกที่ใหญ่ จึงได้มีรับสั่งให้เก็บผักตบชวาจำนวน 3 เข่ง เพื่อนำมาปลูกไว้ในประเทศไทย พร้อมกับนำน้ำจากพื้นถิ่นกลับมาด้วยจำนวน 10 ปี๊บ เพื่อไม่ให้ผักตบชวาผิดน้ำ ในช่วงแรกนั้น ผักตบชวาในประเทศไทยเริ่มใส่อ่างดินเลี้ยงไว้หน้าสนามวังสระปทุม ผักตบชวาก็เจริญเติบโตงอกงามอย่างมากมาย และได้ทรงพระราชทานหน่อให้เจ้านายพระองค์อื่นและบรรดาข้าราชบริพารเพื่อนำไปปลูกด้วย ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ผักตบชวาก็แพร่กระจายพันธุ์จนเต็มวังสระปทุม จนต้องนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่คลองสามเสนหลังวัง พร้อมกับคลองอื่น ๆ เช่น คลองเปรมประชากร, คลองผดุงกรุงเกษม โดยในระยะแรกประชาชนชาวไทยก็ได้ใช้ดอกของผักตบชวามาทัดหูเพื่อความสวยงามบ้าง […]

เปิดประวัติ “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ ก่อนเปิดใช้งานจริงในวันที่ 22 มิถุนายน

  สัปปายะสภาสถานเป็นโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ของประเทศไทยและแห่งที่ 3 ของประเทศไทยแทนที่อาคารเดิมบริเวณข้างสวนสัตว์ดุสิต โครงการก่อสร้างตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนทหาร (เกียกกาย) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โครงการได้ริเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมจัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จนมีมติเลือกที่เดินราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เป็นสถานที่ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัปปายะสภาสถาน เป็นผลงานชนะเลิศการประกวดแบบของธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) จากผู้ส่งประกวดทั้งหมด 5 ราย โครงการได้เริ่มวางเสาเข็มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทซิโนไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน หรือในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 แต่ปัจจุบันโครงการได้ล่าช้าออกไป เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่และการปรับรายละเอียดแบบก่อสร้างในบางส่วน ทำให้โครงการได้เลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สัปปายะสภาสถาน เป็นโครงการสร้างรัฐสภาขนาดใหญ่ บนพื้นที่ดิน 119.6 ไร่ […]

เปิดประวัติความเป็นมาของ “วันแรงงานแห่งชาติ” ทำไมถึงตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม

ในสมัยก่อนประเทศในแถบยุโรปจะถือเอาวันเมย์เดย์ (May Day) เป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงขอให้ปลูกพืชได้ผลดี รวมถึงขอให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งทางภาคเหนือของยุโรปก็จะมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังมีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากตอนแรกที่เป็นเพียงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวันหยุดตามประเพณีทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของ วันเมย์เดย์ (May Day) จึงเปลี่ยนไปจากเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้มีการเรียกร้องในหลายประเทศทางตะวันตกให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ทำให้หลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และได้สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน สำหรับวันแรงงานในประเทศไทย มีขึ้นในปี พ.ศ. 2475 เมื่อประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการบริหารแรงงาน โดยเป็นการจัดสรรและพัฒนาแรงงาน ตลอดจนคุ้มครองและดูแลสภาพการทำงานของแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ดีขึ้น ซึ่งในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกแรงงานได้จัดประชุมขึ้น โดยมีความเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ให้เป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายรัฐมนตรีขอให้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้นับแต่นั้นมา วันที่ 1 พฤษภาคม […]

เปิดประวัติ “รถเมล์นายเลิศ” รถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย

รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว เป็นรถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย ผู้ริเริ่มคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เริ่มจากกิจการบริการรถม้าเช่า ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวรถเอง โดยคิดค่าโดยสารสำหรับรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท แต่นายเลิศเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ จึงคิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 รถเมล์นายเลิศมีลักษณะเฉพาะคือ ทาสีขาวทั้งคัน มีตราประจำรถเป็นรูปขนมกง นายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวถังรถเมล์ด้วยตัวเอง โดยเขียนแบบด้วยชอล์กบนพื้นปูน ให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ต่อ โดยใช้เครื่องยนต์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ นายเลิศมีนโยบายในการเดินรถว่า “สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย” รถเมล์สายแรกของนายเลิศ วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยา เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้าจึงขยายออกไปจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของนายเลิศว่า “รถเมล์ขาว” ตามสีของรถ ต่อมานายเลิศได้ริเริ่มบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก “เรือขาว” รับส่งผู้โดยสารตามคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว กิจการนี้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป และสร้างชื่อเสียงให้นายเลิศอย่างมาก กิจการรถเมล์นายเลิศ ดำเนินการมานานถึง 70 ปี […]

เปิดประวัติ “แห่นางแมว” ประเพณียามหน้าแล้งของคนไทย

การขอฝน เป็นประเพณีและพิธีกรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ของสังคมเกษตรกรรมที่อยู่ในหลายชนชาติ และหลายวัฒนธรรม เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือต้องการน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีประเพณีที่ว่านี้เช่นกัน และถูกเรียกต่อๆ กันมาในชื่อ “แห่นางแมว” ในประเทศไทยมีหลายประเพณีและหลายความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน บางแห่งมีพิธีแห่ดอกไม้เจ้าพ่อ รูปอวัยวะเพศชาย เรียกว่า “ขุนเพ็ด” ทำด้วยต้นกล้วยหรือต้นข่อยใหญ่ แห่ขุนเพ็ดไปตามหมู่บ้านแล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่ศาลเจ้าแม่ชายทุ่ง เชื่อว่าฝนจะตกทันที เมื่อเจ้าพ่อกับเจ้าแม่ได้อยู่ด้วยกัน ในตำราพิรุณศาสตร์ ใช้วิธีปั้นเมฆ คือการปั้นรูปชายหญิงเปลือยกาย แต่พิธีนี้ค่อนข้างอุจาด จึงไม่ให้ทำในพระนคร ต้องไปทำกันตามกลางทุ่งนา แต่พิธีขอฝนที่แพร่หลายที่สุด คือการแห่นางแมว วิธีการคือเอาแมวตัวเมียใส่ลอบดักปลา หรือใส่ในภาชนะที่เรียกว่า ตะเหลว แห่ไปตามหมู่บ้าน และสาดน้ำใส่แมวเพื่อให้เทวดาสงสาร และดลบันดาลให้ฝนตก เพราะเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์เก้าชีวิต เสียงแมวร้องเปรียบเสมือนว่าโลกมนุษย์กำลังเดือดร้อน ทวยเทพจึงดลบันดาลให้เกิดฝนเพื่อความชุ่มชื้นเย็นฉ่ำ จึงได้มีการแห่นางแมวไปตามบ้านเรือนให้คนเอาน้ำสาด อีกพิธีขอฝนอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจคือ การแห่ช้างแห่ม้าที่เรียกว่าช้างปัจจัยนาเคนทร์ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเนื่องจากจุดบั้งไฟแล้วฝนก็ยังไม่ตก แห่นางแมวแล้วฝนก็ยังไม่ตก เป็นงานที่จัดขึ้นในระดับตำบลหรืออำเภอเพราะมีผู้มาร่วมงานอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ได้จัดขึ้นบ่อยนัก

“แบดมินตัน” กีฬามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏความเป็นมาที่ชัดเจน

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็นหัวลูกขนไก่ทำด้วยไม้คอร์ก กีฬาแบดมินตันมีความเป็นมาจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาประเภทนี้ไว้ที่หลายยุค เช่น… ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่างๆ พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก […]

เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอทิก นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ “ครีบยันลอย” ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร “บริเวณร้องเพลงสวด” หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง […]

พบกับ “คาเนะ ทานากะ” บุคคลที่ได้ชื่อว่าอายุยืนที่สุดในโลก

คาเนะ ทานากะ (Kane Tanaka) เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1903 และปัจจุบันเธอมีอายุ 116 ปี 91 วัน โดยเป็นผู้ยังที่มีชีวิตที่อายุยืนที่สุดซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้ว หลังจากการเสียชีวิตของชิโยะ มิยาโกะ ในวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 คาเนะ ทานากะ เกิดในหมู่บ้านคาซูกิ (ปัจจุบันคือเมืองฟูกูโอกะ) จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ทางตอนใต้ของเกาะคีวชู ทานากะเกิดก่อนกำหนดและให้รับน้ำนมจากผู้หญิงที่ไม่ใช่แม่ของเธอ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอทำงานที่ร้านขายเค้กข้าวกับฮิเดโอะผู้เป็นสามีของเธอ หลังจากฮิเดโอะกับลูกชายของเธอเสียชีวิตในระหว่างสงคราม เธอยังคงทำงานอยู่ในร้าน ก่อนที่จะเกษียณเมื่ออายุ 63 ปี ในคริสต์ทศวรรษ 1970 เธอไปเยือนสหรัฐ ที่ซึ่งเธอมีหลานสาวและหลานชายหลายคน ตอนอายุ 103 ปี ทานากะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และรอดชีวิตมาได้ เมื่ออายุได้ 107 ปี ลูกชายของเธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอ ซึ่งกล่าวถึงชีวิตและอายุขัยของเธอโดยใช้ชื่อ ในช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี (In Good and Bad […]

เปิดประวัติเครื่อง C130 ที่พา “บิ๊กตู่” ระทึกทั้งคณะ จนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

สืบเนื่องจากรณีเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่จะนำคณะนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบิน 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน และกลายเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ จนหลายคนตั้งคำถามว่าถึงเครื่องบินลำดังกล่าวว่ามาอยู่ในประเทศไทยทั้งแต่เหมือนเมื่อไหร่ และมีคุณสมบัติเครื่องเป็นอย่างไรกันบ้าง ซี-130 เฮอร์คิวลิส (Lockheed C-130 Hercules) เป็นเครื่องบินลำเลียงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบใบพัด 4 เครื่องยนต์ ได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและยาวนานที่สุด เครื่องเฮอร์คิวลิสบินครั้งแรกเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2497 เริ่มประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐ เมื่อพ.ศ. 2497 เฮอร์คิดลิสได้รับการพัฒนาตลอดมา และใช้กันในหลายประเทศ ในปี พ.ศ. 2511 เฮอร์คิวลิสได้เริ่มเข้าสู่การบินพาณิชย์โดยกำหนดสัญลักษณ์ใหม่สำหรับรุ่นใช้งานทางพลเรือนเป็น ล็อกฮีดแอล 100 เฮอร์คิวลิส ซึ่งมีลำตัวยาวกว่าเฮอร์คิวลิสทางการทหาร และต่อมาได้มีการพัฒนาเฮอร์คิวลิส เป็นเครื่องบินลำเลียงชั้นสูง ชื่อรุ่นว่า แอ็ดวานซ์ เฮอร์คิวลิส ตลอดการใช้งานของมันเครื่องตระกูลเฮอร์คิวลิสนั้นได้ทำหน้าที่ในกองทัพของหลายประเทศ ทั้งปฏิบัติการพลเรือนและช่วยเหลือมนุษย์ มันเป็นตระกูลที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องบินทางทหาร ในปีพ.ศ. 2550 ซี-130 […]

โซเชียลแฉ “อนาคตใหม่” อุปโลกน์ประวัติ “ธนาธร” อ้างเป็นประธานสภาอุตสาหกรรม

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kittitouch Chaiprasith ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของ เว็บไซท์ของพรรคอนาคตใหม่ที่อุปโลกน์ประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พบว่ามีการอ้างอิงประวัติเป็นถึงประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2551-2555 โดยข้อมูลดังกล่าวมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ wikipedia อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่ามีการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว ทั้งบทเว็บไซต์ของพรรค และบน wikipedia โดยผู้เผยแพร่ข้อมูลได้ระบุว่า… เป็นข่าวดังวันนี้ เมื่อมีสื่อออกมาตีแผ่ว่า เวปไซท์ของพรรคอนาคตใหม่ “อุปโลกน์” ประวัตินายธนาธรขึ้นมาเอง ด้วยการเขียนประวัติการทำงานของนายธนาธรว่าเป็น [ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย] ถึง 2 สมัยติด ระหว่างปี 2551-2555 ทั้งที่ในความเป็นจริง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2551-2555 คือ 1. นาย สันติ วิลาสศักดานนท์ วาระปี 2551-2553 2. นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล วาระปี 2553-2555 #พ่อหลอกฟ้า (อีกแล้ว) […]

ดร.ศิลป์ชัย เล่าประวัติเพลง “หนักแผ่นดิน” เผยปลุกเร้าคนฟังให้เกลียดชังคนเห็นต่าง

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ได้ถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม โดยพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า “ก็ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดินไง” (อ่านเพิ่มเติม : เปิดเนื้อเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่ ผบ.ทบ. ไล่หญิงหน่อยไปฟัง หลังชูนโยบายตัดงบกองทัพ) ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat โดยกล่าวถึงความเป็นมากของเพลง “หนักแผนดิน” โดยระบุว่า… เพลงหนักแผ่นดินเป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พศ.2518 แต่งโดยทหาร ร้องโดยทหาร เผยแพร่โดยสื่อทหาร เป็นเพลงที่แต่งเพื่อเร้าความรู้สึกผู้ฟังให้เกลียดชังคนที่เห็นต่างทางการเมืองกับเรา ว่าเป็นคนไม่รักชาติและสมควรถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป สมัยนี้น ทุกโรงเรียนต้องสอนให้นักเรียนทุกคนร้องเพลงนี้ให้ได้ ทีวีก็เปิดเพลงนี้ทุกวันจนติดหูและฝังติดเข้าไปในใจคนไทยทุกคน ถ้ามองในแง่ฝีมือก็ต้องถือว่าคนแต่งเก่งมาก ใส่จิตวิทยาการเมืองการปกครองเข้าไปในเนื้อเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เขียนจำได้ว่าตอนเพลงนี้ออกอากาศใหม่ ๆ อาจารย์ที่สอนผู้เขียนก็บอกสถานการณ์ไม่ดีแล้วก็ขอลาออกจากสถาบันที่สอนแล้วรีบบินไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนรุ่นพี่บางคนก็หนีไปต่างจังหวัด หลังจากนั้นไม่นาน วันที่ […]

เปิดประวัติ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ในประเทศไทยที่คนไทยควรรู้

ตามที่เลขาธิการพระราชวัง รับพระราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ให้ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า โดยที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ตามคำกราบทูลเชิญของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลในนามของปวงชนชาวไทย เชื่อว่าหลายคนอาจมีความสงสัยในพระราชพิธีสำคัญนี้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรบ้าง งานนี้ Amarin TV ของพามาทำความรู้กับราชประเพณีสำคัญนี้ให้มากขึ้นสักหน่อยดีกว่า ตามโบราณราชประเพณีของไทย พระนามของผู้ได้รับการเลือกเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ก็ยังคงใช้ขานพระนามเดิม เป็นแต่เพิ่มคำว่า “ซึ่งทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน” ต่อท้ายพระนาม เครื่องยศบางอย่างก็ต้องลด เช่น พระเศวตฉัตร มีเพียง 7 ชั้น มิใช่ 9 ชั้น คำสั่งของพระองค์ ก็ไม่เรียกว่าพระบรมราชโองการ จนกว่าจะได้ทรงรับการบรมราชาภิเษก จึงถวายพระเกียรติยศโดยสมบูรณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทย ปรากฏหลักฐานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คือ ศิลาจารึกวัดศรีชุมของพญาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย กล่าวคือ พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพระสหายคือ พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ครองกรุงสุโขทัย แต่ก็ไม่มีรายละเอียดการประกอบพระราชพิธี ว่ามีขั้นตอนอย่างใด จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อขึ้นเสวยราชสมบัติ ได้ทรงทำพระราชพิธีนี้อย่างสังเขป เมื่อพุทธศักราช 2325 ครั้งหนึ่งก่อนแล้วทรงตั้งคณะกรรมการ โดยมีเจ้าพระยาเพชรพิชัย ซึ่งเป็นข้าราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นประธาน สอบสวนแบบแผนโดยถี่ถ้วน […]

เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ…! โพสท่าให้ปัง สนุกไปกับศิลปะข้างถนน ‘ลำปางสตรีทอาร์ต’

สายฮิพมารวมตัวตรงนี้ วันนี้อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ มีสถานที่สุดฮิตที่สายฮิพอย่างเราต้องไป “ลำปางสตรีทอาร์ต” แบกกล้องเที่ยว แชะ สนุกไปกับศิลปะข้างถนน เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดลำปางได้เปิดตัวแคมเปญ “ลำปาง ปลายทางฝัน” บูรณาการรอบด้านพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองเขลางค์นคร นอกจากวัดวาอาราม, ร้านอาหาร และตลาดคนเดินแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่เที่ยว ที่สายฮิพอย่างเราต้องไปปักหมุด นั้นคือ สตรีทอาร์ต (Street Art) “ลำปางสตรีทอาร์ต” ปัจจุบันมี 2 แห่งให้สายฮิพตามล่าภาพสนุกๆ แห่งแรกอยู่บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก และกาดกองต้า ถนนคนเดินเก่าแก่ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองลำปาง ความสวยงามของสตรีทอาร์ตบริเวณนี้คือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวัง ทำให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน   แห่งที่ 2 อยู่บริเวณตลาดรัตน หรือตลาดเก๊าจาว หรือตลาดสงครามโลก สตรีทอาร์ตบริเวณนี้จะบอกเล่าวิถีชีวิตของคนลำปางในอดีตจนถึงปัจจุบัน จากอาชีพหาบเร่สู่ตลาดค้าขาย รวมถึงสถานที่สำคัญอย่าง “อุโมงค์ขุนตาน” โดยเพื่อนๆ ที่จะมาเช็กอินที่นี่ก็มาไม่ยาก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟลำปาง เปิดกูเกิ้ลแมพปักหมุดมาที่ตลาดเก๊าจาว เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ราว 10 นาทีก็ถึง ไฮไลต์สุดว๊าวของสตรีทอาร์ตที่ตลาดเก๊าจาวคือ ศิลปินเขาสร้างสรรค์ผลงานบนตัวอาคารเก่าแก่สมัยสงครามโลก บอกเลยว่าใครที่ไปเที่ยวลำปาง ไม่แวะถือว่าพลาดมากๆ … […]

ย้อนเรื่องราว ‘หลวงพี่เท่ง’ หนังตลกในบทพระเรื่องแรกของไทยที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท

สืบเนื่องจากกรณีที่ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ได้ตัดสินให้ภาพยนตร์เรื่อง ‘ไทบ้าน เดอะซีรีส์ 2.2′ ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ เนื่องจากประเด็นความอ่อนไหวทางศาสนา กำลังเป็นที่ถกเถียงของผู้คนที่ชื่นชอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ และกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ (อ่านเพิ่มเติม : แบนฟ้าผ่า!! ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2 ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ถูกแบน ห้ามฉายถ้ายังไม่ตัดต่อใหม่!!) แต่ถึงอย่างนั้นก็คงใช่ว่าหนังเกี่ยวกับพระทุกเรื่องจะถูกแบนเพราะไม่ผ่านมาตรฐานกองเซ็นเซอร์ เนื่องจากยังมีหนังพระอีกหลายเรื่องที่นอกจากจะผ่านการกองแบบผ่านฉลุยแล้ว แถมยังสร้างรายได้มหาศาลอีกด้วย และหนึ่งในนั้นคือ ‘หลวงพี่เท่ง’ หนังตลกในบทพระเรื่องแรกของไทยที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2548 ภาพยนตร์เรื่องหลวงพี่เท่งได้ถูกฉายเป็นครั้งแรก ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ พระนครฟิล์ม และกำกับภาพยนตร์โดย โน้ต เชิญยิ้ม ซึ่งทำรายได้จากการฉายไปมากถึง 141 ล้านบาท จนขึ้นแท่นเป็นหนังตลกของไทยเรื่องแรกที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท และติดอันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดในอันดับที่ 16 (เคยขึ้นไปสูงสุดในอันดับที่ 5) ทั้งยังเป็น 1 ใน 100 หนังไทยแห่งทศวรรษจากการสำรวจของนิตยสารไบโอสโคป หลวงพี่เท่ง เป็นภาพยนตร์แนวตลก เสนอวิถีชีวิตของชาวไทยในชนบทที่ละเลยศาสนาพุทธแต่ละกลับหันไปงมงายกับไสยศาสตร์ที่เกิดจากการหลอกลวง […]

ลอยกันอยู่ทุกปี แต่เคยรู้จักประวัติความเป็นของ ‘วันลอยกระทง’ หรือไม่!?

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญทางศาสนาฮินดูวันหนึ่งของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ บางปีเทศกาลลอยกระทงก็จะมาตรงกับเดือนตุลาคมด้วย เช่นปี พ.ศ. 2544วันลอยกระทงปีนั้นตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม และจะมาตรงกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2563 ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เดิมทีลอยกระทง เป็นประเพณีโบราณของอินเดียที่ประเทศไทยรับเข้ามาปฏิบัติ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าทำกันมาตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่ปรากฏกล่าวได้ว่ามีมาตั้งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเดียวเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์กระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหมต่อมาได้ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนามีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทา ทั้งนี้ ตำนานที่หาหลักฐานยืนยันมิได้ กล่าวไว้ว่าในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป […]

เปิดประวัติ ‘เจ้าสัววิชัย’ แห่งอาณาจักรคิงเพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ฯ

จากกรณีการรายงานข่าว เฮลิคอปเตอร์ของ เจ้าสัววิชัย หรือ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจเจ้าของกิจการ คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ประสบอุบัติเหตุตกไฟลุกท่วม บริเวณลานจอดรถใกล้สนามฟุตบอลคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่สร้างความตกใจให้กับคนไทยและแฟนฟุตบอลทั่วโลก AmarinTV ขออนุญาตพาทุกท่านมารู้จักกับประวัติของมหาเศรษฐีแสนล้านรายนี้ให้มากยิ่งกว่าเดิม นายวิชัย ศรวัฒนประภา  เกิดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2501 เป็นบุตรของนายวิวัฒน์ และนางประภาศร รักศรีอักษร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาวู้ดลอว์น ประเทศสหรัฐอเมริกา คณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา สมรสกับนางเอมอร รักศรีอักษร มีบุตร-ธิดา 4 คน นายวิชัยมีความใกล้ชิดกับราชวงศ์อังกฤษผ่านความชื่นชอบกีฬาโปโล ในปี พ.ศ. 2548 และเคยจัดทีมออกแข่งขันในรายการ จักรวรรดิคัพ ระหว่างทีมประเทศไทยกับทีมดูไบ ที่ริชมอนด์ในลอนดอน และจากข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ได้ ระบุว่า ในปี 2560 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย […]

เปิดตำนาน ‘ปู่คออี้’ ผู้นำทางจิตวิญญาณ และนักต่อสู้อาวุโสแห่งผืนป่าแก่งกระจาน

อาจเป็นกรอบข่าวเล็กๆ ที่หลายคนอาจเลื่อนผ่าน หรือไม่ได้สนใจความสำคัญกับเรื่องราวสุดเศร้า ในการจากไปของ นายโคอิ มีมิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปู่คออี้ ผู้อาวุโสชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชื้อสายกระเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ที่ชาวกะเหรี่ยงแห่งผืนป่ากระจานให้ความเคารพนับถือ ซึ่งเสียชีวิตแล้วอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 04.14 น. ด้วยวัย 107 ปี (อ่านเพิ่มเติม : “ปู่คออี้” ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ด้วยวัย 107 ปี) จากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ปู่คออี้ พบว่าผู้อาวุโสรายนี้เกิดเมื่อ พ.ศ.2454 บริเวณต้นน้ำลำภาชี บริเวณรอยต่อจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี โดยครอบครัวของปู่คออี้ เป็นชาวบ้านบางกลอย หรือแปลว่า ‘ใจแผ่นดิน’ ที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแก่งกระจาน แถบชายแดนไทย-เมียนมา ที่ส่วนใหญ่ปลูกบ้านด้วยไม้ไผ่ มุงหลังคาใบค้อ มีอาชีพหลักคือการทำไร่หมุนเวียน และดำรงชีวิตแบบกลมกลืนกับธรรมชาติ ทั้งยังมีการติดต่อกับโลกภายนอกน้อยมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2524 ได้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานขึ้น และในปี พ.ศ.2539 กรมอุทยานฯ […]

ไอติมข้น…คนจาง!! ไผ่ทองไอสครีม เล่าไทม์ไลน์ประวัติแบรนด์ กว่าจะมาเป็นดราม่าในวันนี้

จากกรณีการแย่งชิงแบรนด์ ไผ่ทองไอสครีม ที่มีการออกมาเตือนว่าระวังของปลอม และมีหลายคนคาดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความขัดแย้งของคนในตระกูลเอง โดยรุ่นหลานได้แยกออกมาตั้งโรงงานใหม่ พร้อมทำการตั้งชื่อและโลโก้ใหม่ แล้วนำไปจดทะเบียนสินค้า และอ้างว่าของโลโก้เดิมเป็นของปลอม (อ่านเพิ่มเติม : เลือดข้น…ไอติมจาง!! เกาะดราม่า ‘ไอศกรีมไผ่ทอง’ เมื่อศึกพี่น้องทำแบรนด์ของเย็นแทบละลาย) ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ไผ่ทองไอสครีม ได้โพสต์ภาพไทม์ไลน์ เล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยอากงและอาม่าเริ่มก่อตั้งแบรนด์ มีการเปลี่ยนโลโก้ 3 รอบ และพบว่าตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2561 มีการใช้แบรนด์ไผ่ทองของปลอม ทั้งยังขายทับซ้อนกันในหลายพื้นที่อีกด้วย

keyboard_arrow_up