ชาวอินโดนีเซีย ชุมนุมประท้วงผลเลือกตั้งปธน. คาดมีการทุจริต

เกิดเหตุประท้วงคัดค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยชาวอินโดนีเซียกว่า 2,000 คนได้ออกมาเดินประท้วงตามถนนในกรุงจาการ์ตา ว่าอาจมีการทุจริตในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ดำเนินการแก้ไข  และได้ขว้างปาพลุ และสิ่งของใส่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งทำให้ตรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ประท้วง การประท้วงครั้งนี้มีขึ้นหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย หรือเคพียูประกาศว่าประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซียชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีไป 55.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายปราโบโว ซูเบียนโต อดีตผู้บัญชาการทหารของอินโดนีเซีย คู่แข่งคนสำคัญมีคะแนนตามเป็นอันดับที่ 2 อยู่ที่ 44.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนนายซูเบียนโตออกมาเดินประท้วงตามท้องถนนและบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และกล่าวหาประธานาธิบดีวิโดโดว่าโกงการเลือกตั้ง โดยในช่วงเช้าวันนี้(22 พ.ค.)ก็มีกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนที่ยังปักหลักชุมนุมอยู่ตามท้องถนนด้วย วิโดโด กวาดคะแนนเสียงจากชาวอินโดนีเซียได้มากกว่า 85 ล้านเสียง จากผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด 154 ล้านคน ในการเลือกตั้งของประเทศประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ปราโบโว เชื่อว่ามีการโกงการเลือกตั้งอย่างแพร่หลาย และประกาศว่าจะเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องสิทธิ์และเสียงของประชาชน ทั้งนี้ ผู้สมัครประธานาธิบดีที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง สามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยทีมหาเสียงของนายปราโบโว ยืนยันแล้วว่ากำลังเตรียมยื่นคัดค้านผลการเลือกตั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘โบลโซนาโร’ ผู้สมัครชิงเก้าอี้ปธน.บราซิล ถูกแทงบาดเจ็บระหว่างหาเสียง

ชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้สมัครตัวเก็งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิล ฉายาว่าเป็น “โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งบราซิล” และกำลังมีคะแนนนิยมนำหน้าอยู่ในขณะนี้ ถูกแทงท่ามกลางฝูงชน ระหว่างหาเสียงในรัฐมีนัสเชไรส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บสาหัส และบาดแผลลึกถึงอวัยวะภายในเป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเผยภายหลังว่าอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 7-10 วัน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชาย ถูกตำรวจรวบตัวได้ทันที ทั้งนี้ โบลโซนาโร ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ ได้สร้างความโกรธเคืองให้แก่ชาวบราซิลจำนวนมาก จากการแสดงความเห็นในเชิงแบ่งแยกเชื้อชาติและเหยียดกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แต่ผลสำรวจความเห็นก็เผยว่า เขาจะได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า หากอดีตประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา ไม่สามารถทำให้ศาลกลับคำตัดสินห้ามเขาลงรับสมัครเลือกตั้งได้

คนเสื้อแดงบราซิลนับหมื่น เดินขบวนเรียกร้องปล่อยตัวอดีตปธน. ลูล่า

กลุ่มคนเสื้อแดงแห่งบราซิล หรือ กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี ลุยซ์ อินาซิโอ ลูล่า ดา ซิลวา จำนวนมากกว่า 10,000 คนรวมตัวกันเดินขบวนในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวลูล่าออกจากเรือนจำ ขณะที่เจ้าตัวยื่นใบสมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วจากในห้องขัง รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มผู้สนับสนุนของลูล่าซึ่งใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ และเดินทางมาจากทั่วประเทศบราซิลได้รวมตัวกันเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังอาคารที่ทำการของศาลเลือกตั้งกลางในกรุงบราซิเลีย พร้อมตะโกนถ้อยคำและชูแผ่นป้ายที่มีเนื้อหาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวอดีตประธานาธิบดีลูล่า ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ลูล่า ในวัย 72 ปี ซึ่งครองอำนาจในระหว่างปี 2003 – 2011 ได้ยื่นใบสมัครลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว จากภายในเรือนจำกลางของรัฐบาลที่เมืองคูริติบา ทางภาคใต้ของประเทศ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน อดีตประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูล่า ดา ซิลวา ถูกศาลบราซิลตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปีตามคำพิพากษาของศาล จากความผิดฐานทุจริตโกงกินบ้านเมืองในระหว่างครองอำนาจ แต่ผู้สนับสนุนของเขาจำนวนมากเชื่อว่า ลูล่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้ง ลูล่าซึ่งครองอำนาจนานถึง 8 ปีในฐานะผู้นำบราซิล เคยได้รับฉายาว่าเป็น “พ่อพระของชนชั้นรากหญ้า” จากผลของนโยบายด้านประชานิยม ของเขาที่เน้นเอาใจกลุ่มเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานในช่วงที่เขาครองอำนาจ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เผยนาทีระทึกผู้นำเวเนซุเอลา หวิดถูกโดรนติดระเบิดลอบสังหาร ทหารวิ่งอลหม่าน

วันที่ 5 ส.ค.61 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ที่ประเทศเวเนซุเอลา ได้เกิดเหตุระทึกขวัญ หลังกลุ่มคนร้ายใช้โดรนติดวัตถุระเบิด มาบินใกล้บริเวณเวทีที่ประธานาธิบดีนีโกลัส มาดูโร กำลังกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามเฉลิมฉลองครบรอบ 81 ภายในงานของกองทัพที่กรุงการากัส โดยมีการถ่ายทอดสอดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ ระหว่างที่ประธานาธิบดีนีโกลัส กำลังกล่าวสุนทรพจน์ รัฐมนตรีที่อยู่บริเวณด้านหลังได้มองไปด้านบน ขณะนั้นภาพที่กำลังถ่ายประธานาธิบดีนีโกลัสก็ถูกตัดสลับไปให้เห็นภาพขบวนทหารที่ตั้งแถวบริเวณด้านหน้าแทน หลังจากนั้นจะเห็นกองกำลังทหารวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน ก่อนที่สัญญาณถ่ายทอดสดขาดไป นอกจากนี้ภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากสถานที่จัดงานอีกด้วย ภายหลัง ฮอร์เฆ่ โรดริเกซ  รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของเวเนซุเอลาออกมาแถลงว่า ประธานาธิบดีนีโกลัส และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ปลอดภัย แต่มีทหารบาดเจ็บไป 7 นาย ซึ่งทางการจะดำเนินการสอบสวนเหตุลอบทำร้ายดังกล่าวอย่างเต็มที่ Thanks Picture PALACIO DE MIRAFLORES  and REUTERS

‘ประยุทธ์’ เยือน ‘ศรีลังกา’ หนุนผลักดันเชื่อมโยงทางทะเล ‘โคลัมโบ-ระนอง’

นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พร้อมชื่นชมศักยภาพ-พัฒนาการเศรษฐกิจศรีลังกา หนุนผลักดันเชื่อมโยงทางทะเล “โคลัมโบ-ระนอง” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 12 – 13 กรกฎาคม โดยหารือร่วมกับ นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดี แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ประธานาธิบดีศรีลังกา ได้กล่าวเปิดการหารือด้วยการแสดงความชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จของไทยในการช่วยชีวิตเยาวชนไทยทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตอบว่า ความสำเร็จมาจากความพยายาม และแรงสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ช่วยกันจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพ และการพัฒนาเศรษฐกิจของศรีลังกา โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ของรัฐบาลศรีลังกา ที่จะผลักดันให้ศรีลังกาเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และการขนส่งทางทะเลของภูมิภาค ซึ่งไทยและศรีลังกาจะผลักดันการเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างโคลัมโบ กับ ระนอง เพื่อช่วยขับเคลื่อนและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง รวมถึงไทยยินดีช่วยเหลือศรีลังกาเพื่อพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของศรีลังกาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ซึ่งประธานาธิบดีศรีลังกา ได้กล่าวชื่นชมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และจะนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนของศรีลังกาด้วย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณศรีลังกาที่จะมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่รัฐบาลไทย สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาที่มีมายาวนาน และเป็นรากฐานของความสำคัญของไทยและศรีลังกา และพิจารณาให้วัดวชิรธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับประดิษฐานหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ฯ ทั้งนี้ […]

สิ้นสุดการรอคอย!! ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ยืนยันความพร้อม 100% พิธีเปิดฟุตบอลโลก 2018 คืนนี้

รัฐบาลรัสเซียประกาศความพร้อมของเมืองเยคาเตรินเบิร์ก ในการทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยืนยันความพร้อมของเมืองเยคาเตรินเบิร์กซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของรัสเซีย และเป็นบ้านของประชากรกว่า 1.5 ล้านคน โดยระบุ ทั้งทางการท้องถิ่น ชาวเมือง ตลอดจน สนามแข่งขันในเมืองแห่งนี้ มีความพร้อมรับศึกฟุตบอลโลก 2018 แบบ 100% ข้อมูลจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ระบุว่า สนามกีฬาเซ็นทรัล สเตเดียม ในเมืองเยคาเตรินเบิร์ก สามารถจุแฟนฟุตบอลได้มากกว่า 35,000 คน และจะทำหน้าที่รองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 จำนวน 4 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ประกอบด้วย การแข่งขันระหว่างทีมชาติอียิปต์ VS อุรุกวัย ในวันที่ 15 มิถุนายน การแข่งขันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส VS เปรู ในวันที่ 21 มิถุนายน การแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น VS เซเนกัล ในวันที่ 24 มิถุนายน […]

‘มาดูโร’ คว้าชัยเลือกตั้งผู้นำเวเนฯ ครองอำนาจต่ออีก 6 ปี อย่างไร้คู่แข่ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งเวเนเซุเอลาได้มีประกาศออกมาแล้วว่าประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เป็นผู้ชนะเลือกตั้ง ถือเป็นการรับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 และมีอำนาจปกครองประเทศต่ออีก 6 ปี โดยก่อนหน้านี้มีการคาดการไว้ว่าเขาน่าจะเป็นผู้ชนะที่แน่นอนเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจัดขึ้น โดยที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคหลักประกาศคว่ำบาตรไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ทำให้ประธานาธิบดีมาดูโรที่เคยมีอาชีพเป็นคนขับรถบัสโดยสาร และเป็นทายาททางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีอูโก้ ชาเบซ ผู้ล่วงลับ ได้ลงชิงชัยแบบแทบไร้คู่แข่ง การเลือกตั้งในเวเนซุเอลาครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชน ต่อปัญหาข้าวยากหมากแพง และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ที่สร้างความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ให้กับประชากรกว่า 30 ล้านคนในประเทศ

‘ปูติน’ เตรียมสาบานตนรับตำแหน่งปธน. สมัยที่ 4 ตร.ห่วงกลุ่มต่อต้านประท้วง-ก่อความวุ่นวาย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ในวันนี้(7 พ.ค. 61) ที่พระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโกของรัสเซีย หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 76 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนมีนาคม โดยที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินถือเป็นผู้นำคนสำคัญของรัสเซีย ที่ได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองและบริหารประเทศด้วยการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของรัสเซียยาวนานถึง 18 ปี การเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีปูตินได้รวมตัวประท้วงตามเมืองต่างๆของรัสเซียเมื่อวันเสาร์(5 พ.ค. 61) ที่ผ่านมา ซึ่งการประท้วงดังกล่าวนำโดยนายอเล็กซี่ นาวาลี่ ผู้นำฝ่ายค้าน โดยการชุมนุมดังกล่าวทำให้มีกลุ่มผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คนถูกจับกุมในพื้นที่ 19 เมืองทั่วรัสเซีย โดยผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่อยู่ในกรุงมอสโก ขณะที่นายนาวาลี่ก็ถูกตำรวจจับกุมเช่นกัน แต่ได้ถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา ขณะที่ตำรวจยังคงเกรงว่าจะเกิดเหตุชุมนุมประท้วง และความวุ่นวายในระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีปูตินในวันนี้ โดยตามรายงานข่าวระบุว่าพิธีในวันนี้จะเป็นพิธีเล็กๆ ไม่ยิ่งใหญ่เท่าพิธีรับตำแหน่งเมื่อปี 2012 และคาดว่าประธานาธิบดีปูตินจะมีกำหนดนัดพบกับกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ที่เข้าร่วมพิธีเท่านั้น

อดีตปธน. ‘จอร์จ บุช’ แห่งสหรัฐฯ ถูกหามส่งไอซียู หลังติดเชื้อในกระแสเลือด

อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช แห่งสหรัฐฯ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลฮิวส์ตัน เมโธดิสท์ ในมลรัฐเทกซัสอย่างเร่งด่วน โดยต้องเข้าพักรักษาตัวในห้องไอซียู หลังทีมแพทย์ตรวจพบว่า มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด รายงานข่าวซึ่งอ้างโฆษกของครอบครัวบุช ระบุว่า อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐฯ ในวัย 93 ปี ยังคงมีอาการทรงตัวและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดแม้ร่างกายของเขาจะตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดี การติดเชื้อในกระแสเลือดของอดีตประธานาธิบดีบุชเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากพิธีฝังศพนางบาร์บาร่า ภรรยาคู่ชีวิตวัย 92 ปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมายาวนานถึง 73 ปี ล่าสุดมีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช รวมถึงนายเจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการมลรัฐฟลอริด้า ซึ่งเป็นบุตรชาย ได้ทราบข่าวการเข้ารักษาตัวของบิดาแล้ว และเตรียมเดินทางเข้าเยี่ยมอาการในเร็วๆ นี้ รวมถึงสมาชิกรายอื่นๆในครอบครัวบุช ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซึ่งครองอำนาจเป็นเวลา 1 สมัยระหว่างปี ค.ศ.1989 – 1993 ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยคูเวตจากการยึดครองของอิรักในยุคประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน รวมถึงการส่งทหารอเมริกันเข้าร่วมรบในสงครามกลางเมืองที่โซมาเลีย

ไม่พลิกโผ! ‘ปูติน’ นั่งเก้าอี้ปธน.รัสเซีย อีกสมัย หลังชนะคะแนนเสียงมากกว่า 76%

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียคว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยตามความคาดหมาย โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งรัสเซียเปิดเผยว่าผลการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีได้เกือบเสร็จสิ้นลงแล้วในขณะนี้ โดยผลปรากฎว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียชนะการเลือกตั้งไปอย่างถล่มทลายตามคาด โดยได้คะแนนเสียงมากกว่า 76 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นายปาเวล กรูดินิน คู่แข่งได้คะแนนเสียงเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ โดยชัยชนะในครั้งนี้ก็จะทำให้ประธานาธิบดีปูติน อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัยไปอีก 6 ปี คะแนนเสียงที่ประธานาธิบดีปูตินได้ในครั้งนี้ถือว่ามากกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อนเมื่อปี 2012 โดยในครั้งนั้นประธานาธิบดีปูติชนะเลือกตั้งไปด้วยคะแนนเสียง 64 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรัสเซีสระบุว่ายอดผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในปีนี้อยู่ที่ 59 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วงคืนที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินได้ขึ้นเวที ที่จัตุรัสแดงในกรุงมอสโกของรัสเซีย หลังทราบผลผลการเลือกตั้ง โดยผู้นำรัสเซียได้กล่าวขอบคุณกลุ่มผู้สนับสนุน พร้อมกับขอให้ประชาชนสามัคคีร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้าต่อไป

จีนแก้กฎหมาย ยกเลิกกำหนดวาระปธน.กรุยทาง ‘สี จิ้นผิง’ ดำรงตำแหน่งตลอดชีพ

สภาประชาชนแห่งชาติจีนได้ลงมติแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยการยกเลิกการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยสมาชิกสภาประชาชนในที่ประชุมได้ลงมติสนับสนุนมติดังกล่าวอย่างท่วมท้นถึง 2,958 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 2,964 คน โดยมีสมาชิก 2 คนที่ลงคะแนนคัดค้าน และมีสมาชิก 3 คนที่งดออกเสียง แต่เดินนั้นรัฐธรรมนูญของจีนกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย โดยรัฐธรรมนูญใหม่ของจีนนี้จะเปลี่ยนให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจะเป็นการเปิดทางให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วัย 64 ปีผู้นำของจีนสามารถดำรงอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของจีนตั้งแต่ปี 2012 และกลายเป็นผู้นำที่สามารถนำพาจีนให้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจ ทั้งยังเอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชั่น โดยที่ผ่านมีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มากกว่า 1 ล้านคนที่มีความผิดในคดีทุจริตถูกลงโทษ โดยความสำเร็จในการบริหารบ้านเมืองส่งผลให้ความนิยมในตัวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการกำจัดเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น หลังรัฐบาลจีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการปิดกั้นสื่อบางสำนักและการควบคุมและเซ็นเซอร์ตามสื่อสังคมออนไลน์

ไร้ความรับผิดชอบ! องค์กรสิทธิฯ ประณามคำกล่าว ‘ผู้นำปินส์’ ชวนประชาชนไม่ใช้ ‘ถุงยางอนามัย’

ภาพจาก freepik.com ประธานาธิบดีโรดดิโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ได้ชักชวนให้ชาวฟิลิปปินส์ทั้งชายหญิงอย่าใช้ “ถุงยางอนามัย” เวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เปรียบเทียบการใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ว่า “เหมือนกับการกินลูกอมทั้งที่ยังมีเปลือกกระดาษห่อหุ้มอยู่ โดยถุงยางจะทำให้ความสุขในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง” ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์ได้เสนอให้ใช้ยาคุมกำเนิดแทน คำกล่าวนี้ มีขึ้นในช่วงที่ฟิลิปปินส์กำลังมีอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเมื่อปีที่ผ่านมาก็พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีในฟิลิปปินส์มากถึง 11,000 คน ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลได้ออกมาประณามคำกล่าวของประธานาธิบดีดูเตอร์เตที่เชิญชวนให้ประชาชนไม่ใช้ถุงยางอนามัยว่า เป็นสิ่งที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่ผู้นำฟิลิปปินส์ไม่ให้ให้ความสำคัญกับการใช้ถุงยางอนามัย ทั้งที่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีอัตราการแพร่ระบาดผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก.

จวกยับ! ‘ดูเตอร์เต’ บอกทหารยิงอวัยวะเพศกบฏหญิง อ้างถ้าไม่มีก็ไร้ค่า

กลุ่มนักสิทธิมนุษย์ชนและกลุ่มสิทธิสตรีในฟิลิปปินส์ได้ออกมาประณามประธานาธิบดีโรดดิโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ วัย 72 ปี ที่กล่าวกับเหล่าทหารว่าให้ยิงกลุ่มกบฏที่เป็นผู้หญิงที่อวัยวะเพศ แทนการสังหาร เพราะว่าผู้หญิงที่ไร้อวัยวะเพศก็เท่ากับเป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ คำกล่าวของผู้นำฟิลิปปินส์ได้สร้างความไม่พอใจกับกลุ่มสิทธิสตรีและนักสิทธิมนุษยชนอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นการเหยียดเพศ และเป็นการส่งเสริมให้ใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง ซึ่งเท่ากับเป็นการละเมิดกฎหมายด้านมนุษยชนระหว่างประเทศด้วย อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีดูเตอร์เตใช้คำพูดที่เป็นการดูหมิ่นผู้หญิงที่รุนแรง โดยก่อนหน้านี้ผู้นำฟิลิปปินส์ได้พูดแบบติดตลกว่าให้ทหาร ที่ทำหน้าที่กวาดล้างกลุ่มกบฏในช่วงการประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาสามารถข่มขืนผู้หญิงได้ 3 คน และเขาก็จะยอมเป็นผู้รับผิดให้แทน ซึ่งคำกล่าวนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน ขณะกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีดูเตอร์เตกลับมองว่าผู้นำฟิลิปปินส์ต้องการแค่พูดตลก ไม่ได้มีเจตนา หรือส่งเสริมให้ทหารกระทำเช่นนั้นจริงๆ

ยืมเก่ง! พิพิธภัณฑ์ดังยอมให้ทำเนียบขาวยืม ‘ส้วมทองคำ’ เพื่อให้ ‘ทรัมป์’ ได้นั่งปลดทุกข์

ขอบคุณภาพจาก NY POST ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ตกเป็นข่าว “ขอยืม” โถส้วมทองคำ 18 กะรัตจากพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ในมหานครนิวยอร์ก เพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ใช้ในระหว่างการขับถ่ายประจำวัน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ทางทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พยายามขอยืมภาพเขียน “แลนด์สเคป วิธ สโนว์” ของศิลปินชื่อก้องโลกอย่างวินเซนต์ แวนโก๊ะห์ สำหรับนำไปประดับภายในทำเนียบขาวที่เป็นที่พำนักของทรัมป์มาแล้ว แต่ทางพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปฏิเสธคำขอ เนื่องจากเกรงว่าภาพเขียนเก่าแก่นี้จะได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีการยืนยันว่า ทางพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ ตกลงจะให้ทางทำเนียบขาวยืม “โถส้วม” ที่ทำจาก “ทองคำ 18 กะรัต” ที่สามารถใช้งานได้จริง เพื่อตอบสนองรสนิยมส่วนตัวของทรัมป์ ที่ได้ชื่อว่าชื่นชอบสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากทองคำแท้ หรือ สิ่งของที่เคลือบด้วยทอง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทางทำเนียบขาวต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใดให้กับทางพิพิธภัณฑ์ เพื่อแลกกับการขอยืมส้วมทองคำให้ทรัมป์ได้นำไปใช้ระหว่างการขับถ่าย และไม่มีการเปิดเผยระยะเวลาในการขอยืม ขณะที่เมาริซิโอ กัตเตลัน ศิลปินชาวอิตาเลียนผู้สร้างโถส้วมทองคำนี้ให้กับทางพิพิธภัณฑ์ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆต่อเรื่องนี้เช่นกัน.

ชาวเน็ตผุด #Oprah2020 หนุน ‘โอปราห์’ สมัครปธน.สหรัฐฯ หลังสุนทรพจน์เวทีลูกโลกทองคำ

ที่ประเทศสหรัฐฯ มีควันหลงจากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำเมื่อวานนี้(8 ม.ค. 61) โดยสุนทรพจน์ที่กลายเป็นที่สุดของงานคือคำพูดของโอปราห์ วินฟรีย์ เจ้าของรางวัลเกียรติยศ ซึ่งสุนทรพจน์ของเธอประทับใจผู้คนทั่วโลกจนตอนนี้เกิดกระแสผลักดันให้เธอลงสมัครเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังของสหรัฐฯ กล่าวหลังขึ้นรับรางวัลเกียรติยศของตน โดยยกย่องผู้หญิงหลายคนที่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องการถูกคุกคามทางเพศจนสามารถสร้างกระแสในสังคม ทำให้จุดประกายการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และตามมาด้วยแคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “มีทู” และ “ไทม์ส-อัพ” เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้สังคมถูกควบคุมโดยเพศชาย โดยถือเป็นสุนทรพจน์ที่ดีที่สุดต้อนรับปีใหม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งโอปราห์ใช้คำว่า “ความพยายามของทุกคนจะไม่สูญเปล่า เพราะรุ่งอรุณแห่งวันใหม่กำลังจะมาถึง” คำพูดของเธอสร้างความประทับใจให้กับผู้คนอย่างมาก จนหลายคนอยากให้เธอได้เข้ามาเป็นผู้นำประเทศ ถ้าหากเข้าไปดูในสังคมออนไลน์ของบรรดาคนบันเทิงในฮอลลีวูด ตลอดจนชาวเน็ตทั่วไป จะเห็นแฮชแทกคำว่า #โอปราห์ ฟอร์ เพรซิเดนท์  (#oprahforpresident ) และ #โอปราห์ 2020 (#Oprah2020) ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในอีกสองปีข้างหน้า ต่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถ้าหากว่าโอปราห์ลงสมัครและชนะเลือกตั้งจริง ก็จะได้เป็นผู้นำหญิงคนแรกของสหรัฐฯ

เปรูอภัยโทษอดีตปธน.’อัลเบร์โต้ ฟูจิโมริ’ อ้างสุขภาพทรุด หลังถูกหามจากเรือนจำส่งรพ.กลางดึก

รัฐบาลเปรูภายใต้การนำของประธานาธิบดีเปโดร คูซีนสกี้ ออกคำแถลงนิรโทษกรรม-อภัยโทษให้แก่อดีตประธานาธิบดีอัลเบร์โต้ ฟูจิโมริ อดีตผู้นำเปรูเชื้อสายญี่ปุ่นที่ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 25 ปีจากความผิดฐานละเมิดสิทธิมนุษยชนและทุจริต รายงานข่าวระบุ รัฐบาลเปรูให้เหตุผลในการนิรโทษกรรมให้กับอดีตประธานาธิบดีฟูจิโมริวัย 79 ปี ว่า เป็นเพราะปัญหาด้านสุขภาพที่เลวร้ายลงของเขา หลังจากที่อดีตผู้นำรายนี้ต้องถูกส่งตัวจากเรือนจำไปยังโรงพยาบาลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจากอาการความดันเลือดตกรุนแรง ทั้งนี้ฟูจิโมริ ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวญี่ปุ่น ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี ค.ศ.1990 และปกครองเปรูต่อเนื่องจนถึงปี 2000 โดยมีผลงานชิ้นเอกในการกอบกู้เศรษฐกิจของเปรูให้พ้นจากความตกต่ำ และการปราบกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์ “ชายนิ่งพาธ” (Shining Path) แต่ในช่วงหลังเขาถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจเผด็จการ และละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการกวาดล้างศัตรูทางการเมือง หลังคำประกาศนิรโทษกรรมให้แก่ฟูจิโมริถูกเผยแพร่ออกไป มีรายงานว่าบรรดาผู้สนับสนุนของเขาต่างเดินทางมารวมตัวเพื่อแสดงความยินดีและให้กำลังใจ ที่ด้านนอกโรงพยาบาลในกรุงลิมาที่ฟูจิโมริรักษาตัวอยู่

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

ดีสนีย์เปิดทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ร่วมกับหุ่นผู้นำสหรัฐฯ 44 คน

สวนสนุกดิสนีย์ในฟลอริดา เปิดทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับน้องใหม่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นผู้นำสหรัฐฯ 44 คน ซึ่งทรัมป์ก็อัดเสียงของตัวเองให้ทางดิสนีย์เพื่อนำมาใช้จัดแสดงโดยเฉพาะด้วย ใครที่ไปเที่ยวสวนสนุก “ดิสนีย์ แมจิค คิงด้อม พาร์ค” ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ตั้งแต่วันนี้ก็จะได้พบกับหุ่นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขยับได้ พูดได้ อยู่ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีอีก 44 คนของสหรัฐอเมริกา ในทำเนียบประธานาธิบดี หุ่นทรัมป์สวมสูทสีดำ ไม่ติดกระดุมเสื้อนอก และเนคไทลายขาวน้ำเงิน หน้าตาหุ่นนั้นดูไม่ค่อยจะเหมือนตัวจริงสักเท่าไหร่ จากความคิดเห็นของชาวเน็ต แต่ว่าเสียงนั้นเป๊ะแน่นอน เพราะทรัมป์อัดเสียงตัวเองมาให้ดิสนีย์ใช้เป็นกรณีพิเศษ เป็นเสียงของเขาตอนที่กล่าวคำสาบานตนรับตำแหน่ง ต่อด้วยสุนทรพจน์ยาว 1 นาที ทำเนียบประธานาธิบดีในสวนสนุกดิสนีย์ฟลอริดา เปิดให้เข้าชมมานาน 46 ปีแล้ว พอนักท่องเที่ยวเข้าไปในทำเนียบก็จะได้พบกับหนังสั้นเล่าเรื่องราวการบริหารบ้านเมืองของผู้นำสหรัฐฯ คนเด่นๆ ต่อด้วยการแสดงของหุ่นทั้งหมด รวมถึงสุนทรพจน์ของอับราฮัม ลินคอล์น, จอร์จ วอชิงตัน และโดนัลด์ ทรัมป์.

keyboard_arrow_up