ศิษย์พระจอมเกล้าฯ ร่วมล่าชื่อ “ประณาม-ถอดถอน” นักการเมืองรายหนึ่ง เหตุทำเสียชื่อสถาบัน

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nattawut Phothong ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก วิศวกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยระบุข้อความว่า…อยากรวบรวมรายชื่อ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ประณามและถอดถอน นักการเมืองท่านนึงที่ทำลายชื่อเสียงสถาบัน ทั้งนี้ ภายในโพสต์ดังกล่าวได้มีผู้คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และร่วมแสดงความเห็นชอบในการลงชื่อเพื่อเสนอถอดถอนนักการเมืองรายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

อย่าแชร์มั่ว!! เพจดังชี้โพสต์อ้างญี่ปุ่นปักธงชาติประณามคนไทย ไม่ใช่เรื่องจริง

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์รูปภาพที่อ้างว่าเป็นกองขยะฝีมือคนไทย และมีคนญี่ปุ่นที่ไม่พอใจนิสัยทิ้งขยะ ได้นำธงชาติมาปักประณามบนกองขยะ พร้อมกับระบุข้อความว่า “คนไทยไปทิ้งขยะไว้ข้างถนนที่ญี่ปุ่น เขาเลยปักธงประจาน อายกันไหม” จนถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงนิสัยไม่พึงประสงค์ของคนไทยในต่างแดนอย่างกว้างขวาง แต่ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงตามที่ผู้โพสต์ได้เผยแพร่ออกมาหรือไม่ คนไทยไปทิ้งขยะไว้ข้างถนนที่ญี่ปุ่น เขาเลยปักธงประจาน อายกันไหม โพสต์โดย สุดสายธรรม หลิมกำเหนิด เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019 อย่างไรก็ตาม ต่อมาเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง drama-addict ได้แชร์ภาพจากสถานที่จริง โดยเข้าไปดูผ่านทางกูเกิ้ลแมพ ในสถานที่ดังกล่าว พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านอาหารที่ขายอาหารไทย อาหารอินเดีย และบริเวรดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่มีการปักธงชาติ อยู่ก่อนแล้ว โดยสังเกตได้จากฐานธงชาติที่มีอยู่สองอัน พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า… อันนี้คนแชร์ไปเยอะ ก่อนจะมีดราม่าระหว่างประเทศ ไปดูพิกัดในกูเกิ้ลแมปกันได้ตามนี้ พิกัด https://maps.app.goo.gl/HqJp8amZd5C85dML8 มีภาพสตรีทวิวให้ดูด้วย คือตรงนั้นมีธงชาติไทยปักไว้นานแล้ว เพราะตรงนั้น คือร้านอาหารไทยอินเดีย ไม่ใช่ว่าเขาปักประจานคนไทยแต่ประการใด แต่คงมีคนเอาขยะไปวางตรงนั้นเพราะนึกว่าเป็นที่ทิ้งขยะมากกว่า ไม่มีไรดราม่าเลย จบข่าว อันนี้คนแชร์ไปเยอะ ก่อนจะมีดราม่าระหว่างประเทศไปดูพิกัดในกูเกิ้ลแมปกันได้ตามนี้ พิกัด… โพสต์โดย Drama-addict เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน […]

องค์การ น.ศ. ธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ ประณามการทำหน้าที่ กกต.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า… สืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พุทธศักราช 2562 ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่ามีความผิดปกติในหลายกรณีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของผลคะแนนที่เกิดขึ้นในหลายเขตเลือกตั้ง ความผิดปกติในการนับคะแนนที่ล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงกรณีการดำเนินการที่หละหลวมก่อให้เกิดความเคลือบแคลงต่อผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีเหตุและผลที่เพียงพอในการตอบคำถามต่อสื่อและสังคมโดยรวม อ้างอิงจากอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นอกจากนี้การจัดเลือกตั้งดังกล่าวได้มีการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งนั้นกลับสวนทางกับงบประมาณที่ได้ใช้ไป ซึ่งประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียความเชื่อมั่นที่แต่ละประเทศมีต่อประเทศไทย ทั้งในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะตัวแทนของนักศึกษาได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีความกังวลใจต่อประเด็นดังกล่าวมาโดยตลอด ว่าอาจจะส่งผลทำให้เกิดความขัดแย้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่สามารถที่จะคงไว้ซึ่งความสุจริตและเที่ยงธรรมได้ เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีคำตอบที่ชัดเจนและเพียงพอ ที่จะทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จัดการเลือกตั้งขึ้นในครั้งนี้ ในนามขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอประณามการกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถึงความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งส่งผลอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในแง่ความสุจริตและเที่ยงธรรมของผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทางองค์การฯ มีความประสงค์เป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าการทำงานนั้นต้องคำนึงถึงประชาชนและอยู่บนหลักของความสุจริตและเที่ยงธรรม

นักวิชาการโพสต์ประณาม ‘สื่อนอก’ มุ่งขายข่าว ‘ทีมหมูป่า’ จนละเลยสิทธิความเป็นส่วนตัว

สืบเนื่องจากกรณีที่ “เจมส์ ลองแมน” ผู้สื่อข่าวหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 31 ปี ที่คนไทยเพิ่งจะคุ้นเคยกับเขา เพราะเขาได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชาวไทยในปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 หมูป่า ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องตี๋ “พรชัย คำหลวง” และพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำ พร้อมถ่ายรูปร่วมกันและโพสต์ลงในทวิตเตอร์ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ‘เจมส์ ลองแมน’ สื่ออังกฤษชื่อดังดอดเยี่ยมสมาชิกทีมหมูป่าถึงบ้าน) ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ โดยกล่าวชื่นชมสื่อไทยที่ทำหน้าที่โดยยึดกรอบจริยธรรมสื่อ โดยคำนึงถึงสิทธิเด็ก และผู้ตกเป็นข่าวในกรณีภารกิจช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า พร้อมทั้งขอประณามสื่อนอกที่มุ่งขายข่าวจนละเลยสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กและครอบครัว เข้าไปวุ่นวายกับวิถีชีวิตของพวกเขาทั้งที่ได้รับการร้องขอแล้วก็ตาม

ประณาม ‘ยูเครน’ จัดฉากฆ่านักข่าวต้านรบ.ปูติน สกัดแผนลอบสังหารของรัสเซีย

บรรดาองค์กรต่าง ๆ ทั้งองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป และองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนได้ออกแถลงการณ์ประณามทางการยูเครน ที่จัดฉากสังหารนายอาคาร์ดี บับเชนโก ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซียวัย 41 ปี ที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเพื่อป้องกันไม่ให้นายบับเชนโกถูกลอบสังหารจริง ๆ หลังจากที่นายบับเชนโกถูกขู่ฆ่ามาแล้วหลายครั้ง และทราบว่าทางการรัสเซียมีแผนที่จะลอบสังหารนายบับเชนโก เนื่องจากเขาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลรัสเซียที่ทำสงครามในยูเครนและซีเรีย ด้านองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน และองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปต่างระบุว่าทางการยูเครนไม่ควรบิดเบือนข้อมูล และให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับข่าวการลอบสังหารนายบับเชนโก และแสดงความไม่พอใจที่หน่วยข่าวกรองของยูเครนมีส่วนรู้เห็นการจัดฉากสังหารดังกล่าว ขณะที่ทางการรัสเซียกล่าวว่าการกระทำของยูเครนถือเป็นการยุยงเพื่อให้เกิดกระแสต่อต้านรัสเซีย ทั้งนี้ สื่อยูเครนได้รายงานข่าวว่านายบับเชนโกถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิตในกรุงเคียฟของยูเครนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี นายบับเชนโกได้สร้างความประหลาดใจด้วยการปรากฎตัวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ เพื่อยืนยันกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่และการลอบสังหารดังกล่าวเป็นเพียงการจัดฉาก โดยยังบอกด้วยว่าทางการยูเครนได้ให้ความช่วยเหลือเขาด้วยการให้ที่พักพิง และให้การคุ้มครองตัวเขาและครอบครัวด้วย

รัสเซียเปิดตัว 17 พยาน ชี้โลกตะวันตกจัดฉาก ‘อาวุธเคมี’ ใช้อ้างโจมตีซีเรีย

รัสเซียประณามสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกที่ร่วมกันกล่าวหารัฐบาลซีเรียว่าเป็นฝ่ายใช้อาวุธเคมีโจมตีฝ่ายต่อต้านและพลเรือนที่เมืองดูมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยตัวพยานบุคคลชาวซีเรียจำนวน 17 คนที่ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ อเล็กซานเดอร์ ชูลกิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์แถลงข่าวประณามสหรัฐฯ อังกฤษและฝรั่งเศสว่ากระทำการโจมตีซีเรียโดยไม่สนใจกฏหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่ประเทศทั้งสามมักอ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องหลักการของกฏหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อีกทั้งยังไม่เคารพการทำงานขององค์กรตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีอย่าง “โอพีซีดับเบิลยู” ที่กำลังส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ในซีเรีย ด้านพยานบุคคลที่เป็นชาวซีเรียจำนวน 17 คนที่รัสเซียพามาให้ข้อมูลที่สำนักงานใหญ่ขององค์กรโอพีซีดับเบิลยูในครั้งนี้ต่างยืนยันว่า ไม่เคยมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีประเภทแก๊สพิษซาริน จากฝ่ายรัฐบาลซีเรียเกิดขึ้นในเมืองของพวกเขาในวันที่ 7 เม.ย. 61 พร้อมระบุ พวกเขาพบเห็นแต่ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในพื้นที่ ของกลุ่มเคลื่อนไหวที่มีจุดยืนต้านรัฐบาลซีเรียในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น การจัดซื้อชุดแพทย์และพยาบาล ตลอดจน การเกณฑ์เด็กๆ ในพื้นที่ให้ไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศสออกคำแถลงตอบโต้รัสเซีย ที่นำพยานบุคคลชาวซีเรียเดินทางมาให้ข้อมูลต่อองค์กรตรวจสอบในเนเธอร์แลนด์ โดยอังกฤษและฝรั่งเศสยังคงยืนกรานว่า ตนเองก็มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 คนจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองดูมาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งยังย้ำว่าการเปิดฉากโจมตีซีเรียเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

สเปนจ่อเอาผิดเน็ตไอดอลชื่อดัง หลังเอา ‘ยาสีฟัน’ ใส่คุกกี้ให้ชายจรจัดกิน

เน็ตไอดอลและยูทูปเบอร์ชื่อดัง คังฮัว เหริน เจ้าของแอคเคาต์ยูทูบ “รีเซ็ต” อาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 2 ปีพร้อมปรับเงินอีกราว 30,000 ยูโร (ราว 1.15 ล้านบาท) หลังจากที่เล่นพิเรนทร์ด้วยการบีบยาสีฟันใส่ใน “คุกกี้โอรีโอ” ก่อนนำไปมอบให้กับชายไร้บ้านคนหนึ่งริมถนนในนครบาร์เซโลน่า รายงานข่าวระบุว่า ยูทูปเบอร์เชื้อสายจีนซึ่งอาศัยในสเปน และมียอดกดติดตามบนยูทูปมากกว่า 1.2 ล้านแอคเคาท์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ตัวเขาเองนำยาสีฟันมาบีบใส่ในคุกกี้โอรีโอที่ถูกขูดเอาไส้เดิมออก ก่อนจะนำไปมอบให้กับชายจรจัดเชื้อสายโรมาเนียที่มีการเปิดเผยชื่อว่า จอร์จี้ โดยที่ยูทูปเบอร์คนดังยังกล่าวติดตลกว่า การกินคุกกี้ที่มีไส้เป็นยาสีฟันจะช่วยทำความสะอาดฟันและดูแลช่องปากของชายไร้บ้านผู้นี้ อย่างไรก็ดีสื่อท้องถิ่นในสเปน รวมถึงชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างตำหนิว่าเขาเล่นแรงเกินไป ขณะที่อัยการสเปนเตรียมเดินหน้าเอาผิดกับในข้อหาหลอกลวง และกระทำการที่เข้าข่ายเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์

ฉะเดือด! ‘หมู พงษ์เทพ’ โพสต์สาปแช่ง ‘พวกล่าสัตว์’ จี้รัฐบาลระงับโครงการอิตาเลียนไทย

จากกรณีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมกับพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี พบของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายรายการ พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมขณะนี้ ล่าสุด นายพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิต ในฐานะประธานมูลนิธิเขาใหญ่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ-น้าหมู โดยกล่าวถึง ‘หน้าที่ของประชาชน’ พร้อมขอประณาม สาบแช่ง ไม่ยอมให้คนที่เข้าไปฆ่าสัตว์ป่ามีพื้นที่ยืน ทั้งยังบอกอีกว่า… คนที่มีเงินทองร่ำรวย มีชื่อเสียง มีข้าวปลาอาหาร อยู่กินอย่างเหลือเฟือ ทำไมต้องเข้าไปล่าสัตว์ป่า นั่นเพราะมันมีสันดานบาปหยาบช้า เราจะสาบแช่งมันทุกวันคืน เราจะรอดูมันชดใช้กรรม และเราจะไม่ยอมให้มันมีที่ยืนในบ้านเรา

‘ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนี’ ถูกประณาม! หลังใช้ลิง-คน ทดสอบผลกระทบจากควันท่อไอเสีย

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี ทั้งโฟล์กสวาเกน, เดมเลอร์ และบีเอ็มดับเบิ้ลยูถูกรัฐบาลประณาม หลังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เหล่านี้มอบเงินสนับสนุนแก่กลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพด้านการขนส่งในยุโรป หรืออียูจีทีให้ใช้ลิง และมนุษย์ทดลองสูดดมควันจากท่อไอเสีย ซึ่งรัฐบาลเยอรมนีระบุว่าการทดสอบดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและไม่สมควร พร้อมกับเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ เปิดเผยรายละเอียดของการทดสอบดังกล่าว คำประณามของรัฐบาลเยอรมนีมีขึ้นหลังสื่อทั้งในเยอรมนีและสหรัฐฯ ออกมาแฉว่าเมื่อปี 2014 กลุ่มวิจัยอียูจีทีได้ใช้ลิง 10 ตัวสูดควันจากท่อไอเสียจากรถเครื่องยนต์ดีเซลหลายคัน ทั้งยังระบุว่ามีอาสาสมัครผู้ชาย 19 คน และผู้หญิงอีก 6 คนที่ทดสอบสูดควันจากท่อไอเสียในการทดลองของอียูจีทีเป็นเวลานานถึง 3 ชั่วโมงด้วย ซึ่งจุดประสงค์ของการทดลองดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตรวจดูผลกระทบด้านสุขภาพจากการสูดควันจากท่อไอเสีย ที่มีความหนาแน่นต่ำกว่าที่กำหนดสำหรับสถานที่ทำงาน ขณะที่ทางบริษัทโฟล์กสวาเกน และเดมเลอร์ได้ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์นี้ และกล่าวว่าวิธีการทดสอบของกลุ่มอียูจีทีนั้นขัดต่อหลักจริยธรรมของบริษัท ซึ่งในเวลานี้บริษัทโฟล์กสวาเกนก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการทดสอบดังกล่าวแล้ว  

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงคะแนนล้นหลาม โหวตคว่ำวาระ ‘เยรูซาเล็ม’ ให้คำประกาศมะกันเป็นโมฆะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมัชชาใหญ่สหประชาชาติลงคะแนนเสียงอย่างล้นหลาม 128 ต่อ 9 เสียง คว่ำวาระ “เยรูซาเล็ม” ด้านปาเลสไลน์ขอบคุณผู้ไม่สนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ ส่วนสหรัฐฯ เองก็เตรียมเชิญประเทศพันธมิตรที่ลงคะแนนเข้าข้าง ให้มาร่วมงานเลี้ยงพิเศษที่จะจัดช่วงหลังปีใหม่ หลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาประกาศรับรองให้ “นครเยรูซาเล็ม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล จนเกิดกระแสต่อต้านไปทั่วโลก เพราะว่าเยรูซาเล็มถือเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “อียิปต์” สมาชิกหมุนเวียนได้นำวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ แต่ถูกสหรัฐฯ วีโต้จนตกไป ถึงแม้ประเทศที่เหลือทั้งหมดอีก 14 ประเทศจะลงคะแนนสู้ก็ตาม ต่อมาตุรกีได้เป็นตัวตั้งตัวตีนำวาระนี้เข้าสู่สมัชชาใหญ่ สุดท้ายที่ประชุมก็ลงคะแนน 128 ต่อ 9 เสียง เห็นชอบให้คำประกาศรับรองของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ และยังมีอีก 35 เสียงที่ของดออกเสียง ทั้งนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงส่วนหนึ่งมาจากคำขู่ของสหรัฐฯ ก่อนการลงคะแนน ที่ว่าจะตัดความช่วยเหลือด้านการเงินกับประเทศที่ขัดจุดยืนสหรัฐฯ สำหรับไทยนั้นก็อยู่ใน 128 เสียงที่โหวตคว่ำวาระเช่นกัน รายงานข่าวระบุว่า หลังผลออกมาปาเลสไตน์ก็ออกมาขอบคุณนานาประเทศที่ช่วยกันลงคะแนนเสียงสู้กับสหรัฐฯ ส่วนอิสราเอลก็ประกาศไม่ยอมรับมติของยูเอ็น ส่วนสหรัฐฯ ได้เชิญพันธมิตร 64 ประเทศที่ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และประเทศที่ไม่มาร่วมประชุม เข้าร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 […]

ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

ระอุ! โลกอาหรับรุมประณาม ‘ทรัมป์’ รับรอง ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงยิว

คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศจะย้ายที่ตั้งสถานทูตอเมริกันจากนครเทลอาวีฟมายังเยรูซาเล็มใน 4 ปี สร้างความไม่พอใจและก่อให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในหลายประเทศ ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ออกมาประณามการตัดสินใจนี้ของทรัมป์ผ่านโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ “มิอาจยอมรับได้” และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเจตนาของสหรัฐฯในการยุติบทบาทของตัวเองในฐานะ ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเบ็ธเลเฮม ที่เป็น บ้านเกิดของพระเยซู รวมถึงที่เมืองรามัลเลาะห์ พร้อมใจกันดับไฟประดับต้นคริสต์มาส เพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการตัดสินใจนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซ่า ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมตะโกนถ้อยคำด่าทอทรัมป์ รวมถึงมีการจุดไฟเผายางรถยนต์และขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล ในซีเรีย กระทรวงต่างประเทศซีเรียออกคำแถลงประณามท่าทีล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ และจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ต่อความสงบสุขของโลก ในทางกลับกัน การตัดสินใจของทรัมป์ที่ให้การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลได้สร้างความยินดีปรีดาให้กับชาวยิวทั่วโลก รวมถึงชาวยิวในมหานครนิวยอร์ก ที่ต่างแสดงความชื่นชมการตัดสินใจนี้ โดยหลายคนถึงกับยอมรับว่า นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ผู้นำสหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล และลูกหลานชาวยิวทั่วโลก ทั้งนี้ สถานะของกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม และยิว มาแต่โบราณ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพราะทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็อ้างอธิปไตยของตนเหนือเมืองนี้.

โซมาเลียประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตกว่า 200 ศพ จากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วัน

ชาวโซมาเลียได้ออกมาประท้วงเหตุระเบิดบรรทุกในกรุงโมกาดิชู ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 ราย ขณะที่ทางการโซมาเลียได้ประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วัน ชาวโซมาเลียกว่า 2,000 คน รวมตัวกันเดินขบวนในกรุงโมกาดิชู พร้อมโพกผ้าสีแดงที่ศีรษะเพื่อประท้วง และแสดงความโกรธแค้นเหตุระเบิดรถบรรทุก 2 จุด ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเหตุระเบิดรถบรรทุกจุดแรกเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าโรงแรมซาฟารี ส่วนระเบิดอีกจุดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในเขตมาดิน่าของกรุงโมกาดิชู ซึ่งเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 230 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน นับเป็นเหตุระเบิดระเบิดโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในโซมาเลีย โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว ด้านประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด อับดุลลาฮี ฟาร์มาโจ ผู้นำโซมาเลียได้ประกาศไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วันและลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ พร้อมกับประณามเหตุระเบิดดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายพุ่งเป้าโจมตีประชาชน เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ออกมาประณามเหตุระเบิดโจมตี โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายแอนโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้ประณามเหตุโจมตี และขอให้ชาวโซมาเลียเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อต่อสู้กับภัยก่อการร้าย ส่วนตุรกีก็ประกาศส่งเครื่องบินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือโซมาเลีย และเตรียมนำผู้บาดเจ็บบินมารักษาตัวในตุรกีด้วย ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านที่ยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อตามหาคนในคนครอบครัวที่สูญหายจากเหตุระเบิดรถบรรทุก โดยเจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดอาจเพิ่มสูงกว่านี้.

ตร.เร่งสืบหาแรงจูงใจก่อเหตุกราดยิงลาสเวกัส เผยค้นบ้านมือยิง-ห้องพักโรงแรม เจอปืนร่วม 50 กระบอก

ความคืบหน้าเหตุกราดยิงในงานเทศกาลดนตรีที่นครลาสเวกัสของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 ตามเวลาในประเทศไทย ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 59 ราย บาดเจ็บกว่า 500 คน ขณะที่ตำรวจยังเร่งสอบสวนแรงจูงใจ เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เหตุก่อการร้าย หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้บุกค้นบ้านพักของนายสตีเฟ่น แพดด็อค มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไปพบอาวุธปืนที่ห้องพักในโรงแรม 19 กระบอก และจากการตรวจค้นในบ้าน และรถยนต์ ตำรวจพบอาวุธปืนอีกกว่า 20 กระบอก นอกจากนั้น ยังเจอกระสุนปืน แผงวงจร และสารเคมีประกอบระเบิดจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นตำรวจได้ตัดประเด็นหญิงคนสนิทที่มีการติดตามตัวก่อนหน้านี้ออกไป เพราะเธอยืนยันที่อยู่ได้ว่าขณะเกิดเหตุ เธออยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่จะรอให้เธอเดินทางกลับมาเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านของนางเพกกี้ แพดด็อค อดีตภรรยาของนายแพดด็อคในเมืองเซอร์ริโตส ซึ่งทั้งสองได้หย่าขาดกันเมื่อ 27 ปีแล้ว อดีตภรรรยาเปิดเผยว่าเธอรู้สึกช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าไม่ได้ติดต่อกับอดีตสามีมาหลายปีแล้ว ด้านหน้าบ้านของเธอยังติดป้ายไว้ว่าไม่ขอตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่สื่ออเมริกันได้เผยแพร่ภาพของอาคารโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ซึ่งเผยให้เห็นว่ากระจกบริเวณชั้นที่ 32 ที่เป็นจุดที่นายแพดด็อคก่อเหตุถูกทุบแตกไป 2 บาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านายแพดด็อคได้สุ่มยิงมากกว่า […]

‘ทรัมป์’ เตรียมลงพื้นที่ตรวจเหตุ ‘กราดยิงที่ลาสเวกัส’ สั่งลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย (คลิป)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงถ่ายทอดสดจากทำเนียบขาวหลังเกิดเหตุกราดยิงที่เทศกาลดนตรีในเมืองลาส เวกัส โดยกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยชีวิตของประชาชนเอาไว้ ส่วนการสืบสวนคดีตอนนี้ FBI และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้ประสานกับตำรวจลาส เวกัสแล้ว นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งให้ลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และระบุว่าจะลงพื้นที่ลาส เวกัสในวันพรุ่งนี้ (4 ต.ค. 60) เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 58 คน และบาดเจ็บ 515 คน ทำให้กลายเป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา รุนแรงกว่าเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับในรัฐฟลอริดาเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้เสียชีวิต 49 คน ล่าสุด FBI ออกมาระบุว่าไม่พบความเชื่อมโยงว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย สำหรับตัวผู้ก่อเหตุ คือนายสตีเฟ่น แพ็ดด็อก คนในพื้นที่รัฐเนวาดา เขาเปิดห้องพักของโรงแรมและคาสิโนมัณฑะเลย์ เบย์ ที่อยู่ตรงข้ามถนนจากสถานที่จัดคอนเสิร์ต พร้อมกับมาริโลว์ ดันลี่ย์ ผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย และใช้ปืนยิงลงมาจากห้องพักชั้น 32 ภายหลังตำรวจได้บุกค้นห้องพัก พบอาวุธปืนมากกว่า 10 กระบอก ส่วนนายแพ็ดด็อกฆ่าตัวตายก่อนที่ตำรวจจะมาถึง ด้านผู้หญิงที่อยู่กับเขานั้นตำรวจได้นำตัวมาสอบปากคำแล้ว ด้านกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แต่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างนายแพ็ดด็อกกับกลุ่มติดอาวุธต่างชาติ

พม.ลงพื้นที่เยี่ยม ‘ชายพิการ’ ถูกโจรชั่วขึ้นบ้าน พบไม่มีบัตร ปชช. จึงไม่ได้รับเบี้ยคนพิการ

เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ช่วยเหลือชายพิการแขนขาดมีอาชีพขายลูกโป่งดัดเป็รูปการ์ตูนสัตว์ หลังเดือดร้อนจากคนร้ายงัดบ้านขโมยทรัพย์สินกว่า 3 หมื่นบาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะเขาต้องส่งเสียหลาน 2 คนเรียนหนังสือ และต้องดูแลภรรยายที่มีอาการป่วยทางสมองนั้น (ชาวเน็ตรุมประณาม!! โจรใจชั่วงัดบ้าน ‘ชายพิการ’ หาเลี้ยง 4 ชีวิต ขโมยเงิน-ทรัพย์สิน คาดฝีมือคนบ้านใกล้เรือนเคียง) นายกิตติ อินทรกุล เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกระบี่เดินทางเข้าเยี่ยมครอบครัวนายสุชาติ ขุมขัง อายุ 59 ปี ผู้พิการแขนขาดประกอบอาชีพขายลูกโป่งดัดเป็นรูปการ์ตูนสัตว์ต่างๆ ขายในตลาดถนนคนเดินในตัวเมืองกระบี่ จากการสอบถามประวัตินายสุชาติ และภรรยาพบว่าไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ ไม่มีบัตรประชาชนซึ่งไม่ง่ายที่จะให้การช่วยเหลือในด้านสวัสดิการคนพิการ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นเชื่อว่าทั้งสองมีสัญชาติไทย จากนี้จะเข้าตรวจสอบเพื่อสืบหาเครือญาติ เบื้องต้นทราบว่า นายสุชาติมีพ่อบุญธรรมอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนภรรยาเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี จะประสานไปยังพื้นที่ว่าเป็นจริงหรือไม่ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ หากพบว่ามีสัญชาติไทย จะสามารถออกบัตรประจำตัวประชาชนได้ จากนั้นจะดำเนินการเร่งออกบัตรผู้พิการให้ต่อไป ส่วนหลานทั้ง 2 คนที่เรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.2 และอนุบาล 2 จะ ประสานให้ไปเรียนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 เพื่อลดภาระของนายสุชาติ และให้เด็กได้มีอนาคตที่ดีขึ้น.

ชาวเน็ตรุมประณาม!! โจรใจชั่วงัดบ้าน ‘ชายพิการ’ หาเลี้ยง 4 ชีวิต ขโมยเงิน-ทรัพย์สิน คาดฝีมือคนบ้านใกล้เรือนเคียง

แชร์สนั่นโลกออนไลน์ที่จังหวัดกระบี่ มีการเปิดเผยเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ชื่อ นายสุชาติ ขุมขัง อายุ 59 ปีชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นชายพิการแขนขาด ประกอบอาชีพขายลูกโป่งดัด เป็นตัวการ์ตูนรูปสัตว์ในตลาด ถนนคนเดิน ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ตูน ทศพล ชัยฤทธิ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “ชายพิการแขนขาดนายสุชาติ ขุมขัง ทำงานเก็บเงินได้เล็กน้อยสะสมไว้กับบ้าน เพราะเชื่อใจว่าคงจะไม่มีวันหายไปไหน แต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา นายสุชาติ ออกจากบ้านไปขายลูกโป่งทิ้งภรรยาที่พิการทางสมองไว้ที่บ้านคนเดียวปรากฏว่า บ้านของนายสุชาติ โดนงัด เงินที่เก็บสะสมไว้เพื่อยังชีพหายหมดครับ นายสุชาติ บอกว่า ที่เจ็บใจที่สุดคือ คนที่ทำเรื่องนี้น่าจะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตาม เพื่อนำคนผิดไปรับโทษโดยเร็ว ฝากแชร์เรื่องราวนี้ด้วยครับผม น่าเห็นใจครับ คนพิการสองคน และยังต้องเลี้ยงหลานเล็กๆ อีกสองคนด้วย ใครนะใจร้ายทำได้ขนาดนี้ชั่วจริงๆ” ภายหลังที่มีการแชร์เรื่องนี้ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจลุงสุชาติ และเข้ามาตำหนิการกระทำของโจรใจชั่วพร้อมข้อความว่า “คนทำมันเลวที่สุด มีมือมีเท้าดีดีไม่คิดทำมาหากินสุจริต เบียดเบียนคนอื่นที่เค้าพยายามทำมาหากิน” วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบลุงสุชาติ ซึ่งเปิดร้านขายลูกโป่งฯ ที่ตลาดถนนคนเดิน ลุงสุชาติ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. […]

มือดีตัดคออนุสาวรีย์ ‘เจียงไคเช็ก’ ในไต้หวัน ประณามเป็นตัวการสั่งปราบปรามประชาชนเมื่อ 70 ปีก่อน

เจ้าหน้าที่ไต้หวันพบอนุสาวรีย์เจียงไคเช็ก ประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวัน ในสวนสาธารณะหยางหมิงซาน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมบริเวณชานกรุงไทเป ถูกตัดคอตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำลายอนุสาวรีย์ครั้งล่าสุด จากที่ก่อนหน้านี้ อนุสาวรีย์เจียงไคเช็กในอีกหลายแห่งก็ถูกตัดคอและทำลายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ นอกจากจะถูกตัดคอแล้ว อนุสาวรีย์เจียงไคเช็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งมีความสูง 1.5 เมตร ยังถูกป้ายด้วยสีแดงบริเวณลำตัว และบริเวณฐานของอนุสาวรีย์ยังถูกพ่นสีเป็นเลข 228 และข้อความกล่าวหาว่า นายเจียงเป็นตัวการหลักผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วันที่ 8 กุมภาพันธ์ปี 1947 ที่เจ้าหน้าที่พรรคก๊กมินตั๋งที่มีนายเจียงเป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ปราบปรามการลุกฮือของประชาชนในไต้หวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันราย

keyboard_arrow_up