โปรดเกล้าฯ จัดทำประวัติ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 บนเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ในหัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำประวัติเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี โดยพระบรมราชานุญาต” โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย 2 ส่วนคือ พระบรมฉายาลักษณ์และภาพถ่าย กับ ประวัติเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เกิดวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2528 จ.น่าน จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนราชปิโยรสา ยุพราชานุสรณ์ (ริม-ป่าคาประชานุเคราะห์) ต.ท่าวังผม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน โดยในปี พ.ศ.2551 สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี พยาบาลศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก รุ่นที่ 41 ปี พ.ศ.2551 […]

เปิดประวัติความเป็นมา ก่อนจะกลายมาเป็นวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม

วันแม่แห่งชาติ นั้นตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทยที่นับว่าเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และยังถือว่าวันแม่แห่งชาตินี้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย

เปิดประวัติ “ชานมไข่มุก” ของกินเล่นที่มีน้ำตาลมากกว่ามนุษย์ควรได้รับต่อวัน

ถึงจะเป็นของกินเล่นรสอร่อยที่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่ขณะเดียวกันก็มีความกังวลในแง่ของสุขภาพ เนื่องจากความหวานที่ดูเหมือนจะมากเกินไปสักหน่อย อย่างเช่นกรณีของ ชานมไข่มุก Brown sugar ที่ใส่น้ำตาลถึง 18.5 ช้อนชา หรือประมาณ 74 กรัม ซึ่งมากกว่าที่มนุษย์ควรรับต่อวันถึงสามเท่า จนเกิดเป็นคำถามว่า เมนูกินเล่นนี้มีผลเสียต่อสุขภาพมากกว่ารสอร่อยหรือไม่!? ชาไข่มุก (bubble tea) เครื่องดื่มประจำชาติไต้หวัน ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1980 และเชื่อกันว่าร้านชา “ชุนฉุ่ยถัง” ในเมืองไถจง น่าจะเป็นร้านแรกที่คิดค้นเมนูนี้ขึ้นมา และเมื่อปี ค.ศ. 1988 ขณะที่กำลังประชุมอยู่นั้น คุณหลินชิ่วฮุย (ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์) ได้เทขนมหวานชิ้นเล็กๆ ลงไปในชา ทำให้ทุกคนในห้องประชุมเห็นว่าน่าสนใจ จึงทำออกมาขาย ปรากฏว่า ยอดขายดีมาก ทำลายสถิติเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีบางข้อมูลที่ระบุว่า ชาไข่มุกน่าจะมีที่มาจากร้านชาหานหลิน ที่เมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ของนายถัวซ่งเหอ เขาใส่เม็ดสาคูสีขาวลงไปในชา ทำให้มันเหมือนไข่มุก เป็นที่มาของคำว่า “ชาไข่มุก” หลังจากนั้นไม่นาน หานหลินเปลี่ยนสีสาคูจากสีขาวเป็นสีดำแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน จนกระทั่งในช่วงปี ค.ศ. 1990 […]

เปิดประวัติ “เพลงหมอลำ” ทำนองเพลงพื้นบ้านแบบไทยๆ ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพลง “ชิปกับเดล”

แม้หลายคนจะไม่เชื่อ แต่จากข้อมูลที่มีการรายงานตรงกันก็คงต้องยอมรับว่า “ชิปกับเดล” ที่ติดหูใครหลายๆ คนไปแล้วในตอนนี้ ไม่เพียงจะถูกแต่งโดยชายไทยชื่อ ควินซี่ สุรสมิทธิ์ เท่านั้น แต่ดิสนีย์ยังเลือกทำนองเพลงหมอลำมาเพื่อใช้ประกอบในการ์ตูนสั้นเรื่องนี้ด้วย จึงทำให้เขาตัดสินใจแต่งเพลงนี้ขึ้นมา เพื่อให้มีเนื้อหาง่ายๆ และมีการใช้คำที่คล้องจองเป็นจังหวะรับกันอีกด้วย จนกลายเป็นเพลงที่ความยาวเพียง 13 วินาที แต่ก็กลับกลายเป็นที่จดจำของผู้คนได้ในชั่วข้ามคืน จากข้อมูลของ กรมศิลปากรหมอลำ ได้เปิดเผยว่าเดิมทีสมัยโบราณในภาคอีสานเวลาค่ำเสร็จจากกิจธุรการงานมักจะมาจับกลุ่มพูดคุยกัน กับผู้เฒ่าผู้แก่เพื่อคุยปัญหาสารทุกข์สุกดิบและผู้เฒ่าผู้แก่นิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง นิทานที่นำมาเล่าเกี่ยวกับจารีตประเพณีและศีลธรรม ทีแรกนั่งเล่าเมื่อลูกหลานมาฟังกัน มากจะนั่งเล่าไม่เหมาะ ต้องยืนขึ้นเล่า เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่มีในวรรณคดี เช่นเรื่องกาฬเกษ สินชัย เป็นต้น ผู้เล่าเพียงแต่เล่า ไม่ออกท่าออกทางก็ไม่สนุกผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดงท่าทางเป็น พระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นต้น เพียงแต่เล่าอย่างเดียวไม่สนุก จึงจำเป็นต้องใช้สำเนียงสั้นยาว ใช้เสียงสูงต่ำ ประกอบ และหาเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุกครึกครื้น แต่เดิมนั้นหมอลำมีผู้แสดงเพียงแค่ผู้ชายอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องหา ผู้หญิงมาแสดงประกอบ เพื่อให้การลำออกมาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องเนื้อเรื่องต่างๆ ก็ตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิงเด่นยาด […]

เปิดประวัติ “งิ้ว” การแสดงจากแดนมังกร ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยรัชกาลที่ 5

งิ้ว หรือ อุปรากรจีน (Chinese opera) เป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้องและการเจรจาประกอบกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้ออกเป็นเรื่องราว โดยสมัยนั้นได้นำเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมทั้งยังมีการนำเอาความเชื่อทางประเพณีและศาสนาเข้าไปผสมผสานกับการแสดงงิ้วด้วย เดิมประเทศจีนมีงิ้วราว 300 กว่าประเภท ส่วนใหญ่จะเป็นงิ้วท้องถิ่น ส่วนงิ้วระดับประเทศ เช่น งิ้วปักกิ่ง, งิ้วเส้าซิง, งิ้วเหอหนัน และงิ้วกวางตุ้ง โดยงิ้วปักกิ่งเป็นงิ้วที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งในบรรดางิ้วจีนกว่า 300 ประเภท “งิ้วคุนฉวี่” “งิ้วกวางตุ้ง” และ”งิ้วปักกิ่ง” ได้รับการยอมรับจากองค์การยูเนสโก และได้ขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” ในปี 2001, 2009และ 2010 ตามลำดับ ในช่วงเริ่มต้นสมัย ราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 1179-1276) ทางภาคใต้ของจีนมีคณะงิ้วที่มีชื่อได้เปิดการแสดงที่มีบทพูดเป็นโคลงกลอนสลับการร้อง ใช้วงเครื่องดีดสีตีเป่าประกอบการแสดง ส่วนทางภาคเหนือนั้น ราวช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ในสมัยราชวงศ์หยวนเกิดรูปแบบของงิ้วขึ้นมาเรียกว่า “จ๋าจวี้” โดยมักแบ่งการแสดงออกเป็น 4 องค์ โดยตัวละครเอกเท่านั้น ที่จะมีบทร้องเป็นทำนองเดียวตลอดเรื่อง ส่วนตัวประกอบอื่นอาศัยการพูดประกอบ ขณะที่อุปรากรฝ่ายเหนือเป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางชั้นสู งเรื่องราวที่แสดงจึงมักดัดแปลงมาจากพงศาวดารหรือประวัติศาสตร์ ส่วนทางใต้นั้นผู้คนนิยมดูงิ้วที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้าน […]

เปิดประวัติ “อากิระ นิชิโนะ” เฮดโค้ชแดนซามูไร ที่ยังไม่ฟันธงว่าจะคุมทัพ “ช้างศึก” หรือไม่!?

หลังจากที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการเจรจากับ มร. อากิระ นิชิโนะ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา และภายหลังได้มีการสรุปผลการประชุม ทาง มร. อากิระ นิชิโนะ ได้แสดงความสนใจในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดลุยศึกซีเกมส์ 2019 และ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย และได้ตอบรับกับทางสมาคมฯ ในการทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ นิชิโนะ ของสื่อประเทศญี่ปุ่น Nikkan Sport ที่ระบุว่าทางเจ้าตัวยังไม่ยืนยันเข้ารับตำแหน่งคุมทีมชาติไทย และยังไม่ได้เซ็นสัญญากับทางสมาคมฟุตบอลไทยแต่อย่างใด Breaking news !! นิชิโนะ ปฏิเสธการคุมทีมชาติไทย Yahoo […]

เปิดประวัติ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” อาหารง่ายๆ ที่ยอดขายพุ่งช่วงครึ่งปีแรกในไทย

จากกรณีที่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของมาม่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 โดยระบุว่า ตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตถึง 6% จากปกติที่เติบโตเพียง 1-2% สะท้อนให้เห็นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่าง โดยภาพรวมของมาม่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 มียอดขายรวมอยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตจากครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมาถึง 11.6% บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกโดย โมโมฟุคุ อันโดะ จากบริษัท นิสชิน ฟูดส์ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพของประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงคราม และต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน จากการที่ได้เห็นชาวญี่ปุ่นต้องเข้าแถวรอรับแจกขนมปังจากรัฐบาล แต่คนเหล่านั้นไม่มีความสุข โมะโมะฟุคุจึงคิดที่จะหาอาหารที่ชาวญี่ปุ่นสามารถรับประทานได้ในราคาถูกและเป็นที่ชื่นชอบด้วย และพบว่าแท้จริงแล้วคือ ราเม็ง หรือบะหมี่ โมโมฟุคุได้พัฒนากระบวนการผลิตเส้นบะหมี่โดยการทอด และอบแห้งเป็นการถนอมอาหารที่สามารถนำกลับมารับประทานได้อีกครั้งเมื่อเติมน้ำร้อน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางจำหน่ายครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมือวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ชิกิง ราเมง” […]

เปิดประวัติ “ผักตบชวา” มาไทยได้อย่างไร ทำไมต้องช่วยกันเก็บไปทิ้งคนละ 2-3 ต้น

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อของ “ผักตบชวา” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก และอาจมีบางคนเผลอคิดไปว่าเจ้าพืชลอยน้ำได้ชนิดนี้ มีต้นกำเนิดในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็คือหนึ่งในสายพันธุ์ต่างถิ่น ที่สร้างปัญหาต่อระบบนิเวศในหลายประเทศทั่วโลก และยังไม่มีแนวทางที่จะปราบมันได้อย่างเด็ดขาด เพราะมันสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ในทุกสภาพน้ำ และยังเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดูอีกด้วย แรกเริ่มเดิมที ผักตบชวา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ บริเวณลุ่มน้ำอเมซอน ประเทศบราซิล มีดอกสีม่วงอ่อนคล้ายช่อดอกกล้วยไม้ และด้วยความสวยงามของดอกนี้เอง ที่ทำให้มันถูกนำเข้าไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีการนำเข้าผักตบชวามาในปี พ.ศ. 2444 ช่วงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำเข้ามาจากเกาะชวาในฐานะเป็นไม้ประดับสวยงาม โดยขณะเสด็จประพาสประเทศอินโดนีเซีย พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2439 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทอดพระเนตรเห็นนางกำนัล ตลอดจนเจ้านายฝ่ายในของสุลต่าลเกาะชวาได้ใช้ดอกของพืชชนิดนี้ทัดหู มีความสวยงามของสีม่วงอมฟ้าพร้อมกับมีดอกที่ใหญ่ จึงได้มีรับสั่งให้เก็บผักตบชวาจำนวน 3 เข่ง เพื่อนำมาปลูกไว้ในประเทศไทย พร้อมกับนำน้ำจากพื้นถิ่นกลับมาด้วยจำนวน 10 ปี๊บ เพื่อไม่ให้ผักตบชวาผิดน้ำ ในช่วงแรกนั้น ผักตบชวาในประเทศไทยเริ่มใส่อ่างดินเลี้ยงไว้หน้าสนามวังสระปทุม ผักตบชวาก็เจริญเติบโตงอกงามอย่างมากมาย และได้ทรงพระราชทานหน่อให้เจ้านายพระองค์อื่นและบรรดาข้าราชบริพารเพื่อนำไปปลูกด้วย ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ผักตบชวาก็แพร่กระจายพันธุ์จนเต็มวังสระปทุม จนต้องนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่คลองสามเสนหลังวัง พร้อมกับคลองอื่น ๆ เช่น คลองเปรมประชากร, คลองผดุงกรุงเกษม โดยในระยะแรกประชาชนชาวไทยก็ได้ใช้ดอกของผักตบชวามาทัดหูเพื่อความสวยงามบ้าง […]

เปิดประวัติ “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ ก่อนเปิดใช้งานจริงในวันที่ 22 มิถุนายน

  สัปปายะสภาสถานเป็นโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ของประเทศไทยและแห่งที่ 3 ของประเทศไทยแทนที่อาคารเดิมบริเวณข้างสวนสัตว์ดุสิต โครงการก่อสร้างตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนทหาร (เกียกกาย) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โครงการได้ริเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมจัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จนมีมติเลือกที่เดินราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เป็นสถานที่ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัปปายะสภาสถาน เป็นผลงานชนะเลิศการประกวดแบบของธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) จากผู้ส่งประกวดทั้งหมด 5 ราย โครงการได้เริ่มวางเสาเข็มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยมีบริษัทซิโนไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 900 วัน หรือในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 แต่ปัจจุบันโครงการได้ล่าช้าออกไป เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่และการปรับรายละเอียดแบบก่อสร้างในบางส่วน ทำให้โครงการได้เลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 สัปปายะสภาสถาน เป็นโครงการสร้างรัฐสภาขนาดใหญ่ บนพื้นที่ดิน 119.6 ไร่ […]

เปิดประวัติความเป็นมาของ “วันแรงงานแห่งชาติ” ทำไมถึงตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม

ในสมัยก่อนประเทศในแถบยุโรปจะถือเอาวันเมย์เดย์ (May Day) เป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงขอให้ปลูกพืชได้ผลดี รวมถึงขอให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งทางภาคเหนือของยุโรปก็จะมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังมีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ จากตอนแรกที่เป็นเพียงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวันหยุดตามประเพณีทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของ วันเมย์เดย์ (May Day) จึงเปลี่ยนไปจากเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้มีการเรียกร้องในหลายประเทศทางตะวันตกให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานสากล ทำให้หลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และได้สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน สำหรับวันแรงงานในประเทศไทย มีขึ้นในปี พ.ศ. 2475 เมื่อประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดการบริหารแรงงาน โดยเป็นการจัดสรรและพัฒนาแรงงาน ตลอดจนคุ้มครองและดูแลสภาพการทำงานของแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างรากฐานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ดีขึ้น ซึ่งในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2499 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกแรงงานได้จัดประชุมขึ้น โดยมีความเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ให้เป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายรัฐมนตรีขอให้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้นับแต่นั้นมา วันที่ 1 พฤษภาคม […]

เปิดประวัติ “รถเมล์นายเลิศ” รถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย

รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว เป็นรถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย ผู้ริเริ่มคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เริ่มจากกิจการบริการรถม้าเช่า ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวรถเอง โดยคิดค่าโดยสารสำหรับรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท แต่นายเลิศเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ จึงคิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 รถเมล์นายเลิศมีลักษณะเฉพาะคือ ทาสีขาวทั้งคัน มีตราประจำรถเป็นรูปขนมกง นายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวถังรถเมล์ด้วยตัวเอง โดยเขียนแบบด้วยชอล์กบนพื้นปูน ให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ต่อ โดยใช้เครื่องยนต์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ นายเลิศมีนโยบายในการเดินรถว่า “สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย” รถเมล์สายแรกของนายเลิศ วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยา เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้าจึงขยายออกไปจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของนายเลิศว่า “รถเมล์ขาว” ตามสีของรถ ต่อมานายเลิศได้ริเริ่มบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก “เรือขาว” รับส่งผู้โดยสารตามคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว กิจการนี้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป และสร้างชื่อเสียงให้นายเลิศอย่างมาก กิจการรถเมล์นายเลิศ ดำเนินการมานานถึง 70 ปี […]

เปิดประวัติ “แห่นางแมว” ประเพณียามหน้าแล้งของคนไทย

การขอฝน เป็นประเพณีและพิธีกรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ของสังคมเกษตรกรรมที่อยู่ในหลายชนชาติ และหลายวัฒนธรรม เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือต้องการน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีประเพณีที่ว่านี้เช่นกัน และถูกเรียกต่อๆ กันมาในชื่อ “แห่นางแมว” ในประเทศไทยมีหลายประเพณีและหลายความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน บางแห่งมีพิธีแห่ดอกไม้เจ้าพ่อ รูปอวัยวะเพศชาย เรียกว่า “ขุนเพ็ด” ทำด้วยต้นกล้วยหรือต้นข่อยใหญ่ แห่ขุนเพ็ดไปตามหมู่บ้านแล้วก็เอาไปเก็บไว้ที่ศาลเจ้าแม่ชายทุ่ง เชื่อว่าฝนจะตกทันที เมื่อเจ้าพ่อกับเจ้าแม่ได้อยู่ด้วยกัน ในตำราพิรุณศาสตร์ ใช้วิธีปั้นเมฆ คือการปั้นรูปชายหญิงเปลือยกาย แต่พิธีนี้ค่อนข้างอุจาด จึงไม่ให้ทำในพระนคร ต้องไปทำกันตามกลางทุ่งนา แต่พิธีขอฝนที่แพร่หลายที่สุด คือการแห่นางแมว วิธีการคือเอาแมวตัวเมียใส่ลอบดักปลา หรือใส่ในภาชนะที่เรียกว่า ตะเหลว แห่ไปตามหมู่บ้าน และสาดน้ำใส่แมวเพื่อให้เทวดาสงสาร และดลบันดาลให้ฝนตก เพราะเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์เก้าชีวิต เสียงแมวร้องเปรียบเสมือนว่าโลกมนุษย์กำลังเดือดร้อน ทวยเทพจึงดลบันดาลให้เกิดฝนเพื่อความชุ่มชื้นเย็นฉ่ำ จึงได้มีการแห่นางแมวไปตามบ้านเรือนให้คนเอาน้ำสาด อีกพิธีขอฝนอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจคือ การแห่ช้างแห่ม้าที่เรียกว่าช้างปัจจัยนาเคนทร์ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเนื่องจากจุดบั้งไฟแล้วฝนก็ยังไม่ตก แห่นางแมวแล้วฝนก็ยังไม่ตก เป็นงานที่จัดขึ้นในระดับตำบลหรืออำเภอเพราะมีผู้มาร่วมงานอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ได้จัดขึ้นบ่อยนัก

“แบดมินตัน” กีฬามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏความเป็นมาที่ชัดเจน

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็นหัวลูกขนไก่ทำด้วยไม้คอร์ก กีฬาแบดมินตันมีความเป็นมาจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาประเภทนี้ไว้ที่หลายยุค เช่น… ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่างๆ พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก […]

เปิดประวัติ “มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม” แห่งกรุงปารีส ก่อนจะลุกไหม้ในกองเพลิง

กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสลดใจไปทั่วโลก เมื่อ มหาวิหารนอร์ทเทอร์-ดาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ในช่วงเย็นของวันจันทร์ (ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในขณะที่มีการซ่อมแซมปรับปรุงตัวอาคารของมหาวิวหารอายุกว่า 850 ปี ทำให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนืออาคารสไตล์กอทิกเก่าแก่ และมีรายงานว่ารัฐบาลและเอกชน เพิ่งระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อปรับปรุงตัวโบสถ์ที่ทรุดโทรมหนัก ซึ่งอาจต้องมีการระดมทุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อสร้างและซ่อมแซมมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre-Dame de Paris) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอทิก นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ “ครีบยันลอย” ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร “บริเวณร้องเพลงสวด” หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง […]

พบกับ “คาเนะ ทานากะ” บุคคลที่ได้ชื่อว่าอายุยืนที่สุดในโลก

คาเนะ ทานากะ (Kane Tanaka) เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1903 และปัจจุบันเธอมีอายุ 116 ปี 91 วัน โดยเป็นผู้ยังที่มีชีวิตที่อายุยืนที่สุดซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้ว หลังจากการเสียชีวิตของชิโยะ มิยาโกะ ในวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 คาเนะ ทานากะ เกิดในหมู่บ้านคาซูกิ (ปัจจุบันคือเมืองฟูกูโอกะ) จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ทางตอนใต้ของเกาะคีวชู ทานากะเกิดก่อนกำหนดและให้รับน้ำนมจากผู้หญิงที่ไม่ใช่แม่ของเธอ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เธอทำงานที่ร้านขายเค้กข้าวกับฮิเดโอะผู้เป็นสามีของเธอ หลังจากฮิเดโอะกับลูกชายของเธอเสียชีวิตในระหว่างสงคราม เธอยังคงทำงานอยู่ในร้าน ก่อนที่จะเกษียณเมื่ออายุ 63 ปี ในคริสต์ทศวรรษ 1970 เธอไปเยือนสหรัฐ ที่ซึ่งเธอมีหลานสาวและหลานชายหลายคน ตอนอายุ 103 ปี ทานากะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และรอดชีวิตมาได้ เมื่ออายุได้ 107 ปี ลูกชายของเธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอ ซึ่งกล่าวถึงชีวิตและอายุขัยของเธอโดยใช้ชื่อ ในช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี (In Good and Bad […]

เปิดประวัติเครื่อง C130 ที่พา “บิ๊กตู่” ระทึกทั้งคณะ จนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

สืบเนื่องจากรณีเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่จะนำคณะนายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบิน 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน และกลายเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ จนหลายคนตั้งคำถามว่าถึงเครื่องบินลำดังกล่าวว่ามาอยู่ในประเทศไทยทั้งแต่เหมือนเมื่อไหร่ และมีคุณสมบัติเครื่องเป็นอย่างไรกันบ้าง ซี-130 เฮอร์คิวลิส (Lockheed C-130 Hercules) เป็นเครื่องบินลำเลียงใช้เครื่องยนต์เทอร์โบใบพัด 4 เครื่องยนต์ ได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายและยาวนานที่สุด เครื่องเฮอร์คิวลิสบินครั้งแรกเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2497 เริ่มประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐ เมื่อพ.ศ. 2497 เฮอร์คิดลิสได้รับการพัฒนาตลอดมา และใช้กันในหลายประเทศ ในปี พ.ศ. 2511 เฮอร์คิวลิสได้เริ่มเข้าสู่การบินพาณิชย์โดยกำหนดสัญลักษณ์ใหม่สำหรับรุ่นใช้งานทางพลเรือนเป็น ล็อกฮีดแอล 100 เฮอร์คิวลิส ซึ่งมีลำตัวยาวกว่าเฮอร์คิวลิสทางการทหาร และต่อมาได้มีการพัฒนาเฮอร์คิวลิส เป็นเครื่องบินลำเลียงชั้นสูง ชื่อรุ่นว่า แอ็ดวานซ์ เฮอร์คิวลิส ตลอดการใช้งานของมันเครื่องตระกูลเฮอร์คิวลิสนั้นได้ทำหน้าที่ในกองทัพของหลายประเทศ ทั้งปฏิบัติการพลเรือนและช่วยเหลือมนุษย์ มันเป็นตระกูลที่มีการผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องบินทางทหาร ในปีพ.ศ. 2550 ซี-130 […]

โซเชียลแฉ “อนาคตใหม่” อุปโลกน์ประวัติ “ธนาธร” อ้างเป็นประธานสภาอุตสาหกรรม

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kittitouch Chaiprasith ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของ เว็บไซท์ของพรรคอนาคตใหม่ที่อุปโลกน์ประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พบว่ามีการอ้างอิงประวัติเป็นถึงประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2551-2555 โดยข้อมูลดังกล่าวมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ wikipedia อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่ามีการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว ทั้งบทเว็บไซต์ของพรรค และบน wikipedia โดยผู้เผยแพร่ข้อมูลได้ระบุว่า… เป็นข่าวดังวันนี้ เมื่อมีสื่อออกมาตีแผ่ว่า เวปไซท์ของพรรคอนาคตใหม่ “อุปโลกน์” ประวัตินายธนาธรขึ้นมาเอง ด้วยการเขียนประวัติการทำงานของนายธนาธรว่าเป็น [ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย] ถึง 2 สมัยติด ระหว่างปี 2551-2555 ทั้งที่ในความเป็นจริง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2551-2555 คือ 1. นาย สันติ วิลาสศักดานนท์ วาระปี 2551-2553 2. นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล วาระปี 2553-2555 #พ่อหลอกฟ้า (อีกแล้ว) […]

ดร.ศิลป์ชัย เล่าประวัติเพลง “หนักแผ่นดิน” เผยปลุกเร้าคนฟังให้เกลียดชังคนเห็นต่าง

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ได้ถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม โดยพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า “ก็ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดินไง” (อ่านเพิ่มเติม : เปิดเนื้อเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่ ผบ.ทบ. ไล่หญิงหน่อยไปฟัง หลังชูนโยบายตัดงบกองทัพ) ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat โดยกล่าวถึงความเป็นมากของเพลง “หนักแผนดิน” โดยระบุว่า… เพลงหนักแผ่นดินเป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พศ.2518 แต่งโดยทหาร ร้องโดยทหาร เผยแพร่โดยสื่อทหาร เป็นเพลงที่แต่งเพื่อเร้าความรู้สึกผู้ฟังให้เกลียดชังคนที่เห็นต่างทางการเมืองกับเรา ว่าเป็นคนไม่รักชาติและสมควรถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป สมัยนี้น ทุกโรงเรียนต้องสอนให้นักเรียนทุกคนร้องเพลงนี้ให้ได้ ทีวีก็เปิดเพลงนี้ทุกวันจนติดหูและฝังติดเข้าไปในใจคนไทยทุกคน ถ้ามองในแง่ฝีมือก็ต้องถือว่าคนแต่งเก่งมาก ใส่จิตวิทยาการเมืองการปกครองเข้าไปในเนื้อเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เขียนจำได้ว่าตอนเพลงนี้ออกอากาศใหม่ ๆ อาจารย์ที่สอนผู้เขียนก็บอกสถานการณ์ไม่ดีแล้วก็ขอลาออกจากสถาบันที่สอนแล้วรีบบินไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนรุ่นพี่บางคนก็หนีไปต่างจังหวัด หลังจากนั้นไม่นาน วันที่ […]

keyboard_arrow_up