เวเนซุเอลาเดือด! ฝ่ายค้านชวนคนชุมนุมโค่นรัฐบาลให้ถึงล้าน

ที่ เวเนซุเอลา ประชาชนฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีคนเก่ายังคงออกมารวมตัวประท้วงตามท้องถนนในกรุงคารากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา จนเกิดเป็นความโกลาหล เจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตายิงสลายการชุมนุม รวมถึงใช้รถน้ำแรงดันสูงฉีดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อควบคุมสถานการณ์ บางจุด มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ขับรถหุ้มเกราะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ประท้วงจนพังยับเยิน ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็ไม่ได้ล่าถอย มีการตอบโต้ด้วยการขว้างปาข้าวของใส่รถของเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีการปาระเบิดขวดใส่รถของเจ้าหน้าที่จนเกิดไฟลุกไหม้ด้วย ในระหว่างการสลายการชุมนุม มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับกุม นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่รุมซ้อม ก่อนที่จะควบคุมตัวออกไปจากจุดเกิดเหตุด้วย แม้ว่าเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย แต่นายฮวน กวัยโด ผู้นำเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา ระบุว่าการแสดงพลังของประชาชนเมื่อวานนี้ยังไม่เพียงพอที่จะโค่นล้มประธานาธิบดีเผด็จการอย่างนายนิโกลัส มาดูโร พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำกองทัพเปลี่ยนมายืนอยู่ข้างประชาชน และหวังให้มีคนออกมาร่วมชุมนุมให้ถึง 1 ล้านคน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวโปแลนด์ ‘กินกล้วย’ ประท้วง พิพิธภัณฑ์ถอดผลงานศิลปะ

กลุ่มผู้ประท้วงราว 1,000 คน รวมตัวบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงวอร์ซอร์ของโปแลนด์ และ กินกล้วย ประท้วงเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยที่ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้สั่งถอดวิดีโอผลงานศิลปะเมื่อปี 1973 ที่มีชื่อว่า “คอนซูมเมอร์ อาร์ท” (Consumer Art) ผลงานของนาตาเลีย แอลแอล ศิลปินชาวโปแลนด์ โดยวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพของผู้หญิงที่กำลังกินกล้วยด้วยท่าทีที่ยั่วยวน นอกจากนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ยังได้สั่งถอดผลงานศิลปะแบบจัดวางของแคทาริซนา โคซิรา ศิลปินชาวโปแลนด์ ซึ่งเป็นภาพของผู้หญิงเดินจูงผู้ชาย 2 คนที่แต่งกายเป็นสุนัข ส่วนบรรดานักแสดงและนักการเมืองได้ร่วมกันโพสภาพขณะที่ตัวเองกินกล้วยลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทก “เชอ ซุย บาบานา” #jesuisbanan และ “บานานาเกต” #bananagate เพื่อร่วมประท้วงการเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและกระทรวงวัฒนธรรมด้วย อย่างไรก็ดี แม้ทางพิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้สัญญาว่าจะนำผลงานศิลปะที่ถูกถอดไปมาจัดแสดงตามเดิม หลังเจอกระแสต่อต้านการเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะ แต่การประท้วงก็ยังคงดำเนินต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ฮ่องกงเดินขบวนต้าน ‘กฎหมายส่งตัว’ ผู้ต้องสงสัยให้จีนสอบสวน เชื่อไม่ยุติธรรม

ประชาชนชาว ฮ่องกง หลายพันคนรวมตัวเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ยอมถอนร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยข้ามแดน ไปดำเนินคดีในจีนแผ่นดินใหญ่ ท่ามกลางความหวาดวิตกว่าชาวฮ่องกงจะถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชน และจะสูญเสียอิสรภาพ โดยตลอดหลายปีมานี้ ฮ่องกงต้องเผชิญกับความพยายามรวบอำนาจของรัฐบาลจีน ผ่านการยับยั้งการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย และการดำเนินคดีกับบรรดานักเคลื่อนไหวที่มีจุดยืนต่อต้านรัฐบาลปักกิ่ง นายคริส แพทเทน อดีตผู้ว่าการเกาะฮ่องกงชาวอังกฤษคนสุดท้าย ก่อนอังกฤษจะส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีนในปี ค.ศ.1997 เป็นอีกผู้หนึ่งที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้เช่นกัน โดยระบุ เป็นกฎหมายที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของฮ่องกง ก่อนหน้านี้ ศาลฮ่องกงเพิ่งมีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ 9 เม.ย. ระบุว่า แกนนำ 9 คน ของกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ปักหลักประท้วงต่อต้านจีนบนท้องถนนในฮ่องกงเมื่อ 5 ปีก่อน มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ซึ่งอาจส่งผลให้ แกนนำฝ่ายหนุนประชาธิปไตยทั้ง 9 คน ต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของฝ่ายหนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง นับตั้งแต่ที่อังกฤษ ส่งมอบฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีนเมื่อ ปี ค.ศ.1997 หรือเมื่อ 22 ปีก่อน ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายปี 2014 แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยทั้ง 9 คน ได้นำผู้สนับสนุนออกมาปักหลักประท้วงตามท้องถนนสายหลักในฮ่องกง โดยมีการปักหลักประท้วงนานต่อเนื่องถึง […]

ชาวเผ่าพื้นเมืองในบราซิล เดินขบวนประท้วงกลางเมืองหลวง ค้านรัฐบาลยึดที่ทำกิน

กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองในบราซิลจำนวนหลายพันคน รวมตัวเดินขบวนประท้วงในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายปฏิรูปที่ดินและวัฒนธรรมของรัฐบาลชาตินิยมที่นำโดยประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนารู บรรยากาศโดยรวมของการเดินขบวนประท้วงของชนเผ่าพื้นเมืองในบราซิลครั้งนี้ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยที่ในระหว่างการเดินขบวน มีสมาชิกชนเผ่าพื้นเมืองจำนวนมากพากันร้องเพลงเป็นภาษาพื้นเมือง รวมถึงมีการเต้นระบำ ขณะที่ทางการบราซิลได้ส่งกำลังตำรวจจำนวนหลายพันนาย กระจายกำลังกันรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ ด้านสื่อท้องถิ่นเผยว่า ชาวพื้นเมืองจำนวนมากในบราซิล มีความกังวลว่า รัฐบาลฝ่ายขวาของประธานาธิบดีโบลโซนารู จะยกเลิกสิทธิในการถือครองที่ดินทำกินของชนพื้นเมือง รวมถึงพื้นที่ในเขตป่าอเมซอน ที่เป็นบ้านของชนพื้นเมืองหลายเผ่า ทั้งนี้กลุ่มประชากรที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่เหลืออยู่ ของบราซิลมีสัดส่วนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมดมากกว่า 210 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นชนผิวขาว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘ป้อง ณวัฒน์’ ขอทุกคนยอมรับผลเลือกตั้ง 62 ถ้าไม่ถูกใจอีก 4 ปีเลือกใหม่!

ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิพร้อมขอให้ทุกคน “ยอมรับผลการเลือกตั้ง” เพื่อให้ประเทศเดินหน้า หากไม่ถูกใจอีก 4 ปีว่ากันใหม่ ที่เต็นท์บริเวณลานจอดรถปั๊มน้ำมันซัสโก้ (ปากซอยวิภาวดีรังสิต 20) พระเอกหนุ่ม ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ เผยว่า สำหรับตนเองไม่เคยพลาดที่จะออกมาใช้สิทธิ ก่อนฝากว่าอยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถ้าไม่ถูกใจอีก 4 ปีค่อยกลับมาเลือกกันใหม่ “อยากให้ทุกคนออกมาเลือกตั้ง หลังจากที่ไม่ได้ใช้สิทธิกันมาพักใหญ่แล้ว มาแสดงพลังเลือกผู้แทนของเราไปบริหารประเทศไทย สำหรับผมออกมาใช้สิทธิตลอด ถ้าเกิดไม่ติดภารกิจสำคัญจริงๆ วันนี้ตอนแรกมีความกังวลนิดหน่อยว่าจะกาอย่างไร แต่มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เราสามารถถามได้ ป้ายก็มีชื่อพรรค หมายเลขกาเบอร์เดียวไม่งงครับ ก่อนที่จะมาเลือก ก็ดูนโยบายของพรรค ผมดูที่นโยบาย ทุกพรรคก็เหมือนตัวสินค้าที่ต่างแข่งกันขายของ แข่งที่คุณภาพ และหลายหลายอย่างเราก็ดูที่นโยบาย อะไรที่ตรงใจเราที่ตรงกับการใช้ชีวิตของเรา ตรงใจพี่น้องทุกคนเราก็เลือกพรรคนั้น และอยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งได้ แล้วอีกฝ่ายหนึ่งออกมาประท้วง มาใช้พื้นที่บนถนน ผมว่ามันทำให้ประเทศชาติเราเดินหน้าต่อไปลำบาก อยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งที่พี่น้องประชาชนทุกคนเลือกแล้ว ถ้าไม่ดี ยังไงไม่ถูกใจ อีก 4 ปีว่ากันใหม่ครับ อยากให้ผู้นำคนใหม่ ใส่ใจเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ”.

กรีซประท้วงเดือด! ต้านเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย หวั่นถูกรุกล้ำดินแดน

กลุ่มผู้ประท้วงกว่า 60,000 คนได้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงในกรุงเอเธนส์ของกรีซเมื่อวานนี้(20 ม.ค. 62) และพยายามบุกเข้าไปในรัฐสภาเพื่อคัดค้านที่รัฐบาลกรีซตกลงเห็นชอบให้มาซิโดเนียเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็นชื่อมาซิโดเนียเหนือ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับแคว้นแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงต่างไม่ต้องการให้มาซิโดเนียเปลี่ยนมาใช้ชื่อเดียวกับแคว้นดังกล่าว ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่ามาซิโดเนียต้องการรุกล้ำ และอ้างกรรมสิทธิเหนือดินแดนแคว้นมาซิโดเนียเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงมองว่าตามประวัติศาสตร์มาซิโดเนียถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของกรีซมายาวนานตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทั้งนี้เหตุประท้วงดังกล่าวได้เกิดบานปลายเป็นความรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงปะทะรุนแรงกับตำรวจปราบจลาจล จนทำให้ต้องตำรวจต้องฉีดแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 10 ราย แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลกรีซได้ตกลงเห็นชอบเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย แต่รัฐสภากรีซก็จะมีกำหนดที่ลงมติรับรองการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนียอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวฮินดูหัวอนุรักษ์ประท้วงหนัก หลังหญิง 2 คนแอบเข้าวัด

เกิดการประท้วงที่บานปลายเป็นความรุนแรงทั่วรัฐเกรละของอินเดียเมื่อวานนี้ หลังหญิง 2 คน ท้าทายกฎเหล็กอายุหลายร้อยปีด้วยการแอบเข้าไปในวัดฮินดู ซึ่งเป็นเขตต้องห้ามสำหรับหญิงวัยมีประจำเดือน โดยบรรดาผู้ประท้วงในเมืองโกชิ ได้จุดไฟเผาหุ่นจำลองนาย พินารายี วิชายาน มุขมนตรีรัฐเกรละ  อ้างว่าเขาคือเป็นต้นเหตุให้บรรดาผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเดินทางไปยังเทวสถานบนเนินเขาซาบาริมาลา กลุ่มผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจ ซึ่งบางส่วนถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา ขณะที่ตำรวจในเมืองธิรุวานันทพุราม เมืองเอกของรัฐเกรละ ยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่มารวมตัวประท้วง ศาลสูงสุดของอินเดีย มีคำตัดสินเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ให้ยกเลิกข้อห้ามผู้หญิงและเด็กผู้หญิง อายุระหว่าง 10-50 ปี เข้าเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ ที่มีผู้เดินทางมาสักการะปีละหลายล้านคน แต่เจ้าหน้าที่วัดปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งศาล โดยมีประชาชนหลายพันคนช่วยกันป้องกันไม่ให้ผู้หญิงเข้าวัด แต่เหตุการณ์ล่าสุดจุดกระแสโกรธเคืองและส่งผลให้เกิดการประท้วงทั่วรัฐอีกครั้ง เมื่อหญิง 2 คน ท้าทายกฏเหล็กที่ใช้มานานหลายร้อยปี ด้วยการแอบเข้าไปในเทวสถานแห่งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ(2 ธ.ค. 62)ที่ผ่านมา คลิปวีดีโอที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ตำรวจท้องถิ่น เผยให้เห็นผู้หญิง 2 คนในวัย 40 กว่า ๆ ใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเดินเข้าไปในเทวสถานต้องห้าม โดย มุขมนตรีรัฐเกรละกล่าวผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่า หญิงทั้งสองคน ที่เคยพยายามเข้าวัดก่อนหน้านี้แต่ล้มเหลวสามารถเดินเข้าไปในวัดโดยไม่ถูกขัดขวาง อย่างไรก็ดียังไม่มีความชัดเจนว่า ทั้งสองคนฝ่ากลุ่มผู้ศรัทธาที่คอยตรวจตราดูแลรอบวัดเข้าไปได้อย่างไร โดยกลุ่มชาวฮินดูหัวอนุรักษ์นิยม เชื่อว่าหญิงทั้งสองที่ยังอยู่ในวัยมีประจำเดือน จะทำให้พื้นที่ภายในของเทวสถานแห่งนี้ต้องมีมลทิน จนเจ้าอาวาสต้องสั่งปิดวัดเพื่อทำพิธีล้างมลทิน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

หนุ่มสาวโรงงานกว่า 500 ชีวิต รวมตัวประท้วงปิดถนน เหตุได้รับโบนัสน้อยกว่าปีก่อน

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผานมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก หนุ่มสาวโรงงาน ได้โพสต์ภาพและข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ที่มีพนักงานโรงงานกว่า 500 ชีวิต ของบริษัท ไทย พาฝัน จำกัด เลขที่ตั้ง 242 ม. 7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้ก่อเหตุประท้วงที่หน้าบริษัท เนื่องจากความไม่พอใจที่ได้รับโบนัสน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเงินโบนัสในปีนี้ลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งจากเดิมที่ได้ 2.0 เท่าของเงินเดือน แต่ปีนี้ได้เพียง 0.7 เท่าของเงินเดือน ทั้งนี้ พนักงานกว่า 500 ชีวิต จึงพากันประท้วงปิดถนนหน้าบริษัท ไม่ให้รถขนสินค้าออกจากโรงงาน ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี เดินทางมาเพื่อพูดคุยเจรจาแล้ว

กลุ่มนักเคลื่อนไหว เปลือยกายประท้วง เสื้อผ้าจากหนัง-ขนสัตว์

กลุ่ม Animal Naturalis องค์กรระหว่างประเทศไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีภารกิจปกป้องสิทธิสัตว์ในสเปน และกลุ่มประเทศละตินอเมริกา ออกมานอนกองรวมกันบริเวณจัตุรัสพลาซ่ากาตาลุญญา เมืองบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสเปน โดยที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์ เอาเลือดปลอมเทตามร่างกาย เพื่อเลียนแบบสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า และหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วงถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “กี่ชีวิตต้องจบลงเพื่อเสื้อคลุมตัวเดียว” เพื่อประท้วงต่อต้านการใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์ในการตัดเย็บเสื้อผ้า องค์กรพิทักษ์สัตว์ ระบุว่า 85% ของขนสัตว์ที่ขายอยู่ทั่วโลก มาจากฟาร์มเลี้ยงซึ่ง สุนัขจิ้งจอก ตัวมิ้งค์ และสัตว์อื่น ๆ ถูกขังอยู่ในกรงตลอดชีวิต ก่อนถูกฆ่าและถลกหนัง ปัจจุบันในบางประเทศ เช่น อังกฤษ จะประกาศให้ฟาร์มขนสัตว์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่อีกหลายประเทศในยุโรปและทั่วโลก ยังคงไม่มีกฏหมายรับรอง ขณะที่อุตสาหกรรมหนังสัตว์ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์ โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ประเมินว่า สัตว์กว่า 1 ล้านตัวทั่วโลกถูกฆ่า เพื่อเอาหนังไปผลิตเป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับหนัง ในช่วงหลายปีมานี้ แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์เลิกใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์มาผลิตสินค้า และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็เป็นครั้งแรกที่งาน London Fashion Week ไม่มีเสื้อผ้าขนสัตว์แท้อยู่บนรันเวย์เลย และที่ผ่านมา มีทั้งแบรนด์ Armani, Coach, Versace, Michael Kors, Gucci และ […]

ผู้สูงอายุในกรีซรวมตัวเดินขบวน-ปิดถนน จี้รัฐคืนเงินบำนาญ

กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุที่รับสวัสดิการรัฐจำนวนหลายพันคน จากทั่วประเทศกรีซ รวมตัวเดินขบวนใจกลางกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงมีการปิดกั้นถนนสำคัญหลายสาย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายคืนเงินบำนาญส่วนที่ถูกรัฐบาลตัดลดไปเมื่อหลายปีก่อน รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุเหล่านี้ ถูกรัฐบาลกรีซตัดลดเงินบำนาญลงกว่า 40% ตั้งแต่ช่วงปลายปี ค.ศ.2009 หรือเมื่อกว่า 9 ปีก่อน ในยุคที่รัฐบาลกรีซเผชิญภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และประเทศเกือบประสบภาวะล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ผู้สูงอายุจำนวนหลายพันคนในกรีซได้เคยรวมตัวกันเดินขบวนบนท้องถนนสายหลักของกรุงเอเธนส์มาแล้ว เพื่อประท้วงแผนการตัดลดเงินบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐบาลกรีซ ที่นอกจากจะไม่มีแผนคืนเงินบำนาญส่วนที่เคยตัดลดไปเมื่อ 9 ปีก่อนแล้ว รัฐบาลชุดปัจจุบันของกรีซยังมีนโยบายปรับลดเงินบำนาญ รวมถึงสวัสดิการของผู้สูงอายุเพิ่มเติมอีกมากกว่า 18% เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ค.ศ.2019 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้สูงอายุ รวมถึงอดีตพนักงานภาครัฐที่เกษียณอายุไปแล้ว ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซซึ่งประสบปัญหาด้านหนี้สินและต้องขอรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ได้ประกาศตัดลดสวัสดิการสังคมหลายอย่าง ตามมาตรการรัดเข็มขัดลดการใช้จ่ายภาครัฐ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

คนขับแท็กซี่เกาหลีใต้ เผาตัวตายประท้วงแอปฯ คาร์พูล

เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงโซลได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายคนหนึ่งราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองในรถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าอาคารรัฐสภา โดยหลังเกิดเหตุ มีพลเมืองดีทุบกระจกรถ และนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล แต่ภายหลัง เขาได้เสียชีวิตลง รายงานระบุว่าผู้ตายมีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ วัย 57 ปี และตั้งใจเผาตัวเองเพื่อประท้วง หลังรัฐบาลไฟเขียวให้บริษัทแอปพลิเคชั่น กาเกาทอล์ค(KakaoTalk) เปิดให้บริการคาร์พูล ทำให้กลุ่มคนขับรถแท็กซี่ไม่พอใจ เพราะกลัวจะเสียรายได้ และเคยออกมารวมตัวประท้วงใหญ่กลางกรุงโซลมาแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม 61 ที่ผ่านมา สำหรับกาเกาทอล์กเป็นแอปพลิเคชัน สนทนายอดฮิตในเกาหลี มีผู้ใช้งานกว่า 80 เปอร์เซนต์ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งบริการคาร์พูลที่เปิดตัวใหม่นี้ จะเปิดโอกาสให้คนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน นัดโดยสารรถคันเดียวกันได้ เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ฝรั่งเศสยัน! ลงโทษผู้ชุมนุมก่อเหตุรุนแรง-เผยเหตุประท้วงสร้างหายนะทางเศรษฐกิจ

จากเหตุประท้วงใหญ่ในกรุงปารีสและทั่วฝรั่งเศส ทำให้มีผู้ถูกจับกุมกว่า 1,700 คน ตำรวจเกือบ 90,000 นาย ต้องวางกำลังทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์(8 ธ.ค. 61) ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ 4 ที่กลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลือง ได้รับการเรียกขานตามเสื้อสีเหลืองสะท้อนแสงที่พวกเขาสวมใส่  มารวมตัวกัน โดยการประท้วงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 6 มีฝูงชนเกือบ 3 แสนคนทั่วประเทศ ออกมารวมตัวตามท้องถนน เพื่อแสดงการต่อต้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการปฏิรูปเศรษฐกิจของประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เรมี ไฮทซ์ อัยการประจำกรุงปารีสบอก บอกว่า ผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมตัวส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งไม่มีประวัติอาชญากรรม โดยบางส่วนเป็นกลุ่มที่ฝั่งใฝ่การเมืองทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาสุดโต่ง ด้านนายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศส ระบุว่า เหตุประท้วงใหญ่ 4 ครั้ง ที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และถือเป็นหายนะต่อบรรดาธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งเหตุประท้วงส่งผลให้บรรดาร้านค้า และธุรกิจต่าง ๆ ในกรุงปารีสต้องปิดให้บริการ และมีการคาดว่าบรรดาร้านค้าปลีกในฝรั่งเศสได้รับความเสียหายมากถึง 1,000 ล้านยูโร […]

นักเรียนทั่วออสเตรเลีย รวมตัวประท้วงนโยบายโลกร้อนของรัฐบาล

วันนี้(30 พ.ย.) นักเรียนหลายพันคนทั่วประเทศ ออสเตรเลีย ออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเพิกเฉยและมีมาตรการในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง โดยมีนักเรียน ผู้ปกครองและอาจารย์ ได้ออกมารวมตัวในย่านศูนย์กลางธุรกิจของมหานครซิดนีย์ และตะโกนขับไล่นาย สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี ในขณะเดียวกัน ในเมลเบิร์น และเมืองอื่น ๆ  ทั่วประเทศก็มีการออกมาประท้วงเช่นกัน โดยในแคนเบอร์ร่า มีการประท้วงไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการปล่อยคาร์บอนมากที่สุด เนื่องจากการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นหลัก และในต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลมีท่าทีไม่ยึดมั่นต่อ ความตกลงปารีส ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบเมื่อปี 2558 เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ฝรั่งเศสเดือด! ปชช.เรือนแสน ออกมาประท้วงการขึ้นราคาน้ำมัน

สถานการณ์ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันที่ฝรั่งเศสยังคงรุนแรงและลุกลามต่อเนื่อง และมีเหตุปะทะจนตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ชุมนุมออกเดินเท้ามุ่งหน้าไปตามถนนชองเซลีเซ โดยมีจุดมุ่งหมายคือทำเนียบประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายใช้ทั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อจะให้สลายตัว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความชุลมุน การชุมนุมประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายพลังงานของรัฐบาลฝรั่งเศส โดยมีสัญลักษณ์คือเสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสง ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวคิดการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีกครั้ง หลังราคาดีเซลพุ่งถึงลิตรละ 56 บาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบหลายสิบปี และรัฐบาลยังมีแผนจะขึ้นราคาอีกรอบในวันที่ 1 มกราคมที่จะถึงนี้อีกด้วย แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอย่างเข้มงวด แต่ผู้ชุมนุมได้ปักหลักจนถึงเวลากลางคืน ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ร่วมกันปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่กลางถนน มีการนำยางรถยนต์มาจุดไฟเผาเป็นระยะ ทั้งนี้มีการประเมินว่าเฉพาะที่กรุงปารีส มีผู้ชุมนุมราว 8 พันคน ส่วนทั่วประเทศ มีจำนวนกว่า 1 แสนคน ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสออกมาระบุว่า การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมถือเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง และรัฐบาลจะไม่ยอมพับแผนนโยบายพลังงานตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวสวนยางพารา สุดทนราคาวูบหนัก จ่อรวมตัวเคลื่อนไหว 14 พ.ย. นี้

วันที่ 13 พ.ย. 61 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะกลุ่มชาวสวนยางรายย่อย เริ่มมีความเคลื่อนไหว หลังจากราคายางพาราตกลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดนั้นได้มีการหารือกันหลายฝ่าย เพื่อนัดเคลื่อนไหวอย่างสงบ ด้วยการนำรถยนต์ที่ได้มาจากการทำเกษตรกรรมยางพารา ขึ้นมาขับขี่บนถนนสายหลักของจังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าศูนย์โคออฟจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมกันเคลื่อนไหวในสถานการณ์ยางพาราที่กำลังตกต่ำ นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยาง และชาวสวนยางรายย่อย ระบุว่า ขบวนรถยนต์จะเริ่มตั้งต้น โดยเริ่มขับเคลื่อนไปตามถนนสายเอเซีย ตั้งแต่เวลา 12.09 น. วันพุธ ที่ 14 พ.ย. นี้ จากจุดสตาร์ต 6 จุด พร้อมกัน คือจุดที่ 1.จากแยกควนหนองหงส์ จุดที่ 2.แยกสวนผัก จุดที่ 3.จากหน้าโลตัสทุ่งสง จุดที่ 4.จากแยกหนองดี จุดที่ 5.จากบริเวณยูเทิร์นหน้าตลาดถ้ำพรรณรา จุดที่ 6.จากแยกเวียงสระ ตรงข้ามโลตัส เพื่อต่อสายเป็นขบวนเปิดไฟหน้า เปิดไฟฉุกเฉิน ไปเรื่อย ๆ จุดหมายคือโคออฟสุราษฎร์ธานีเพื่อให้เกิดอานิสงค์แก่พี่น้องชาวสวนยางทั้งประเทศอีกสักครั้งหนึ่ง จากมติการประชุมของตัวแทนชาวสวนยางเมื่อวานนี้ […]

ปชช.ไอร์แลนด์นับพัน ประท้วงปัญหาขาดแคลนบ้าน-อสังหาฯ ราคาพุ่ง

ประชาชนจำนวนหลายพันคนในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ รวมตัวปักหลัก นั่งประท้วง บริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภาในกรุงดับลิน เมืองหลวงของประเทศเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อความล้มเหลวของทางการ ในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลน ท่ามกลางวิกฤตค่าเช่า และราคาอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้น จนเกินกำลังซื้อของประชาชนธรรมดา โดยปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยถือเป็นประเด็นร้อนอันดับ 1 ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ดินแดนที่เป็นบ้านของประชากรมากกว่า 4.8 ล้านคน และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศ ที่ประชาชนมีฐานะยากจนที่สุดในยุโรปตะวันตก รายงานข่าวระบุว่า แม้รัฐบาลไอร์แลนด์ชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเลโอ วารัดการ์ จะประกาศนโยบายสร้างบ้านพักใหม่ สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยเกือบ 20,000 หลังในปีนี้ แต่จำนวนบ้านที่สร้างใหม่ดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 35,000 หลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นจำนวนบ้านใหม่ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ทั้งนี้ ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงดับลินในปัจจุบัน ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงที่เกิดภาวะฟองสบู่แตก ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไอร์แลนด์เมื่อปี ค.ศ.2008 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวอินเดียทั่วประเทศรวมตัวประท้วง ราคาน้ำมันแพงเป็นประวัติการณ์

จากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในอินเดียส่งผลให้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศทั้งในกรุงนิวเดลี, แคว้นจัมมูและแคชเมียร์, แคว้นอัสสัม รวมถึงที่นครมุมไบ ส่งผลให้ร้านค้า โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งต้องปิดทำการ รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในพื้นที่ที่มีการประท้วงรุนแรงที่สุดคือที่แคว้นอัสสัม ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้รวมตัวปิดถนนและจุดไฟเผายางรถยนต์ รวมถึงการทุบทำลายกระจกรถยนต์และรถโดยสาร เป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีผู้ประท้วงถูกควบคุมตัวไปหลายราย การประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศอินเดียในเวลานี้ มีสาเหตุจากการตัดสินใจของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ในการขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งน้ำมันดีเซล ในสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของราคาน้ำมันที่ขายกันตามปั๊ม ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง รวมถึงกระทบความนิยมของโมดีและพรรคภารตียชนตะ พรรคการเมืองชาตินิยมฮินดูที่ครองอำนาจในเวลานี้

คนเสื้อแดงบราซิลนับหมื่น เดินขบวนเรียกร้องปล่อยตัวอดีตปธน. ลูล่า

กลุ่มคนเสื้อแดงแห่งบราซิล หรือ กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี ลุยซ์ อินาซิโอ ลูล่า ดา ซิลวา จำนวนมากกว่า 10,000 คนรวมตัวกันเดินขบวนในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวลูล่าออกจากเรือนจำ ขณะที่เจ้าตัวยื่นใบสมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วจากในห้องขัง รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มผู้สนับสนุนของลูล่าซึ่งใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ และเดินทางมาจากทั่วประเทศบราซิลได้รวมตัวกันเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังอาคารที่ทำการของศาลเลือกตั้งกลางในกรุงบราซิเลีย พร้อมตะโกนถ้อยคำและชูแผ่นป้ายที่มีเนื้อหาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวอดีตประธานาธิบดีลูล่า ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ลูล่า ในวัย 72 ปี ซึ่งครองอำนาจในระหว่างปี 2003 – 2011 ได้ยื่นใบสมัครลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว จากภายในเรือนจำกลางของรัฐบาลที่เมืองคูริติบา ทางภาคใต้ของประเทศ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน อดีตประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูล่า ดา ซิลวา ถูกศาลบราซิลตัดสินให้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปีตามคำพิพากษาของศาล จากความผิดฐานทุจริตโกงกินบ้านเมืองในระหว่างครองอำนาจ แต่ผู้สนับสนุนของเขาจำนวนมากเชื่อว่า ลูล่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้ง ลูล่าซึ่งครองอำนาจนานถึง 8 ปีในฐานะผู้นำบราซิล เคยได้รับฉายาว่าเป็น “พ่อพระของชนชั้นรากหญ้า” จากผลของนโยบายด้านประชานิยม ของเขาที่เน้นเอาใจกลุ่มเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานในช่วงที่เขาครองอำนาจ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up