ชาวฮ่องกงชุมนุมรอบใหม่ กดดันยกเลิกกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดน

บรรดาผู้ประท้วงในฮ่องกงได้นัดกันแต่งกายในชุดดำ และทยอยเดินทางมาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาตั้งแต่เมื่อคืน(20 มิ.ย.)ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้าของวันนี้ก็เริ่มมีกลุ่มผู้ประท้วงเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่องเพื่อกดดันให้รัฐบาลฮ่องกงถอดถอนแผนพิจารณาแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งในวันนี้รัฐสภาฮ่องกงก็ได้ประกาศปิดทำการ การนัดชุมนุมในวันนี้มีขึ้นหลังจากที่นางแคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะบริหารเกาะฮ่องกงไม่ยอมถอดถอนแผนแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนภายในเวลา 17.00 น. เมื่อวานนี้(20 มิ.ย.) ซึ่งเป็นเส้นตายที่กลุ่มผู้ประท้วงกำหนด แม้ว่าก่อนหน้านี้นางแลมได้ขอโทษชาวฮ่องกงไปแล้วถึง 2 ครั้งที่เดินหน้าแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จนทำให้ประชาชนไม่พอใจ และออกมาประท้วงมากเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งทำให้เกิดเหตุประท้วงรุนแรง มีกลุ่มผู้ประท้วงบาดเจ็บราว 80 คน และมีผู้ถูกจับกุมอีก 32 คน โดยนางแลมก็ได้ยอมประกาศระงับแผนแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในเวลาต่อมา และไม่ลาออกจากตำแหน่งตามที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้อง นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ขอให้รัฐบาลฮ่องกงยกเลิกการดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มผู้ประท้วงที่ถูกตำรวจจับกุมในการประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้มีการสอบสวนตำรวจที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘โจชัว หว่อง’ จี้ผู้บริหารฮ่องกงลาออก ปมกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

โจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำวันนี้ (17 มิ.ย.) และประกาศเข้าร่วมการประท้วงครั้งใหญ่ของชาวฮ่องกงเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมกดดันให้ผู้บริหารสูงสุดลาออก รายงานข่าวระบุว่า หว่อง วัย 22 ปี ซึ่งเป็นแกนนำของ “ม็อบร่ม” ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 5 ปีก่อน ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวทันทีที่ก้าวออกจากเรือนจำ เรียกร้องให้นาง แคร์รี หลำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้นางหลำจะประกาศระงับการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงออกมากล่าวขอโทษต่อชาวฮ่องกง โจชัว หว่อง ซึ่งได้รับอิสระหลังจากเข้ารับโทษจำคุกเป็นเวลา 1 เดือนในคดีหมิ่นศาล ระบุว่า จากนี้ไปชาวฮ่องกงจะออกมารวมตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ 1 ล้านหรือ 2 ล้านคน เพื่อกดดันให้นางหลำลาออก ก่อนถึงวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 22 ปี ที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน ท่าทีล่าสุดของโจชัว หว่องมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ (16 มิ.ย.) มีชาวฮ่องกงเกือบ 2 ล้านคน แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีดำ ออกมารวมตัวประท้วง […]

ฮ่องกงยอมถอย! เลื่อนถกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน หลังผู้ประท้วงปิดล้อม

สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงได้ประกาศเลื่อนการพิจารณากฎหมายส่งตัวร้ายข้ามแดนในวันนี้(12 มิ.ย.)  ซึ่งเดิมทีมีกำหนดพิจาณาเมื่อเวลา 11.00 หรือตรงกับเวลา 10.00 น.ตามเวลาในไทย โดยการประกาศเลื่อนพิจารณากฎหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังกลุ่มผู้ประท้วงนับหมื่นคนได้ปิดล้อมทางเข้าอาคารสภานิติบัญญัติตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ และได้รื้อแผงกั้นที่ตำรวจนำมาไว้ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้ใส่หน้ากาก และแว่นตาเพื่อเตรียมรับมือหากตำรวจใช้แก๊สน้ำเข้าสลายการชุมนุม พร้อมประกาศว่าจะไม่ยอมสลายการชุมนุม และจะปักหลักประท้วงอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสภาฮ่องกงจะล้มเลิกแผนการแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และขู่ว่าจะบุกเข้าไปในอาคารสภานิติบัญญัติด้วย ขณะที่ทางการฮ่องกงได้ระดมกำลังตำรวจปราจลาจลมากกว่า 5,000 นายดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมในวันนี้ อย่างไรก็ดี แม้สภานิติบัญญัติจะเลื่อนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันนี้ แต่ก็ยังคงเดินหน้าแก้กฎหมายดังกล่าว โดยสภานิติบัญญัติมีกำหนดลงมติกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ด้านสถานกงสุลไทยฮ่องกงได้อออกประกาศเตือนคนไทยและนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงและระมัดระวัง ในการเดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมประท้วง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมองว่ากฎหมายดังกล่าวจะเปิดให้จีนเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง และผู้กระทำผิดและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในฮ่องกงอาจส่งตัวไปดำเนินคดีที่จีน ซึ่งมีการพิจารณาและไต่สวนคดีที่ไม่เป็นธรรม และมีการละเมิดสิทธิมนุษย์ด้วยการซ้อมและทรมานผู้ต้องหาให้รับสารภาพ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

บริษัทฮ่องกง ให้ลูกจ้างหยุดงานร่วมประท้วงใหญ่ 12 มิ.ย.

บริษัท สำนักงาน ห้างร้าน และร้านอาหารมากกว่า 100 แห่งในฮ่องกงได้นัดกันปิดทำการในวันพรุ่งนี้(12 มิ.ย.) เพื่อให้เหล่าพนักงานและลูกจ้างได้ออกไปร่วมประท้วงต่อต้านการแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสภานิติบัญญัติฮ่องกงเตรียมเดินหน้าพิจารณาแก้ไขกฎหมายในวันดังกล่าว เช่นเดียวกับบรรดานักศึกษาตามมหาวิทยาลัยหลายแห่งในฮ่องกงก็เตรียมนัดหยุดเรียนเพื่อเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงในวันพรุ่งนี้ด้วย ก่อนหน้านี้ชาวฮ่องกงได้นัดเดินขบวนประท้วงกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปเมื่อวันอาทิตย์(9 มิ.ย.)ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมมากกว่า 1 ล้านคน และเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและตำรวจด้วย ขณะที่ตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้ประท้วงมากกว่า 350 คน โดยมี 19 คนถูกตั้งข้อหาชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีอีก 358 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 25ปีถูกจับกุมฐานร่วมก่อเหตุปะทะ ด้านนางแคร์รี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้เตือนให้บรรดาบริษัท โรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พิจารณาให้ดีก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมนุมประท้วงในวันพรุ่งนี้ เพราะจะถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งผู้ที่กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นเยาวชนหรือผู้ใหญ่จะต้องเจอกับผลลัพธ์รุนแรงที่จะตามมา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ฮ่องกงไม่สนเสียงคัดค้าน เดินหน้าผ่านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

จากกรณีชาวฮ่องกงมากกว่า 1 ล้านคน ออกมาเดินขบนต่อตต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสอบสวนยังจีนนั้น ล่าสุด นางแคร์รี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้เปิดการแถลงข่าวยืนยันว่าทางการฮ่องกงเตรียมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยรัฐบาลฮ่องกงได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยในประเด็นกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาเห็นว่าสิทธิ เสรีของชาวฮ่องกงและสื่อมวลชนต่างได้รับการปกป้องและรักษาไว้ภายใต้กฎหมายอย่างดีอยู่แล้ว พร้อมกับยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าวเป็นผลจากการหารือภายในฝ่ายคณะผู้บริหารฮ่องกง โดยไม่มีการรับคำสั่ง หรือการแทรกแซงจากจีนแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด ซึ่งทางสภานิติบัญญัติฮ่องกงจะเดินหน้าพิจารณากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ สื่อของประเทศจีน รายงานว่าการประท้วงดังกล่าวเป็นหนึ่งในการแสดงพลังความไม่พอใจของประชาชนครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีนเมื่อปี 2540 โดยรายงานว่ากลุ่มอิทธิพลต่างชาติได้ติดต่อกับกลุ่มต่อต้านในฮ่องกงช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาและสมคบคิดกัน โดยอ้างถึงการพบกันระหว่างแกนนำฝ่ายประท้วงในฮ่องกงกับนายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ อย่างไรก็ดีสื่อต่าง ๆ ไม่ให้ความสำคัญในการรายงานข่าวนี้ภายในประเทศมากนัก ทั้งนี้การเดินหน้าแก้ไขกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าว ได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวฮ่องกง จนทำให้มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงมากกว่า 1 ล้านคน โดยกลุ่มผู้ประท้วงเกรงว่ากฎหมายดังกล่าวจะเปิดให้จีนแผ่นเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง ทั้งยังอาจทำให้กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่ลี้ภัยมาอยู่ในฮ่องกงอาจถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงมีนัดชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ ซึ่งตรงกับวันที่สภานิติบัญญัติฮ่องกงจะพิจาณาแก้ไขต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยทางสถานกงสุลใหญ่ในฮ่องกงได้ออกประกาศเตือนคนไทยในฮ่องกงเรื่องเหตุประท้วง และขอให้คนไทยติดตามข่าวสารจากสถานกงสุลอย่างใกล้ชิด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวฮ่องกงหลายแสน เดินขบวนต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายให้จีน

ชาวฮ่องกงนับแสนคนรวมตัวกันตามท้องถนน ในวันอาทิตย์ (9 มิ.ย.) เพื่อร่วมเดินขบวนต่อต้านกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่จะเป็นการเปิดทางให้ส่งตัวชาวฮ่องกง ไปขึ้นศาลยังจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง ประกาศจัดกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2,000 นาย เพื่อควบคุมการเดินขบวนประท้วงครั้งนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า มีผู้ร่วมการประท้วงครั้งนี้มากกว่า 500,000 คน ซึ่งถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 16 ปี ในเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่ อาจจะมีผู้ออกมาร่วมชุมนุมครั้งนี้มากถึง 700,000 คน ขณะที่มีรายงานผู้คนออกมาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินกันจำนวนมาก เพื่อเดินทางไปร่วมการชุมนุมครั้งนี้ โดยนอกเหนือจากการต่อต้านกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่จีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ยังมีอีกส่วนที่ออกมาเรียกร้องให้นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ลาออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า บรรดาผู้พิพากษาอาวุโสของฮ่องกง ต่างออกมาแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากไม่มีความเชื่อมั่นในระบบศาลยุติธรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ เช่นเดียวกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ออกมาแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับระบบกระบวนการยุติธรรมของจีน ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีการทรมาน การใช้อำนาจในการคุมขัง การใช้กำลังเพื่อบังคับให้สารภาพ รวมทั้งปัญหาในการปฏิเสธการเข้าถึงทนายความ

คนงาน “นูเทลล่า” ปิดโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประท้วงขอขึ้นค่าแรง

สื่อนอกรายงาน คนงานกว่าร้อยคนของ “นูเทลลา” ปิดโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแคว้นนอร์มังดี เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ เพื่อกดดันให้มีการเจรจาเรื่องเงินเดือน วอยซ์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยว่า ทางสหภาพแรงงานของนูเทลลาในฝรั่งเศส ระบุ มีคนงาน 160 คน รวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้บริษัทเฟอร์เรโรของอิตาลี ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ดังกล่าว ให้ปรับขึ้นเงินเดือนร้อยละ 4.5 และให้โบนัส 900 ยูโร รวมทั้งเรียกร้องสวัสดิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น แต่ทางบริษัทเฟอร์เรโร ยินยอมที่จะขึ้นเงินเดือนให้ร้อยละ 1.7 ให้โบนัสสูงสุด 400 ยูโร ซึ่งสหภาพแรงงานมองว่าไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเฟอร์เรโร ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ขู่ว่าจะปรับเงินพนักงานที่ออกมาปิดโรงงานประท้วง หลังการเจรจาที่ล่วงเลยมากว่า 6 วันนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะที่การหารือระหว่างสหภาพแรงงานและบริษัทเฟอร์เรโรจะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

นักศึกษาบราซิลรวมตัวประท้วง หลังรัฐบาลตัดงบสถานศึกษา 30%

วานนี้(30 พ.ค.) นักเรียนนักศึกษาในบราซิล ออกมาเดินขบวนเรียกร้องรัฐบาลอีกครั้ง ในกรณีที่รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารูจะตัดงบประมาณการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยรัฐลงกว่า 30% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อ้างเพื่อเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินของประเทศ โดยมีการเรียกร้องเกิดขึ้นทั่วบราซิลตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงในเมืองใหญ่อย่างเซา เปาโล และริโอ เด จาเนโร เหล่านักศึกษารวมตัวเดินขบวน พร้อมถือป้ายประท้วง ระบุข้อความ เช่น “ความรู้คืออาวุธของเรา” , “ต่อต้านการศึกษาของพวกเรา เท่ากับต่อต้านอนาคต” หรือ “ฉันคือหยดน้ำ แต่ถ้ารวมตัวกันพวกเราคือสึนามิ” นายฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปีที่ผ่านมา ด้วยคะแนนกว่า 46% และได้เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 ม.ค. แต่หลังจากการทำงาน คะแนนความนิยมของเขาตกลงไปเป็นอย่างมาก ผลการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พบว่ามีประชาชนที่ไม่พอใจในการทำงานของรัฐบาลครั้งนี้ ในสัดส่วนที่มากกว่าผู้พอใจ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เวเนซุเอลาเดือด! ฝ่ายค้านชวนคนชุมนุมโค่นรัฐบาลให้ถึงล้าน

ที่ เวเนซุเอลา ประชาชนฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีคนเก่ายังคงออกมารวมตัวประท้วงตามท้องถนนในกรุงคารากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา จนเกิดเป็นความโกลาหล เจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตายิงสลายการชุมนุม รวมถึงใช้รถน้ำแรงดันสูงฉีดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อควบคุมสถานการณ์ บางจุด มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ขับรถหุ้มเกราะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ประท้วงจนพังยับเยิน ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็ไม่ได้ล่าถอย มีการตอบโต้ด้วยการขว้างปาข้าวของใส่รถของเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีการปาระเบิดขวดใส่รถของเจ้าหน้าที่จนเกิดไฟลุกไหม้ด้วย ในระหว่างการสลายการชุมนุม มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับกุม นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่รุมซ้อม ก่อนที่จะควบคุมตัวออกไปจากจุดเกิดเหตุด้วย แม้ว่าเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย แต่นายฮวน กวัยโด ผู้นำเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา ระบุว่าการแสดงพลังของประชาชนเมื่อวานนี้ยังไม่เพียงพอที่จะโค่นล้มประธานาธิบดีเผด็จการอย่างนายนิโกลัส มาดูโร พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำกองทัพเปลี่ยนมายืนอยู่ข้างประชาชน และหวังให้มีคนออกมาร่วมชุมนุมให้ถึง 1 ล้านคน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ชาวโปแลนด์ ‘กินกล้วย’ ประท้วง พิพิธภัณฑ์ถอดผลงานศิลปะ

กลุ่มผู้ประท้วงราว 1,000 คน รวมตัวบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงวอร์ซอร์ของโปแลนด์ และ กินกล้วย ประท้วงเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยที่ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้สั่งถอดวิดีโอผลงานศิลปะเมื่อปี 1973 ที่มีชื่อว่า “คอนซูมเมอร์ อาร์ท” (Consumer Art) ผลงานของนาตาเลีย แอลแอล ศิลปินชาวโปแลนด์ โดยวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพของผู้หญิงที่กำลังกินกล้วยด้วยท่าทีที่ยั่วยวน นอกจากนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ยังได้สั่งถอดผลงานศิลปะแบบจัดวางของแคทาริซนา โคซิรา ศิลปินชาวโปแลนด์ ซึ่งเป็นภาพของผู้หญิงเดินจูงผู้ชาย 2 คนที่แต่งกายเป็นสุนัข ส่วนบรรดานักแสดงและนักการเมืองได้ร่วมกันโพสภาพขณะที่ตัวเองกินกล้วยลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทก “เชอ ซุย บาบานา” #jesuisbanan และ “บานานาเกต” #bananagate เพื่อร่วมประท้วงการเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและกระทรวงวัฒนธรรมด้วย อย่างไรก็ดี แม้ทางพิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้สัญญาว่าจะนำผลงานศิลปะที่ถูกถอดไปมาจัดแสดงตามเดิม หลังเจอกระแสต่อต้านการเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะ แต่การประท้วงก็ยังคงดำเนินต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ฮ่องกงเดินขบวนต้าน ‘กฎหมายส่งตัว’ ผู้ต้องสงสัยให้จีนสอบสวน เชื่อไม่ยุติธรรม

ประชาชนชาว ฮ่องกง หลายพันคนรวมตัวเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ยอมถอนร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ ส่งตัวผู้ต้องสงสัยข้ามแดน ไปดำเนินคดีในจีนแผ่นดินใหญ่ ท่ามกลางความหวาดวิตกว่าชาวฮ่องกงจะถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชน และจะสูญเสียอิสรภาพ โดยตลอดหลายปีมานี้ ฮ่องกงต้องเผชิญกับความพยายามรวบอำนาจของรัฐบาลจีน ผ่านการยับยั้งการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย และการดำเนินคดีกับบรรดานักเคลื่อนไหวที่มีจุดยืนต่อต้านรัฐบาลปักกิ่ง นายคริส แพทเทน อดีตผู้ว่าการเกาะฮ่องกงชาวอังกฤษคนสุดท้าย ก่อนอังกฤษจะส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีนในปี ค.ศ.1997 เป็นอีกผู้หนึ่งที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้เช่นกัน โดยระบุ เป็นกฎหมายที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของฮ่องกง ก่อนหน้านี้ ศาลฮ่องกงเพิ่งมีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ 9 เม.ย. ระบุว่า แกนนำ 9 คน ของกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ปักหลักประท้วงต่อต้านจีนบนท้องถนนในฮ่องกงเมื่อ 5 ปีก่อน มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ซึ่งอาจส่งผลให้ แกนนำฝ่ายหนุนประชาธิปไตยทั้ง 9 คน ต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของฝ่ายหนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง นับตั้งแต่ที่อังกฤษ ส่งมอบฮ่องกงกลับสู่การปกครองของจีนเมื่อ ปี ค.ศ.1997 หรือเมื่อ 22 ปีก่อน ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายปี 2014 แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยทั้ง 9 คน ได้นำผู้สนับสนุนออกมาปักหลักประท้วงตามท้องถนนสายหลักในฮ่องกง โดยมีการปักหลักประท้วงนานต่อเนื่องถึง […]

ชาวเผ่าพื้นเมืองในบราซิล เดินขบวนประท้วงกลางเมืองหลวง ค้านรัฐบาลยึดที่ทำกิน

กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองในบราซิลจำนวนหลายพันคน รวมตัวเดินขบวนประท้วงในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายปฏิรูปที่ดินและวัฒนธรรมของรัฐบาลชาตินิยมที่นำโดยประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนารู บรรยากาศโดยรวมของการเดินขบวนประท้วงของชนเผ่าพื้นเมืองในบราซิลครั้งนี้ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยที่ในระหว่างการเดินขบวน มีสมาชิกชนเผ่าพื้นเมืองจำนวนมากพากันร้องเพลงเป็นภาษาพื้นเมือง รวมถึงมีการเต้นระบำ ขณะที่ทางการบราซิลได้ส่งกำลังตำรวจจำนวนหลายพันนาย กระจายกำลังกันรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ ด้านสื่อท้องถิ่นเผยว่า ชาวพื้นเมืองจำนวนมากในบราซิล มีความกังวลว่า รัฐบาลฝ่ายขวาของประธานาธิบดีโบลโซนารู จะยกเลิกสิทธิในการถือครองที่ดินทำกินของชนพื้นเมือง รวมถึงพื้นที่ในเขตป่าอเมซอน ที่เป็นบ้านของชนพื้นเมืองหลายเผ่า ทั้งนี้กลุ่มประชากรที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่เหลืออยู่ ของบราซิลมีสัดส่วนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมดมากกว่า 210 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นชนผิวขาว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

‘ป้อง ณวัฒน์’ ขอทุกคนยอมรับผลเลือกตั้ง 62 ถ้าไม่ถูกใจอีก 4 ปีเลือกใหม่!

ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิพร้อมขอให้ทุกคน “ยอมรับผลการเลือกตั้ง” เพื่อให้ประเทศเดินหน้า หากไม่ถูกใจอีก 4 ปีว่ากันใหม่ ที่เต็นท์บริเวณลานจอดรถปั๊มน้ำมันซัสโก้ (ปากซอยวิภาวดีรังสิต 20) พระเอกหนุ่ม ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ เผยว่า สำหรับตนเองไม่เคยพลาดที่จะออกมาใช้สิทธิ ก่อนฝากว่าอยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถ้าไม่ถูกใจอีก 4 ปีค่อยกลับมาเลือกกันใหม่ “อยากให้ทุกคนออกมาเลือกตั้ง หลังจากที่ไม่ได้ใช้สิทธิกันมาพักใหญ่แล้ว มาแสดงพลังเลือกผู้แทนของเราไปบริหารประเทศไทย สำหรับผมออกมาใช้สิทธิตลอด ถ้าเกิดไม่ติดภารกิจสำคัญจริงๆ วันนี้ตอนแรกมีความกังวลนิดหน่อยว่าจะกาอย่างไร แต่มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เราสามารถถามได้ ป้ายก็มีชื่อพรรค หมายเลขกาเบอร์เดียวไม่งงครับ ก่อนที่จะมาเลือก ก็ดูนโยบายของพรรค ผมดูที่นโยบาย ทุกพรรคก็เหมือนตัวสินค้าที่ต่างแข่งกันขายของ แข่งที่คุณภาพ และหลายหลายอย่างเราก็ดูที่นโยบาย อะไรที่ตรงใจเราที่ตรงกับการใช้ชีวิตของเรา ตรงใจพี่น้องทุกคนเราก็เลือกพรรคนั้น และอยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งได้ แล้วอีกฝ่ายหนึ่งออกมาประท้วง มาใช้พื้นที่บนถนน ผมว่ามันทำให้ประเทศชาติเราเดินหน้าต่อไปลำบาก อยากให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้งที่พี่น้องประชาชนทุกคนเลือกแล้ว ถ้าไม่ดี ยังไงไม่ถูกใจ อีก 4 ปีว่ากันใหม่ครับ อยากให้ผู้นำคนใหม่ ใส่ใจเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ”.

กรีซประท้วงเดือด! ต้านเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย หวั่นถูกรุกล้ำดินแดน

กลุ่มผู้ประท้วงกว่า 60,000 คนได้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงในกรุงเอเธนส์ของกรีซเมื่อวานนี้(20 ม.ค. 62) และพยายามบุกเข้าไปในรัฐสภาเพื่อคัดค้านที่รัฐบาลกรีซตกลงเห็นชอบให้มาซิโดเนียเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็นชื่อมาซิโดเนียเหนือ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับแคว้นแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงต่างไม่ต้องการให้มาซิโดเนียเปลี่ยนมาใช้ชื่อเดียวกับแคว้นดังกล่าว ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่ามาซิโดเนียต้องการรุกล้ำ และอ้างกรรมสิทธิเหนือดินแดนแคว้นมาซิโดเนียเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงมองว่าตามประวัติศาสตร์มาซิโดเนียถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของกรีซมายาวนานตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทั้งนี้เหตุประท้วงดังกล่าวได้เกิดบานปลายเป็นความรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงปะทะรุนแรงกับตำรวจปราบจลาจล จนทำให้ต้องตำรวจต้องฉีดแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 10 ราย แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลกรีซได้ตกลงเห็นชอบเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย แต่รัฐสภากรีซก็จะมีกำหนดที่ลงมติรับรองการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนียอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวฮินดูหัวอนุรักษ์ประท้วงหนัก หลังหญิง 2 คนแอบเข้าวัด

เกิดการประท้วงที่บานปลายเป็นความรุนแรงทั่วรัฐเกรละของอินเดียเมื่อวานนี้ หลังหญิง 2 คน ท้าทายกฎเหล็กอายุหลายร้อยปีด้วยการแอบเข้าไปในวัดฮินดู ซึ่งเป็นเขตต้องห้ามสำหรับหญิงวัยมีประจำเดือน โดยบรรดาผู้ประท้วงในเมืองโกชิ ได้จุดไฟเผาหุ่นจำลองนาย พินารายี วิชายาน มุขมนตรีรัฐเกรละ  อ้างว่าเขาคือเป็นต้นเหตุให้บรรดาผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเดินทางไปยังเทวสถานบนเนินเขาซาบาริมาลา กลุ่มผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจ ซึ่งบางส่วนถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา ขณะที่ตำรวจในเมืองธิรุวานันทพุราม เมืองเอกของรัฐเกรละ ยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่มารวมตัวประท้วง ศาลสูงสุดของอินเดีย มีคำตัดสินเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ให้ยกเลิกข้อห้ามผู้หญิงและเด็กผู้หญิง อายุระหว่าง 10-50 ปี เข้าเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ ที่มีผู้เดินทางมาสักการะปีละหลายล้านคน แต่เจ้าหน้าที่วัดปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งศาล โดยมีประชาชนหลายพันคนช่วยกันป้องกันไม่ให้ผู้หญิงเข้าวัด แต่เหตุการณ์ล่าสุดจุดกระแสโกรธเคืองและส่งผลให้เกิดการประท้วงทั่วรัฐอีกครั้ง เมื่อหญิง 2 คน ท้าทายกฏเหล็กที่ใช้มานานหลายร้อยปี ด้วยการแอบเข้าไปในเทวสถานแห่งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ(2 ธ.ค. 62)ที่ผ่านมา คลิปวีดีโอที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ตำรวจท้องถิ่น เผยให้เห็นผู้หญิง 2 คนในวัย 40 กว่า ๆ ใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเดินเข้าไปในเทวสถานต้องห้าม โดย มุขมนตรีรัฐเกรละกล่าวผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่า หญิงทั้งสองคน ที่เคยพยายามเข้าวัดก่อนหน้านี้แต่ล้มเหลวสามารถเดินเข้าไปในวัดโดยไม่ถูกขัดขวาง อย่างไรก็ดียังไม่มีความชัดเจนว่า ทั้งสองคนฝ่ากลุ่มผู้ศรัทธาที่คอยตรวจตราดูแลรอบวัดเข้าไปได้อย่างไร โดยกลุ่มชาวฮินดูหัวอนุรักษ์นิยม เชื่อว่าหญิงทั้งสองที่ยังอยู่ในวัยมีประจำเดือน จะทำให้พื้นที่ภายในของเทวสถานแห่งนี้ต้องมีมลทิน จนเจ้าอาวาสต้องสั่งปิดวัดเพื่อทำพิธีล้างมลทิน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

หนุ่มสาวโรงงานกว่า 500 ชีวิต รวมตัวประท้วงปิดถนน เหตุได้รับโบนัสน้อยกว่าปีก่อน

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผานมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก หนุ่มสาวโรงงาน ได้โพสต์ภาพและข้อความบอกเล่าเหตุการณ์ที่มีพนักงานโรงงานกว่า 500 ชีวิต ของบริษัท ไทย พาฝัน จำกัด เลขที่ตั้ง 242 ม. 7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้ก่อเหตุประท้วงที่หน้าบริษัท เนื่องจากความไม่พอใจที่ได้รับโบนัสน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเงินโบนัสในปีนี้ลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งจากเดิมที่ได้ 2.0 เท่าของเงินเดือน แต่ปีนี้ได้เพียง 0.7 เท่าของเงินเดือน ทั้งนี้ พนักงานกว่า 500 ชีวิต จึงพากันประท้วงปิดถนนหน้าบริษัท ไม่ให้รถขนสินค้าออกจากโรงงาน ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี เดินทางมาเพื่อพูดคุยเจรจาแล้ว

กลุ่มนักเคลื่อนไหว เปลือยกายประท้วง เสื้อผ้าจากหนัง-ขนสัตว์

กลุ่ม Animal Naturalis องค์กรระหว่างประเทศไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีภารกิจปกป้องสิทธิสัตว์ในสเปน และกลุ่มประเทศละตินอเมริกา ออกมานอนกองรวมกันบริเวณจัตุรัสพลาซ่ากาตาลุญญา เมืองบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสเปน โดยที่แสดงสีหน้าไร้อารมณ์ เอาเลือดปลอมเทตามร่างกาย เพื่อเลียนแบบสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า และหนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วงถือป้ายที่เขียนข้อความว่า “กี่ชีวิตต้องจบลงเพื่อเสื้อคลุมตัวเดียว” เพื่อประท้วงต่อต้านการใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์ในการตัดเย็บเสื้อผ้า องค์กรพิทักษ์สัตว์ ระบุว่า 85% ของขนสัตว์ที่ขายอยู่ทั่วโลก มาจากฟาร์มเลี้ยงซึ่ง สุนัขจิ้งจอก ตัวมิ้งค์ และสัตว์อื่น ๆ ถูกขังอยู่ในกรงตลอดชีวิต ก่อนถูกฆ่าและถลกหนัง ปัจจุบันในบางประเทศ เช่น อังกฤษ จะประกาศให้ฟาร์มขนสัตว์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่อีกหลายประเทศในยุโรปและทั่วโลก ยังคงไม่มีกฏหมายรับรอง ขณะที่อุตสาหกรรมหนังสัตว์ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์ โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ประเมินว่า สัตว์กว่า 1 ล้านตัวทั่วโลกถูกฆ่า เพื่อเอาหนังไปผลิตเป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับหนัง ในช่วงหลายปีมานี้ แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์เลิกใช้ขนสัตว์และหนังสัตว์มาผลิตสินค้า และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็เป็นครั้งแรกที่งาน London Fashion Week ไม่มีเสื้อผ้าขนสัตว์แท้อยู่บนรันเวย์เลย และที่ผ่านมา มีทั้งแบรนด์ Armani, Coach, Versace, Michael Kors, Gucci และ […]

ผู้สูงอายุในกรีซรวมตัวเดินขบวน-ปิดถนน จี้รัฐคืนเงินบำนาญ

กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุที่รับสวัสดิการรัฐจำนวนหลายพันคน จากทั่วประเทศกรีซ รวมตัวเดินขบวนใจกลางกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงมีการปิดกั้นถนนสำคัญหลายสาย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายคืนเงินบำนาญส่วนที่ถูกรัฐบาลตัดลดไปเมื่อหลายปีก่อน รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุเหล่านี้ ถูกรัฐบาลกรีซตัดลดเงินบำนาญลงกว่า 40% ตั้งแต่ช่วงปลายปี ค.ศ.2009 หรือเมื่อกว่า 9 ปีก่อน ในยุคที่รัฐบาลกรีซเผชิญภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และประเทศเกือบประสบภาวะล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ผู้สูงอายุจำนวนหลายพันคนในกรีซได้เคยรวมตัวกันเดินขบวนบนท้องถนนสายหลักของกรุงเอเธนส์มาแล้ว เพื่อประท้วงแผนการตัดลดเงินบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐบาลกรีซ ที่นอกจากจะไม่มีแผนคืนเงินบำนาญส่วนที่เคยตัดลดไปเมื่อ 9 ปีก่อนแล้ว รัฐบาลชุดปัจจุบันของกรีซยังมีนโยบายปรับลดเงินบำนาญ รวมถึงสวัสดิการของผู้สูงอายุเพิ่มเติมอีกมากกว่า 18% เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ค.ศ.2019 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้สูงอายุ รวมถึงอดีตพนักงานภาครัฐที่เกษียณอายุไปแล้ว ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซซึ่งประสบปัญหาด้านหนี้สินและต้องขอรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ได้ประกาศตัดลดสวัสดิการสังคมหลายอย่าง ตามมาตรการรัดเข็มขัดลดการใช้จ่ายภาครัฐ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up